Pom
=========================
Trade Operatios:
Citra-Vaseline-Lux
Tell:
02-554-2225
From: Woraphanee Pornthanachai
[mailto:wpor...@siammakro.co.th]
Sent: Monday, October 12, 2009 2:54
PM
To: Montreesuksirikul, Maneerat; Traisurat, Piyaporn; Tipasathein,
Varangkana; Rung; Porn; Plengkhum, Nantanat; P'Lek; P'Jo; Sriaukaralarp,
Saengduen; Sa-nguanwongse, Duangporn; Panaampon, Phorntip; Oh;
nutch...@hotmail.com; Nattawut Yangyuen; Maneekorn, Onshuma; Chiranurungsee,
Benjamart; Joyce; Jibbie; Tubsuphan, Nutchalai; Gift; Eff; Mongkholsupavat,
Boonyaporn; baby...@hotmail.com
Subject: “หญิงไทย” “พร้อมเป็นโสด”
มากขึ้น
Importance: High
การจดทะเบียนสมรสมีปริมาณลดลง แต่สถิติการหย่าร้างมากขึ้น !!”
...นี่เป็นสถานการณ์การใช้ชีวิตคู่เป็น “ภรรยา-สามี”
กันอย่างถูกต้องตามกฎหมายของคนไทยในยุคปัจจุบัน จากการเปิดเผยของทางกรมการปกครอง
กระทรวงมหาดไทย เมื่อเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา จากการวิเคราะห์สถิติในช่วง 10
ปีมานี้
ทั้งนี้ จากสถิติที่เริ่มเก็บตั้งแต่ปี 2542
พบว่า... ในปีที่เริ่มเก็บสถิติ คนไทยชาย-หญิงมีการจดทะเบียนสมรส 354,198 คู่
มีการหย่าร้าง 61,377 คู่ แต่พอถึงปี 2551 การสมรสมีเพียง 318,496 คู่
ขณะที่การหย่าร้างกลับพุ่งสูงลิ่ว 109,084 คู่ อันสืบเนื่องจากแนวคิด-ค่านิยมใหม่ ๆ
ในสังคมไทยปัจจุบัน
สังคมไทยปัจจุบัน
การอยู่กินกันโดยไม่จดทะเบียนสมรสได้รับการยอมรับมากขึ้น ขณะที่ความ
“เบี่ยงเบนทางเพศ” มีมากขึ้น...รวมถึงในผู้หญิง
ค่านิยมที่เห็นว่าการมีครอบครัวเป็นภาระมีมากขึ้น
เหล่านี้ทำให้การจดทะเบียนสมรสลดลง
ขณะที่สังคมปัจจุบันที่ทั้งสามีและภรรยาต่างต้องทำงาน และรวมถึงค่านิยมการ “มีกิ๊ก”
ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือทั้งสองฝ่าย
ก็ทำให้การแยกทาง-การหย่าร้างกันเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ
ข้อมูลข้างต้นนี้บ่งบอกถึงสถานการณ์ครอบครัวไทย...
และยุคนี้ “หญิงไทย” ก็ “พร้อมเป็นโสด” มากขึ้น !!
จากการสำรวจวิจัยเมื่อเร็ว ๆ นี้ของเว็บไซต์หาคู่ นัดเดท ดอทคอม (NadDate.com)
ซึ่งเป็นการสำรวจกลุ่มหญิงไทยวัย ทำงานอายุระหว่าง 25-40 ปีทั่วประเทศ
ที่มีรายได้ 10,000 บาทขึ้นไป จำนวนทั้งสิ้นกว่า 1,500 คน
โดยใช้แบบสอบถามและบางส่วนใช้การสัมภาษณ์เชิงลึก ทาง นทีทอง ทองไทย
กรรมการผู้จัดการ บริษัท นิร์วานา จำกัด ผู้บริหารเว็บไซต์ดังกล่าวนี้ เผยว่า...
จากงานวิจัยพบว่าผู้หญิงมีความคิดเห็นเป็นของตนเองมากขึ้น พึ่งพิงตนเองมากขึ้น
และต้องการเป็นคนเลือก โดยจะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับตน
ผลที่เกิดขึ้นตามมาก็คือ... ผู้หญิงไทยสมัยนี้เห็นความ
จำเป็นหรือต้องการพึ่งผู้ชาย เพียงร้อยละ 2 เท่านั้น อีกเกือบ ร้อยละ 40
คิดว่าไม่มีความจำเป็นที่จะต้องพึ่งผู้ชาย !! ขณะที่กว่าร้อยละ 60
คิดว่าพึ่งพาบ้างเป็นครั้งคราวก็พอในยามที่ต้องการสมดุลทางด้านของอารมณ์ ความรัก
ความรู้สึก ความเป็นเพื่อน ซึ่งผู้ชายสามารถเติมเต็มให้ผู้หญิงได้
หรือพึ่งพาด้านความปลอดภัย
ให้ผู้ชายมาปกป้องดูแลในช่วงที่ต้องการ
ยุคนี้
ผู้หญิงไทยสมัยนี้ มีแนวคิดที่จะแต่งงานก็ต่อเมื่อมีความพร้อมด้านสถานะทางสังคม
เช่น มีหน้าที่การงานที่ดี มีความพร้อมทางด้านการเงิน
และมีความพร้อมทั้งในครอบครัวของฝ่ายหญิงและฝ่ายชาย
“ผู้หญิงไทยยุคนี้คิดว่าอายุที่พร้อมจะแต่งงานคือ 26-30 ปี ถ้าเลยช่วงนี้
เกือบร้อยละ 90 จะเริ่มกังวลกลัวจะขึ้นคาน แต่ ถึงจะกังวล
ผู้หญิงยุคใหม่ก็มองว่าไม่ใช่เรื่องแปลกอีกต่อไปที่จะ ใช้ชีวิตอยู่คนเดียว
คิดว่าถ้าหาผู้ชายที่ดี ๆ ไม่ได้ ก็อยู่เป็นโสด ดีกว่า !!”
...ผู้บริหารเว็บไซต์นัดเดทดอทคอมระบุ
ผู้ชายไทยที่เคยคิดว่าถือแต้มต่อเหนือผู้หญิง...ฟังไว้
ยุคนี้แม้เก้งกวางเยอะ...แต่ผู้หญิงก็กลัวคานน้อยลง
ทั้งนี้
กับสถานการณ์ชีวิตคู่ที่ผู้หญิงไทยกลัวการไร้คู่น้อยลง นี้ วันชัย บุญประชา
ผู้จัดการมูลนิธิเครือข่ายครอบครัวไทย สะท้อนผ่าน “สกู๊ปหน้า 1 เดลินิวส์” ว่า...
ด้วยสังคมที่เปลี่ยน ความเป็นปัจเจกสูงขึ้น อยู่กันแบบตัวใครตัวมัน เอาตัวรอด
ความสัมพันธ์ ความผูกพันในการต้องเป็นครอบครัว ก็มีน้อยลงไป
“ผู้หญิงไทยทำงานมากขึ้น พึ่งพิงผู้ชายน้อยลง
และมีโอกาสเลือกคู่ด้วยตนเองมากขึ้น พ่อแม่ไม่ได้บีบคั้น
ผู้หญิงยุคนี้จึงไม่มีภาวะกดดันที่จะต้องมีคู่ครอง”
...ผู้จัดการมูลนิธิเครือข่ายครอบครัวไทยชี้
ขณะที่
รศ.ชาย โพธิสิตา สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่า...
ผู้หญิงไทยสมัยใหม่มีการศึกษา-มีอิสระทางเศรษฐกิจมากขึ้น ไม่ต้องพึ่งพาใคร
และก็ประสบความสำเร็จในชีวิตได้เหมือนผู้ชาย ซึ่งพวกเธอก็มีความสุขในจุดนี้
ความสำคัญของการต้องมีชีวิตคู่เป็นครอบครัวก็ลดน้อยลงไป และการที่ประชากรชายลดลง
มีอัตราการเสียชีวิตสูงกว่าผู้หญิง ไม่ว่าจะจากอุบัติเหตุหรือโรคต่าง ๆ
รวมถึงการที่ผู้ชายกลายเป็นเพศที่สาม
เหล่านี้ก็ทำให้ภาวการณ์มีคู่ของผู้หญิงเกิดยากขึ้น
ทำให้ผู้หญิงแต่งงานช้าลง-น้อยลง
“อย่างไรก็ตาม
การไม่มีคู่เป็นครอบครัว หรือการเป็นครอบครัวเดี่ยว-ครอบครัวขยาย
ความสำคัญคงไม่ได้อยู่ตรงนี้ ความสำคัญนั้นอยู่ที่ว่า ปัจจุบัน และอนาคต
ใครจะอยู่กับใคร และใครจะดูแลใคร ความสำคัญอยู่ตรงนี้มากกว่า !!
ซึ่งนับวันจะมีผู้สูงอายุที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ถูกปล่อยทิ้งให้อยู่คนเดียวมากขึ้น
ขณะที่แนวโน้มที่คนไทยจะอยู่คนเดียว ไม่มีคู่ ก็มากขึ้น”
...นักวิชาการสถาบันวิจัยประชากรฯ สะท้อนผ่าน “สกู๊ปหน้า 1 เดลินิวส์”
ซึ่งกับประเด็นใครจะดูแลนี้ ก็ไม่รู้ว่าผู้หญิงที่คิดว่าไม่มีคู่ก็ไม่เห็นเป็นไร...
จะคิดยังไง ?
แต่ ณ
ที่นี้ก็มิใช่จะชี้ว่าหญิงไทยต้องมีคู่-ไม่มีคู่แล้วไม่ดี
เป็นแต่เพียงสะท้อนสถานการณ์ชีวิตคู่ของคนไทยยุคนี้
ชายแท้โสด ๆ เหลือน้อย...แต่ถ้าห่วย...หญิงก็ไม่สน !!.
E-mail Disclaimer:
The information transmitted in this e-mail is intended only for the person or entity to which it is addressed,
and may contain confidential and/or privileged material.
Any review, re-transmission, dissemination or other use of,
or taking of any action in reliance upon this information by persons
or entities other than the intended recipient is prohibited.
If you received this e-mail in error, please contact and inform the sender,
and delete this.