
หมอสมองไหลไปเอกชน ใครได้ประโยชน์ ใครเสียประโยชน์ รู้จัก บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) กันบ้างหรือไม่ ทุกท่าน โปรดค่อยๆอ่าน เพราะเรื่องนี้ยาวมาก แล้ว...ตารางต่างๆ ที่ใส่มาอาจจะขยับไปมาเพิ่มความเวียนหัว อาจต้องดูรูปประกอบแทนนะครับ แต่เอาน่า.....ลองอ่านกันดู รับรองว่าคุ้ม
บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) ( รายละเอียดใน http://www.bangkokhospital.com/ ) เดิมทีกลุ่มทุนนี้เริ่มบุกเบิกจากโรงพยาบาลกรุงเทพ ที่ถือกำเนิดอย่างเป็นทางการเมือวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2515 โดยการบุกเบิกของศัลยแพทย์หนุ่มจากศิริราช นายแพทย์ประเสริฐ ปราสาททองโอสถและพรรคพวก
การดำเนินงานของโรงพยาบาลก็ไม่ได้หวือหวาอะไรมากมาย จนกระทั่งได้มีการนำโรงพยาบาลแห่งนี้เข้าสู่ตลาดหุ้นในวันที่ 2 ต.ค. 2534 แปรรูปมาเป็นบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) ชื่อย่อๆ ว่า BGH ปัจจุบันถือว่าเป็นกลุ่มทุนทางด้านสุขภาพที่ใหญ่ที่สุดของไทย และตั้งเป้าไว้ว่า “3ปี เบอร์3 โลก จากเบอร์4”
ผมไปไล่เรียงดูข้อมูลรายชื่อของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลตามตารางข้างล่างนี้ (รายละเอียดใน http://www.set.or.th/set/companyholder.do?symbol=BGH&language=th&country=TH ) ผมลองนั่งดูรายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่แล้ว หมอปราเสริฐ ประเสริฐทองโอสถ และเครือข่ายของท่าน ซึ่งเป็นผู้บุกเบิกมาเองกับมือ
ผมไม่ติดใจสงสัยอะไร แถมชื่นชมเขาด้วยในชั้นเชิงและมุมมองการดำเนินธุรกิจของหมอ ปราเสริฐ แต่ผมสะดุดตรง ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่มีนามสกุล “ทองแตง” “วิชัย ทองแตง” เคยศึกษาที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมีเสียงลือเสียงเล่าอ้างว่า มีสายสัมพันธ์แนบแน่นกับนายใหญ่พรรคเพื่อไทย "วิชัย ทองแตง"
ได้ผันตัวมานั่งบริหารในธุรกิจโรงพยาบาล โดยในปี พ.ศ. 2546 "วิชัย ทองแตง" ได้เป็นเจ้าของธุรกิจเครือโรงพยาบาลพญาไท และโรงพยาบาลเปาโล ปัจจุบัน"วิชัย ทองแตง" ดำรงตำแหน่งรองประธานกรรมการบริษัท กรุงเทพดุสิต เวชการ จำกัด (มหาชน) (BGH) หรือโรงพยาบาลกรุงเทพ โดยตั้งเป้าจะสร้างให้ประเทศไทยเป็น "Medical Hub" ของภูมิภาคเอเชีย BGH
ผู้ประกอบธุรกิจโรงพยาบาลเอกชน 4 กลุ่มได้แก่ กลุ่มโรงพยาบาลกรุงเทพ กลุ่มโรงพยาบาลสมิติเวช โรงพยาบาลบีเอ็นเอช กลุ่มโรงพยาบาลรอยัล และโรงพยาบาลเปาโล รวมกว่า 30 แห่งทั่วประเทศ รวมทั้งมีโรงพยาบาลเครือข่ายในดูไบและกัมพูชาด้วย อีกทั้งมีบริษัทที่ทำเกี่ยวกับยา และบริการด้านสุขภาพอื่นๆในเครืออีกมากมาย
รายละเอียดธุรกิจของฺ BGH ดังในตารางข้างล่างนี้
(1) ธุรกิจโรงพยาบาลเอกชน ลำดับ รายชื่อโรงพยาบาล ดำเนินการโดย ขนาด (เตียง) รวม(เตียง)
อัตราการ ถือหุ้น กลุ่มโรงพยาบาลกรุงเทพ
1 โรงพยาบาลกรุงเทพ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) 343
2 โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) 97
3 โรงพยาบาลวัฒโนสถ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) 48
4 โรงพยาบาลกรุงเทพหัวหิน บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) 60
5 โรงพยาบาลกรุงเทพพระประแดง บริษัท โรงพยาบาลกรุงเทพพระประแดง จำกัด 60 79.00%
6 โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา บริษัท โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา จำกัด 400 97.22%
7 โรงพยาบาลกรุงเทพระยอง บริษัท โรงพยาบาลกรุงเทพระยองจำกัด 220 100.00%
8 โรงพยาบาลกรุงเทพจันทบุรี บริษัท วัฒนเวช จำกัด 170 99.69%
9 โรงพยาบาลกรุงเทพตราด บริษัท โรงพยาบาลกรุงเทพตราด จำกัด 114 99.76%
10 โรงพยาบาลกรุงเทพราชสีมา บริษัท โรงพยาบาลกรุงเทพราชสีมา จำกัด 300 90.36% 11 โรงพยาบาลกรุงเทพปากช่อง บริษัท โรงพยาบาลกรุงเทพราชสีมา จำกัด 30 90.36% 12 โรงพยาบาลกรุงเทพอุดร บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) 120 100.00% 13 โรงพยาบาลกรุงเทพสมุย บริษัท โรงพยาบาลกรุงเทพสมุย จำกัด 50 100.00%
14 โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต บริษัท โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต จำกัด 317 99.68%
15 โรงพยาบาลกรุงเทพหาดใหญ่ บริษัท โรงพยาบาลกรุงเทพหาดใหญ่ จำกัด 165 2,494 98.79%
กลุ่มโรงพยาบาลสมิติเวช 15 โรงพยาบาล สมิติเวช สุขุมวิท บริษัท สมิติเวช จำกัด (มหาชน) 275 95.76%
16 โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ บริษัท สมิติเวช จำกัด (มหาชน) 400 95.76%
17 โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีราชา บริษัท สมิติเวช ศรีราชา จำกัด 150 825 67.06%
18 โรงพยาบาลบีเอ็นเอช บริษัท บี เอ็นเอช เมดิเคิล เซ็นเตอร์ จำกัด 144 144 91.48% กลุ่มโรงพยาบาลรอยัล
19 Royal Angkor Pisith Angkor Pisith Co., Ltd. 21 80.00%
20 Royal Rattanak Hospital Rattanak Medical Services Co., Ltd. 30 51 70.00% กลุ่มโรงพยาบาลพญาไท (ถือหุ้นโดยผ่าน บมจ.ประสิทธิ์พัฒนา ซึ่งเป็นบริษัทย่อยร้อยละ 98.32 ของ บมจ.กรุงเทพดุสิตเวชการ )
21 โรงพยาบาลพญาไท 1 บริษัท โรงพยาบาลพญาไท 1 จำกัด 350 100.00%
22 โรงพยาบาลพญาไท 2 บริษัท โรงพยาบาลพญาไท 2 จำกัด 260 99.15%
23 โรงพยาบาลพญาไท 3 บริษัท โรงพยาบาลพญาไท 3 จำกัด 230 98.20%
24 โรงพยาบาลพญาไทศรีราชา บริษัท โรงพยาบาลศรีราชานคร จำกัด (มหาชน) 257 1,097 66.53%
กลุ่มโรงพยาบาลเปาโล
25 โรงพยาบาลเปาโล เมโมเรียล พหลโยธิน บริษัท เปาโลเมดิค จำกัด 237 100.00%
26 โรงพยาบาลเปาโล เมโมเรียล สมุทรปราการ บริษัท เปาโล สมุทรปราการ จำกัด 200 93.30%
27 โรงพยาบาลเปาโล เมโมเรียล โชคชัย 4 บริษัท การแพทย์สยาม จำกัด 120 85.69% 28 โรงพยาบาลเปาโล เมโมเรียล นวมินทร์ บริษัท ศูนย์การแพทย์ไทย จำกัด (มหาชน) 140 697 99.76% 5,308
กลุ่มโรงพยาบาลที่ลงทุนถือหุ้นแต่ไม่ได้มีส่วนร่วมในการบริหาร
29 โรงพยาบาลเอกอุดร บริษัท อุดรพัฒนา (1994) จำกัด 350 28.20%*
30 โรงพยาบาลรามคำแหง บริษัท โรงพยาบาลรามคำแหง จำกัด (มหาชน) 300 38.20% 31 โรงพยาบาลกรุงธน บริษัท โรงพยาบาลกรุงธน จำกัด (มหาชน) 150 20.10%
32 โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) 538 1,338 23.94%
(2) ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการรักษาพยาบาลประเภทธุรกิจ ธุรกิจ ดำเนินการโดย อัตราการถือหุ้นร้อยละ
1. ผลิตและจำหน่ายยา น้ำเกลือ และวัสดุภัณฑ์ทางการแพทย์ บริษัท เอ.เอ็น.บี.ลาบอราตอรี่ (อำนวยเภสัช) จำกัด (ถือหุ้นโดยบริษัท รอยัลบางกอกแฮลธ์แคร์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ร้อยละ 100 ของบริษัท ) 100.0 บริษัท สหแพทย์เภสัช จำกัด 49.0
2.ห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ (Lab) และ Share Services ด้านจัดซื้อ และ บัญชี บริษัท เนชั่นแนล เฮลท์แคร์ ซิสเต็มส์ จำกัด (ถือหุ้นทางตรงร้อยละ 74.0 และทางอ้อมร้อยละ 24.9) 98.9
3.ห้องปฏิบัติการทดลองชีวโมเลกุล (Bio Molecular Lab) บริษัท ไบโอ โมเลกุลลาร์ แลบบอราทอรี่ส์ (ประเทศไทย) จำกัด 95.0
4.Share service ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ บริษัท กรีนไลน์ ซินเนอร์จี้ จำกัด (GLS) 100.0
5.บริการขนส่งผู้ป่วยทางอากาศ (Medical Evacuation) บริษัท กรุงเทพเฮลิคอปเตอร์ เซอร์วิสเซส จำกัด 49.0
6. ประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการตลาดให้แก่กิจการในเครือ บริษัท คูล แอนด์ จอย จำกัด 30.0
7.บริการด้านการจัดเลี้ยง และ อาหารให้แก่ผู้ใช้บริการในกลุ่ม บริษัท เฟิสท์ เฮ็ลธ ฟู้ด จำกัด (ถือหุ้นโดยบริษัท สมิติเวช จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท) 99.0 บริษัท โซเด็กซ์โซ่เฮ็ลธแคร์ซัพพอร์ท เซอร์วิส (ประเทศไทย) จำกัด (ถือหุ้นโดยบริษัท เฟิสท์ เฮ็ลธ ฟู้ด จำกัด
ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ บมจ. สมิติเวช) 74.0
8.บริการให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ (ที่ดิน) เพื่อดำเนินธุรกิจโรงพยาบาล บริษัท เออร์วิ่ง เชอริเดน เอส อี จำกัด (ถือหุ้นโดยบริษัท สมิติเวช จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท) 96.0 S.R. Property Investment Co., Ltd. 49.0 Siem Reap Land Investment Co., Ltd. 49.0 Phnom Penh First Property Co., Ltd 49.0
9.กิจการเพื่อการลงทุนใน Healthcare Business (Holding Company) บริษัท เอเชีย อินเตอร์เนชั่นแนล เฮ็ลธ์แคร์ จำกัด (AIH) บริษัท รอยัล บางกอกเฮ็ลธ์แคร์ จำกัด 100.0 100.0
10.ศูนย์อบรมด้านวิชาชีพเฉพาะทาง ให้แก่กลุ่มบริษัท บริษัท บีดีเอ็มเอส เทรนนิ่ง จำกัด 100.0
11. ธุรกิจประกันสุขภาพ บริษัท กรุงเทพประกันสุขภาพ จำกัด (มหาชน) 100.0 บริษัท กรุงเทพพรีเมียร์ นายหน้าประกันชีวิต จำกัด 100.0
(3) โครงสร้างรายได้ของบริษัทและบริษัทย่อยระหว่างปี 2553 – 2555 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2555 ประเภทของรายได้ ดำเนินการโดย สัดส่วนการถือหุ้น (%) 2555 2554 2553 รายได้ % รายได้ % รายได้ % ค่ารักษาพยาบาล บมจ. กรุงเทพดุสิตเวชการ 100.0 9,909.3 22.4 8,218.7 23.3 7,182.8 30.5 บมจ. สมิติเวช 95.8 7,580.7 17.1 6,687.7 19.0 5,887.9 25.0 บจก. บีเอ็นเอช เมดิเคิล เซ็นเตอร์ 91.5 1,869.9 4.2 1,579.7 4.5
1,466.1 6.2 บมจ. ประสิทธิ์พัฒนา (1) 98.3 8,714.1 19.7 5,632.8 16.0 บจก. เปาโลเมดิค (1) 100.0 1,979.3 4.5 1,339.0 3.8 บจก. การแพทย์สยาม (1) 85.7 712.7 1.6 480.8 1.4 บมจ. ศูนย์การแพทย์ไทย(1) 99.8 675.3 1.5 420.3 1.2 บจก. เปาโล สมุทรปราการ(1) 93.3 1,087.3 2.5 720.3 2.0 บจก.โรงพยาบาลกรุงเทพพระประแดง 79.0 240.2 0.5 202.9 0.6 181.7 0.8 บจก. โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา 97.3 3,167.5 7.1 2,793.1 7.9 2,499.7 10.6 บจก.โรงพยาบาลกรุงเทพระยอง 100.0 1,575.9 3.6 1,359.9 3.9 1,193.5 5.1 บจก.โรงพยาบาลกรุงเทพตราด 99.8 321.3 0.7 299.4 0.8 275.2 1.2 บจก. วัฒนเวช 99.7 852.3 1.9 717.0 2.0 647.3 2.8
บจก.โรงพยาบาลกรุงเทพหาดใหญ่ 98.8 1,110.0 2.5 944.8 2.7 770.5 3.3 บจก. โรงพยาบาลกรุงเทพสมุย 100.0 545.9 1.2 459.4 1.3 432.8 1.8 บจก. โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต 99.7 2,319.1 5.2 2,065.8 5.9 1,839.3 7.8 บจก. โรงพยาบาลกรุงเทพราชสีมา 90.4 1,113.2 2.5 925.6 2.6 817.9 3.5 บจก. โรงพยาบาลกรุงอุดร(2) 100.0 73.6 0.2 Angkor Pisith Co.. Ltd. 80.0 112.8 0.3 95.5 0.3 83.9 0.4 Rattanak Medical Services Co., Ltd. 70.0 176.0 0.4 155.8 0.4 130.2 0.6 รวม 44,136.4 99.6 35,098.4 99.6 23,408.8 99.6 รายได้ที่เกี่ยวข้องกับการรักษาพยาบาล บจก.เนชั่นแนล เฮลธ์แคร์ ซิสเต็มส์ 74.0 168.9 0.4
121.1 0.3 55.6 0.2 บจก.ไบโอ โมเลกุลล่าร์ แลบบอราทอรี่ส์ (ประเทศไทย) 95.0 2.0 0.0 5.0 0.0 48.2 0.2 รวม 170.90 0.39 126.10 0.4 103.80 0.4 รวมรายได้จากการดำเนินงานหลัก 44,307.3 100.0 35,224.5 100.0 23,512.6 100.0
จากข้อมูลที่ผมนำเสนอไป เริ่มเห็นความยิ่งใหญ่ของกลุ่มทุนนี้กันหรือยัง ผมลองหลับตานึกดู ไม่ว่าผมจะไปที่กรุงเทพหรือเมืองไหนของไทยที่เป็นเมืองเศรษฐกิจและท่องเที่ยวสำคัญๆ รวมถึงต่างประเทศ (ดูไบและเขมร ???) และตอนนี้ BGH เองกำลังขยายโรงพยาบาลในจ.เชียงใหม่
และพม่าอีกด้วย ดังนั้นหากผมจำเป็นต้องใช้บริการของรพ.เอกชนทั้งในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน โอกาสที่ ผมต้องใช้บริการของโรงพยาบาลในเครือ BGH มีสูงมากทีเดียว ปีพ.ศ. 2553 หลังจากที่วิชัย ทองแตง ควบรวมเครือโรงพยาบาลพญาไท และโรงพยาบาลเปาโล กับ BGH กลายเป็นกลุ่มที่มีโรงพยาบาลเครือข่ายมากที่สุดของไทย ปรากฏว่าหุ้น BGH
พุ่งขึ้นไม่หยุด จนราคาตอนนี้แตะ 165 บาทแล้ว แถมกำไรอื้อซ่า ตบท้ายด้วยนโยบายปันผลแก่ผู้ถือหุ้นในอัตราต้องไม่น้อยกว่า ร้อยละ 50 อืม...หุ้นอะไรน่าสนใจจัง ประกอบกับการมาของ นายแพทย์ประดิษฐ์ สินธวณรงค์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ที่นับว่าเป็นรมต.ที่ร่ำรวยเอาการจากพื้นฐานทางธุรกิจของตนเอง (รายละเอียดใน http://www.isranews.org/investigate/item/17341-เปิดขุมธุรกิจ“ประดิษฐ-สินธวณรงค์”รมต-ม้ามืด-รวยอู้ฟู่-1,400-ล้าน.html) โดยเขาเป็นผู้นำเข้าเฟอร์นิเจอร์แต่งบ้างในเครือแสนสิริกรุ๊ป นอกจากนี้ยังเคยทำงานในบริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) อีกด้วย สมมตินะ สมมติว่า คนสองคนที่น่าจะพอรู้จักกันบ้าง เพราะคนหนึ่งสนิทกับพี่ชายเรา อีกคนหนึ่งสนิทกับเรา เวลามีอะไรเขาทั้งคู่ก็น่าจะพอช่วยเหลือกันได้บ้างแหละ
ย้ำว่านี่เป็นเรื่องสมมติ เพราะผมว่ามันไม่น่าจะจริง คุณว่าไหม ผมยังพบข้อมูลว่า ช่วงเวลาที่ผ่านมา มีความพยายามผลักดันนโยบายให้ประเทศไทยเป็นเมดิคัลฮับ (Medical Hub) พร้อมกับปรับแก้หลักเกณฑ์รองรับการเข้าใช้บริการของกลุ่มอาหรับ โดยมีการตรวจวีซ่าแก่ชาวต่างชาติที่จะเข้ามารักษาพยาบาลในประเทศไทยกว่า 21 ชาติ
มีการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม Vat 7% แก่รพ.เอกชน เปิดโอกาสให้นักลงทุนจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาถือหุ้น รพ.เอกชนตามชายแดนได้ถึง 70% ดังนั้น แม้หลายคนจะบอกว่า รพ.เอกชนเขาก็ทำธุรกิจของเขาไป ไม่เห็นเกี่ยวอะไรกับนโยบายของรัฐบาล ผมว่าคงต้องคิดใหม่แล้วล่ะ เมื่อผมเห็นข้อมูล และเอากลุ่มทุน
ตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องมาเชื่อมโยงกันดูแล้ว ผมจินตนาการด้วยความเชื่อโดยสุจริตใจทันที ถึงเหตุผลลึกๆที่ นายประดิษฐ์ต้องการลดเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่าย และใช้ P4P กับโรงพยาบาลชุมชน(รพช.) หมอไทยเป็นหมอที่ขึ้นชื่อว่าดีที่่สุดในโลก การเปิดรพ.เอกชนต้องการหมอ แล้วหมอจะเอามาจากไหน หมอก็ต้องมาจากโรงพยาบาลของรัฐ ทั้งรพช.
โรงพยาบาลทั่วไป (รพท.)และโรงพยาบาลศูนย์ (รพศ.) เพราะแม้จะมีเสียงคัดค้านเพียงใดว่า การลดเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่ายในรพช.พื้นที่ปกติ (จำนวน 591 แห่ง จากรพช.ทั่วประเทศ 738 แห่ง)จะทำให้หมอไม่อยากอยู่รพช. รวมทั้งการใช้ P4P ที่ผิดหลักการนั้นจะทำให้องค์กรแตกแยก หมอจะล่าแต้มเป็นเครื่องจักรกัน
มองคนไข้เป็นตัวให้แต้ม ลดทอนคุณค่าหมอลงไป หมอไม่มีความสุข และหมอในโรงพยาบาลรัฐลาออก สุดท้าย ประชาชนในชนบทจะประสบกับปัญหาขาดแคลนหมอ แต่นายประดิษฐ์กลับไม่สนใจ ทำไม นายประดิษฐ์จะต้องลดเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่าย และดันเรื่อง P4P มาให้ทำในปีนี้ ทั้งที่โรงพยาบาล ส่วนใหญ่ยังไม่เตรียมความพร้อมที่จะใช้ P4P
และโรงพยาบาลนำร่องเองก็ออกมายอมรับว่า ยังไม่พร้อมที่จะใช้ในระดับประเทศให้ได้ หรือต้องการให้หมอออกไปอยู่รพ.เอกชนที่กระจายไปตามภูมิภาคต่างๆ ให้ทันเปิด AEC ในปี 2558 รองรับลูกค้าต่างชาติรวยๆ เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้แล้ว หากท่านอ่านแล้วเห็นด้วยกับข้อมูลและจินตนาการโดยสุจริตใจของผม
โปรดแชร์ให้ประชาชนทั่วไปรู้ว่า อนาคต คนจนคนยากในชนบทกำลังจะได้รับบริการสาธารณสุขชั้นสองจากโรงพยาบาลของรัฐ คนต่างชาติและคนไทยที่พอจะมีฐา
นะเท่านั้น จึงจะมีโอกาสในการรับการรักษาที่มีคุณภาพจากรพ.เอกชนชั้นนำที่ดูดหมอเก่งๆไปอยู่ด้วย เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะในประชาชนในชนบท ประชาชนต้องได้รับข้อมูลและเกิดจินตนาการโดยสุจริตใจว่า
นายประดิษฐ์กำลังทำให้พวกเขาเป็นพลเมืองชั้นสอง ตอนนี้ ประชาชนต้องร่วมลุกขึ้นมาปกป้องประโยชน์ของพวกเขาด้วย ประชาชนต้องกล้าถามนายประดิษฐ์ว่า ทำไมจึงทำเช่นนี้ ไม่ห่วงชีวิตของประชาชนและลูกหลานของพวกเค้าในชนบทบ้างหรือ ประชาชนเอ๋ย อย่าปล่อยให้ผ่านไปโดยไม่สนใจ เพราะวันหนึ่งข้างหน้า
หากท่านกลายเป็นพลเมืองชั้นสองเสียแล้ว วันนั้น หากจะมาเรียกร้องหาความเป็นธรรม มันก็สายไปเสียแล้ว