Groups
Groups
Sign in
Groups
Groups
MBA KKU X5 Weekday @ Bangkok
Conversations
About
Send feedback
Help
ความจริงอันน่าตกใจ! เมื่อผู้ส่งเงินประกันสังคมเกือบล้าน ไม่ทราบว่าตนเองจะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ใดๆ จากประกันสังคม!!!
4,127 views
Skip to first unread message
budsaba maneechan
unread,
Jul 27, 2012, 7:53:27 AM
7/27/12
Reply to author
Sign in to reply to author
Forward
Sign in to forward
Delete
You do not have permission to delete messages in this group
Copy link
Report message
Show original message
Either email addresses are anonymous for this group or you need the view member email addresses permission to view the original message
to x5...@googlegroups.com, ป้าโอ่ง, Narumol Choksamai
ความจริงอันน่าตกใจ! เมื่อผู้ส่งเงินประกันสังคมเกือบล้าน ไม่ทราบว่าตนเองจะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ใดๆ จากประกันสังคม!!!
จากปัญหาที่ดิฉันได้ประสบพบเจอมาด้วยตนเองเรื่องเบิกประกันสังคมไม่ได้
ทำให้ต้องลงมือค้นหาความเป็นมาของเรื่องราว และได้พบสิ่งที่น่าตกใจมาก!
เมื่อได้ทราบว่า มีผู้ส่งเงินสมทบมากมายที่จะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ใดๆ จากประกันสังคมเลย
และคนผู้นั้นจะไม่มีวันรู้เรื่องนี้ จนกระทั่งวันที่ไปขอรับเงินทดแทนก้อนใหญ่
และเมื่อนั้น ประกันสังคมจะถอดชื่อคุณออก และคืนเงินให้คุณโดยจะถูกหักออกถึงเกือบ 40%
นี่คือหลากหลายกรณีของผู้ประกันตนผู้ซึ่งไม่รู้อิโหน่อิเหน่ว่าตนเองส่งเงินไปให้เขาฟรีๆ
_________________________________________________________________________
"นายจ้าง" ไม่มีสิทธิ์ทำประกันสังคม
ผมทำประกันสังคมตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2545 เพราะเห็นโฆษณาทางทีวีว่า แม้จะประกอบกิจการคนเดียว ขายก๋วยเตี๋ยวรถเข็น ก็สามารถทำได้
ผม เปิดมินิมาร์ท เริ่มต้นมีลูกน้องคนเดียว ทำประกันสังคม 2 คน ตัวผมกับลูกน้อง โดยจ่ายเงินสมทบไม่เคยขาด จนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2553 จ่ายเงินสมทบไปแล้วทั้งหมด 94 งวด เฉพาะผมคนเดียวเป็นเงินประมาณ 89,300 บาท
ต่อมาวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2553 ผมไม่สบาย ไปรักษาที่โรงพยาบาลเลิดสิน โรงพยาบาลแจ้งว่า ไม่มีสิทธิ์รักษาแล้ว สงสัยว่า ผมไม่ได้จ่ายเงินสมทบ ผมอายมาก รอจนถึงวันจันทร์จึงโทรศัพท์สอบถามไปที่สำนักงานประกันสังคม
เจ้าหน้าที่ประกันสังคมตอบว่า ผมถูกตัดสิทธิ์ เพราะเป็นนายจ้าง ทำประกันสังคมไม่ได้ ผมถามว่า ทำไมไม่แจ้งกันก่อน ความจริงผมทำงาน 2 ที่ คือเป็นลูกจ้างอีกบริษัทหนึ่งอยู่ด้วย ถ้ารู้ก่อน ผมจะได้แก้ไข โดยย้ายชื่อไปทำกันสังคมกับอีกบริษัทหนึ่ง เจ้าหน้าที่ประกันสังคม บอกว่าให้ผมไปรับเงินส่วนที่เหลือคืน ในวันที่ 19 กรกฎาคมที่ผ่านมา เป็นเช็คจำนวนเงิน 53,600 บาท
ผมคำนวณแล้ว ประกันสังคมหักไป 40% แล้วทำไมต้องตัดสิทธิ์อย่างอื่นผมด้วย เพราะผมทำประกันสังต่อ แต่ทางประกันสังคมนับหนึ่งใหม่ โดยไม่รวม 8 ปี ที่ผมเคยทำประกันสังคมมา ไม่ยุติธรรมเลย ถ้าประกันสังคมเห็นว่า นิติกรรมที่ผมทำกับประกันสังคมเป็นโมฆะตั้งแต่แรก ต้องคืนเงินที่ผมส่งๆ ไปทั้งหมด แต่เมื่อคืนไม่หมด ก็น่าจะคงสิทธิ์อย่างอื่นของผมไว้ โดยเฉพาะสิทธิ์การนับจำนวนปีของผู้ทำประกันตน เพราะผมทำประกันโดยบริสุทธิใจ หลักฐานต่างๆ ก็ชัดเจน ถ้าผิดก็น่าจะบอกกล่าวเสียก่อนเนิ่นๆ ผมจะได้แก้ไขทัน ไม่ใช่อยู่ๆ ก็มาตัดสิทธิ์โดยไม่บอกกล่าวเช่นนี้ เสียความรู้สึกมาก
สำเริง
ตอบ
น.ส.ดวงพร พรพิทักษ์พันธุ์ ผู้อำนวยการ สำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่ 11 ชี้แจงว่า คุณสำเริงเป็นเจ้าของกิจการตามกฎหมาย ไม่สามารถขึ้นทะเบียนประกันสังคมได้ ส่งเงินสมทบมา 8 ปี ก็เสมือนไม่ได้ส่ง เพราะไม่เข้าเงื่อนไข พ.ร.บ.ประกันสังคม
ในช่วงเวลาที่ส่งเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมตั้งแต่ปี 2545-2553 รวมระยะเวลา 8 ปี ทางประกันสังคมยังไม่พบว่า คุณสำเริงเป็นนายจ้าง จึงยังได้รับความคุ้มครองจากสวัสดิการของสำนักงานประกันสังคมตามปกติ แต่มาทราบภายหลัง เนื่องจากมีการตรวจสอบพบ จึงได้ทำหนังสือแจ้งให้คุณสำเริงทราบว่า การเป็นผู้ประกันตนของคุณสำเริงเป็นโมฆะ เนื่องจากมีฐานะเป็น "นายจ้าง"
หากเจ้าของกิจการไม่เห็นชอบในคำวินิจฉัย สามารถอุทธรณ์ได้ภายใน 30 วัน และแจ้งให้คุณสำเริงไปติดต่อรับเช็คในส่วนของเงินชราภาพที่ส่งสมทบเข้าไป จำนวน 5 หมื่นกว่าบาทคืน ยกเว้นส่วนที่หักไว้กรณีเจ็บป่วย คลอดบุตร ทุพพลภาพ และเสียชีวิต จะไม่ได้คืน เนื่องจากตั้งแต่ปี 2545-2553 สำนักงานประกันสังคม ได้ให้การคุ้มครองผู้ประกันตนมาโดยตลอด โดยจ่ายเงินเหมาจ่ายค่ารักษารายหัวให้แก่โรงพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิ์ทุกปี
ผอ.ดวงพร บอกว่า คุณสำเริงรับเช็คไปเรียบร้อยแล้วตั้งแต่วันที่ 19 ตุลาคมที่ผ่านมา
ด้านศูนย์สารนิเทศ สำนักงานประกันสัมคม รับทราบเรื่องร้องเรียนแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างรอท่านเลขาธิการ สำนักงานประกันสังคม เซ็นอนุมัติคำชี้แจง...
-----------------------------------------------
ประกันสังคมร้อนๆสำหรับกรรมการบริษัท (เล็กๆ)....ด่วน!
สามีและดิฉันเป็นสถาปนิกทั้งคู่เปิดบริษัทรับออกแบบสถาปัตยกรรม ตั้งแต่งปี 2534
เป็นบริษัทเล็กๆ มีสามีเป็นกรรมการผู้จัดการ
จนเมื่อปี 2545ได้เข้าสู่ระบบประกันสังคม ซึ่งทุกบริษัทเล็กบริษัทน้อยที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไปก็ต้องยื่นเข้าทั้งหมด
และได้จ่ายประกันสังคมตามฐานเงินเดือนที่แจ้งตามบัญชีเงินเดือนที่แสดงกับกรมสรรพากร
ได้รับอนุมัติบัตรประกันสังคม และโรงพยาบาลรวมถึงสิทธิต่างๆตามหลักเกณฑ์ของประกันสังคมมาตลอด
( เคยได้รับค่าทันตกรรมทดแทน ) และทางเราก็จ่ายเงินทุกส่วนครบมาโดยตลอด
แต่กันยายนปีที่ผ่านมาบริษัทแจ้งหยุดดำเนินการเพราะไม่มีรายได้
ดิฉันและสามีจึงไปยื่นประกันตนเองตามมาตรา39 เพื่อคงสภาพประกันสังคมไว้ให้ต่อเนื่อง
แต่ปรากฏว่า ประกันสังคมแจ้งว่า เราไม่มีสิทธิ เพราะสามีถือเป็นนายจ้าง(ไม่สามารถตีความเป็นลูกจ้างได้ )
ส่วนดิฉันเป็นภรรยาไม่จัดเป็นลูกจ้าง เราสองคนไม่สามารถทำมาตรา39ได้
และทางประกันสังคมยังแจ้งว่าขณะนี้ได้ทยอยถอดกรรมการบริษัทต่างๆออกจากประกันสังคม
โดยเป็นการพิจารณาภายใน
ดิฉันขอตั้งคำถามว่า
1) ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ประกันสังคม เรียกเก็บเงินและอนุมัติประโยชน์ทดแทนมานั้นหมายความว่าอย่างไร
2) มีการตีความว่ากรรมการผู้จัดการในลักษณะเจ้าของกิจการเป็นนายจ้างไม่เข้าข่ายประกันสังคม
แล้วคุณเก็บเงินทำไม และหากมีการยกเลิกเป็นโมฆียะทำไมไม่มีประกาศ หรือจดหมายมายังบริษัทต่างๆ
ให้รับรู้ทั่วกัน ถึงแม้เราจะชี้แจงว่ากรรมการผู้จัดการก็เป็นลูกจ้างบริษัท ทำงานรับเงินเดือนทุกเดือน
ถ้าเราไม่ไปยื่นม.39 เราก็จะต้องส่งเงินไปเรื่อยๆจนกว่าจะไปยื่นขอประโยชน์ทดแทนจึงจะรู้ว่าไม่มีสิทธิ!
3) ถ้ากรรมการบริษัททั้งหมดที่อยู่ในระบบประกันสังคมแต่ไม่มีสิทธิ หยุดส่งเงินพร้อมกันหมดจะทำให้เงินหายไปจากระบบเป็นจำนวนมาก
ทางประกันสังคมเลยใช้วิธีเป็นหนังสือเวียนภายในถอดออกเป็นรายๆไม่มีเสียงหรืออำนาจต่อรอง
ทางเจ้าหน้าที่บอกว่าถ้าไม่พอใจให้ไปฟ้องศาลเอา ถามว่าบริษัทเล็กๆหรือบริษัทใหญ่ๆก็ตามคงคิดว่าช่างมัน
แต่หากมาคิดดูจะพบว่าไม่เป็นธรรม
4) ทางประกันสังคมแจ้งว่าเมื่อถอดออกแล้วจะคืนเงินประมาณ 70 % ถามว่าอีก30%ไปไหน และถ้าเป็นโมฆียะควรคืนเงินทั้งหมดรวมดอกเบี้ย?
5) ประเด็นที่ตีว่าดิฉันเป็นภรรยาของสามี ไม่ถือเป็นลูกจ้างนั้นยิ่งเป็นความงี่เง่าที่สุดในการตีความ
เป็นการไม่ส่งเสริมสถาบันครอบครัว ต่อไปผู้หญิงเมื่อแต่งงานก็จะไม่ยอมจดทะเบียนสมรสมากขึ้น
ไม่ว่าคุณจะสามารถร่ำเรียนมาแค่ไหนเมื่อเปลี่ยนนามสกุลคุณจะหายไปจากสังคม?
6) การประกันสังคมเป็นเรื่องดีสำหรับประเทศ เพื่อทำให้รัฐรับผิดชอบต่อผู้ที่มีรายได้หรือผู้ทำงานน้อยลง
เป็นการแบ่งเบาภาระรัฐขั้นพื้นฐาน แต่กรรมการประกันสังคมกำลังทำอะไรอยู่ อย่างนี้ควรเรียกกองทุนประกันลูกจ้างมากกว่า
7) ทุกวันนี้ประกันสังคมก็ยังดำเนินการเก็บเงินจากกรรมการบริษัทต่างๆอยู่
เพื่อที่จะยกเลิกแล้วคืนให้70% ไม่มีความโปร่งใส ควรหยุดเก็บเงินจากกรรมการบริษัทต่างๆได้แล้ว
จึงขอแจ้งข่าวการหมกเม็ดของประกันสังคมมายังพวกเราทุกคน และขอเรียนถามพี่ๆที่มีหน้าที่รับผิดชอบช่วยเหลืออยู่ในสภาสถาปนิก
และสมาคมฯช่วยดูแลผลประโยชน์ของสมาชิกด้วย เพราะการสอบถามหรือตรวจสอบชี้แจงในฐานะองค์กรทางวิชาชีพ
จะมีน้ำหนักมากกว่า โดยเฉพาะเพื่อไม่ให้ขัดกับการขึ้นทะเบียนนิติบุคคลของสภา
ที่ต้องมีผู้ที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบวิชาชีพไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งเป็นกรรมการบริษัท
เมื่อเป็นเช่นนั้นทางประกันสังคมจะตีความว่าเราเป็นเจ้าของ(ส่วนใหญ่ก็เป็นเจ้าของ)
ถือเป็นนายจ้างทันทีก็จะเป็นสถาปนิกที่ไม่มีแม้แต่ประกันพื้นฐานใดๆเลย
ที่มา:
www.asa.or.th/?q=node/93224
Reply all
Reply to author
Forward
0 new messages