“คำว่า ‘องค์รหัส’ เห็นว่าจะพึงมีอยู่ ๙ รายการ หากค้นหาในฉบับพร้อมอรรถกถา
ทว่าพิมพ์ผิดเขียนผิดเสียคำหนึ่ง ผิดรูปสระ! ทำให้เมื่อค้นหาแล้ว
ย่อมจะพบแต่เพียงแค่ ๘ รายการ ดังนี้ นัยในแห่งเรื่องพวกนี้ แต่งคำเขียน
หรือพูด ให้ดีหน่อย จะกล่าวแก่ธิดาท่าน ในหมู่นักตำราก็จะดีกว่าหน่อย
เพราะอาจที่จะลดความประเจิดประเจ้อโฉ่งฉ่าง ลงได้
เพราะหันออกไปสู่ความละเอียดทางอารมณ์ของอรรถะ พยัญชนะ และรส
ในการร้อยเรียงไปตามแง่มุม และกลเกณฑ์แห่งตำรับตำรา ดังนั้น
เมื่อพูดเมื่อกล่าวกันไปในข้อละเอียด หรือคุณทางกามคุณประโลมโลก
อันจรดแก่บันเทิงคดี และสารคดีทั้งหมดทั้งหลาย โดยมาก ในทางปกรณ์หรือคำเก่า
ก็สนใจกันมาก ในนัยของคำที่เรียกว่า ‘องค์รหัส’ ตกแต่ยังมิต้อง เติม! ก อักษร
ก ไก่ ลงไป แต่ความที่เป็นคติ หรือคดีความกันมากในโลกปัจจุบันนี้ อันจะว่า
เหตุ-ผล หรือกล! การ ‘โกงรหัส!’ ให้เสียเงินเสียทอง หรือชีวิตต้องได้พังทลาย
ยิ่งกว่านั้น, ดังนั้น ศัพท์แห่งประโยค วรรค และวาระ ต่อไปนี้ จึงใส่ใจคำว่า
คำว่า ‘องค์รหัส’ หรือ องค์อรหันต์ อรหัต- นัยอย่างไร? ก็แล้วแต่
แต่เรื่องวาบหวาม แห่งธิดาท่าน และแก้วกัลยาประดาต่างๆ ในพระไตรปิฎกนี้
ย่อมน่าสนใจกว่า
เรื่องชั่วช้าลามกที่มิได้มีใดอ้างเหตุลงในสื่อออนไลน์นี้อยู่อย่างมากมาย
และเป็นตัวอย่างจรดไปจนถึงตัวบท หรือปัญหาแก่อาการทางใจ และกาย
แห่งตัวอย่างคืออย่างนางพระภิกษุณี นั่นเอง เพราะแต่บุรุษ หรือฝ่ายภิกษุ
ตำราท่านไม่เห็นใช้คำว่า ‘องค์รหัส’ แล้วก็น่าที่จะเป็นข้อวิจัย แก่ศัพท์
แห่งประโยค วรรค และวาระ ที่ได้ยกขึ้นแสดง มาแก่ภาษาไทยแล้วต้องกรอง
คือตัวบทอักษรไทย ก็จะต้องกรอง เพราะอักษรไทยมิใช่จะได้ว่าจำกัดไว้
อันจะให้เขียนแต่ปกรณ์หรือคัมภีร์วิเศษเท่านั้น เพราะไม่ว่าจะสารคดี
บันเทิงคดี หรือบำเรอประโลมโลกอะไร นัยความแห่งภาษาไทยพื้นฐาน ย่อมเอาหมด
แต่การมาโยงมาตอบเพื่อยกขึ้นสู่บทวิจัยวิเคราะห์ อาณัติสัญญาปวงสำคัญอย่างยิ่ง
ยิ่งขึ้น คือได้เห็นว่า ควรที่จะได้มีชั้นสะอาด หรือชั้นที่กลั่นตัวกว่าปกติ
ยิ่งขึ้นไปอีกชั้นหนึ่ง เพราะมรดกวัฒนธรรม และภาษาของชาติเราเรา
มีความกว้าง-แคบ ลึก-สูง ไปถึง หรือพ้นที่ ที่จะแตะแค่ว่าด่ากันมันปาก
หรืออร่อยอารมณ์แค่ชั่วชั้นนั้นเท่านั้น
ดังนี้ ก็ต้องมาเข้าชี้แจงว่า ถ้ายกข้อหมิ่นเหม่คุณธรรม
หรือหมิ่นเหม่ความระเริงกาม เข้ามาว่ากล่าวโดยด้านหน้า มิใช่ในที่หวง
คือกล่องข้อความ คือนิยมวัฒนธรรมซูเปอร์แมน
ว่ากลับกางเกงในเอาออกมาไว้เป็นกางเกงนอก
ว่าเรื่องหมิ่นเหม่เป็นบทตั้งกันโดยตรงไปเลยทั้งอย่างนั้น ดังนี้
ยิ่งต้องยกความมีปาฏิหาริย์ อัศจรรย์ วิตถาร แลพิสดาร
ความซึ่งความแห่งพระไตรปิฎก หรือปกรณ์คัมภีร์ตำราเก่าๆ เข้ามาทานมาเทียบ
ฉะนั้นเมื่อไปสู่เรื่องเฉียดฉิว หมิ่นเหม่ หรือลวงใจกันในทางบำเรอหรือประโลม
ก็พึงต้องคิดถึงคำว่า ‘องค์รหัส โกงรหัส หรือองค์อรหัต’
คือย่อมคิดไปกันดังนี้ไปเสียเลย เพราะต้องตั้งข่าย ตั้งกระทำ
แต่ความโน้มไปในทางแง่เดียวอย่างเดียว ประการเดียวได้ เพราะเรื่อง
‘ติ!สุขทุกชนิด กับ ความ ที่ ติด!สุขทุกชนิด ต่างกันนิดเดียวเท่านั้น’
คืออยู่ตรงที่เราจะเติม หรือไม่เติม หรือว่าถ้าเติมจะเติมอะไร?
เพราะจะอวดคนของตน บุตรของตน ธิดาของตน เราเอง หรือผู้คนในข่ายที่อวดไม่เป็น
ย่อมไม่มีปัญญาจะอวด เช่นนั้น, ดังนั้น เมื่อกล่าวถึงแต่บุตรท่าน หรือธิดาท่าน
ดั่งนั้นแล้ว ดี ก็ควรจะได้พึงยกขึ้นนำมาตีแผ่ สังเคราะห์
แลวิเคราะห์กันไปในทางตำรา, ซึ่งย่อมให้ได้อุทาหรณ์ได้ดีนักเลยเชียว ว่า
‘เมื่อแต่รู้หนังสือ อ่านหนังสือออก จำหนังสือได้ ว่าดีนักแล้ว
ก็ยังไม่ดีเท่ากับรู้รหัส เพราะว่า หากได้รหัส หรือได้รู้รหัส
ย่อมอาจได้ดีมีเงินทอง ดียิ่งกว่ารู้หนังสือ’”
با احترام،
Phra Nirut Cittasamvaro Jotilipikara |
91sia...@gmail.com