“อาจที่พึงจะต้องให้แสดงสมุฏฐานเสียก่อน ว่าความแต่คลองแห่งมโนทวาร
หรือความมาแต่คลองจักษุ หรือสัญญาซึ่งจักขุประสาท ฉะนั้น มีภาคีต่อกัน
หรือมีภาคีร่วมกันอย่างไร? เพราะการบัญญัติศัพท์ขึ้นใช้
หรือได้ให้กำหนดถึงการใช้ภาษาธรรมเป็นตัวบท
หรือเป็นตัวกำหนดแก่ทางซึ่งคติดังกล่าว, เพราะที่พึงแสดงสมุฏฐาน หรือแต่งคำ
หรือแต่งบัญญัติ ตามญัตติดังนั้นไปตามคลองธรรม
เช่นคลองธรรมที่จะต้องพิพากษาอยู่แต่โดยเริ่มอยู่แล้วว่า นิ่ง! คือเห็นชอบ
หรือเห็นด้วย เปล่งวาจา! หรือมีหนังสือแสดงเจตจำนง ชื่อว่ายังไม่เห็นชอบ
หรือยังไม่เห็นด้วย, ก่อนที่จะระบุ จรดถึงสมุฏฐาน ที่พึงให้มีภาคีร่วม
ด้วยแสดงได้ว่า เป็นสมุฏฐานกาย หรือเป็นสมุฏฐานจิต ในนัยแห่งวัตถุธรรม ดังนั้น
หรือในวัตถุข้อมูลดังนั้น
เพราะการกระทำพระภาค คือภาคต่างๆ ไม่ว่า จะเป็นความอุตริวิเศษ หรือสามัญวิเศษ
พึงได้สมมติ คือได้มีความแจ้งชัดปรากฏโดยสมุฏฐานเป็นตั้งต้นก่อน
เพราะทุกอย่างของความปรากฏ ล้วนเป็นเรื่องแห่งอาณัติสัญญาโดยนิรุตติธรรม
ซึ่งพระภาค สภาค และวิสภาค แห่งองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่มีอยู่ตลอดกัป
หรือตลอดพุทธาภิสมัยนี้ อยู่ทั้งหมด แล้วทั้งนั้น, ดังนั้นเมื่อมีการร้อง
หรือโจท ด้วยความมุ่งหมายที่จะให้ปรากฏความมีอลังการ
หรือมุ่งหมายที่จะปฏิบัติตน ต่อสัจสัญญา อันเป็นสมมติโดยธรรม
ตามที่ตนเองได้เคยแถลง โดยที่ได้ปรารภโอกาส ในการที่จะกระทำชื่อให้เป็นจริง
กระทำสัญญาตามปฏิญาณให้เป็นจริง ฉะนั้น ความตามสมุฏฐานดังนั้น
ย่อมเป็นอันยกขึ้น เป็น ความแห่งองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้
คือให้กำหนดเป็นภาคี ที่พึงได้กระทำแล้วประพฤติไปสู่เป้าหมายได้
ยกตัวอย่างเช่นว่า มีเรื่อง เช่นว่า อุบาสกนาค ฟ้อง! หรือแสดงเจตจำนง ยกคำร้อง
ว่าตนได้ให้ปฏิญาณตนแล้ว ในท่ามที่ประชุมแห่งมหาสมาคม ‘ว่าจะทำชื่อให้เป็นจริง
ว่าจะทำปฏิญาณให้เป็นจริง’ ในการ ในอาการ ในกรณีแห่งการบำเพ็ญทศธรรม
คือขันติบารมี, แต่ทว่า ปรากฏเหตุ หรือปรากฏเรื่องว่า มีเหตุอาพาธ
อันตรายขัดขวาง หรือเจตนาทุจริต อย่างใดๆ โดยอาการที่กระทำอันตรายขัดขวาง
ด้วยหวังจะให้อุบาสกนาค มิได้ประพฤติขันติบารมี ตามที่ให้ปฏิญาณ ดังนั้น
อุบาสกนาค ย่อมกำหนดให้มีดำริความตรึก คืออุบาสกนาค ย่อม ขวนขวายสาธก การ มี
ดำริ!คิด แล้ว ทำ!ลิขิต ซึ่งความจำนง แก่การยกคำร้องนั้นได้,
เพราะได้เห็นอยู่แล้วว่า หรือมีความประจักษ์แจ้งชัดเนื่องในวัตถุพยาน
แลสักขีพยานอย่างอื่นๆ ที่ส่องให้เห็นได้ว่า ความสมภาพ อย่างหนึ่ง
เกิดเป็นอาพาธอันตราย หรือกรรมทุจริต
โดยที่มิได้กำหนดถึงการยกขึ้นซึ่งธรรมอันเป็นธรรม ต่อปฏิญาณ ของอุบาสกนาค เลย
ฉะนั้น ภาคีดังกล่าวนั้น จึงพึงให้ ทำ!ลิขิตได้
จนกว่ากรรมจะจรดถึงความจริงสูงสุด ตามการยกขึ้นแห่งคำร้อง”
よろしくお願いいたします。
1ltQrUgWU0YvhJoqyH3o2rIagkHAK2K10 |
tipit...@gmail.com