Proper conduct to systems is required, Page 102. ☺
“เรื่อง ‘ในทางกันดาร กินเนื้อบุตร’ โดยมากแล้ว (เสพตลอด, ลักตลอด, ฆ่าตลอด, อวดตลอด) นักอ่าน ย่อมคิดถึง ศัพท์ ในหมวด ๑๐ คือ กิเลส ๑๐ ข้อที่ว่า ธรรม คือ อหิริกะ, เพราะโดย แรก ๆ เมื่ออ่านแบบแยกศัพท์ เป็นตัว ๆ หลังจากที่อ่านอย่างเอาความ มาโดยมากแล้ว นั้น นักอ่าน ฉะนั้น หรือภาวนิก ฉะนั้น ย่อมพิจารณา ลงแต่แค่ว่า เป็นเรื่อง คำโดด ๆ หรือ คำผสม, แล้วประกอบอยู่ด้วย สระโดด หรือ สระผสม ซึ่งได้ใช้ความพยายามที่จะแยกให้เห็น คือให้รู้ความร่วมกัน ของภาษาต้นกัป หรือภาษาดั้งเดิม ทั้ง ๕ อย่าง ในมหาวาระ คือภัทรวารกัป ว่าพึงเป็นอย่างไร?, โดยรวบความ จึงว่า ‘กินเนื้อบุตร ในทางกันดารนี้’ เป็น อหิริ (คิดจะกิน) หรือ เป็น อหิริกะ (เป็นนักกิน)
จากนั้น เข้าใจแล้วว่า ‘นักรักไม่กิน นักกินไม่รัก’ เป็นเรื่องของ ศัพท์ อารัพภธาตุ, ว่า ‘นักรักก็กิน นักกินก็รัก’ ว่าเป็นเรื่องของ ศัพท์ นิกกมธาตุ, และว่า ‘ไม่รักไม่กิน ไม่กินไม่รัก’ ว่าเป็นเรื่องของ ศัพท์ ปรักกมธาตุ, ฉะนั้น จึงสืบได้ แล้วให้ไปสู่ปริยาย แห่งวาระ หรือมหาวาระนั้น คือ กล่าวถึง ธัญญบูชา กล่าวถึง ยัญญบูชา และกล่าวถึง ความอย่าง สัญญบูชา, คือสืบว่า สิ่งรู้ อันคืออัญญกิจ ‘ในทางกันดาร กินเนื้อบุตร’ นั้น ภาษาต้นกัป คือสมัยพระพุทธเจ้ากกุสันธะ ภาษาติวรา จะกล่าว อหิริกะ อย่างไร? เพราะอะไร?, ภาษาต้นกัป คือสมัยพระพุทธเจ้าโกนาคมนะ ภาษาโรหิตัสสะ จะกล่าว อหิริกะ อย่างไร? เพราะอะไร?, และหรือปัจจุบัน นี้เอง ภาษาต้นกัป คือสมัยพระพุทธเจ้าโคตมะ ภาษามาคธะ จะกล่าว อหิริกะ อย่างไร? เพราะอะไร? (เจตนาว่าเป็นกรรม)
จรดกระทั่ง ไปถึง ปาลีสมัย คือเรื่องภาษาต้นกัป คือสมัยพระพุทธเจ้าเมตตรัยยะ ภาษาปาลิ อริยกภาษา จะกล่าว อหิริกะ อย่างไร? เพราะอะไร?, เพราะสิ่งต่าง ๆ สำหรับภาวนิก หรือผู้ที่ตั้งมั่นอยู่ใน สุกขวิปัสสกปัญหา และสุกขวิปัสสกปัญญา ย่อมแต่จะยังมิพึง เล็งเห็นว่า ศัพท์ว่า อหิริ และคำว่า อาหาระ เป็นบาทพระคาถา เป็นบทพระคาถา ที่เป็นความคนละความ ละอย่างกัน เมื่อกล่าวถึง ‘ภาษาต้นกัป, พรหมลิขิต, หรือพระตถาคตลิขิต’ หรือเมื่อต้องจำแนกแจกแจง ไปในเรื่อง ‘สารตั้งต้น, ภาษาต้นกัป และบทแห่งพระมนูธรรมศาสตร์’, ดังนั้น ภาวนิก ผู้ยังสืบเสาะ มั่นคง ในทางแห่งธรรม จึงใส่ใจ พร้อมทั้งพิจารณาแบบแยกศัพท์ และพิจารณาอย่างเอาความ หรืออ่านอย่างที่จะต้องกินความหมาย นั้น
โดยที่สุดบท ด้วยทางแห่ง ‘ชื่อ บัญญัติ และภาษา’ ภาษาติวรา ด้วยความแห่งต้นกัปสมัยพระกกุสันธพุทธเจ้า จึงกล่าว กรรม อย่าง อหิริกะ ฉะนั้น ว่าเป็นธัญญกิจ เป็นสัญญาญาณ, ภาษาโรหิตัสสะ ด้วยความแห่งต้นกัปสมัยพระโกนาคมนะพุทธเจ้า จึงกล่าว กรรม อย่าง อหิริกะ ฉะนั้น ว่าเป็นยัญญกิจ เป็นสัญญาญาณ, ภาษาปาลิ หรืออริยกภาษา ด้วยความแห่งต้นกัปสมัยพระเมตตรัยยะพุทธเจ้า จึงกล่าว กรรม อย่าง อหิริกะ ฉะนั้น ว่าเป็นอัญญกิจ และสัญญกิจ เป็นสัญญาญาณ, ดังนี้แล้ว โดยมากนักอ่าน พึงเข้าใจ ถึงการที่ต้อง เสพตลอด, ลักตลอด, ฆ่าตลอด, อวดตลอด, ซึ่งภาวนิกที่เป็นนักอ่าน ย่อมเทียบกับการหายใจนั่นเอง เรื่องการกิน ที่ ว่า ‘หายใจออกคือคิดจะกิน หายใจเข้าคือการกิน, หายใจเข้าคือการแย่งชิงรุกราน หายใจออก คือการเบียดเบียนทำร้าย’ ดังนี้ เมื่อภาวนิกรู้อย่างนี้ จึงวางแผน จึงทำตามแผน ในอันที่จะเลี่ยงทางกันดาร ฉะนั้น”
Sadhu.
Pali Ariyakaーscript :
Chotiko