Fwd: FW: "บัวพ้นน้ำ ชื่อ หลวงตาบัว" โดยท่าน ว.วชิรเมธี

1 view
Skip to first unread message

panithan nichanonda

unread,
Feb 9, 2011, 12:22:27 PM2/9/11
to pussadee polsaram, anuc...@hotmail.com, Veleri Chow, chunqi...@hotmail.com, draar...@gmail.com, dauongtavanh koummalasy, ~Nong naraK~ JingJing, foo...@hotmail.com, Theerathorn Asawinwinijkul, goadap...@gmail.com, nguyen thi hong phuong, Nguyễn Hải Núi, russama jittawisutthikul, Panisara J., Luckana Kettrikul UTCC, keomanivone sayavongsa, know...@hotmail.com, li...@utcc.ac.th, mona_...@hotmail.com, Thakol Nunthirapakorn, priny...@hotmail.com, qllq...@hotmail.com, slum...@hotmail.com, Wachiraporn Uaphatanukul, utccm...@googlegroups.com, vorraka...@egco.com, 陆琼

Seize the day, Pakateer69


---------- Forwarded message ----------
From: Surat Turcot <surat...@hotmail.com>
Date: 2011/2/9
Subject: FW: "บัวพ้นน้ำ ชื่อ หลวงตาบัว" โดยท่าน ว.วชิรเมธี
To:


ประมวลภาพหลวงตาในวันมรณภาพ
 
 


 





 
To:


บัวพ้นน้ำ ชื่อ หลวงตาบัว

ว.วชิรเมธี 

 

การมรณภาพของหลวงตามหาบัว  ญาณสัมปันโน หรือ พระธรรมวิสุทธิมงคล อาจารย์ใหญ่ฝ่ายวิปัสสนากรรมฐาน นำความเศร้าโศกาลัยมาสู่ศิษยานุศิษย์ถ้วนหน้า นำธรรมสังเวช คือ ความรู้เท่าทันต่อสัจธรรมว่า สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นทั้งหมดล้วนมีความดับไปเป็นธรรมดา มาสู่ปวงปราชญ์ราชบัณฑิตอย่างทั่วถึง นำเอาข่าวใหญ่มาให้แก่บรรดาสื่อมวลชนให้ได้รายงานกันอย่างต่อเนื่องยาวนานเกินอาทิตย์ เกินเดือน และเกินปี


      มรณกรรมของหลวงตา สะท้อนให้เห็นถึงความตายของคนที่ ตัวตาย  แต่ชื่อยัง

      อันสอดคล้องกับพุทธวัจนะที่ว่า รูปํ  ชีรติ, นามโคตฺตํ    ชีรติ

  ซึ่งแปลว่า รูปร่างจะแตกสลาย  แต่ชื่อเสียงสกุลวงศ์ไซร้จะหยัดยงเป็นนิรันดร์ 

  

หลวงตามหาบัว  ญาณสัมปันโน     

เป็นศิษย์เอกรูปหนึ่งในบรรดาศิษยานุศิษย์ชั้นนำของหลวงปู่มั่น  ภูริทัตโต อาจารย์ใหญ่ฝ่ายวิปัสสนากรรมฐาน

   

เอกลักษณ์ของหลวงตาก็คือ ความถึงพร้อมด้วยวิชชา (ความรู้แจ้ง) และจรณะ (ความประพฤติ) หลวงตาเป็นพระที่แกล้วกล้าอาจหาญในการแสดงธรรม ทุกครั้งที่ท่านแสดงธรรม ท่วงทีลีลาของท่านเต็มไปด้วยความมั่นอกมั่นใจ ไม่มีครั้นคร้าม ดังหนึ่งราชสีห์กำลังบันลือสีหนาท ธรรมที่ท่านแสดงไม่ไช่สิ่งที่คัดลอกอ้างอิงมาจากผู้ใด แต่เป็นธรรมแท้ๆ อันหลั่งใหลออกมาจากใจของท่านเอง

         ขณะที่แสดงธรรมนั้นถ้อยธรรมกถาของท่านไหลหลั่งต่อเนื่องไม่ขาดสายเหมือนหนึ่ง ฝนห่าแก้ว ตกลงมาจากนภากาศ แม้ท่านจะชราภาพมากแล้ว แต่ความ คล่องแคล่วในธรรม ของท่านไม่เคยลดน้อยลงเลย ทุกถ้อยกระทงความจากปากของท่านล้วน ชัดถ้อย ชัดคำ ถึงแก่น ถึงพริก ถึงขิง เมื่อธรรมแท้ๆ นั้นไหลจากใจ จึงทะลุทะลวงเข้าสู่ใจของผู้ฟังอย่างดื่มด่ำ ด้วยเหตุนั้น จึงไม่ต้องแปลกใจว่า ทำไมศิษยานุศิษย์ของหลวงตาจึงมีอยู่อย่างมากมาย ไม่ใช่เรือนแสน หากแต่เป็นเรือนล้าน

                  จุดแข็งของหลวงตา ไม่ใช่เพราะหลวงตาเป็นพระที่มีอำนาจเฉกเช่นพระสงฆ์ในสายปกครอง หากแต่เป็นเพราะหลวงตา หยัดยืนเป็น พระแท้ ที่สงบ สง่า และเสงี่ยมงาม โดยไม่ต้องเติมเครื่องประดับใดๆ ทั้งสิ้น


 

ความงามที่แท้นั้นมากับความเรียบง่ายเสมอ 

                  หลวงตาก็เป็นเช่นนั้น น้อยครั้งมากที่ท่านจะนำเสนอตัวเองผ่านราชทินนามชั้นธรรม

                  แต่ท่านจะเรียกตัวเองว่า หลวงตา ซึ่งเป็นคำที่แสนสามัญ

                  แต่สำหรับผู้ที่รู้จักท่านเป็นอย่างดีย่อมรู้อยู่แก่ใจว่า แม้หลวงตาจะถ่อมตัวเพียงใด แต่ใครๆ ก็รู้ว่า เดชะบารมีทางธรรมของหลวงตานั้นสูงยิ่ง

 หลวงตาเป็นพระป่า แต่พระป่าอย่างหลวงตานั้น ไม่เคยทิ้งเมือง

                  ยามบ้านเมืองมีปัญหา หลวงตานำหน้าออกมาเตือนสติสังคมและช่วยเหลือสังคมอย่างเต็มที่ หลวงตาเคยกล่าวว่า ท่านจะใช้ธาตุขันธ์นี้เป็นครั้งสุดท้าย จากนี้ไป การเกิดใหม่ไม่มีอีก ดังนั้น สิ่งที่ท่านช่วยเหลือเกื้อกูลสังคม จึงถือเป็นการรู้จักใช้ประโยชน์จากธาตุขันธ์ (กาย-ใจ) ให้คุ้มค่าที่สุดก่อนที่ธาตุขันธ์นี้จะอันตรธานไปตราบอนันตกาล

         หลวงตาบัว คือ รูปธรรมของพระป่าที่ยืนยันอย่างชัดถ้อยชัดคำว่า โลกุตรธรรมยังคงมีอยู่ และตัวท่านเอง เป็นผู้ที่เข้าถึงสภาวธรรมนั้นแล้ว

                 
                           
การหยัดยืนเช่นนี้  โดยไม่เกรงข้อครหาว่าจะเป็นการอวดอุตริมนุสสธรรม นับเป็นการสร้างความมั่นใจในทางธรรมให้แก่ศิษย์ที่กำลังเร่งระดมความเพียร เมื่อมีผู้ทักท้วงว่าอาจเลยกรอบแห่งพระวินัยท่านกลับยืนยันว่า
คนรู้ของจริงไม่ให้พูด ส่วนคนที่รู้ไม่จริงกลับปล่อยให้พูดกันเกร่อ ทำอย่างนี้จะใช้ได้หรือ

          

 

                                        
                        
หากมองในเชิงบวก การหยัดยืนว่า โลกุตรธรรม เป็นสิ่งซึ่งยังคงอำนวยผลอยู่โดยมีตัวท่านเองเป็นพยานที่ยังมีชีวิตอยู่ให้เห็น ก็นับเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนร่วมยุคสมัยที่เริ่มจะหมดหวังกับพระสงฆ์ทั่วๆ ไป ให้ได้หันมาตระหนักว่า พระแท้ยังคงมีอยู่ นิพพานไม่ได้หายไปไหน ใครเพียรปฏิบัติ  มรรคผล นิพพาน  ก็ยังคงผลิบานรอให้ลิ้มชิมรสอยู่เสมอไม่เสื่อมคลาย

                 
                  
หลวงตา มีเดชะบารมีมาก มีศิษย์มาก และลาภสักการะมาก แต่หลวงตา ไม่เคยครอบครองสิ่งเหล่านั้นเป็นการส่วนตัว ท่านเปลี่ยนยศ ทรัพย์ อำนาจในทางธรรมของท่านให้เป็นประโยชน์เกื้อกูลกูลแก่ชาวโลกทั้งสิ้น

 

                  เมื่อท่านให้แก่โลก โลกจึงไม่เคยลืมท่าน
 

                 อันสอดคล้องกับสัจธรรมที่ว่า โลกจะไม่จำคนรวย   แต่จะจำคนผู้รู้จักให้

               

                  และเพราะหลวงตาเป็นพระป่าที่โดดเด่นที่สุด จึงไม่ต้องแปลกใจที่จะมีทั้งเสียงชื่นชม และเสียงนินทาที่มีมาตกต้องยังองค์ท่าน แต่หลวงตาบอกว่า ท่านไม่เคยหวั่นไหวในสิ่งเหล่านี้ ต่อให้มีคนจะมาลอบฆ่า ท่านก็ว่า ไม่เป็นไร เขาฆ่าตัวท่านได้ แต่ฆ่าธรรมในตัวท่านไม่ได้ มองในแง่นี้ ท่านจึงเป็นบัณฑิตที่ไม่หวั่นไหวต่อเสียงนินทาและสรรเสริญ

                

                  หลวงตาอยู่ในโลกมานานมาก  นานจนรู้ว่า  ธรรมดาของโลกนั้นเป็นอย่างไร

                  วันนี้ หลวงตามหาบัว  ญาณสัมปันโน  มรณภาพแล้ว

                  มรณภาพก็คือ ตาย

                  ตายนั้นมี ๒ อย่าง 

              ๑ ตายให้คนเล่า 

              ๒ ตายให้คนลืม 

                  หลวงตาเป็นผู้ที่ตาย (มรณภาพ) แล้วให้คนเล่า คือ บอกกล่าวเล่าขานถึงคุณูปการของท่านไม่รู้จบ ความตายของหลวงตานั้น สั่นสะเทือนตั้งแต่ทับกระท่อมไปจนถึงพระราชวังหลวง  ทะลุทะลวงออกไปจนถึงต่างประเทศ

                  หากหลวงตาเป็นคนเห็นแก่ตัว ชีวิตของท่านคงไม่มีคุณค่าถึงเพียงนี้
 

                  ตรงกันข้าม หลวงตาเป็นผู้ให้มาทั้งชีวิต พอถึงแก่อนิจจกรรมอันเป็นคติธรรมดาสามัญของสรรพสิ่ง  คนที่อยู่ข้างหลังต่างจึงยังรู้สึกเสียดาย อาลัยรัก หลั่งไหลไปกราบไหว้บูชาไม่สร่างซา

              

                ส่วนผู้ที่ตายให้คนลืมนั้นมีอยู่มากมายในสังคมไทยหรือในโลก คนบางคน ยังไม่ตายทำลายขันธ์ คนก็ตั้งใจที่จะลืม หรือจงใจที่จะมองไม่เห็นทั้งๆ ที่เขายังมีชีวิตอยู่ คนอย่างนี้ถึงมีชีวิตอยู่ก็เหมือนตาย  และคนเช่นนี้เองนับวันจะมีมากมายในบ้านเมืองของเรา

                  วันหนึ่ง เราทุกคนก็คงจะตายกันหมด

                  เราจะตายให้คนเล่าเหมือนหลวงตา 

                  หรือว่า เราจะตายให้คนลืมเหมือนทรราชในอดีต

                  ฝากไว้คิด พิจารณา โดยทั่วกัน !

                   

http://www.dhammatoday.com

http://www.facebook.com/v.vajiramedhi

http://twitter.com/vajiramedhi

http://www.youtube.com/vajiramedhi



 
 

  

สถาบันวิมุตตยาลัย

Vimuttayalaya Institute

๗/๙-๑๘ ถนน อรุณอมรินทร์ 7/9-18 Arunamarin Rd.
เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ ๑๐๗๐๐ Bangkoknoi Bangkok 10700
โทรศัพท์ ๐-๒๔๒๒-๙๑๒๓ Tel (+66) 0-2422-9123
โทรสาร ๐-๒๔๒๒-๙๑๒๘. Fax (+66) 0-2422-9128
อีเมล์ dhamm...@gmail.com
Email dhamm...@gmail.com   
เปิดทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 09.00-17.00 น.
(หยุดเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์)

News Update






Reply all
Reply to author
Forward
0 new messages