กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงการเมืองไทย เมื่อฝ่ายค้านออกมาตั้งคำถามถึงความโปร่งใสและการทำหน้าที่ของประธานสภาผู้แทนราษฎร ในการตรวจสอบพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงินมูลค่าสูงถึง 4 แสนล้านบาท หลายคนกำลังสงสัยว่ากระบวนการในสภาฯ กำลังถูกยื้อเพื่อเอื้อประโยชน์ให้ฝ่ายรัฐบาลจริงหรือไม่ คลิปข่าวจากเดลินิวส์นี้จะช่วยเจาะลึกคำชี้แจงจากปาก นายโสภณ ซารัมย์ ที่ออกมาตอบโต้อย่างชัดเจน พร้อมอธิบายขั้นตอนตามกฎหมายที่ประชาชนคนไทยทุกคนจำเป็นต้องรู้
Share:
"โสภณ"ซัดฝ่ายค้าน!เป็นกลางกู้ 4 แสนล้าน| ข่าวมื้อเย็น เดลินิวส์ 25/05/69
เจาะลึกปมร้อน พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท และบทบาทประธานสภาฯ
ประเด็นการกู้เงินจำนวนมหาศาลเพื่อขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล มักจะตามมาด้วยกระแสวิพากษ์วิจารณ์และกลไกการตรวจสอบที่เข้มข้นเสมอ ล่าสุดกรณี พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ได้กลายเป็นชนวนเหตุความขัดแย้งรอบใหม่ในสภาผู้แทนราษฎร เมื่อแกนนำฝ่ายค้านออกมาวิพากษ์วิจารณ์การทำหน้าที่ของ นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ว่าวางตัวไม่เป็นกลางและพยายามชะลอการตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญเพื่อตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณดังกล่าว
เพื่อตอบโต้ข้อกล่าวหาที่เกิดขึ้น นายโสภณ ซารัมย์ ได้ออกมาชี้แจงต่อสื่อมวลชนอย่างเป็นทางการ โดยยืนยันถึงความบริสุทธิ์ใจในการปฏิบัติหน้าที่ตามระเบียบข้อบังคับของประชุมสภาอย่างเคร่งครัด พร้อมปฏิเสธกระแสข่าวที่ว่าตนเองพยายาม "อุ้มรัฐบาล" หรือขัดขวางการทำงานของฝ่ายค้าน
สรุปประเด็นสำคัญจากคำชี้แจงของ นายโสภณ ซารัมย์
- ยันส่งเรื่องถึงศาลรัฐธรรมนูญแล้ว: ประธานสภาฯ ระบุว่าขณะนี้ได้ดำเนินการส่งคำร้องเกี่ยวกับ พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามอำนาจหน้าที่และขั้นตอนทางกฎหมายเรียบร้อยแล้ว จึงต้องรอความชัดเจนตามกระบวนการ
- ชี้ญัตติฝ่ายค้านไม่ใช่เรื่องด่วน: สำหรับกรณีที่ฝ่ายค้านยื่นขอตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญตรวจสอบ นายโสภณชี้แจงว่าเมื่อพิจารณาตามข้อบังคับแล้ว ญัตติดังกล่าวไม่ได้เข้าข่ายญัตติด่วนที่จะต้องเลื่อนขึ้นมาพิจารณาทันที แต่ทุกอย่างยังคงเป็นไปตามลำดับวาระ
- แนะวิปสองฝ่ายหันหน้าคุยกัน: หากต้องการให้การดำเนินงานในสภาฯ เป็นไปด้วยความราบรื่นและรวดเร็ว คณะกรรมการประสานงานร่วมสภาผู้แทนราษฎร (วิป) ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านควรหารือเพื่อตกลงร่วมกัน ซึ่งหากตกลงกันได้ก็สามารถเลื่อนวาระขึ้นมาพิจารณาได้ตามขั้นตอน
- เตือนนักการเมืองอย่าทำประชาชนสับสน: ประธานสภาฯ เน้นย้ำว่าการทำงานการเมืองยุคนี้ควรเน้นที่ผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริง ไม่ใช่การสร้างภาพหรือสื่อสารข้อมูลที่อาจทำให้สังคมเกิดความเข้าใจผิด
ทำไมประเด็นนี้ถึงสำคัญต่อประชาชน?
เงินกู้จำนวน 4 แสนล้านบาท ถือเป็นภาระผูกพันทางการคลังและเป็นภาษีของประชาชนในอนาคต การตรวจสอบความโปร่งใสในการจัดสรรงบประมาณจึงเป็นสิ่งสำคัญสูงสุด การที่ประธานสภาฯ ออกมายืนยันความเด็ดขาดและเป็นกลางในครั้งนี้ เป็นการตอกย้ำว่ากลไกนิติบัญญัติยังคงทำหน้าที่ตามขั้นตอนกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ประชาชนยังคงต้องจับตาดูผลการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และการทำงานร่วมกันของวิปทั้งสองฝ่าย ว่าจะเปิดทางให้เกิดการตรวจสอบที่โปร่งใสเพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติได้มากน้อยเพียงใด
