หลายคนกำลังตั้งตารอความชัดเจนของโครงการ 'คนละครึ่งพลัส' หลังเสร็จสิ้นการเลือกตั้งปี 2569 ล่าสุด ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ออกมาอัปเดตความพร้อมของระบบและแผนการเยียวยากลุ่มที่ยังเข้าไม่ถึงสิทธิในรอบแรก วิดีโอนี้จะช่วยไขข้อสงสัยว่าใครจะได้สิทธิก่อน วงเงินเท่าไหร่ และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในยุครัฐบาลใหม่จะมีทิศทางอย่างไรเพื่อให้คุณเตรียมตัวรับสิทธิได้อย่างถูกต้อง
Share:
"คนละครึ่งพลัส" ระบบพร้อม "เอกนิติ" ให้สิทธิกลุ่มตกหล่มก่อน l TNN ข่าวเช้า l 11-02-2026
อัปเดตความคืบหน้าคนละครึ่งพลัส เฟส 2 จากปาก 'เอกนิติ'
กระแสการกลับมาของโครงการ คนละครึ่งพลัส (Kon La Kreung Plus) เริ่มมีความชัดเจนมากขึ้นภายหลังการเลือกตั้งกุมภาพันธ์ 2569 โดย ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ยืนยันว่าได้สั่งการให้เตรียมความพร้อมของระบบไว้เรียบร้อยแล้ว เพื่อให้สามารถกดปุ่มเริ่มโครงการได้ทันทีเมื่อมีการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่อย่างเป็นทางการ
กลุ่มตกหล่น: ใครคือกลุ่มเป้าหมายแรก?
ประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือการให้ความสำคัญกับ 'กลุ่มตกหล่น' หรือกลุ่มประชาชนที่ยังไม่เคยได้รับสิทธิในเฟสแรก รวมถึงกลุ่มที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลและเข้าไม่ถึงเทคโนโลยี โดยมีแนวทางสรุปดังนี้:
- จัดลำดับความสำคัญ: พิจารณาให้กลุ่มที่ยังไม่เคยได้สิทธิเข้าถึงเป็นอันดับแรกเพื่อกระจายความช่วยเหลืออย่างทั่วถึง
- ตรวจสอบระบบ: มีการปรับปรุงแอปพลิเคชัน 'เป๋าตัง' ให้เสถียรขึ้นเพื่อรองรับการลงทะเบียนรอบใหม่
- เป้าหมายเศรษฐกิจ: เน้นการกระตุ้นการบริโภคในระดับฐานรากและช่วยลดภาระค่าครองชีพ
สรุปเงื่อนไขและวงเงินเบื้องต้น (ตามแผนเดิม)
แม้จะมีการปรับปรุงรายละเอียดให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน แต่โครงสร้างวงเงินยังคงอ้างอิงจากแผนเดิมที่วางไว้ เพื่อความรวดเร็วในการอนุมัติงบประมาณ:
- กลุ่มผู้ไม่อยู่ในระบบภาษี: คาดว่าจะได้รับสิทธิวงเงิน 2,000 บาท
- กลุ่มผู้ที่อยู่ในระบบภาษี: คาดว่าจะได้รับสิทธิวงเงิน 2,400 บาท
- รูปแบบการใช้จ่าย: รัฐช่วยจ่าย 50% ของราคาสินค้าและบริการผ่านร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ
ทำไมโครงการนี้ถึงสำคัญในนาทีนี้?
โครงการคนละครึ่งพลัสไม่ใช่เพียงการแจกเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นเท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการดึงร้านค้ารายย่อยเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจดิจิทัล ในปี 2569 นี้ รัฐบาลเน้นการยกระดับทักษะ (Upskilling) ควบคู่ไปกับการใช้จ่าย เพื่อให้ผู้ประกอบการรายย่อยสามารถอยู่รอดได้ในระยะยาว ท่ามกลางภาวะหนี้ครัวเรือนที่ยังคงเป็นโจทย์ใหญ่ของประเทศ
สรุปทิ้งท้าย: ประชาชนควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการอีกครั้งหลังจากมีการแต่งตั้ง ครม. ชุดใหม่ ซึ่งคาดว่าจะเห็นความชัดเจนภายในเดือนมีนาคมหรือเมษายน 2569 นี้ ใครที่ยังไม่เคยลงทะเบียนหรือมีสิทธิเดิมอยู่แล้ว เตรียมสมาร์ทโฟนและแอปฯ เป๋าตังให้พร้อมเพื่อไม่ให้พลาดโอกาสสำคัญนี้
