ในสภาวะที่ค่าครองชีพพุ่งสูงและเศรษฐกิจฐานรากยังคงชะลอตัว วิกฤตปากท้องกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อทุกคนโดยตรง วิดีโอนี้จากรายการ BUSINESS WATCH จะพาทุกท่านไปเจาะลึกโครงการล่าสุดของรัฐบาลอย่าง “ไทยช่วยไทย พลัส” มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรูปแบบ 60/40 ที่เข้ามาเติมเม็ดเงิน เสริมสภาพคล่อง และบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของทั้งประชาชนและผู้ประกอบการรายย่อย ให้สามารถก้าวผ่านวิกฤตเศรษฐกิจในครั้งนี้ไปได้อย่างมั่นคง
Share:
หวัง “ไทยช่วยไทย พลัส” ลดวิกฤตปากท้อง | BUSINESS WATCH | 26-05-69
เจาะลึกโครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส" ความหวังใหม่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก
ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจในปี 2569 ที่ประชาชนต้องเผชิญกับภาวะเงินเฟ้อและค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันี่เพิ่มสูงขึ้น รายการ BUSINESS WATCH ได้นำเสนอประเด็นการขับเคลื่อนมาตรการครั้งสำคัญของรัฐบาลผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” (มาตรการ 60/40) ซึ่งถือเป็นเครื่องมือหลักในการบรรเทาวิกฤตปากท้องและกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยภายในประเทศ โดยมีเป้าหมายหลักในการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ประชาชนและอัดฉีดเม็ดเงินหมุนเวียนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจฐานรากโดยตรงผ่านร้านค้ารายย่อยและกลุ่มผู้ประกอบการชุมชน
รายละเอียดและเงื่อนไขสำคัญของมาตรการ ไทยช่วยไทย พลัส
โครงการนี้ถูกออกแบบมาเพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายอย่างเป็นรูปธรรม โดยรัฐบาลจะร่วมสนับสนุนค่าใช้จ่ายในสัดส่วนร้อยละ 60 ขณะที่ประชาชนร่วมจ่ายเองเพียงร้อยละ 40 ซึ่งมีรายละเอียดการดำเนินงานและเงื่อนไขที่สำคัญดังนี้
- กลุ่มเป้าหมายและการรับสิทธิ: แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ กลุ่มเปราะบางผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจำนวน 13.18 ล้านคน ซึ่งจะได้รับเงินช่วยเหลือเพิ่มอัตโนมัติ และกลุ่มประชาชนทั่วไปจำนวน 30 ล้านสิทธิ ที่เปิดให้ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" ระหว่างวันที่ 25–29 พฤษภาคม 2569
- วงเงินช่วยเหลือ: รัฐบาลสนับสนุนเงินช่วยเหลือสูงสุด 1,000 บาทต่อเดือน รวมเป็นวงเงินสูงสุด 4,000 บาทตลอดระยะเวลาโครงการ
- ระยะเวลาการใช้สิทธิ: เริ่มเปิดให้ใช้จ่ายซื้อสินค้าและบริการแบบพบหน้า (Face-to-Face) ได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน ถึง 30 กันยายน 2569 และจะขยายไปสู่แพลตฟอร์ม Food Delivery ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป
- ประเภทร้านค้าที่เข้าร่วม: มุ่งเน้นไปที่ร้านอาหาร ร้านค้าโชห่วย ร้านค้าชุมชน และบริการทั่วไป เพื่อให้เม็ดเงินกระจายสู่ผู้ประกอบการรายย่อยอย่างแท้จริง โดยร้านค้าเดิมสามารถยืนยันสิทธิผ่านแอปพลิเคชัน "ถุงเงิน" ได้ทันที
ทำไมโครงการ ไทยช่วยไทย พลัส ถึงมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย?
การเข้ามาของโครงการ ไทยช่วยไทย พลัส ไม่เพียงแต่เป็นมาตรการประคับประคองค่าครองชีพในระยะสั้นเท่านั้น แต่ในเชิงมหภาค ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจประเมินว่ามาตรการนี้จะช่วยผลักดันให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือ GDP ของไทยขยายตัวเพิ่มขึ้นได้อีกร้อยละ 0.2 ถึง 0.5 นอกจากนี้ยังช่วยสร้างความเชื่อมั่นในการบริโภคภาคเอกชน ทำให้ร้านค้ารายย่อยมีรายได้เพิ่มขึ้นร้อยละ 20-30 เสริมสร้างสภาพคล่องและลดการก่อหนี้สินนอกระบบที่เกิดจากค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
