การเมืองไทยกลับมาระอุอีกครั้งเมื่อ ป.ป.ช. มีมติเอกฉันท์ชี้มูลความผิดอดีต 44 สส. พรรคก้าวไกล กรณีร่วมกันลงชื่อเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยระบุว่าเป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง วิดีโอนี้จะพาคุณไปเจาะลึกรายละเอียดคำวินิจฉัย ขั้นตอนทางกฎหมายหลังจากนี้ และผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับตัวเต็งนักการเมืองจากพรรคประชาชนที่เพิ่งผ่านสนามเลือกตั้งมาหมาดๆ เพื่อให้คุณเท่าทันสถานการณ์การเมืองที่อาจเปลี่ยนโฉมหน้าสภาไทย
Share:
ป.ป.ช.ลงมติชี้มูล อดีต 44สส.ก้าวไกล | 10 ก.พ. 69 | ข่าวเช้าหัวเขียว
สรุปมติ ป.ป.ช. กรณีอดีต 44 สส. ก้าวไกล: เกิดอะไรขึ้นบ้าง?
เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้มีมติเป็นเอกฉันท์ชี้มูลความผิดอดีต สส. พรรคก้าวไกล ทั้ง 44 คน (ซึ่งปัจจุบันสังกัดพรรคประชาชน) ในข้อหาฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง จากการร่วมกันเข้าชื่อเสนอขอแก้ไขมาตรา 112 เมื่อปี 2564
ทาง ป.ป.ช. ระบุว่าการกระทำดังกล่าวมีพฤติการณ์ที่แสดงให้เห็นถึงความเจตนาลดทอนการคุ้มครองสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งขัดต่อรัฐธรรมนูญและเป็นการไม่ยึดมั่นในระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
ประเด็นสำคัญและไทม์ไลน์ที่น่าสนใจ
- มติเอกฉันท์: คณะกรรมการ ป.ป.ช. เห็นพ้องว่าพฤติการณ์ดังกล่าวเข้าข่ายผิดจริยธรรมร้ายแรงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 219
- รายชื่อคนสำคัญ: ในบรรดา 44 คน มีชื่อของแกนนำสำคัญอย่าง คุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์, คุณชัยธวัช ตุลาธน รวมถึง สส. ที่เพิ่งชนะเลือกตั้งในปี 2569 เช่น คุณณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ และ คุณศิริกัญญา ตันสกุล
- ขั้นตอนต่อไป: ป.ป.ช. จะดำเนินการส่งสำนวนและความเห็นไปยัง ศาลฎีกา ภายใน 30 วัน เพื่อพิจารณาวินิจฉัยต่อไป
ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น (Why it Matters)
การชี้มูลครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของคดีความในอดีต แต่ส่งผลโดยตรงต่อเสถียรภาพของการเมืองในปัจจุบันและอนาคต ดังนี้:
- การหยุดปฏิบัติหน้าที่: หากศาลฎีการับฟ้อง สส. ที่ยังมีตำแหน่งอยู่ในปัจจุบัน (ซึ่งมีประมาณ 15 คนที่เพิ่งได้รับเลือกตั้ง) จะต้อง หยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที จนกว่าจะมีคำพิพากษา
- โทษแบนทางการเมือง: หากศาลวินิจฉัยว่าผิดจริง ผู้ถูกกล่าวหาอาจถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดชีวิต และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลาไม่เกิน 10 ปี
- จุดเปลี่ยนพรรคประชาชน: พรรคประชาชนอาจต้องเผชิญกับภาวะขาดแคลนบุคลากรระดับแกนนำในสภา หากคนสำคัญถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่พร้อมกันจำนวนมาก
สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงบรรยากาศการเมืองไทยที่ยังคงมีการใช้กลไกตรวจสอบทางจริยธรรมอย่างเข้มข้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ประชาชนต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่าบรรทัดฐานใหม่นี้จะส่งผลต่อการทำหน้าที่นิติบัญญัติของ สส. ในอนาคตอย่างไร
