Fwd: [noolex] ความรู้เรื่องอัคคีภัย 3-4-6 เดินชิดขวารักษาชีวิต"

236 views
Skip to first unread message

Subhamas Suddhiputra

unread,
Jul 11, 2010, 8:26:03 AM7/11/10
to ie...@googlegroups.com, socw...@googlegroups.com, sf-tom...@googlegroups.com, tha...@googlegroups.com


ความรู้เรื่องอัคคีภัย
"3-4-6 เดินชิดขวารักษาชีวิต"

ความรู้ เรื่องอัคคีภัย คัดลอกมาจากสมาคมอาสาสมัคร บรรเทาสาธารณภัยแห่งประเทศไทย http://members.spree.com/fire_rescue/public.htm

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


หลัก การป้องกัน และระงับอัคคีภัย

          1. กำจัดสาเหตุ                   2. คุมเขตลุกลาม                        3. ลดความสูญเสีย

การ ป้องกันไฟ คือ การกำจัดองค์ประกอบของไฟ และการดับไฟ คือ การกำจัดองค์ประกอบของไฟเช่นกัน เอาละครับทีนี้เรามาทำความ เข้าใจความหมายของ "3-4-6 เดินชิดขวารักษาชีวิต"

เลข 3 คือ องค์ประกอบของไฟ  ซึ่งประกอบด้วย 3 อย่างคือ

       1. อากาศที่มี ออกซิเจนไม่ต่ำกว่า 16%   

       2. เชื้อเพลิง ส่วนที่เป็นไอ     

       3. ความร้อนเพียงพอที่จะทำให้เกิดการลุกไหม้

ดังนั้นวิธีการดับไฟจึงมี อย่างน้อย 3 วิธีด้วยกัน คือ 

1.ทำให้อากาศขาดออกซิเจน 2.ตัดเชื้อเพลิง และ 3.ลดความร้อน

เลข 4 คือ ประเภทของไฟ  มี 4 ประเภท

ไฟ ประเภท A คือไฟที่เกิดจากเชื้อเพลิงที่มีลักษณะเป็นของแข็ง เช่น ฟืน ฟาง ยาง ไม้ ฝ้า กระดาษ พลาสติก รวมทั้งตัวเราเอง

วิธี การดับที่ดีที่สุดคือ การลดความร้อน (ใช้น้ำ)

ไฟ ประเภท B คือไฟที่เกิดจากเชื้อเพลิงที่มีลักษณะเป็นของเหลวและก๊าซ เช่น น้ำมันทุกชนิด แอลกอฮอล์ ทินเนอร์ ยางมะตอยและก๊าซติดไฟ

วิธี การดับที่ดีที่สุดคือ การทำให้อับอากาศ โดยคลุมดับ,ใช้ผงเคมี,โฟม

ไฟ ประเภท C คือไฟที่เกิดจากเชื้อเพลิงที่มีลักษณะเป็นของแข็งที่มีกระแสไฟฟ้าไหลอยู่ เช่น อุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิด การอาร์ค การสปาร์ค

วิธี การดับที่ดีที่สุดคือ ตัดกระแสไฟฟ้าแล้วจึงใช้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ไล่ออกซิเจน

ไฟ ประเภท D คือไฟที่เกิดจากเชื้อเพลิงที่มีลักษณะเป็นโลหะและสารเคมีติดไฟ เช่น วัตถุระเบิด,ปุ๋ยยูเรีย(แอมโมเนียมไนเตรด) ผงแมกนิเซียม,ผงอลูมิเนียม

วิธีการดับดีที่สุดคือ การทำให้อับอากาศขาดออกซิเจน

เลข 6 คือ ชนิดของเครื่องดับเพลิงแบบมือถือ (ถือหิ้ว) เครื่องดับเพลิงมีมากกว่า 20 ชนิดแต่ที่นิยมใช้ในประเทศไทย มี 6 ชนิดคือ

                 1. เครื่องดับเพลิงชนิดกรดโซดา (นิยมบรรจุในถังสีแดง ไม่มีสาย ไม่มีดันบีบ) การใช้ต้องทำให้หลอดบรรจุโซดาแตก เพื่อทำปฏิกิริยากับน้ำ ให้เกิดแก๊สขับดัน ซึ่งยุ่งยากซับซ้อนตรวจสอบยาก ปัจจุบันไม่นิยมใช้ไม่มีจำหน่ายในเมืองไทยแล้ว ใช้ดับไฟประเภท A อย่างเดียว

[Fire_exting_soda.jpg]

                 2.เครื่องดับเพลิงชนิดฟองโฟม (นิยมบรรจุถังสีครีม หรือ ถังสแตนเลสมีหัวฉีดเป็นฝักบัว)   บรรจุน้ำยาโฟมผสมกับน้ำ   แล้วอัดแรงดันเข้าไว้ เวลาใช้ เมื่อบีบคันบีบ แรงดันจะดันน้ำผสมโฟมผ่านหัวฉีดคล้ายฝักบัวพ่นออกมาเป็นฟอง พุ่งไปปกคลุมบริเวณ ที่เกิดเพลิงไหม้ ทำให้อับอากาศและลดความร้อน   ใช้ดับไฟประเภท B และ A

http://1.bp.blogspot.com/_1Z5_frqW26w/ScdB9Jx3lkI/AAAAAAAAD7Q/xX5naKzRzvk/s320/Fire_extinguisher_foam.jpg

              3.เครื่องดับเพลิงชนิดน้ำสะสมแรงดัน (นิยมบรรจุถังสแตนเลส) บรรจุน้ำอยู่ในถังแล้วอัดแรงดันเข้าไว้ จึงเรียกว่า น้ำสะสมแรงดัน   ใช้ดับไฟเฉพาะประเภท A

              4.เครื่องดับเพลิงชนิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ หรือ ซีโอทู (นิยมบรรจุถังสีแดง มีกระบอก) บรรจุก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ไว้ในถังที่ทนแรงดันสูง ที่ปลายสายฉีดจะมีลักษณะเป็นกระบอกหรือกรวยเวลาฉีดดับเพลิงจะมีเสียงดังเล็ก น้อย พร้อมกับพ่นหมอกหิมะ ออกมาไล่ความร้อนและออกซิเจนออกไป ควรใช้ภายในอาคารโดยเข้าฉีดใกล้ฐานของไฟให้มากที่สุด เมื่อใช้งานแล้วจะไม่มีสิ่งสกปรก หลงเหลืออยู่ ใช้ดับไฟประเภท C และ B

co2 ถังดับเพลิง เครื่องดับเพลิง อุปกรณ์ดับเพลิง

             5.เครื่องดับเพลิงชนิดผงเคมีแห้ง (นิยมบรรจุถังสีแดง) บรรจุผงเคมี ซึ่งมีหลายชนิด หลายคุณภาพไว้ในถังแล้วอัดแรงดันเข้าไว้ เวลาใช้ผงเคมีจะถูกดันออกไปปกคลุมไฟทำให้อับอากาศ ควรใช้ภายนอกอาคาร   เพราะผงเคมีเป็นฝุ่นละอองฟุ้งกระจาย ทำให้เกิดความ สกปรก อาจทำให้อุปกรณ์ไฟฟ้าเสียหายได้   ใช้ดับไฟได้ดี คือ ประเภท B ผงเคมีไม่เป็นสื่อไฟฟ้า สามารถฉีดดับไฟประเภท C ได้ (แต่อุปกรณ์ไฟฟ้าอาจเสียหายได้) การดับไฟประเภท A ต้องมีความชำนาญและควรใช้น้ำดับถ่าน

                 6.เครื่องดับเพลิงชนิดน้ำยาเหลวระเหย บีซีเอฟ ฮาลอน 1211 (นิยมบรรจุถังสิเหลือง) บรรจุน้ำยาเหลวระเหยชนิด โบรโม คลอโร ไดฟลูโอโร ซึ่งเป็นสาร ซีเอฟซี ไว้ในถังใช้ดับไฟได้ดี แต่มีสารพิษและปัจจุบันองค์การสหประชาชาติประกาศให้เลิกผลิต พร้อมทั้งให้ทุก ประเทศลดการใช้จนหมดสิ้น เพราะเป็นสารที่ทำลายสิ่งแวดล้อมโลก   ใช้ดับไฟประเภท C,B และประเภท A ซึ่งต้องมีความชำนาญ

http://www.thaiglobal.co.th/images/2catalog/personalsafety/fire/fire_Halon.jpg

การ ตรวจสอบแรงดันในถังดับเพลิง

       ถ้ามีมาตรวัด ต้องดูที่เข็ม "เข็มตั้งยังใช้ได้ เข็มเอียงซ้ายไม่ได้การ" หากแรงดันไม่มีเข็มจะเอียงมาทางซ้าย ต้องรีบนำไปเติมแรงดัน อย่าติดตั้งไว้ให้คนเข้าใจผิดว่ายังใช้ได้   ถ้าไม่มีมาตรวัด (ซีโอทู) ใช้วิธีชั่งน้ำหนักก๊าซที่อยู่ในถัง หากลดลงต่ำกว่า 70% ควรนำไปอัดเพิ่ม

check valve

การ ติดตั้งเครื่องดับเพลิง

ควรติดตั้งสูงจากพื้นดิน ถึงส่วนที่สูงที่สุดของเครื่องดับเพลิงไม่เกิน 150 ซม. เพื่อให้ทุกคนสามารถหยิบใช้ได้สะดวก และควรมีป้าย ชี้ตำแหน่งที่ตั้งเครื่องดับเพลิงไว้เหนือเครื่องดับเพลิงเพื่อให้มองเห็น ชัดเจน         เครื่องดับเพลิงทุกเครื่องที่ติดตั้งในประเทศไทยต้องมีรายละเอียดเป็นภาษา ไทย

"เดิน ชิดขวา"

     เป็นหลักสากลในเรื่องทิศทางการเดินอย่างปลอดภัย คือ ให้เดินสวนทิศทางของรถยนต์ ประเทศไทยเรารถวิ่งชิดซ้าย คนจึงต้องเดินชิดขวา เพื่อจะได้แลเห็นกันทั้งรถทั้งคน อีกทั้งในกรณีฉุกเฉินที่มีฝูงชนจำนวนมาก การหนีภัยจะได้รับความปลอดภัยมากขึ้น ไม่เกิดการชน หรือ กีดขวางทางกัน

    ยามวิกฤติ จำเป็นต้องเคลื่อนย้ายผู้คนจำนวนมากในสถานที่คับแคบ ให้ใช้คำบอกกล่าวว่า    "เดินชิดขวา-แถวเรียงเดี่ยว-ห้ามดึง-ห้ามดัน-ห้าม ผลัก-ห้ามแซง ก้มหัวต่ำ"(ในกรณีมีควัน)

ลด ความสูญเสีย   ด้วยการ สำรวจตรวจตรา จัดหาเครื่องมือ ฝึกปรือผู้ใช้

   สำรวจตรวจตรา อุปกรณ์ต่างๆ ว่ายังทำงานได้หรือไม

  • อุปกรณ์ เตือนภัย
    • เครื่องดักจับควัน (SMOKE DETECTORS)
    • เครื่อง ดักจับความร้อน (HEAT DETECTORS)
    • สัญญาณ แจ้งเหตุเพลิงไหม้ (FIRE ALARM)
    • อุปกรณ์ ส่องสว่างฉุกเฉิน (EMERGENCY LIGHT)
    • อุปกรณ์ ดับเพลิงอัตโนมัติ หัวฉีดน้ำอัตโนมัติ (SPRINKLER)
    • ฯลฯ
  • อุปกรณ์ ดับเพลิงประจำอาคาร
    • ระบบ ท่อยืน (STAND PIPE)
    • หัว รับน้ำดับเพลิง (INLET VALVE)
    • ปั๊ม น้ำดับเพลิง (FIRE PUMP)
    • ทาง จ่ายน้ำ (FIRE HYDRANT)
    • แหล่ง เก็บน้ำสำรอง (WATER TANK)
    • ม้วน สายยางดับเพลิง (HOSE RELL)
    • สาย ฉีดดับเพลิงแบบแขวน (HOSE RACK)
    • ม้วน สายส่งน้ำดับเพลิง (FIRE HOSE)
    • เครื่อง ดับเพลิงแบบถือหิ้วต่างๆ (PORTABLE FIRE EXTINGUISHER)
    • ทาง หนีไฟและอุปกรณ์ช่วยชีวิตฉุกเฉิน
    • บันได หนีไฟ
    • เครื่อง ปรับแรงดันอากาศในช่องหนีไฟ
    • ลาน จอดเฮลิคอปเตอร์
    • ลิฟท์ ดับเพลิง
  • อุปกรณ์ ช่วยชีวิตอื่นๆ
    • ท่อ ผ้าหนีไฟฉุกเฉิน (CHUTE)
    • เบาะ ลมช่วยชีวิต (AIR CUSHION)
    • รอก หนีไฟ (FIRE ESCAPE DEVICE)
    • หน้ากาก หนีไฟ (SMOKE MASK)
    • หน้ากาก กันแก๊สพิษแบบมีถังอัดอากาศ (BREATHING APPARATUS)
    • ฯลฯ
  • ป้าย เตือน เพื่อความปลอดภัยต่าง ๆ (SAFETY SIGN)

   จัดหาเครื่องมือ เมื่อสำรวจแล้วว่ายังขาดสิ่ง ใด ควรจัดซื้อ จัดหาตามความเหมาะสม

   ฝึกปรือผู้ใช้ เมื่อมีอุปกรณ์แล้ว ควรฝึกอมรมให้บุคลากรมีความรู้โดยเน้นว่า "อย่าเพียงชมการสาธิต แล้วคิดว่ารู้ คนรู้จะต้องฝึก" และต้องทำแผนฉุกเฉิน และทำการฝึกซ้อมตามแผนนั้นๆ อย่างสม่ำเสมอ

   เอาละครับหากท่านทนอ่านมาได้ถึงตรงนี้ ท่านคงได้ความรู้ติดไปบ้างไม่มากก็น้อย เรื่องของอัคคีภัยนั้นการป้องกันไม่ให้เกิดได้เป็นสิ่ง ดีที่สุด ดังคำกล่าวที่ว่าโจรปล้น 10 ครั้งไม่เท่ากับไฟไหม้ครั้งเดียว ก่อนจะจบผมฝากกลอนเล็กๆ น้อยไว้เตือนใจ

 

          บ้านเมืองจะปลอดภัย    เพราะผู้ใหญ่เป็นสำคัญ

  รู้จริงและร่วมกัน     อย่าเพียงฝันวันวันไป

       คนรู้จะต้องฝึก     อย่าเพียงนึกว่าง่ายดาย

หางกระดิก เพราะหัวส่าย   อย่ารอตายแล้วจึงเตรียม





--

" สุขใดไม่เท่าล้วงกระเป๋า แล้วเจอตังค์ "



  
Reply all
Reply to author
Forward
0 new messages