การสัมภาษณ์พนักงานฝ่ายผลิต

11,290 views
Skip to first unread message

Benzz

unread,
May 10, 2007, 11:40:31 PM5/10/07
to THAIHR
รบกวนถามผู้รู้หน่อยนะครับว่า การสัมภาษณ์พนักงานฝ่ายผลิต เราต้องดูอะไร
บ้างครับ และต้องถามคำถามประเภทไหนครับ ขอบคุณครับ

pporpla IEAT

unread,
May 11, 2007, 5:53:32 AM5/11/07
to tha...@googlegroups.com
พนักงานฝ่ายผลิตที่ว่านี่   job qualification เป็นอย่างไรคะ

เผื่อช่วยได้ค่ะ

pporpla IEAT

unread,
May 11, 2007, 8:47:03 PM5/11/07
to tha...@googlegroups.com
เรื่องการสัมภาษณ์

ปกติโครงสร้างการสัมภาษณ์ก็จะมี HR และคนที่เป็นหัวหน้างานโดยตรงของเราสูงขึ้น 2 ระดับ  คือ 3 คนเป็นอย่างน้อย

ส่วนลักษณะคำถามขออนุญาตถามกลับว่า สอบข้อเขียน  วัดอะไรไปแล้วบ้างคะ  จะได้รู้ว่าสัมภาษณ์จะต้องวัดอะไรเขาบ้าง  มันคงต้องดูประกอบกันค่ะ ^_^

ลองดูทฤษฎีในการสัมภาษณ์ นะคะ 
ที่มา : http://www.missconsult.com/detail_tip.php?id_tip=73

ก่อนที่จะเริ่มแนวคำถาม คำตอบ เราควรทราบว่า ลักษณะการสัมภาษณ์งาน ทั้งหมด โดยทั่วไปมีอะไรบ้าง ซึ่งใช้เป็นความรู้ โปรดจำไว้ว่า ยิ่งคุณสมัครงานที่มีคนแย่งกันมากเท่าใด หรือ ตำแหน่งงานที่ให้ผลตอบแทนดีเท่าไหร่ ขั้นตอนการสัมภาษณ์ ก็ยิ่งมากเป็นเท่าตัว
 
  • Screening Interview เป็นรูปแบบการสัมภาษณ์ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยคัดเลือกผู้สัมภาษณ์ให้น้อยลง ในช่วงของ Screening Interview  บางบริษัท อาจจะเป็นการใช้โทรศัพท์ โทรเข้าไปสัมภาษณ์ เพื่อเป็นการช่วยกรองคุณสมบัติพื้นฐานที่จำเป็นต้องมีออกจากผู้สัมภาษณ์ที่มีคุณสมบัติไม่ตรงออกไปก่อน บางบริษัทอาจจะโทรไปสัมภาษณ์คุณในช่วงเย็น หรือ วันหยุดด้วยซ้ำ ดังนั้น ไม่ต้องประหลาดใจ ถ้าคุณจะได้รับโทรศัพท์แล้วต้องการสัมภาษณ์คุณทางโทรศัพท์ก่อน ดังนั้น ในขั้นตอนนี้ วิธีที่ดีที่สุด ก็คือ การขอให้ผู้โทรเข้ามาสัมภาษณ์คุณ วางสาย แล้วคุณจะโทรกลับไปภายในกี่นาที คุณก็แจ้งไปได้ เพราะคุณจะได้ใช้ช่วงเวลาดังกล่าวไปเตรียมตัว ในการตอบคำถาม  
สำหรับ การสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ จะเป็นการถามในเรื่องประสบการณ์ การศึกษา เป็นหลัก ดังนั้น เตรียมในเรื่องนี้ให้ดี ว่าประสบการณ์คุณ ตรงกับ ตำแหน่งงานที่เปิดรับอย่างไร
 
  • Hiring Interview เป็นการสัมภาษณ์แบบตัวต่อตัว กับผู้ที่ต้องเป็นหัวหน้าคุณในตำแหน่งงานที่เปิดรับ ซึ่งผู้สัมภาษณ์ อาจจะได้รับการฝึกอบรมในเรื่องการสัมภาษณ์งานอย่างถูกต้อง บางท่านอาจจะไม่ได้รับการฝึกการสัมภาษณ์งาน ซึ่งอาจจะทำให้การตั้งคำถาม และ การพูดคุยยาว โดยไม่จำเป็น ดังนั้น ถ้าคุณมีทักษะที่ถูกต้องในการสัมภาษณ์ คุณจะสามารถช่วยทำให้ผู้สัมภาษณ์ที่ไม่ได้รับการฝึก อยู่ในขอบข่ายของการสัมภาษณ์
 
  • Second Interview เป็นการสัมภาษณ์ต่อเนื่องจาก Hiring Interview ที่คุณต้องพบกับผู้บริหารระดับสูงท่านอื่นที่ต้องการมีส่วนรวมในการสัมภาษณ์คุณอีกครั้ง ส่วนใหญ่จะเป็นหัวหน้าของคนที่สัมภาษณ์คุณใน Hiring Interview ซึ่งในการสัมภาษณ์ขั้นนี้ คุณจะถูกมองในรูปแบบที่แตกต่างกับ Hiring Interview เพระว่า หัวหน้าที่เข้ามาสัมภาษณ์คุณอีกครั้ง ย่อมมีมุมมองที่กว้างขึ้น และ มองในภาพรวมมากกว่า ครั้งแรก ดังนั้น การเตรียมตัวในการตั้งคำถามที่ดีในขั้นตอนการสัมภาษณ์นี้ สำคัญมาก ถ้าคุณตั้งคำถามทั่วๆไป ที่เคยถามในHiring Interview ก็จะไม่เป็นการดี เหมือน คุณถามคำถามเด็ก กับ ผู้ใหญ่ รูปแบบคำถามก็จำเป็นต้องแตกต่างกัน ตามความเหมาะสม และ ถ้าคุณทำได้ดี รับรองได้ว่า คุณได้งานอย่างแน่นอน
 
  • Multiple Interviews สำหรับตำแหน่งสำคัญต่อบริษัท เช่น ตำแหน่ง CEO, VP, Presidents, CFO, Sales manager, HR directors, Information system manager, Marketing and Advertising Directors and etc ตำแหน่งเหล่านี้ คุณจำเป็นต้องพบกับรูปแบบการสัมภาษณ์ ที่เป็น Multiple Interviews ซึ่งจะประกอบไปด้วยบุคคลสำคัญของบริษัทที่ต้องการสัมภาษณ์คุณ
 
อย่างไรก็ตามในตำแหน่งของ Middle Management เช่น ตำแหน่งผู้จัดการ หลายบริษัทก็ใช้วิธีนี้คือ การสัมภาษณ์แบบ Multiple Interview ที่มีผู้บริหารสำคัญเข้ามาสัมภาษณ์ร่วมด้วย โดยการสัมภาษณ์มีวัตถุประสงค์อย่างชัดเจนว่าต้องการทราบคุณสมบัติอะไรในตัวคุณ รูปแบบการถาม การตั้งคำถาม จะถูกเตรียมอย่างดี และ อาจจะเป็นในเชิงของธุรกิจ มุมมองทางธุรกิจ ความสามารถทางด้านธุรกิจที่คุณสนใจ เป็นต้น
 
ดังนั้น การสัมภาษณ์ในระดับนี้ คุณพลาดไม่ได้ กับการเตรียมตัวในเรื่องคำถาม และ คำตอบที่ดี ในการเข้าไปสัมภาษณ์ และ คุณยังจำเป็นต้องให้ความสำคัญในเรื่องของการส่งจดหมายขอบคุณในการเข้าสัมภาษณ์อีกต่างหาก (โดยเฉพาะ บริษัทต่างชาติที่เป็นฝรั่ง)
 
  • Panel Interview การสัมภาษณ์จะคล้ายกับ Multiple Interview แต่ต่างกันที่ Panel Interview เป็นไปในลักษณะการสัมภาษณ์กลุ่มหลายๆคน ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นผู้บริหารระดับสูงเท่านั้น และรูปแบบการตั้งคำถามก็จะเป็นไปในลักษณะไม่ต่อเนื่อง คือ แล้วแต่ผู้สัมภาษณ์แต่ละท่านจะตั้งคำถาม ดังนั้น วิธีที่รับมือได้ดีที่สุด ก็คือ การสังเกตว่า ผู้ใดในที่ประชุมมีอำนาจการตัดสินใจในการคัดเลือก ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นผู้ที่หัวหน้าคุณในตำแหน่งนั้น ดังนั้น การถามคำถาม ควรเน้นที่ท่านนั้นเป็นหลัก  
และหลักในการตอบคำถามก็คือ การเอ่ยชื่อท่านที่ถามคุณด้วย เพื่อเป็นการกล่าวถึงการตอบคำถามให้แก่ผู้นั้น และ การเข้าไปในห้อง ถ้าผู้สัมภาษณ์ไม่สะดวกที่จะยืนมาสัมผัสกับคุณ และ เมื่อคุณได้รับการแนะนำตัว คุณก็สามารถพยักศีรษะและยิ้มให้เป็นการตอบรับแสดงความยินดีที่ได้รู้จัก
 
  • Group Interview เป็นขั้นตอนหนึ่งในการสัมภาษณ์แบบ Screening Interview ที่บางบริษัทนิยม เพื่อคัดเลือกผู้สมัครหลายๆท่าน ในคราวเดียวกัน ในการสัมภาษณ์แบบนี้ คุณจะได้รับการสัมภาษณ์ร่วมกับผู้สมัครรายอื่นๆ ที่สนใจในตำแหน่งเดียวกับคุณ บริษัทที่นิยมใช้วิธีนี้คือ บริษัทสายการบิน ที่เปิดรับสมัคร แอร์ สจ๊วต โดยการให้ผู้สมัครเข้ามาในเวลาเดียวกัน เพื่อคัดเลือกในเรื่องของส่วนสูง น้ำหนัก  ความเหมาะสมทางบุคลิกภาพ หน้าตา รูปร่างโดยรวม หลังจากนั้น ก็พิจารณาในเรื่อง การแสดงออก ความมั่นใจ เมื่อคุณอยู่ในกลุ่ม ซึ่งจะสามารถช่วยคัดเลือกคนที่มีความสามารถต่ำในเรื่องของการสื่อสาร (communication skills)ออกไปได้ รูปแบบการสัมภาษณ์ อาจจะเต็มไปด้วยคนที่ยืนรอ หรือ ต้องเข้าไปรวมกลุ่มเป็นห้องๆ เพื่อมีกิจกรรม หรือ ลักษณะต่างๆกันไป แต่เป็นไปในลักษณะที่คุณต้องพบเจอกับผู้สมัครายอื่นๆในคราวเดียวกัน การสัมภาษณ์แบบนี้เราเรียกว่า Group Interview เหมาะสำหรับงานที่ต้องการบุคคลที่มีความสามารถในการสื่อสาร การจัดการทางด้านอารมณ์ ความอดทน และ บุคลิกภาพที่โดดเด่น
 
 
  • Promotion Interview การสัมภาษณ์งาน เพื่อการโปรโมทย์คนภายในองค์กรในตำแหน่งที่สูงขึ้น หลายๆบริษัทนิยมทำ ดังนั้น ความรู้ความเข้าใจในเรื่องนโยบายบริษัท การปฏิบัติตน ขบวนการ และ ภาพรวมขององค์กรเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องรู้และเข้าใจ
 
  • Stress Interview รูปแบบนี้ถูกใช้น้อยลง เพราะผู้สัมภาษณ์ได้ถูกฝึกให้เรียนรู้ในเทคนิคการสัมภาษณ์ที่ดีมากขึ้น จากเดิม Stree Interview จะถูกนำมาใช้เพื่อคัดเลือกบุคลากรที่มีทักษะ และ ความสามารถทางอารมณ์สูง เพราะ เทคนิคที่ถูกนำมาใช้คือ ความเงียบ  และ การสัมภาษณ์แบบดูถูก เช่น คุณดูไม่มีความสามารถตามที่เราต้องการ หรือ คุณไม่รู้อะไรเลยหรือ และ อีกหลายๆคำถาม ที่คุณต้องอึ้ง 
สำหรับการสัมภาษณ์แบบนี้ แทบจะไม่ค่อยเกิดขึ้นในปัจจุบัน เพราะมองว่า เป็นการไม่มีมารยาท แต่ความจริงแล้ว เป็นการสัมภาษณ์ที่มีคุณภาพอีกรูปแบบที่หลายๆบริษัทยังนิยมทำกัน เพราะสามารถคัดเลือก บุคคลที่มีความอดทนต่อการยั่วยุ และ คนที่มีความมั่นคงในอารมณ์ และ ความมั่นใจในตนเองได้ดี  
หลักการต่อกรกับรูปแบบการสัมภาษณ์นี้คือ การใจเย็น และ ตอบคำถามให้ได้ประเด็น ถ้าคุณยังตอบไม่จบ ผู้สัมภาษณ์ทำท่าไม่พอใจ หรือ ถามเรื่องอื่นทันที คุณก็สามารถ บอกผู้สัมภาษณ์ได้ว่า คุณจะตอบคำถามทุกคำถาม แต่ขอตอบคำถามสักครู่ก่อนดังนี้ ครับ/คะ แล้วคุณก็ตอบคำถามไป หลักก็คือ อย่าไปหลง โดยการโกรธ หรือไม่พอใจ  เพราะผู้สัมภาษณ์ไม่ได้เลวร้าย เพียงแต่คุณสมบัติที่เขาต้องการอาจจะเป็นเรื่องสำคัญทำให้เขาต้องแกล้งทำเพื่อทดสอบคุณว่ามีพอไหม
 
  • Breakfast/Lunch/Dinner Interview การสัมภาษณ์แบบนี้ อาจจะไม่ค่อยเกิดขึ้นในประเทศไทย แต่เป็นที่นิยมในต่างประเทศ โดยเฉพาะ อเมริกา การสัมภาษณ์ เป็นการนัดในช่วงเวลาพัก ผ่อนคลาย หรือ วันหยุด เพื่อใช้เวลาดังกล่าว สังเกต พฤติกรรมของคุณ ตั่งแต่การเดิน การรับประทาน การพูด การหัวเราะ ทุกอย่างที่คุณทำ จะถูกพิจารณาอย่างละเอียด
การสัมภาษณ์แบบนี้ ได้ผลดี สำหรับตำแหน่งงานที่ต้องเป็นเน้นด้านการเข้าสังคม และ มารยาททางสังคม
 
  • Video or Video Conferencing Interview การสัมภาษณ์แบบนี้ก็เกิดได้ยากเช่นกัน เป็นการสัมภาษณ์ผ่านทางวีดีโอคอนเฟอร์เร้น คล้ายๆกับการดูโทรทัศน์(หน้าผู้สัมภาษณ์คุณ) อาจจะเกิดขึ้นได้ ในกรณีบริษัทที่สัมภาษณ์คุณเป็นบริษัทใหญ่ และผู้บริหารต้องการสัมภาษณ์คุณแต่อาจติดธุระมาไม่ได้ ซึ่งก็สามารถสัมภาษณ์ได้ทาง Video Conferencing
 
  • Testing Interview หลายบริษัท จ้างผู้เชี่ยวชาญทำแบบทดสอบทางสายอาชีพ หรือ มีแบบทดสอบที่ใช้วัดบุคลิกภาพ ศักยภาพ หรือ ความสามารถเฉพาะ เช่น ลักษณะทางบุคลิกภาพ ไอคิว หรือ แม้นกระทั่งความสามารถทางด้านคอมพิวเตอร์ ก็อาจจะถูกทดสอบได้  
แบบการทดสอบจะเป็นไปตามความจำเป็นของตำแหน่งงานที่ต้องใช้เป็นหลัก
 
  • Fly-in/Relocation Interview การสัมภาษณ์นี้ ส่วนใหญ่ เป็นการสัมภาณ์นอกพื้นที่ ส่วนใหญ่เป็นต่างประเทศที่ใช้ ประเทศไทยยังไม่ถูกนำมาใช้ ผมจึงไม่ขอพูดในเรื่องรายละเอียด
 
  • Bizarre Interview รูปแบบการสัมภาษณ์เป็นแบบที่คุณคาดไม่ถึง ซึ่ง ส่วนใหญ่จะเป็นประเทศสหรัฐที่ใช้ เช่น ให้คุณนั่งรอในห้องทำงานที่มืดสนิท สองชั่วโมง เพื่อดูว่าคุณจะทำยังไงกับสถาการณ์ดังกล่าว หรือ อาจจะดูง่ายๆ แบบไม่เกี่ยวกับเลย เช่น โยนลูกบอลให้คุณ บอกว่า คุณรับได้ คุณได้งานเป็นต้น
 
  • Negotiation Interview สำหรับขั้นตอนนี้ เป็นขั้นตอนของการตกลงเงินเดือน ในความจริงแล้ว คุณจะเป็นผู้คุมเกม เพราะ ขณะนี้บริษัทต้องการคุณร่วมทีม ทำให้คุณสามารถที่จะต่อรองเงินเดือนตามความเหมาะสมได้ดี  
แต่หลายๆคน โดยเฉพาะคนไทย จะไม่เก่งในเรื่องต่อรอง และ กลัวการไม่ได้รับงานทำ ทำให้โอกาสการได้รับเงินเดือนที่เหมาะสมจะขึ้นกับบริษัทซะมากกว่า 
การต่อรองเงินเดือนที่ดี คือ การหาข้อมูลว่า บริษัทดังกล่าว สวัสดิการ และ มาตราฐานเงินเดือนในตำแหน่งที่คุณทำในบริษัทต่างๆอยู่ในระดับที่เท่าไหร่จะสามารถทำให้คุณเรียกได้เหมาะสมยิ่งขึ้น อย่าอยากได้งานเพียงเพราะแค่อยากมีอะไรทำๆไปก่อน เพราะ ถ้าเป็น Dream Job คุณจำเป็นต้องรู้ว่า ค่าความฝันของคุณควรเป็นเท่าไหร่ แล้วคุณจะมีประโยชน์มากแค่ไหนให้แก่องค์กร ถ้าคุณแสดงให้องค์กรเห็นว่า อัตราค่าจ้างที่คุณต้องการเป็นเรื่องเล็กน้อยกับความสามารถที่คุณทำให้บริษัทได้ คุณก็สามารถทำให้บริษัทตกลงรับคุณ 
หลายๆคนที่มั่นใจในความสามารถ ตกลงรับค่าจ้างต่ำในช่วงสามเดือนแรก โดยมีข้อแม้นว่า ถ้าเขาทำงานได้ดีตามเป้าหมาย บริษัทต้องจ่ายในอัตราที่เขาต้องการได้ ซึ่งหลายๆบริษัทก็กล้าที่จะพิสูจน์ แต่ทั้งนี้ การต่อรองเรื่องเงินเดือน ทางทีดีที่สุดคือ การสืบเรื่องฐานเงินเดือนในตำแหน่งที่คุณอยากทำกับหลายๆบริษัท เพื่อเป็นข้อมูลที่ถูกต้อง 



pporpla IEAT

unread,
May 11, 2007, 8:47:55 PM5/11/07
to tha...@googlegroups.com
ต่อ ๆ มือเผลอไปโดน

ที่มา :  ที่เดิมค่ะ


ถามคำถามในการสัมภาษณ์ สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 กลุ่ม ดังนั้น คุณจำเป็นต้องรู้ว่า คำถามที่ผู้สัมภาษณ์ถามคุณ อยู่ในกลุ่มใด การคาดหวังในการตอบก็จะอยู่ในกลุ่มนั้น นั่นเอง
 
  • Behavioral : ผู้สัมภาษณ์จะเน้นที่ตัวคุณเป็นหลัก การจัดการในแต่ละสถานการณ์ การกระทำของคุณในแต่ละสถานการณ์ รูปแบบคำถามจะมุ่งเน้นไปยังตัวอย่างประสบการณ์ หรือ สถานการณ์ต่างๆ แล้ว ถามว่า คุณจัดการอย่างไร หรือ จะทำยังไงต่อสถานการณ์ นั้นๆ เช่น
 
"บอกผมหน่อยสิครับว่า ครั้งสุดท้ายที่คุณทะเลาะกับเพื่อนร่วมงานเกิดขึ้นเมื่อไหร่ และ คุณทำยังไงกับมัน" หรือ " คุณจะทำอย่างไร ถ้าเพื่อนๆของคุณชอบนินทา หรือ ว่าหัวหน้าลับหลัง?" หรือ " ถ้าสมมุติว่า คุณลาหยุดไม่ได้ ทั้งๆที่ เป็นช่วงเวลาที่คุณสามารถลาได้ คุณจะทำยังไงกับสถานการณ์นั้น?"
 
  • Situational : ผู้สัมภาษณ์จะทดสอบความสามารถ หรือ ทักษะของคุณ โดยการให้ทางเลือกแก่คุณเพื่อทำการเลือก และให้เหตุผลในการเลือกทำ เช่น
 
"ถ้าคุณรู้ตัวว่า คุณจะทำการไม่ทันกำหนดส่งแน่นอน คุณจะทำยังไงระหว่าง ขอให้คุณอื่นๆมาช่วยคุณทำ หรือ เอางานกลับไปทำที่บ้าน?" หรือ " ถ้าเพื่อนคุณให้คำแนะนำ หรือ ข้อมูลที่ผิดพลาดกับลูกค้า คุณจะทำยังไง คุณจะแก้ข้อมูล ณ ตรงนั้น ที่ลูกค้าอยู่เลย เพื่อให้ลูกค้าทราบข้อมูลที่ถูกต้อง หรือ คุณจะไปพูดกับเพือนคุณที่อื่นที่ไม่มีคนได้ยิน หรือ คุณจะเลือกไม่ทำอะไรเลย?.
 
  • Tell me about yourself : เป็นเรื่องเกี่ยวกับคุณสมบัติของคุณ ว่าเหมาะสมแค่ไหน ผู้สัมภาษณ์ต้องการทราบว่า ทำไมคุณถึงเหมาะสมกับตำแหน่งนี้ ทำไมเขาต้องเลือกคุณ หรือ ทำไม เขาต้องจ้างคุณ ดังนั้น การตอบคำถามที่ดีคือ การให้เหตุผลว่า ทำไมเขาควรเลือกคุณ รูปแบบคำถาม ก็เช่น
 
"ทำไมคุณจึงดีกว่าผู้สมัครคนอื่นๆ" หรือ " จุดแข็งของคุณคืออะไร" หรือ "จุดอ่อนของคุณคืออะไร"
 
ดังนั้น การตอบคำถามที่ดี คือ คุณต้องรู้ว่า ในตำแหน่งที่คุณไปสมัคร เขาต้องการคุณสมบัติอะไร และ คุณมีอะไรที่ตรง ก็ให้เน้นที่คุณสมบัติดังกล่าว
 
แนวการตอบคำถาม ที่ผู้สัมภาษณ์ส่วนใหญ่จะถามทั่วๆไปมีดังนี้ครับ
 
  • คำถามเกี่ยวกับเหตุผลที่ต้องการเข้ามาทำงานในบริษัทนี้
สำหรับแนวคำตอบนี้ ควรตอบให้ผู้ว่าจ้างเห็นว่าเรามีความสนใจและมีความสามารถในงานด้านนี้ นอกจากนี้ยังมีความประทับใจในตัวบริษัทอย่างมาก (คุณจำเป็นต้องทราบข้อมูลที่คุณประทับใจ และ ควรเป็นจริงด้วย มิฉะนั้น จะกลายเป็นการพูดประจบไปได้)
 
  • คำถามเกี่ยวกับเหตุผลที่ต้องออกจากบริษัทเก่า
สำหรับคำถามนี้เราควรตอบให้นายจ้างคนใหม่รู้ว่า เราต้องการความก้าวหน้าในชีวิตการทำงานและต้องการพัฒนาความสามารถของตัวเอง เช่น เหตุผลที่ผม/ดิฉัน ต้องออกจากบริษัทเก่า เพราะ ต้องการหาประสบการณ์ในการทำงานให้กับตัวเอง และ ต้องการพัฒนาตนเองให้มีศักยภาพในการทำงานมากขึ้น ที่สำคัญ ดิฉัน/ ผม คิดว่าตัวเองน่าจะมีตำแหน่งงานที่ก้าวหน้ามากขึ้นเพื่อเปิดโอกาสใหม่ๆให้กับชีวิต เป็นต้น
 
  • คำถามเกี่ยวกับเหตุผลที่คิดว่าบริษัทควรพิจารณาในการรับเราเข้าทำงาน
ควรตอบให้ผู้สัมภาษณ์เห็นว่าเรามีความสามารถ มีคุณสมบัติที่เหมาะสมกับตำแหน่งงานที่สนใจอย่างไรบ้าง ดังนั้น คุณควรรู้จักวิเคราะห์ตั่งแต่ก่อนเข้าสัมภาษณ์ในข้อมูลส่วนนี้
 
  • คำถามเกี่ยวกับการทำงานร่วมกับผู้อื่น
เราควรตอบคำถามให้ผู้สัมภาษณ์เห็นว่าไม่ว่าจะเป็นการทำงานคนเดียว หรื อทำงานเป็นทีม เราก็สามารถทำได้เป็นอย่างดี พร้อมกับยกตัวอย่างงานให้ผู้ว่าจ้างเห็นภาพอย่างชัดเจน
 
  • คำถามเกี่ยวกับเรื่องของเงินเดือน
ถ้าต้องการได้งานจริงๆ แล้วก็ไม่สามารถหาข้อมูลเปรียบเทียบได้ แนะนำให้ใช้คำพูดดังนี้ครับ ในส่วนของเงินเดือน สวัสดิการ และ ผลตอบแทนต่างๆที่ดิฉัน/กระผม ควรได้รับขอให้ทางบริษัทพิจารณษจากความสามารถและประสบการณ์ที่ดิฉัน/กระผมมีอยู่ซึ่งสามารถดูได้จากใบ Resume และ จดหมายสมัครงาน ครับ/คะ
 
  • ความสำเร็จจากการทำงาน
หากเจอคำถามแนวนี้ ควรตอบให้ผู้ว่าจ้างเห็นถึงความพยายาม และ ความรับผิดชอบที่มีอยู่สูงของเรา ที่มีความพยายามในการจะทำงานให้ประสบความสำเร็จ ตามที่ได้รับมอบหมาย
 
  • คำถามเกี่ยวกับความยากง่ายของงาน
เป็นคำถามที่ผู้สัมภาษณ์ใช้ทดลองใจผู้สมัคร เพื่อพิสูจน์ว่าเราเป็นคนสู้งาน มากน้อยเพียงใด ดังนั้น ถ้าเราเจอคำถามแนวนี้ ไม่ควรตอบแบบฟันธง แต่ควรตอบในทำนองที่ว่า ความยากง่ายของงานไม่ใช่อุปสรรคในการทำงนของเรา เพราะเราทำงานด้วยความตั้งใจ เอาใจใส่ รู้จักเรียนรู้และพัฒนางานอย่างจริงจัง ก็จะช่วยให้เราประสบความสำเร็จในการทำงานได้โดยไม่ต้องหวั่นเกรงว่างานชิ้นนั้นจะมีความยากง่ายเพียงใด
 
  • คำถามเกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวของเรา
ควรตอบแบบเล่าเรื่อง แต่ควรกระชับและสั้นที่สุดเท่าที่ทำได้ อย่างพูดยืดยาว  และควรเล่าเอาประเด็นที่สำคัญ เพราะผู้สัมภาษณ์ต้องการทราบว่า เรามีลักษณะเป็นคนช่างพูด ช่างนินทาหรือเปล่า ดังนั้น การพูดเอาประเด็นที่สำคัญเป็นสิ่งที่ดีที่สุด
 
ทั้งหมดข้างบน เป็นรูปแบบการตอบคำถามที่เราสามารถนำไปเป็นแนวทางสำหรับการตอบคำถาม อย่างไรก็ตาม ในตำแหน่งงาน และ บุคคลที่ต่างกัน แนวคำถาม ก็อาจจะแตกต่างกันไป ซึ่งทางที่ดี การที่เราเข้าสัมภาษณ์งานแต่ละที เราควรจะหาข้อมูลจากคนที่มีประสบการณ์ว่า ลักษณะคำถามจะเป็นอย่างไร เป็นลักษณะการเก็งคำถาม ซึ่งจะสามารถทำให้เราทำได้ดี อย่าไปเสี่ยงกับการตอบโดยไม่เตรียมตัว เพราะคุณอาจจะพลาดสิ่งดีๆในชีวิตจากการสัมภาษณ์ครั้งนั้นก็ได้ ดังนั้น ถ้าจะทำอะไร จงทำให้ดีที่สุด เตรียมตัวให้ดีที่สุด
 
สำหรับรูปแบบคำถาม มีความยากต่างกัน ตามระดับการทำงาน และ ความเชี่ยวชาญของผู้สัมภาษณ์ ซึ่งคุณสามารถเขียนมาปรึกษาโค้ชที่ MissConsult.com ได้ ในกรณีที่คุณต้องการคำแนะนำ และ ไม่มีใครให้คำปรึกษาได้ ทางเรายินดีให้คำแนะนำแก่คุณ
 สำหรับก่อนจบการสัมภาษณ์ คุณจะได้รับอนุญาตให้ถามคำถาม แต่ ถ้าไม่ได้รับอนุญาตให้ถาม เพราะผู้สัมภาษณ์ไม่ได้เอ่ยอนุญาต แต่ถ้าคุณทราบว่า กำลังจะจบการสัมภาษณ์ ให้ขออนุญาตถามคำถามเสียเอง ก็ได้
 
โปรดระลึกไว้เลยว่า การตั้งคำถามกลับแก่ผู้สัมภาษณ์ คุณสามารถทำได้ และ บางที มีความสำคัญมากกว่า คำตอบที่คุณตอบผู้สัมภาษณ์เสียอีก หลายๆคนได้งานในตำแหน่งที่สำคัญ เพราะ เขามีคำถามที่ชาญฉลาด และ คำถามที่ทำให้ผู้สัมภาษณ์อึ้งในความสามารถ ความคิด และ เกิดความประทับใจ
 
การตั้งคำถาม จริงแล้วก็มีแนวเดียวกับการตอบคำถาม คือ ต้องดูว่า เราสัมภาษณ์กับใคร เพราะ การตั้งคำถาม ต้องมีความเหมาะสมกับผู้สัมภาษณ์เรา อย่าถามคำถามที่ผู้สัมภาษณ์ไม่ทราบ หรือ ไม่ใช่งานในหน้าที่ เช่น เราสัมภาษณ์กับผู้จัดการฝ่ายบุคคล แต่เราถามรายละเอียดเกี่ยวกับผลสำเร็จของทีมงานฝ่ายขาย หรือ เทคนิคการขาย เป็นต้น เช่นกัน ถ้าเราสัมภาษณ์กับฝ่ายขาย แต่เราใช้คำถามที่เกี่ยวกับสวัสดิการ หรือ การดูแลพนักงาน องค์กร ก็คงไม่ใช่คำถามที่น่าประทับใจ
 
ดังนั้น จงฉลาดเลือกการตั้งคำถามที่ฉลาดไปด้วยทุกครั้งในการสัมภาษณ์งาน แต่สำหรับบทความนี้ ผมจะแนะนำแนวคำถามทั่วไปๆ สำหรับท่านที่นึกไม่ออกว่า ควรถามอะไรผู้สัมภาษณ์
 
  • ตำแหน่งงานนี้ทำไมถึงต้องการคน คะ/ครับ ? เป็นตำแหน่งงานใหม่ หรือว่า เป็นตำแหน่งงานที่มีอยู่แล้วคะ/ครับ
 
คำถามนี้คุณสามารถใช้ถาม ผู้จัดการฝ่ายบุคคลได้ เพราะคุณจะได้ทราบว่า ตำแหน่งงานนี้เป็นตำแหน่งใหม่ที่ต้องการ เพื่อเพิ่มศักยภาพของทีมงานหรือเป็นตำแหน่งงานที่ผู้ทำงานเก่าออกไป เพราะ ถ้าเป็นไปในกรณีแรกที่เพิ่มคนหรือตำแหน่งใหม่ แสดงให้เห็นว่าบริษัทนี้มีการเจริญก้าวหน้า
 
  • ตำแหน่งงานนี้เปิดรับสมัครมานานหรือยังคะ ?
เป็นคำถามที่คุณสามารถใช้เป็นคำถามเปิด เพื่อข้อมูลที่คุณสามารถใช้วิเคราะห์ได้ เช่น ถ้าเปิดมานานแต่ยังหาผู้สมัครที่ลงตัว ไม่ได้ แสดงให้เห็นว่า ต้องการผู้สมัครที่ค่อนข้างคุณสมบัติสูง หรือ มีมาตรฐานการเลือกสูง ดังนั้น ตำแหน่งงานดังกล่าวค่อนข้างสำคัญ เป็นต้น
 
  • บริษัทมีโปรแกรมการจัดฝึกอบรม หรือ โครงการฝึกอบรมต่างๆอย่างไรบ้างคะ ?
เป็นคำถามที่จะทำให้ทราบถึง นโยบายการบริหาร และ พัฒนาบุคลากรของบริษัทได้เป็นอย่างดี
 
  • คุณสมบัติ หรือ ลักษณะเด่นใดของผู้สมัคร ในตำแหน่งงานนี้ ที่ทางบริษัท คาดหวังไว้ครับ/คะ?
เป็นการสอบถามกลับ ถึงลักษณะผู้สมัครในความคิดของบริษัท ซึ่งจะทำให้คุณทราบว่า คุณเข้าใจตรงหรือไม่ ถ้าได้รับคำตอบ คุณก็สามารถใช้ประโยชน์ โดยการเน้นถึง คุณสมบัติของคุณที่ตรง และ ทางที่ดีควรจะยกตัวอย่างงานที่คุณเคยทำ และ ใช้คุณสมบัติดังกล่าวด้วย หรือ เหตุการณ์ที่ทำให้คุณโดดเด่นในคุณสมบัติดังกล่าว เพราะเป็นการย้ำแก่ผู้สัมภาษณ์ว่า คุณมีคุณสมบัติตรง
 
  • การวัดผลงาน หรือ การประเมินผลงาน มีลักษณะเป็นอย่างไรครับ/คะ
 
เป็นแนวคำถาม เพื่อแสดงให้เห็นว่า เรามีความสนใจในงาน ทำให้ผู้สมัครรู้สึกดีกับเรา
 
  • คุณมีรูปแบบการบริหารทีมงานอย่างไรให้ประสบความสำเร็จครับ/คะ
เป็นคำถามที่ใช้ถามผู้สัมภาษณ์ที่เป็นหัวหน้าคุณ หรือ หัวหน้าในตำแหน่งที่เปิดรับ เพราะเป็นคำถามที่ทำให้เขาเห็นว่า คุณให้ความสำคัญกับเขา
 
 
ทั้งหมดเป็นแนวคำถามที่สามารถนำไปใช้ได้ ในการสัมภาษณ์ แต่ถ้าคุณต้องการคำถามที่เหมาะสมกับผู้สัมภาษณ์ หรือ ใช้สำหรับบริษัทที่คุณคาดหวังเป็นอย่างมาก คุณสามารถเขียนมาปรึกษาโค้ชที่ MissConsult.com เพื่อขอคำแนะนำได้เพิ่มเติมครับ เพราะผมคงไม่สามารถเขียนให้หมดทุกรูปแบบคำถามภายในบทความเดียว
 
สำหรับบทความนี้ ก็จะได้ทราบในรูปแบบการเตรียมตัวเข้าสัมภาณ์ ข้อควรทำ และ ลักษณะคำถาม คำตอบ ดังนั้น จงฝึกให้แน่ใจว่า ทุกครั้งในการสัมภาษณ์งาน คุณได้เตรียมตัวไว้เป็นอย่างดี อย่าไปเสี่ยงทำผิดทำถูกในชั่วโมงการสัมภาษณ์ โดยไม่มีการเตรียมตัวเด็ดขาด เพราะคุณไม่มีโอกาสทราบได้เลยว่า การสัมภาษณ์ใด ที่อาจทำให้โชคชะตา ชีวิตการทำงานของคุณดีได้ในพริบตา ดังนั้น ทุกการสัมภาษณ์งาน จงทำให้เป็นนัดที่สำคัญที่สุดสำหรับคุณเสมอ แล้วคุณจะประสบความสำเร็จในการสัมภาษณ์งาน
 
อาทิตย์หน้าพบกันใหม่ กับรูปแบบ ของการตกลง หรือ การวิเคราะห์ความสามารถของเรากับเงินเดือน ที่ควรได้รับ ว่าเรามีเทคนิคได้อย่างไร เพื่อการตกลงได้ดีที่สุด

Reply all
Reply to author
Forward
0 new messages