มีอีเมล์ฉบับหนึ่งเขียนมาถามเกี่ยวกับความผิดซ้ำ ๆ ซาก ๆ ที่เพื่อนร่วมงานของเขาทำ ซึ่งความผิดเหล่านั้นส่งผลโดยตรงมาที่งานของเขา คำถามคือ เขาควรจะรับมืออย่างไรดี ผู้เขียนอีเมล์ได้เล่าถึงแนวทางการรับมือ ของเขา ซึ่งดูเหมือนว่าจะไม่ค่อยได้ผลเท่า ที่ควร และบางครั้งทำให้เกิดปัญหาเรื่องความสัมพันธ์เพิ่มขึ้นมาอีก
ต้องยอมรับว่า ปัญหานี้เป็นปัญหาที่เราจะพบกันบ่อยมากขึ้นเรื่อย ๆ ในโลกของการทำงาน ด้วยการจัดโครงสร้างองค์กรที่ทันสมัยมากขึ้น ทำให้การทำงานแบบเป็นเส้นประ (Dotted Line) มีมากขึ้นด้วย กล่าวคือคนคนหนึ่งอาจจะขึ้นตรงกับหัวหน้าคนหนึ่ง แต่ในขณะเดียวกันก็มีการทำงานในโครงการอื่น ๆ กับผู้บริหารคนอื่น ทำให้ต้องไปขึ้นกับหัวหน้าอีกคนหนึ่ง และเมื่อเส้นประมีมากขึ้น ทำให้งานมีความเกี่ยวข้องกับคนหลาย ๆ คน เมื่องานชิ้นหนึ่งสะดุด ก็จะทำให้คนที่ทำงานต่อมีปัญหาขึ้นมาในทันที
เมื่อปัญหาเกิดขึ้นก็ต้องแก้ไข แต่จะแก้อย่างไรโดยไม่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนร่วมงานเสียหาย ถ้ามองในแง่ดี การเข้าไปช่วยเพื่อนร่วมงานในการแก้ไขปัญหา นอกจากจะขจัดปัญหาออกไปแล้ว ไม่แน่คุณและเพื่อนอาจจะได้ทักษะใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นก็เป็นได้
แต่ก่อนที่จะเข้าไปสู่วิธีการแก้ปัญหา ลองมาดูกันว่าความผิดพลาดของเพื่อนร่วมงานที่มีผลกับคุณนั้น มีลักษณะอย่างไรบ้าง เริ่มตั้งแต่การทำงานไม่เสร็จตามกำหนดเวลา ผลงานที่ออกมาไม่ตรงตามที่คาดหวัง คำนวณตัวเลขผิดพลาด หรือแม้แต่การให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งความผิดพลาดเหล่านี้อาจจะดูเหมือนเป็นความผิดพลาดที่ไม่เจตนา ซึ่งอาจเป็นผลมาจากการขาดความรู้ ขาดประสบการณ์ ความประมาท หรือเกิดจาก…เจตนาวินิจฉัยปัญหา
การที่จะหาแนวทางในการรับมือได้อย่างถูกต้อง เราจำเป็นต้องหาสาเหตุของปัญหาก่อน ต้องพยายามทำความเข้าใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเกิดจากอะไร ดูว่าปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นเป็นปัญหาในระยะสั้นที่เป็นผลมาจากทางบ้าน จากงานที่หนักจนเกินไป หรือจากปัญหาสุขภาพ หรือเป็นปัญหาในระยะยาวที่เกิดจากการขาดทักษะ ความรู้ความสามารถ หรือการที่เพื่อนร่วมงานคนนั้นไม่สามารถเข้ากับวัฒนธรรมขององค์กรได้
วิธีการวินิจฉัยสามารถทำได้จากการ สอบถามเพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ หรือ ตรวจสอบสิ่งที่รู้อยู่แล้วกับสิ่งที่คนอื่นรู้ แล้วพยายามหาข้อมูลมายืนยัน แต่สิ่งหนึ่ง ที่ต้องระมัดระวังอย่างมากในกระบวนการวินิจฉัยคือ ต้องไม่ทำให้คนอื่นรู้ปัญหาที่คนเหล่านั้นยังไม่รู้ เพราะอาจทำให้ปัญหาลุกลามใหญ่โตได้
นอกจากนี้ ยังเป็นการทำให้เครดิตของเพื่อนร่วมงานคนนั้นของคุณเสียหาย ซึ่งจะเป็นการสุ่มเสี่ยงต่อความสัมพันธ์ระหว่างตัวคุณเองและเขาคนนั้น ดังนั้น เราจึงต้องเข้า หาเพื่อคุยกับเพื่อนร่วมงานของคุณตรง ๆ
แนวทางในการแก้ปัญหาที่ดีที่สุด คือ การเข้าไปหาต้นเหตุของปัญหาโดยตรง ซึ่งในกรณีนี้คือการเข้าไปคุยกับเพื่อนร่วมงานคนนั้น แน่นอนว่าการพูดคุยในครั้งนี้ควรเป็นการพูดคุยแบบไม่เป็นทางการ ต้องอยู่ที่ในที่รโหฐาน และควรพยายามนำกฎและข้อปฏิบัติในการติและชมมาใช้ในการนี้ด้วย แต่อย่าโทษหรือโยนความผิดให้กับเพื่อนร่วมงานของคุณ ต้องเล่าถึงเหตุการณ์ที่ เกิดขึ้นจริง ชี้ให้เขาเห็นว่ามันมีผลกระทบอย่างไรกับคุณและทีมงานบ้าง
จำไว้เสมอว่าถ้าไม่ตั้งสติให้ดี คนเราส่วนมากมีแนวโน้มที่จะพูดถึงสิ่งที่ทำผิดพลาดโดยเชื่อมโยง
กล่าวโทษไปถึงตัวผู้กระทำผิด ซึ่งเป็นอันตรายมากในการพูดคุย มันเหมือนกับการที่เราพยายามจะไปจู่โจมทำร้ายตัวเขา (ด้วยคำพูด) แทนที่จะเป็นการกล่าวถึงการกระทำหรือพฤติกรรมที่ผิดพลาด ยกตัวอย่างง่าย ๆ ถ้าเราพูดว่าคุณทำงานพลาดอีกแล้ว รับรองว่าบรรยากาศการสนทนาคงไม่เป็นมิตรเท่าไร
ในทางกลับกัน หากเราขัดเกลาคำพูดสักนิด แทนที่จะพูดในเชิงกล่าวหา อาจเปลี่ยนเป็นถามในเชิงปรึกษาก็ได้ว่า เราควรจะทำอย่างไรเพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาแบบนี้เกิดซ้ำอีก เป็นต้น
สิ่งสำคัญคือ อย่าคิดไปเองว่าคุณรู้ว่าทำไมเพื่อนร่วมงานของคุณจึงทำงาน ผิดพลาด เพราะบางครั้งสิ่งที่คุณคิดอาจไม่ถูกต้องเสมอไป จงถามอย่างเป็นกลางเพื่อค้นหาความจริง เช่น เกิดอะไรขึ้นกันแน่ ? หรือ ฉันเข้าใจสถานการณ์ผิดหรือเปล่า ? ไม่แน่คุณอาจจะพบว่า เพื่อนร่วมงานของคุณยังไม่ทราบถึงความผิดพลาดที่เกิดขึ้นเลยด้วยซ้ำ
ขั้นตอนต่อไปเป็นขั้นตอนของการให้ความช่วยเหลือและการสนับสนุน ซึ่งขออนุญาตยกไปเล่าต่อในคราวหน้า