Bangkokbiznews : Biomass Pellets from Longan

8 views
Skip to first unread message

Dr.Samai Jai-Indr

unread,
Jun 24, 2009, 12:33:20 PM6/24/09
to bioenergygroup

ธุรกิจ : นโยบาย

วันที่ 24 มิถุนายน 2552 21:30

ก.เกษตรชง3แนวทางทำลายลำไยค้างสต็อก4.6หมื่นตัน

โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

ลำไย

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ตรวจลำไยค้างสต็อก

ภาพประกอบข่าว
TOOLS
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
คอลัมน์อื่นๆ

ก.เกษตรฯ สรุป 3 แนวทางทำลายลำไยค้างสต็อกปี 46/47กว่า 4.6 หมื่นตัน เตรียมเสนอครม.พิจารณาสัปดาห์หน้า

ธุรกิจสุขภาพ นวัตกรรมใหม่ธุรกิจที่มหาเศรษฐีของโลก&แพทย์แนะนำ สวนกระแสเศรษฐกิจผลวิจัยชี้ชัด ศึกษาwww.agel-center.com
ลดน้ำหนัก สูตรดาราลดเร็วไม่เสียสุขภาพดูแลระบบขับถ่าย ลด 5-7 กก/ด. สูตรนี้สวยแน่www.healthlife4u.com/perfectshape/t
ลงทุนปลูกต้นกระดาษมีที่ดินอย่าทิ้งเปล่า ปลูกง่าย โตไว ผลตอบแทนคุ้มค่า ประกันราคาซื้อคืนwww.shaiyo-aa.com

นายจรัลธารา กรรณสูตร ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เปิดเผยหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารจัดการและทำลายลำไยอบแห้งปี 2546 และปี 2547ครั้งที่ 1/2552 ที่สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดเชียงใหม่ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ว่า มติที่ประชุมคณะกรรมการฯ สรุปประเด็นการทำลายลำไยอบแห้งค้างสต็อกปี 2546/2547 จำนวน 4.6 หมื่นตัน ที่กระจายอยู่ทั้งหมด 59 โกดังใน 4 จังหวัด

สำหรับแนวทางในการดำเนินการทำลายนั้นสรุปออกเป็น 3 แนวทาง ประกอบกด้วย 1.การบดแล้วนำไปทำลายด้วยการฝังกลบ 2.การบดแล้วนำไปทำลายด้วยการเผา โดย 2 วิธีนี้จะใช้งบประมาณในการทำลายเฉลี่ยกิโลกรัมละ 1.67 บาท รวมกับค่าดำเนินการอีกกิโลกรัมละ 0.25 บาท ทั้งนี้ งบประมาณที่ใช้ในการทำลายขึ้นกับปริมาณลำไยอบแห้งค้างสต็อกคาดว่าจะไม่เกิน 78 ล้านบาท

ส่วนวิธีการที่ 3 จะเป็นการนำไปทำเป็นพลังงานชีวมวลโดยการนำลำไยดังกล่าวบดให้ละเอียดแล้วอัดเป็นแท่งตะเกียบ โดยความร่วมมือของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และศูนย์วิจัยพลังงานชีวมวล คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งปัจจุบันมีเครื่องต้นแบบแล้วจำนวน 3 เครื่อง วิธีนี้ใช้วิธีในการทำลายจำนวน 60 ล้านบาท

ทั้งนี้ ผลสรุปที่ประชุมคณะกรรมการฯ จะต้องนำเสนอต่อที่ประชุมครม.ก่อน อย่างเร็วที่สุดคาดว่าจะเป็นวันที่ 30 มิ.ย.นี้ แต่ทางคณะกรรมการฯ ยืนยันว่าจะดำเนินอย่างให้เกิดความโปร่งใสมากที่สุด เพราะที่ประชุมครม.ได้กำชับมา โดยหากครม.อนุมัติให้ดำเนินการก็จะเร่งทำให้แล้วเสร็จทีละโกดัง ถือเป็นการเช็คสต็อกที่แท้จริงไปในตัว หากปริมาณลำไยไม่ตรงตามทะเบียนจะต้องดำเนินคดีตามกฎหมายโดยมีเจ้าของโกดังเป็นจำเลยที่ 1

อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาในการเก็บลำไยในสต็อกที่นานตั้งแต่ปี 2546 เป็นต้นมาอาจจะส่งผลให้น้ำหนักหายไปได้บ้างแต่เชื่อว่าไม่เกิน 10% อย่างแน่นอน

ขณะที่รศ.ดร. วีระพงษ์ แพสุวรรณ รองปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า หากครม.มีมติให้ทำลายลำไยในแนวทางที่ 3 คาดว่าจะใช้เวลาในการดำเนินการทั้งหมด 9 เดือน โดย 3 เดือนแรกเป็นการบดลำไยหน้าโกดังด้วยเครื่องบด โดยใช้แรงงานชาวบ้านในการดำเนินการ ซึ่งเครื่องบดละเอียดมีจำหน่ายทั่วไปตามท้องตลาด และอีก 6 เดือนจะเป็นการอัดแท่งชีวมวลเพื่อให้ได้เชื้อเพลิงแท่งตะเกียบ

ส่วนการจัดจำหน่ายนั้นจะมีการเจรจาให้เอกชนเป็นผู้จัดจำหน่ายแต่จากการวางแผนเบื้องต้นจะจำหน่ายให้กับเตาอบลำไย 9,000 ตัน โรงงานเซรามิก 8,000 ตัน โรงไฟฟ้า 5,000 ตัน และโรงงานอุตสาหกรรมจำนวน 1,400 ตัน รวมเป็นปริมาณเชื้อเพลิงแท่งตะเกียบทั้งหมด 40,000 ตัน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 30 ล้านบาท

สำหรับเครื่องต้นแบบบดลำไยละเอียดนี้จะสามารถบดได้ 800 กิโลกรัมต่อชั่วโมง หรือเฉลี่ยวันละ 6 ตัน ส่วนเครื่องอัดเชื้อเพลิงแท่งตะเกียบเครื่องต้นแบบมี 3 ขนาด คือ 250 กิโลกรัมต่อชั่วโมง ,1 ตันต่อชั่วโมง และ 3 ตันต่อชั่วโมง ซึ่งหากครม.อนุมัติ ให้ดำเนินการในรูปแบบที่ 3 ก็จะมีการพัฒนขนาดของเครื่องให้มีกำลังเดินเครื่องมากขึ้น

หลังจากนั้นเวลา 14.30 น.ปลัดกระทรวงเกษตรฯ พร้อมคณะได้เดินทางต่อไปยังคลังลำไยสนามลานนาอาร์ต อ.หางดง จ.เชียงใหม่ ซึ่งเก็บลำไยค้างสต็อกปี 2546/2547 พบว่าภายในโกดังมีลำไยกว่า 83,676 กล่อง ซึ่งมีกลิ่นเหม็นคละคลุ้งทั่วบริเวณ เมื่อเดินเข้าภายในพบว่าลำไยบางกล่องมีลักษณะบวมเนื่องจากเป็นเชื้อรา บางกล่องเปื่อยยุ่ย นอกจากนี้ จากการวางซ้อนกันหลายชั้นส่งผลให้ลำไยอบแห้งหลายกล่องเอนเอียงใกล้ล้ม


--
Dr.Samai Jai-Indr
Energy Standing Committee
House of Representatives
Reply all
Reply to author
Forward
0 new messages