
แทบเลตบนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ใน ปัจจุบันนั้นถือได้ว่าเป็นอุปกรณ์ที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามจากบรรดาผู้ บริโภคในท้องตลาดเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งหากพิจารณาจากยอดขายของแทบเลตแอนดรอยด์ภายในงานมหกรรมสินค้าไอทีต่างๆ ที่มีจัดขึ้นในบ้านเราอย่างต่อเนื่องแล้ว ก็พอจะทำให้เห็นแนวโน้มได้ว่าผู้บริโภคกำลังจะหันมาใช้งานแทบเลตมากขึ้นเสีย ยิ่งกว่าโน้ตบุ๊คหรือเน็ตบุ๊ค (ที่เหมือนตายทั้งเป็นไปแล้ว) เสียอีก
ซึ่งรูปแบบในการใช้งานหลักๆของแทบเลตนั้นจากเดิมที่ใครหลายคนค่อนขอดเอา ไว้ว่าเป็นเพียงของเล่นคนรวยที่มีไว้แค่ฆ่าเวลาด้วยการดูหนังหรือเล่นเกมส์ ขำๆ ก็ได้พัฒนาแบบก้าวกระโดดไปสู่ความสามารถในการรองรับการทำงานเอกสารที่มีความ ซับซ้อนมากขึ้น, การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตและสังคมออนไลน์อย่างสมบูรณ์แบบ หรือแม้กระทั่งความบันเทิงแบบเต็มขีดขั้นไม่ต่างจากการรับชมผ่านจอทีวีหรือ ผ่านเครื่องเล่นเกมส์พกพาของคุณเลย
โดยในเวลานี้นั้นระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์สำหรับแทบเลตได้เดินทางมาถึงเวอร์ชัน Android 3.0 Honeycomb (ปัจจุบันมีเวอร์ชันอัพเดต Android 3.1 ออกมาแล้วอีกต่างหาก) ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแพลตฟอร์มที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อใช้งานกับอุปกรณ์ ประเภทแทบเลตโดยเฉพาะ ต่างจากเวอร์ชันก่อนๆที่เป็นการนำ OS ของมือถือมาใช้งานบนแทบเลตซึ่งยังคงมีความลักลั่นและข้อบกพร่องในบางจุด ปรากฏให้เห็นอยู่

สำหรับในส่วนของประเทศไทยของเรานั้นแทบเลต Android 3.0 Honeycomb กำลังจะกลายเป็นเรื่องที่ร้อนแรงที่สุดในบ้านเราตลอดทั้งปีนี้อย่างแน่นอน โดยมีหลายค่ายที่เริ่มจะหันมาจับตลาดแทบเลตแอนดรอยด์ 3.0 และผลักดันสินค้าของตัวเองออกมาสู่ท้องตลาดให้เห็นกันบ้างแล้วอย่างเช่น Acer Iconia Tab A500 ของบริษัท Acer ที่ก็ได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดีในงาน Commart CEmart 2011 ที่เพิ่งจะผ่านพ้นไป
อย่างไรก็ตามหากพูดถึงค่ายแทบเลตแอนดรอยด์ในบ้านเราแล้ว หมายเลขหนึ่งตลอดกาลยังไงก็ไม่มีทางหนีพ้นชื่อของ Samsung ไปได้แน่นอนด้วยฐานลูกค้าและสาวกแอนดรอยด์จำนวนมากที่พวกเขากวาดต้อนมาเข้าสังกัดได้ตั้งแต่เมื่อครั้งที่ Samsung Galaxy Tab รุ่น 7 นิ้วออกวางตลาดแข่งกับ iPad ในเวลานั้นและก็ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีไม่แพ้กันด้วยขนาดอันสะดวกต่อการ พกพา (ของสาวๆ) และความเป็นแพลตฟอร์มอันเปิดกว้างพร้อมให้ (หนุ่มๆ) ได้ล้วงแคะแกะเกาปรับเปลี่ยนออปชั่นต่างๆได้ตลอดเวลานั่นเอง
ซึ่งในวันนี้ก็นับเป็นโอกาสอันดีที่ทีมงาน TechXcite ของเราได้รับการอนุเคราะห์จากบริษัท Samsung (ประเทศไทย) ที่ได้ส่งแทบเลตบนระบบปฏิบัติการ Android 3.0 Honeycomb ตัวใหม่ล่าสุดของพวกเขาอย่าง Samsung Galaxy Tab 10.1 ซึ่งเพิ่งจะเปิดตัวไปพร้อมๆกับสมาร์ตโฟนระดับไฮเอนด์ Samsung Galaxy S II ไปเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาให้กับทางทีมงานของเราได้นำมาทดสอบกันก่อนใคร
เอาเป็นว่าเรามาลองติดตามกันดูดีกว่าครับว่า Samsung Galaxy Tab 10.1 นั้นจะควรค่ากับตำแหน่งคู่ปรับที่สมศักดิ์ศรีกับ iPad 2 ของทาง Apple กันมากน้อยเพียงใดกันแน่!

|
ซัมซุง กาแล็คซี่ แท็บ 10.1 |
|
|
เครือข่าย |
|
|
ระบบปฏิบัติการ |
|
|
จอแสดงผล |
|
|
กล้องถ่ายภาพ |
|
|
วิดีโอ |
|
|
ระบบเสียง |
|
|
ข้อมูลฟังก์ชันอื่นๆ |
|
|
การเชื่อมต่อ |
|
|
หน่วยความจำ |
|
|
ขนาด |
|
|
แบตเตอรี่ |
|

Samsung Galaxy Tab 10.1 มาพร้อมกับรูปลักษณ์ภายนอกที่ชวนให้ใครหลายคนนึกถึง iPad 2 อยู่ไม่น้อยด้วยการใช้งานหน้าจอด้านหน้าขนาด 10.1 นิ้วแบบกระจกและขอบตัวเครื่องสีดำสนิทไม่มียี่ห้อหรือโลโก้ใดๆแปะอยู่

ตัวเครื่องโดดเด่นด้วยความบางเฉียบสุดๆใกล้เคียงกับแม็กกาซีนเล่มบางสัก ฉบับ ส่วนเวลาหยิบจับขึ้นมาใช้งานแล้วรู้สึกได้เลยว่ามันมีน้ำหนักเบามากๆ ซึ่งจริงๆแล้วก็เบาเสียยิ่งกว่า iPad 2 อีกแหนะ

ด้านบนตัวเครื่องนั้นไร่เรียงกันมาจากซ้ายไปขวาประกอบด้วยปุ่ม Power, ปุ่มปรับระดับเสียง, ช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม. และสล็อตใส่ SIM การ์ด


ทางด้านซ้ายและขวาของตัวเครื่องจะเป็นแบบเรียบๆไม่มีอะไรอื่นนอกเหนือจากช่องลำโพงแบบสเตอริโอทั้ง 2 ด้านเท่านั้น

ส่วนทางด้านล่างนั้นมีเพียงช่องเสียบสาย dock connector เพียงพอร์ตเดียวและรูไมโครโฟนเท่านั้น

ด้านหลังตัวเครื่องเป็นวัสดุแบบพลาสติกสีขาว น้ำหนักเบา ปะยี่ห้อโลโก้ Samsung ไว้กลางลำตัว ขยับขึ้นมาทางด้านบนอีกนิดก็จะเป็นตำแหน่งของกล้องพร้อมแฟลช LED วางเอาไว้ตรงกลางเลย

โดยในงานเปิดตัว Samsung Galaxy Tab 10.1 นั้นได้มีการนำอุปกรณ์เสริมอย่าง keyboard dock มาเปิดตัวกันภายในงานด้วย โดยจะเป็นแท่นตั้งคีย์บอร์ดสำหรับเสียบตัวเครื่องลงไปใช้งานผ่านพอร์ต connector ซึ่งก็น่าจะตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานที่ชื่นชอบ physical keyboard ได้เป็นอย่างดี

- Samsung Galaxy Tab 10.1 บางและเบาเพียง 595 กรัมสูสีกับ iPad 2 บอกได้คำเดียวเลยว่า Samsung Galaxy Tab 10.1 จะเป็นแทบเลต Android 3.0 Honeycomb ที่มีหน้าตาและผิวพรรณเปล่งปลั่งที่สุดแล้วในเวลานี้แล้ว

- ดีไซน์ตัวเครื่องแบบ minimalist นั้นถือว่าได้ใจเราไปเต็มๆเพราะ Samsung Galaxy Tab 10.1 มาพร้อมกับความเรียบเนียนเป็นเนื้อเดียวกันของตัวเครื่อง โดยทางซัมซุงได้ตัดปุ่มต่างๆรอบตัวเครื่องออกไปเหลือเพียงแค่ปุ่ม power และปุ่มเพิ่ม-ลดเสียงเท่านั้น ทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกได้จริงๆว่าสามารถใช้ตัวเครื่องในลักษณะหรือมุมไหนก็ ได้แบบไม่เห็นความแตกต่างกัน

- ฝาหลังยังใช้งานวัสดุแบบพลาสติกเหมือนกับผลิตภัณฑ์รุ่นก่อนๆหน้านี้ของทาง Samsung เอง ถ้าเปลี่ยนเป็นโลหะได้เหมือน iPad 2 ละก็รับรองได้ว่าจะยิ่งเซ็กซี่กว่านี้แน่ๆ

- หน้าจอของ Samsung Galaxy Tab 10.1 นั้นมีความคล้ายคลึงกับของ iPad 2 อยู่ 2 ประการนั่นก็คือมันไม่สามารถใช้งานได้อย่างเต็มที่นักเมื่อต้องสู้แสงแดดโดย ตรงเพราะจอจะมัวลงไปพอสมควร ขณะเดียวกันหน้าจอยังเป็นรอยนิ้วมือได้ง่ายเหมือนกันอีกต่างหาก ทว่าข้อดีของจอใน Samsung Galaxy Tab 10.1 ที่โดนใจเราเป็นอย่างยิ่งก็คือสีสันอันจัดจ้านสะใจ, คอนทราสต์สูง และมุมในการมองหน้าจอที่กว้างขวางดีทีเดียว

- Samsung Galaxy Tab 10.1 ถือได้ว่าเป็นแทบเลตบนระบบปฏิบัติการ Android 3.0 Honeycomb รายแรกๆที่จะนำเข้ามาวางจำหน่ายในบ้านเรา โดยแพลตฟอร์มเวอร์ชันนี้มีความพิเศษอยู่ตรงที่ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษ เพื่อใช้งานกับแทบเลตนั่นเองซึ่งคุณจะเห็นได้ว่าเลย์เอาต์และอินเตอร์เฟซของ Android 3.0 นั้นอาศัยประโยชน์จากความกว้างขวางของหน้าจอแทบเลตกันอย่างเต็มที่
ไม่ว่าจะเป็นแถบ Action bar สำหรับการเข้าถึงออปชั่นต่างๆได้โดยตรงจากหน้าจอหลัก, หน้าต่าง Home screen ที่สามารถปรับแต่งได้ตามใจคุณ (เวอร์ชัน 3.1 จะเปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานปรับแต่งขนาด widget ได้อีกต่างหาก) ด้วยลูกเล่น live widget ทั้งขนาดเล็กใหญ่ต่างๆกันถึง 5 หน้า รวมถึงแถบ app tray ที่คุณสามารถตรวจสอบแอพพลิเคชันที่เพิ่งเปิดไปและใช้งาน Multitasking ได้ง่ายๆอีกด้วย
- อย่างไรก็ตามสำหรับคนที่ไม่เคยใช้งานแอนดรอยด์มาก่อน หรือแม้กระทั่งสาวกแอนดรอยด์จากเวอร์ชันสมาร์ตโฟนเองก็ยังถึงกับบงงเป็นไก่ ตาแตกเลยทีเดียวกับอินเตอร์เฟซอันสุดซับซ้อนของ Android 3.0 Honeycomb ซึ่งต้องใช้เวลาศึกษากันนานทีเดียว (อันนี้ฟังมาจากหลายคนที่บ่นกันในงาน CEmart 2011 ที่ผ่านมานะ) และนั่นอาจจะเป็นอุปสรรคที่ทำให้หลายคนยังลังเลอยู่ว่าจะเลือกใช้ Android 3.0 หรือ iOS ที่มีความเป็นมิตรกับผู้ใช้งานมากกว่านั่นเอง
- Samsung Galaxy Tab 10.1 นั้นก็เป็นแทบเลตอีกหนึ่งรุ่นในปัจจุบันที่ใช้งานชิปเซ็ตประมวลผลแบบ Dual Core จาก NVIDIA Tegra 2 ที่มีความสามารถในการทำงานต่างๆที่รวดเร็วเป็นอย่างยิ่ง แม้จะยังมีอาการแล็กให้เห็นอยู่เนืองๆอันเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจากตัวระบบ ปฏิบัติการ Android 3.0 Honeycomb ที่ยังไม่เสถียรนัก ซึ่งทาง Samsung ประกาศออกมาแล้วว่าใน Galaxy Tab 10.1 รุ่นที่จะออกวางตลาดจริงจะมาพร้อมกับ Android 3.1 เวอร์ชันอัพเดตล่าสุดที่จะมีการแก้ไขบั๊กและความผิดพลาดเหล่านี้ออกไปจนหมด สิ้น ซึ่งน่าจะช่วยบรรเทาปัญหาอาการแล็กได้พอสมควรเลยทีเดียว
- ผลคะแนนการทดสอบค่า benchmark ของ Samsung Galaxy Tab 10.1

- สำหรับ Samsung Galaxy Tab 10.1
รุ่นที่เราได้มาเทสต์กันนั้นเป็นรุ่นความจุ 16GB
ซึ่งถือว่าแปลกจากธรรมเนียมของค่ายซัมซุงอยู่เหมือนกันที่ไม่ได้ใส่สล็อต
microSD เพิ่มเติมมาให้ด้วย ทำให้คนที่เคยใช้งาน Samsung Galaxy Tab
รุ่นก่อนหน้านี้อาจจะรู้สึกว่าเครื่องเต็มความจุเร็วขึ้นกว่าเดิมหากใส่ไฟล์
หนังหรือรูปใหญ่ๆเข้าไปเรื่อยๆ
อย่างไรก็ดีเราได้รับแจ้งมาจากทางซัมซุงแล้วว่าเครื่องที่เราได้รับมาเทสต์
กันนั้นยังเป็นรุ่นโปรโตไทป์อยู่ ขณะที่ในส่วนของ Samsung Galaxy Tab 10.1 รุ่นที่จะออกวางจำหน่ายจริงในอนาคตนั้นจะมีสล็อต microSD มาให้ด้วย โดยจะวางตำแหน่งอยู่ใกล้ๆกับช่องใส่ซิมการ์ดนั่นแหละครับ
Battery
- แม้ตัวเครื่องจะมีความบางได้ใจ แต่ก็เช่นเดียวกับ iPad 2 ที่ยังคงรักษาประสิทธิภาพและอายุการใช้งานแบตเตอรี่โดยไม่ได้ตัดทอนส่วนใดส่วนหนึ่งออกไป โดย Samsung Galaxy Tab 10.1 นั้นสามารถใช้งานได้ยาวนานต่อเนื่องราว 10 ชั่วโมงด้วยแบตเตอรี่ความจุ 7,000mAh ภายในตัวเครื่องของมันเอง ขณะที่หากวัดกันจากรับชมไฟล์ภาพยนตร์แบบต่อเนื่องแล้ว Samsung Galaxy Tab 10.1 สามารถทำได้ราว 7 ชั่วโมง (ขณะที่ iPad 2 ทำได้ถึง 10 ชั่วโมงเศษๆ)
- อย่างไรก็ตามปัญหาที่ยังพบอยู่ใน Samsung Galaxy Tab 10.1 นั้นก็คือการรั่วไหลออกไปของพลังงานแบตเตอรี่แม้แต่ในเวลาที่แสตนด์บาย เครื่องเอาไว้ ซึ่งตรงจุดนี้เองที่ทำให้อายุการใช้งานแบตเตอรี่ของ Galaxy Tab 10.1 นั้นสั้นลงกว่า iPad 2 อยู่พอสมควร ซึ่งคาดว่ารุ่นที่จะออกวางจำหน่ายจริงนั้นซัมซุงอาจมีการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ออกไปแล้วนั่นเอง


- รูปแบบการเชื่อมต่อกับเครือข่ายต่างๆภายในเครื่องนั้นสามารถทำได้อย่างรวด เร็ว โดยภายในเครื่องมีทั้งออปชั่นระบบ Wi-Fi แบบ 2 ช่องสัญญาณความเร็ว 2.4GHz/5GHz ตลอดไปจนถึงผู้ชื่นชอบสัญญาณ 3G ก็มีเทคโนโลยี HSPA+ มาให้ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถดาวน์โหลดข้อมูลต่างๆด้วยระดับความเร็วถึง 21Mbps เลยทีเดียว
- ในส่วนการเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตเบราเซอร์นั้นต้องขอบอกว่า Samsung Galaxy Tab 10.1 ให้ความรู้สึกแทบไม่ต่างจากการนั่งเล่นเน็ตอยู่หน้าเครื่อง PC แม้แต่น้อย การท่องหน้าเว็บต่างๆสามารถทำได้อย่างรวดเร็วไม่มีติดขัดแถมยังสามารถเปิดดู พร้อมๆกันได้หลายหน้า (หรือเปิด tab) โดยไม่ต้องเสียเวลารอโหลดระหว่างสลับหน้าไปมาให้เมื่อยตุ้มอีกด้วย ที่สำคัญก็คือ Samsung Galaxy Tab 10.1 นั้นรองรับแฟลชด้วยซึ่งสามารถแสดงผลได้อย่างรวดเร็วไม่มีอาการดีเลย์ให้เห็น

- คีย์บอร์ดบนหน้าจอของ Samsung Galaxy Tab 10.1 นั้นให้ความรู้สึกเต็มอิ่มในการใช้งานเป็นอย่างยิ่ง อาจจะเป็นเพราะว่าตัวเครื่องมีขนาดหน้าจอที่ใหญ่ออกมาในทางกว้างซึ่งพื้นที่ ของหน้าจอคีย์บอร์ดกินมาเกินครึ่งหนึ่งซึ่งใกล้เคียงกับรูปแบบการใช้งาน คีย์บอร์ดนอกพอสมควร
Application

- เช่นเดียวกับที่ผมเคยพูดเอาไว้เสมอมาก่อนหน้านี้แล้วว่าปัญหาของระบบปฏิบัติ การแอนดรอยด์ก็คือแอพพลิเคชันและโปรแกรมต่างๆที่ไม่ค่อยจะได้เรื่องได้ราว นัก แถมยังได้รับการพัฒนามาให้ใช้งานร่วมกันกับของโทรศัพท์มือถืออีกต่างหาก (ขณะที่แอพพลิเคชันบนแทบเลตของ iPad 2 นั้นจะถูกแบ่งแยกออกมาจาก iPhone 4 อย่างชัดเจน)
ทำให้ในเวลานี้มีแอพสำหรับแทบเลตแอนดรอยด์จริงๆอยู่ค่อนข้างน้อยมาก ยิ่งถ้าเป็นแอพพลิเคชันที่จะอาศัยขุมพลังจากชิปเซ็ต NVIDIA Tegra 2 แบบ Dual Core ยิ่งไม่ต้องพูดถึง มีอยู่ไม่ถึง 20 รายการด้วยซ้ำมั้ง ซึ่งดูจะเป็นการใช้งานซีพียูแบบสองคอร์ที่สูญเปล่าไปไม่น้อยเลยทีเดียว (แอพพลิเคชันแอนดรอยด์ส่วนใหญ่ในเวลานี้ส่วนมากจะรันบนคอร์แรกเท่านั้นเพราะ ไม่มีความต้องการใช้ทรัพยากรภายในเครื่องที่มากนัก)

- นอกจากนี้แม้กระทั่งแอพพลิเคชันชื่อดังบางตัวอย่าง Facebook หรือ Twitter ก็มีอาการบั๊กแสดงผลผิดพลาดบ้างในบางครั้งกับ Samsung Galaxy Tab 10.1 ซึ่งคาดว่าจะได้รับการแก้ขต่อไปในอนาคต ทว่าในส่วนของแอพพลิเคชันที่พัฒนาขึ้นโดย Google เองนั้นต้องบอกว่ามีหน้าตาที่สวยงามอร่ามแท้เป็นอย่างยิ่งไม่ว่าจะเป็น YouTube ที่เฉี่ยวไฉไลได้ใจไปเต็มๆ, Google Map แสดงผลผ่านหน้าจอแบบกว้างแล้วรู้สึกสะใจเป็นอย่างยิ่งแถมยังให้อารมณ์คล้าย กับ GPS อีกด้วย เช่นเดียวกับ Google Mail ที่แม้จะเรียบๆแต่ก็สามารถเข้าถึงฟังก์ชั่นต่างๆได้ง่ายยิ่งนัก

- สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการรับชมภาพยนตร์แบบเต็มตาตื่นใจบนแทบเลตแล้ว ห้ามพลาด Samsung Galaxy Tab 10.1 เป็นอันขาดเพราะมันจะมาพร้อมกับหน้าจอสุดคมชัดขนาดถึง 10.1 นิ้วอัตราส่วน 1280*800 พิกเซลพร้อมรองรับไฟล์หนังแบบ Full HD นอกจากนี้ลำโพงคู่แบบ stereo สองช่องทางยังช่วยให้การรับฟังเพลงหรือภาพยนตร์มีมิติและอรรถรสมากขึ้นอีก ด้วย
- สิ่งที่น่าช็อคเป็นอย่างยิ่งสำหรับแทบเลตระดับท็อปเช่นนี้ก็คือการที่ซัมซุงไม่ได้ใส่พอร์ต USB และ HDMI มาให้ใน Samsung Galaxy Tab 10.1 ด้วย! ซึ่งหากคุณต้องการใช้ฟังก์ชั่นการใช้งานเหล่านี้แล้วก็อาจจะต้องหันไปหา อุปกรณ์เชื่อมต่อที่รองรับกับระบบ Bluetooth แทนเช่่นเมาส์บลูทูธเป็นต้น


- แน่นอนว่าจุดขายสำคัญของแทบเลตที่ใช้งานซีพียูแบบ Dual Core ทั้งหลายก็คือการรองรับการเล่นเกมส์กราฟฟิกสามมิติเต็มรูปแบบนั่นเอง ซึ่งจากที่เราได้ลองเทสต์การเล่นเกมส์ Angry Birds และ Samurai Vengeance ใน Samsung Galaxy Tab 10.1 แล้วพบว่าเกมส์สามารถประมวลผลได้เร็วและแสดงผลได้อย่างไม่มีอาการกระตุก ปรากฏใหเห็น ซึ่งหากนำมาบวกรวมกับหน้าจอสีสันจัดจ้าแล้วเชื่อว่าคอเกมส์ทั้งหลายน่าจะ เริ่มมองหา Galaxy Tab 10.1 เป็นชอยส์แรกๆสำหรับแทบเลตเพื่อการเล่นเกมส์อย่างแน่นอน
Camera

- กล้องหลังของ Samsung Galaxy Tab 10.1 นั้นให้มาแค่ 3 ล้านพิกเซลเท่านั้น ต่างกับรุ่น Google I/O Limited Edition ที่จัดเต็มถึง 8 ล้านพิกเซล ซึ่งหากจะว่าเดี๋ยวนี้แทบเลตส่วนใหญ่ก็ให้กล้อง 5 ล้านพิกเซลมาด้วยแทบทั้งนั้น แต่คาดว่าน่าซัมซุงน่าจะยอมแลกเซนเซอร์กล้องหนาเตอะให้กับความบางได้ใจของ เครื่องนั่นเอง
- ที่ขัดใจอีกอย่างหนึ่งก็คือการที่คุณไม่สามารถใช้งานปุ่มปรับแต่งเสียงเป็น ปุ่มซูมเข้า-ออกได้นี่แหละ เพราะมันจะเพิ่มความยุ่งยากให้กับการถ่ายรูปของคุณขึ้นอีกเป็นเท่าตัวที เดียว
- คุณภาพของงานถ่ายภาพและวิดีโอจากกล้องของ Samsung Galaxy Tab 10.1 นั้นต้องถือว่าอยู่ในระดับตามมาตรฐานทั่วไปไม่มีอะไรโดดเด่นออกมาเป็นพิเศษแต่อย่างน้อยก็ดีกว่า iPad 2 แน่ๆ โดยภาพถ่ายนั้นมีเกรนแตกบ้างตามระดับความละเอียด 3 ล้านพิกเซล (ยังดีที่มีแฟลชและระบบออโต้โฟกัสมาให้ด้วยช่วยให้การถ่ายภาพในที่มืดโอเค ขึ้นเยอะ)
ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลังของ Samsung Galaxy Tab 10.1
- อย่างไรก็ตามกล้องหน้าความละเอียด 2 ล้านพิกเซลนั้นกลับให้ภาพและวิดีโอที่คมชัดไม่น้อยทีเดียว เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับคนที่อยากเล่นวิดีโอคอลให้คนที่อยู่อีกฝั่งเห็นว่า เราดูหน้าตาดีผิดปกติจากความเป็นจริง (หรือจะเป็นห้อง camfrog ก็ไม่เลวนะ)
ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหน้าของ Samsung Galaxy Tab 10.1
- ขณะที่ในส่วนที่เป็นจุดขายจริงๆนั้นน่าจะอยู่ที่ไฟล์วิดีโอแบบ HD 720p ที่บันทึกด้วยกล้องของ Samsung Galaxy Tab 10.1 มากกว่าที่มีระดับเฟรมเรตที่ลื่นไหลเหมาะสมกับการรับชมเป็นอย่างยิ่ง รวมถึงค่า distortion ต่างๆที่แทบไม่เข้ามากวนใจในไฟล์ของเราเลยแม้แต่น้อย
ตัวอย่างไฟล์วิดีโอแบบ 720p HD ที่ถ่ายจากกล้องของ Samsung Galaxy Tab 10.1
Conclusion

Samsung Galaxy Tab 10.1 ถือได้ว่าเป็นแทบเลตที่ทาง Samsung ตั้งเป้าหมายให้เป็นอุปกรณ์เพื่อความบันเทิงอย่างเต็มรูปแบบมากกว่าที่เป็น อุปกรณ์พกพาสำหรับการใช้งานทั่วไป (เหมือนอย่างใน Samsung Galaxy Tab 7 นิ้วรุ่นก่อน) เพื่อเข้าฟาดฟันกับคู่ปรับโดยตรงอย่าง iPad 2 อย่างเต็มรูปแบบ
ซึ่งจากการทดสอบของ TechXcite เราเชื่อว่า Samsung Galaxy Tab 10.1 นี่แหละคือคำตอบสุดท้ายในการพัฒนาแทบเลตแอนดรอยด์ให้ได้รับความนิยมมากยิ่ง ขึ้นกว่าเดิมในปัจจุบันด้วยความสามารถที่ตอบโจทย์ได้ในหลายจุดไม่ว่าจะเป็น การรับชมภาพยนตร์อย่างเต็มออรถรส, การรองรับเกมส์กราฟิก 3D หนักๆ, การท่องหน้าเว็บไซต์และสังคมออนไลน์ต่างๆที่รวดเร็วทันใจซึ่งถือได้ว่าเป็น ความต้องการใช้งานของผู้บริโภคแทบเลตในปัจจุบันนี้เลยก็ว่าได้
โดยทั้งหมดทั้งมวลที่ว่ามานั้นถูกห่อหุ้มเอาไว้ด้วยดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยวมี
สไตล์และยังง่ายต่อการพกพาด้วยน้ำหนักเบาสบายและขนาดที่บางเฉียบซึ่งทำให้
หน้าตาของแทบเลต Android 3.0 ตัวนี้ดูมีสง่าราศีขึ้นกว่าเจ้าอื่นๆอย่างเห็นได้ชัด
ยิ่งถ้าหากทาง Samsung ทำการตลาดดีๆวางขายตัวเครื่องในราคาสวยๆที่ผู้บริโภครับได้ (ในเวลานี้ยังไม่มีการคอนเฟิร์มราคาขายของ Galaxy Tab 10.1 ออกมาแต่คาดว่าเรตน่าจะอยู่ในราว 13,900-17,900 บาท) ก็น่าเชื่อเหลือเกินว่า Samsung Galaxy Tab 10.1 จะก้าวขึ้นมาเป็นแทบเลตระดับท็อปของโลกและพร้อมที่จะเป็นทางเลือกสำหรับคนที่อยากลองใช้งานแอนดรอยด์แทบเลตรุ่นใหม่ๆก็เป็นได้
