FW: โชดดีของคนรักประเ�¸�ศไทย !!!

1 view
Skip to first unread message

Nopphadol

unread,
Jun 29, 2011, 4:14:08 AM6/29/11
to Swacoo Google Groups
 
 
 
 
 
-------Original Message-------
 
Date: 29/6/2554 9:27:24
To: Tana...@BTMT.co.th;  bugr...@hotmail.com;  nopp...@ttsplastic.com;  shell...@windowslive.com;  story_e...@hotmail.com;  jay_...@hotmail.com;  thit...@hotmail.com;  kanth...@yahoo.co.th;  watcharapornc...@ao.kwe.com;  peera...@hotmail.com;  niyom...@hotmail.com;  vul...@daiwa-dat.co.th;  snu...@hotmail.com;  ttt...@totoku.co.th;  chieng...@hotmail.com;  winma...@yahoo.com;  poy_c...@hotmail.com;  sang...@hotmail.com;  sang...@fabrinet.co.th;  sujee...@hotmail.com;  supat...@hotmail.com;  sangwa...@hotmail.com;  toy_na...@hotmail.com;  Nant...@th.tdk.com;  dwa...@hotmail.com;  wiji...@th.nyklogistics.com;  kwic...@yahoo.com;  Wikanda.P...@Statschippac.com;  apichit_p...@sanyo.com;  boonyarit_...@sanyo.com;  kritsana...@sanyo.com;  nirut_c...@sanyo.com;  sinsiri_...@sanyo.com;  pairat...@sanyo.com;  teerapong_...@sanyo.com;  prawet_...@sanyo.com;  samphan_...@sanyo.com;  sontaya_p...@sanyo.com;  thasana_c...@sanyo.com;  natee_ji...@sanyo.com;  panya_tans...@sanyo.com;  phurinon...@sanyo.com;  pinyo_darn...@sanyo.com;  samrit_...@sanyo.com;  somsak...@sanyo.com;  amnard_...@sanyo.com;  pheeraphong_...@sanyo.com;  la-ongsuwa...@sanyo.com;  suphot_...@sanyo.com;  vichet_...@sanyo.com;  ploymeesr...@sanyo.com;  jumpol_ph...@sanyo.com;  pattaranari...@sanyo.com;  reungcha...@sanyo.com;  sakon_b...@sanyo.com;  withoon...@sanyo.com;  apichit_p...@sanyo.com;  nillaphuc...@sanyo.com;  anuwat_p...@sanyo.com;  warakorn_bo...@sanyo.com;  jatuphol...@sanyo.com;  chan-on...@sanyo.com;  waraporn_...@sanyo.com;  jackrapol...@sanyo.com;  preecha_...@sanyo.com;  sanit_c...@sanyo.com;  somsak_...@sanyo.com;  anan_y...@sanyo.com;  nutapong_...@sanyo.com;  patanawut_...@sanyo.com;  tanongsak...@sanyo.com;  wetchayan...@sanyo.com;  buncha_...@sanyo.com;  pisanu_ud...@sanyo.com;  pramote...@sanyo.com;  somchai_...@sanyo.com;  chantarwong...@sanyo.com
Subject: FW: โชดดีของคนรักประเทศไทย !!!
 

 

==================================

Sanyo Semiconductor (Thailand) Co.,Ltd.

Sopa   Sutin

Spare Parts (AED. Section)

Tel : 035-330-116  Ext 237

Fax : (035) 330-190 , 330-115

E-mail : sopa_...@sanyo.com

==================================

From: Phetdara, Sukklum
Sent: Wednesday, June 29, 2011 9:19 AM
To: Laksanasiri, Nipol; Nakalert, Thanadol; Surachai, Sukheeti; Vitoon, Aommatto; Tiwa, Chomjun; Sakol, Wongdee; Anan, Thongoun; Kitja, Chatkitichai; Sopa, Sutin; Jutharat, Sukhontha; Auttaporn B; ศนิ; Samaporn Sukklam (PUR); Athiwat
Subject: FW: โชดดีของคนรักประเทศไทย !!!

 

 

ลองอ่านกันน่ะ

เพื่อพิจารณาในการใช้สิทธิวันที่ 3 กรกฎาคม นี้

 

 

 

   

Description: cid:image001.png@01CC2A0A.5C5CD8D0

เอาแค่เงินทุนสำรองระหว่างประเทศ

·        ทักษิณใช้เวลา 67 เดือนในการทำงาน มีเงินเหลือเพียง 28,399 ล้านเหรียญสหรัฐ

·        มาร์คใช้เวลาแค่ 28 เดือนในการทำงาน มีเงินเหลือตั้ง 78,876 ล้านเหรียญสหรัฐ

·        ลองคิดดูหากมาร์คมีเวลา เท่ากับทักษิณ 67 เดือน  จะมีเงินเหลือ 188,739 ล้านเหรียญสหรัฐ

Ø      ข้อมูลตารางข้างล่าง ….เปรียบเทียบเห็นกันชัดๆ ว่า ยุคอภิสิทธิ์เป็นนายก กรณ์เป็นรัฐมนตรีคลัง บริหารงานเก่งกว่าทักษิณ

ü      วาทะกรรมที่ว่า ทักษิณเก่ง หารายได้เก่ง ทักษิณไม่กู้ จึงเป็นการแหกตา โกหก ประชาชน มานานหลายปี

ü      ทั้งๆ ที่ความจริง ทักษิณมันกู้มากกว่าอภิสิทธิ์อีก รายได้เข้าประเทศก็ทำได้น้อยกว่าอภิสิทธิ์อีก

ü      ข้อมูล จริง อภิสิทธิ์ เก่งกว่าทักษิณเป็นไหนๆ อันนี้พลพรรคเสื้อแดงจะแย้งยังไงก็ไม่ขึ้น เพราะข้อมูลมันคือความจริง ไม่ใช่การโษฆณาชวนเชื่อที่ทักษิณถนัดนำมาใช้หลอกประชาชนจนถึงทุกวันนี้

ü      ไม่มีข้อสงสัยเลยว่าทำไม คุณกรณ์ ถึงกลายเป็นรัฐมนตรีคลังเบอร์ 1 ของโลกไปแล้ว

Description: Image

Ø      รัฐบาลอภิสิทธิ์บริหารให้ดุลการค้าเราดีขึ้นครับ GDP เทียบกับ ณ เมื่อปี ๓๑ เราก็ดีขึ้น เงินคงคลังก็สูงขึ้นด้วยอัตราส่วนที่มากกว่า บัญชีหนี้สาธารณะก็ลดน้อยลงเมื่อเทียบกับปีเหลี่ยม เช่นกัน อัตราเงินเฟ้อก็ต่ำกว่า สมัยเหลี่ยมสูงสุดช่วง ๔๘ ถึง ๔๙ อยู่ร้อยละ ๔.๖ ปัจจุบันอยู่ที่ ๓ กว่า ๔

http://www.tradingeconomics.com/thailand/inflation-cpi

หนี้สาธารณะสูงขึ้นจริงตามจำนวนเงินครับ แต่ปริมาณเมื่อเทียบกับรายได้กลับลดต่ำลง
GDP ณ เมื่อปี ๕๓ โตเป็นอันดับสองรองจากสิงคโปร์

เหล่า
นี้มีในตารางในหน้าแรกพร้อมหมดแล้ว ส่วนในลิงค์ถัดมาเป็นอัตราการเพิ่มของจีดีพี เมื่อเทียบกับปี ๕๓ (เพื่อตัดประเด็นค่าเงินที่เปลี่ยนไป) ซึ่งเราอยู่อันดับ ๒๒ ของโลก เป็นที่ ๒ ในภูมิภาคอาเซียนรองจากสิงคโปร์

http://en.wikipedia.org/wiki/List_of_countries_by_real_GDP_growth_rate_(latest_year)

Ø      ความสามารถในการใช้หนี้ของประเทศไทยก็สูงมากขึ้นในสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์  ปัจจุบันเราใช้หนี้ได้ตกเดือนละ ๑ หมื่นล้าน แถมมีเงินส่งคลังเยอะกว่าด้วย ต้นปี ๕๔ ส่งเข้ากว่า ๓ แสนล้าน

http://thairecent.com/Business/2011/867220/

http://www.oknation.net/blog/sigree/2011/05/20/entry-4

Ø      การลงทุนทั้งภายในประเทศและต่างประเทศต่างก็เพิ่มมากขึ้น ภายในมีผู้ขอรับการลงทุนเพิ่มร้อยละ ๑๓ จากต่างประเทศก็เพิ่ม

The board of investment of Thailand เปิดเผยตัวเลขการลงทุนจากภายในประเทศในไตรมาสแรก ปี ๕๔ พบว่ามูลค่าการขอรับการส่งเสริมการลงทุนช่วง มค ๕๔ ถึง มีค ๕๔ มีมูลค่าถึง ๑๑๗๘๐๐ ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ ๑๓ จากช่วงเวลาเดียวกันในปี ๒๕๕๓ โดยเฉพาะในกลุ่มปิโตรเคมี กระดาษ และพลาสติก เพิ่มขึ้นถึง ๑๐ เท่า ส่วนกลุ่มที่รองลงมาก็เป็นอุตสาหกรรมบริการและก่อสร้าง อิเลคทรอนิคและไฟฟ้าตามลำดับ จำนวนโครงการที่ลงทุน ๔๕๓ โครงการ เพิ่มขึ้นร้อยละ ๕๘ เมื่อเปรียบเทียบรายปี

ส่วนทางจากต่างประเทศ
มูลค่าการลงทุนอยู่ที่ ๗๐๑๑๑ ล้านบาท โดยร้อยละ ๕๐ มาจากทางญี่ปุ่น เน้นหนักทางด้านอุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ โดยอัตราเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ ๗๕ จากปี ๕๓

http://www.boi.go.th/english/about/statistics.asp

Ø      ดัชนีชี้วัดทางเศรษฐกิจที่สำคัญเปรียบเทียบรัฐบาลอภิสิทธิ์ กับทักษิณ สมัคร สมชาย ไม่ว่ายกตัวไหนขึ้นมาเสื้อแดงก็หน้าหงายหมดครับ

สาวกทักษิณชอบอ้างว่า เป็นเพราะหนี้ IMF ของรัฐบาลชวนทั้งๆที่ความเป็นจริงแล้วกู้มาตั้งแต่สมัยชวลิตที่มีทักษิณเป็น รองนายก ไม่ว่ากัน เอาเป็นว่ามีหนี้ IMF ก็มีหนี้ IMF แต่ถ้าไปพิจารณาตัวเลขแล้วจะเห็นว่าหลังจากการใช้หนี้ IMF ที่เหลือทั้งหมดตามมติ ครม มกราคม 2546 ยอดหนี้โดยรวมหลังจากการใช้หนี้ไปแล้วไม่ได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญเลยเลย เพราะในเดือน ตุลาคม 2545 ยอดหนี้อยู่ที่ 2.94 ล้านล้านบาทหลังจากใช้หนี้ไปแล้วในเดือนมกราคม 2546 ยอดหนี้ในเดือนตุลาคม 2546 2547 อยู่ที่ 2.93 3.13 ล้านล้านบาท คือลดลงมาแค่ประมาณ 10,000 ล้านบาทในปลายปี แล้วตีกลับขึ้นไปอยู่ที่ระดับ 3.13 ล้านล้านบาทในปีถัดมา

มอง
ง่ายๆตรงไปตรงมาเลย คือ ทักษิณก็แค่กู้หนี้ใหม่ไปใช้หนี้ IMF แล้วแหกตาคนไทยเท่านั้นเอง แล้วการกู้ของทักษิณไม่ได้น้อยไปกว่าอภิสิทธิ์เลยเพราะดูจากตัวเลขสัดส่วน ต่อ GDP ดังนั้น วาทกรรมดีแต่กู้ กู้มากที่สุดนั้น เป็นเพียงวาทกรรมที่มุ่งทำลายคู่แข่งทางการเมือง โดยปราศจากข้อมูลข้อเท็จจริงสนับสนุนอย่างที่สุด

Description: Image

กราฟ จัดทำโดย คุณ
Mahasura

ที่
จริงการการก่อหนี้สาธารณะไม่ใช่เรื่องที่ผิด ไม่ว่ารัฐบาลไหนจะทำก็ทำไปเถอะ ตราบใดที่สัดส่วนหนี้ต่อ GDP อยู่ในระดับที่ปลอดภัย ซึ่งถ้าเปรียบเทียบกับประเทศต่างๆทั่วโลกตอนนี้ สัดส่วนหนี้สาธารณะของไทยที่อยู่ระดับ 45% ถือว่า อยู่ในระดับที่ไม่น่าจะก่อให้เกิดปัญหาความสามารถในการชำระหนี้ของรัฐบาลใน อนาคต และเมื่องลองเปรียบเทียบกับหลายๆประเทศในยุโรป ไม่ว่าจะเป็นอังกฤษ (68%) ฝรั่งเศส (78%) เยอรมัน (73%) หรือประเทศในทวีปอเมริกาอย่างอเมริกา (84%) แคนาดา (81%) ส่วนมาเลเซียทีมีระดับเศรษฐกิจใกล้เคียงกับไทย(55%) –ข้อมูลสัดส่วนหนี้ต่อ GDP ปี 2010 จาก IMF- สัดส่วหนี้สาธารณะของไทยก็ไม่ได้สูงไปกว่าประเทศเหล่านั้นเลย

สิ่ง
ที่คนไทยควรจะมองน่าจะเป็นว่าเมื่อกู้มาแล้ว เงินกู้นั้นนำไปใช้ในโครงการอะไร เป็นโครงการที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนโดยส่วนรวมหรือไม่ เป็นโครงการที่มุ่งสร้างพื้นฐานเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศหรือไม่ ประเด็นนี้น่าจะเป็นประเด็นที่คนที่ไม่ชอบอภิสิทธิ์ควรยกขึ้นมาถกเถียง มากกว่าจะมานั่งพูดๆๆ ว่าดีแต่กู้ แล้วไม่มีอะไรต่อ สังคมไม่ได้ประโยชน์อะไรจากการวิพากษ์วิจารณ์เลยด้วยซ้ำ

แต่
สิ่งเดียวที่คนเหล่านั้นจะได้ก็คือความจริงที่ทิ่มแทงกลับไปว่า ทักษิณ ที่บูชาว่าเก่งนักเก่งหนานั้น เป็นเพียงคนไร้ฝีมือ ที่ไม่มีความสามารถอะไร นอกจากการโกหกแหกตาคนไทยด้วยความหน้าด้านปลิ้นปล้อนเท่านั้นเอง

แหล่งที่มาของข้อมูล : ธนาคารแห่งประเทศไทย :http://www.bot.or.th/Thai/Statistics/EconomicAndFinancial/EconomicIndices/Pages/menu.aspx
IMF :
http://www.imf.org/external/pubs/ft/weo ... index.aspx
ยินดีให้เพื่อนๆนำไปเผยแพร่ได้ตามสะดวกไม่มีสงวยลิขสิทธิ์ ครับ ส่วนความหมายคงไม่ต้องอธิบายมากนะครับ
เพราะกราฟทุกตัว ตอบทุกอย่างในตัวมันเองอยู่แล้ว



Description: Image



Description: Image
หมายเหตุ
: แก้ไขปีที่คุณทักษิณเข้ารับตำแหน่งจาก กพ45 -> กพ44 นะครับส่วนข้อมูล ตัวเลขอื่นๆเหมือนเดิมนะครับ

เงินทุนสำรองระหว่าง ประเทศ คือ สินทรัพย์ของประเทศในรูปทองคำ เงินตราต่างประเทศ และสิทธิในการเบิกเงิน IMF (บัญชีเงินฝากที่ IMF) ดังนั้นถ้าในแต่ละปีประเทศไทยมีกระแสเงินเข้าประเทศมากกว่ากระแสเงินไหลออก นอกประเทศ ปีนั้นๆ จะมีเงินทุนสำรองระหว่างประเทศเพิ่มสูงขึ้น ในทางตรงกันข้ามถ้ากระแสเงินไหลเข้าประเทศน้อยกว่ากระแสเงินไหลออก เงินทุนสำรองระหว่างประเทศก็จะลดน้อยลงไป

เนื่องจากข้อมูลของเงิน
ทุนสำรองระหว่างประเทศจะมีลักษณะเป็น stock ดังนั้นถ้าจะพิจารณาว่าในเงินทุนสำรองระหว่างประเทศในแต่รัฐบาลมีการเปลี่ยน แปลงเพิ่มมากขึ้นแค่ไหน ก็ให้พิจารณาโดย

การเพิ่มขึ้นของทุนสำรองระหว่างประเทศ = เงินทุนสำรอง ณ วันที่ออกจากตำแหน่ง
เงินทุนสำรอง ณ วันที่เข้ารับตำแหน่ง

ซึ่งจะเห็นได้ว่าถ้า เปรียบเทียบกันแบบง่ายๆ ทักษิณมีความสามารถในการบริหารเศรษฐกิจให้ประเทศไทยหารายได้จากต่างประเทศ ได้ต่ำที่สุดทั้งๆที่ในช่วงนั้นเป็นช่วงเศรษฐกิจขาขึ้น ขนาดเปรียบเทียบกับรัฐบาลสุรยุทธ์ ที่บริหารงานเพียงปีกว่าๆ ยังสามารถบริหารงานจนประเทศสามารถเพิ่มเงินทุนสำรองระหว่างประเทศได้มากกว่า ทักษิณที่บริหารงานมาเกือบหกปี และเมื่อทีมเศรษฐกิจของทักษิณได้รับโอกาสจากประชาชนอีกครั้งในการบริหารงาน ในปี 2551 พบว่าทุนสำรองระหว่างประเทศเพิ่มขึ้นเพียง 18,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ในขณะที่เมื่ออภิสิทธิ์เข้ามาบริหารงาน 2 ปี กว่าๆ ทุนสำรองระหว่างประเทศเพิ่มขึ้นมา 78,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

ตัว
เลขเหล่านี้บอกอะไร บอกว่าจริงๆแล้วทีมเศรษฐกิจของทักษิณด้อยประสิทธิภาพเอามากๆ (ซึ่งเชื่อได้ว่าทีมเศรษฐกิจของเพื่อไทยตอนนี้อาจจะคุณภาพเดียวกันหรือต่ำ กว่า) ทั้งๆที่ประเทศไทยมีศักยภาพในการหารายได้รวมทั้งภาวะการณ์เศรษฐกิจโลกโดยรวม ในตอนนั้นอยู่ในภาวะขาขึ้น โอกาสในการหารายได้เข้าประเทศมีมากมายแต่ทำไมการเพิ่มขึ้นของทุนสำรอง ระหว่างประเทศในช่วงเวลาเกือบ 6 ปี กลับน้อยกว่าการเพิ่มขึ้นของทุนสำรองภายใต้การบริหารงานของรัฐบาลสุรยุทธ์ ซึ่งบริหารงานเพียง 16 เดือนเท่านั้น

นอกจากนี้ถ้ายังจำได้
สมัยรัฐบาลสมัคร หมอเลี้ยบ รมวคลังในตอนนั้น มีความคิดที่จะตั้ง Sovereign Wealth Fund โดยใช้เงินทุนสำรองระหว่างประเทศโดยมีจุดประสงค์เพื่อไปลงทุนในตลาดเงินและ ตลาดทุนต่างประเทศเพื่อหากำไร (http://www.ryt9.com/s/prg/404498) แต่โชคดีที่ทางธนาคารแห่งประเทศได้คัดค้านอย่างถึงที่สุดทำให้โครงการนี้ต้องพับไป

ลอง
นึกดูว่าถ้าตอนนั้นธนาคารแห่งประเทศไทยไม่สามารถคัดค้านเอาไว้ได้ มีการเอาเงินทุนสำรองระหว่างประเทศไปลงทุน แน่นอนตลาดทุนหลักๆก็ต้องเป็นอเมริกา ยุโรป ซึ่งแน่นอนกองทุนนี้คงได้รับอานิสงค์จากวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ รับรองได้กินแฮมเบอร์เกอร์ไครซิส กันจนจุกแน่ๆ ไม่รู้ว่าเงินทุนสำรองระหว่างประเทศจะถูกละลายหายไปเท่าไหร่ ถ้าธนาคารแห่งประเทศไทยในตอนนั้นไม่คัดค้านเสียงแข็งยอมทำตามนโยบาย รมว คลัง สมัยสมัคร

ก็
ลองพิจารณากันดูว่าจะฝากผีฝากไข้ไว้กับทีมเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทยที่เคยพิสูจน์ฝีมือมาแล้ว สองครั้ง ซึ่งตัวเลขก็แสดงให้เห็นแล้วว่าห่วย แถมยังมีความคิดที่จะเอาเงินทุนสำรองระหว่างประเทศที่ควรจะเก็บไว้ใช้รักษา เสถียรภาพของค่าเงินไปเพื่อการเก็งกำไรในตลาดทุนและตลาดหุ้นซึ่งมีความ เสี่ยง??????

เมื่อเทียบทุนสำรองระหว่างประเทศกับชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วยกัน …..มาดูว่า ทีมงานของอภิสิทธิ์เก่งขนาดไหน …..ไทยในสมัยอภิสิทธิ์อยู่อันดับ 12 เป็นรองแค่สิงคโปร์เท่านั้น  ลองดูอันดับล่างไทยลงไป เห็น US,France กับ England ไหม

ที่มา : wikipedia เงินสำรองระหว่างประเทศ

Description: 424164.jpg

Description: Image
Description: Image

Description: Image

Description: Image

Description: Image

หนีเสาธารณะที่เสื้อแดงบอกเยอะๆ ลองดูเปรียบเทียบ % of GDP กับประเทศอื่นๆที่สำคัญดูนะครับ
ข้อมูลปี
2010 ที่แน่ๆสมัยคุณทักษิณ %of GDP มากกว่า คุณมาร์คนั่นหมายถึงคุณทักษิณสร้างหนี้เยอะกว่าเห็นๆ

Description: Image

Ø      พักจากเศรษฐกิจ มาเจอเรื่องสภาพสังคม(แบบหนัก ๆ)กันมั่งครับ


สถิติอาชญากรรมที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ตั้งแต่
2544-2553

Description: Image

ที่มา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

รวบรวมโดย สำนักงานสถิติแห่งชาติ


จาก
สถิติข้างต้นจะเห็นว่า สถิติการเกิดอาชญากรรมเพิ่มขึ้นสูงสุดในสมัยทักษิณตลอดเลย ไม่ว่าจะอุกฉกรรจ์ ประทุษร้าย อาญา หรือคดีที่รัฐเป็นผู้เสียหาย ไม่เฉพาะอัตราการเพิ่มที่เป็นแชมป์ กระทั่งจำนวนคดีที่เกิดก็ยังเป็นแชมป์ ทั้งที่เมื่อเทียบแล้วจำนวนประชากรน้อยกว่าในรัฐบาลหลัง ๆ เป็นหลักล้านคน นี่ขนาดว่าช่วง ๒ ปีหลังมีเรื่องการเผาบ้านเผาเมืองอะไรพวกนี้ด้วยนะ

ไหนพรรคเพื่อไทยคุยว่าประชาชนมีความสุข บ้านเมืองสงบสุข
?

Ø      นักท่องเที่ยวก็เพิ่มขึ้นสูงสุดในปี 2553 ……...นั่นหมายถึงความเชื่อมั่นที่นักท่องเที่ยว และต่างชาติมีต่อการบริหารจัดการสภาวะประเทศของรัฐบาลอภิสิทธิ์
จาก
http://www.tourism.go.th/2010/th/statistic/tourism.php

Description: Image

วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ส่งผลถึงปี 52 นะครับ อย่างไตรมาสสุดท้าย ปี 51 นี่ ไทย ติดลบ 4.3% ไตรมาสแรกปี 52 ติดลบมากกว่า 5% ครับ
ถ้าจำข่าวปีนั้นได้ รองนายกฯด้านเศรษฐกิจสมัยนายกฯสมัคร คือ นายโอฬาร ไชยประวัติ ทำนายว่า ปี
52 ไทยติดลบ 4 หรือ 5% มากสุดในโลก
และ
คุณกรณ์แถลงข่าวว่าเป็นไปไม่ได้ ซึ่งคุณกรณ์ก็ทำได้จริงๆ แต่ต้องขอบคุณเสื้อแดงที่ไม่เผาเมืองข้ามปีข้ามชาติ เพราะไตรมาสสุดท้ายปี 52
GDP ไทยโตประมาณ 5.8% เนื่องจาก การใช้จ่ายครัวเรือน การลงทุนเอกชน และการส่งออกปรับตัวดีขึ้น เป็นผลจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ดุลการค้าของไทยดีมาก
รายได้เกษตรกรเพิ่มขึ้นจากราคาพืชผลสูงขึ้น
นักท่องเที่ยวต่างชาติเชื่อมั่นและเดินทางมาเที่ยวไทยเพิ่มขึ้น ตัวเลขการจ้างงานก็ดีขึ้น อัตราการว่างงานลดลง

ขอบคุณที่ไทยเรามีรัฐมนตรีคลังโลก
Description: ;)  จากกราฟจะเห็นว่า มีไม่กี่ประเทศที่ GDP บวกส่วนใหญ่ บิ๊กเนม จะติดลบกันหมด

Description: Image
ข้อมูลจาก
IMF :http://www.imf.org/external/pubs/ft/weo/2011/01/weodata/index.aspx

============================================================================================================

ข้อมูลทั้งหมดนี้ต้องให้เครดิตจากคนดีหลายท่าน ที่  เวบ เสรีไทย  http://forum.serithai.net/viewtopic.php?f=2&t=36076&start=90

============================================================================================================

ดีแต่พูด 18 ข้อของ อลงกรณ์ พลบุตร

ีแต่พูด(1)มีเสียงโจมตีว่า" อภิสิทธิ์"ดีแต่พูดบริหารล้มเหลวเก่งแต่กู้หาเงินไม่เป็น ผมจะเสนอข้อมูลให้พิจารณาว่าสิ่งที่กล่าวหาไม่จริงอย่างไร

ดีแต่พูด(2)2ปีเศษที่อภิสิทธิ์เป็นหัวหน้ารัฐบาลผสมที่ปชป.เป็นแกนนำสามารถนำปท.ไทยพ้นจากวิกฤติและเริ่มเติบโตอย่างมั่นคง

ดี แต่พูด(3)ปี2553 ศก.ไทยกลับมาเติบโต7.8%และสะสมทุนสำรองระหว่างปท.ได้ถึง5ล้านล้านมากนับเป็น ปท.หนึ่งที่มีสถานะศก.ดีที่สุดหลังยุคแฮมเบอร์เกอร์

ดีแค่พูด(4)ปี2553รัฐบาลค้าขายหาเงินเข้าปท.จากการส่งออกสูงสุดในประวัติศาสตร์คือ6ล้านล้านบาท(195พันล้านดอลลาร์)ด้วยอัตราเติบโต28%

ดีแต่พูด(5)ปี2553รัฐบาลสร้างรายได้5.8แสนล้านบาทจากการดึงนักท่องเที่ยวต่างปท.เข้ามาในปท.ไทยได้ถึง15.8ล้านคนสูงสุดเป็นประวัติการณ์

ดีแต่พูด(6)ตลาดหลักทรัพย์ซึ่งเป็นตลาดทุนของปท.มีมูลค่าตลาดเพิ่มจาก3ล้านล้านเป็น8ล้านล้านบาทดัชนีเพิ่มจาก4ร้อยจุดทะลุ1พันจุด

ดีแต่พูด(7)ปี2553มีการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนบริษัทใหม่กว่า5หมื่นนิติบุคคลและมีการเพิ่มทุนของนิติบุคคลที่มีอยู่เดิมสูงสุดในรอบ99ปี

ดีแต่พูด(8)หนี้สาธารณะที่เกิดจากการกู้ของภาครัฐลดลงอย่างต่อเนื่อง6เดือนติดต่อกันทำให้สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อGDPอยู่ในระดับ40%

ดี แต่พูด(9)ผลจากมาตรการ"ลดรายจ่ายเพิ่มรายได้"ทำให้ปี2553มีอัตราเงินเฟ้อไม่ เกิน4%ถือว่าต่ำมากเมื่อเทียบกับปท.อื่นๆทั่วโลกเช่นเวียดนาม20%

ดี แต่พูด(10)การขยายตัวทางศก.และการเติบโตของการส่งออกและท่องเที่ยวรวมทั้ง ตลาดทุนที่ขยายตัวทำให้อัตราว่างงานมีไม่ถึง1%หรือต่ำกว่า3แสนคน

ดีแต่พูด(11)ปี2553รัฐบาลสามารถเพิ่มประสิทธิภาพโลจิสติกส์จนต้นทุนโลจิสติกส์ลดลงจากเกือบ19%เหลือ16.8%มีผลต่อขีดความสามารถของปท.

ดี แต่พูด(12)ตัวเลขที่นำเสนอเป็นข้อมูลที่เป็นทางการและเปิดเผยต่อสาธารณะ ผมเป็นรัฐมนตรีศก.คนหนึ่งจึงรวบรวมนำมาเสนอให้เห็นถึงผลงานของรัฐบาล

ดี แต่พูด(13)ต้องเข้าใจว่าเมื่อ"อภิสิทธิ์"เข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีนั้นปท.ไทย เหมือนคนไข้โคม่าจากวิกฤติศก.โลกและวิกฤติการเมืองในปท.ไม่ใช่ภาวะปกติ

ดี แต่พูด(14)2ปีเศษจึงเป็นการทำงานที่ยากลำบากเหมือนคนว่ายน้ำด้วยแขนข้าง เดียวมือขวาว่ายน้ำเพื่อพาปท.ไปข้างหน้ามือซ้ายพยุงตัวแก้ปัญหาการเมือง

ดี แต่พูด(15)2ปีเศษที่ต้องเผชิญกับภัยธรรมชาติทั้งภัยแล้งน้ำท่วมรุนแรงต่อ เนื่องซึ่งกระทบต่อศก.ปท.และศก.ครัวเรือนต้องใช้งบหลายหมื่นล้านฟื้นฟู

ดี แต่พูด(16)2ปีเศษที่ปท.ไทยต้องเผชิญกับความขัดแย้งทางการเมืองบางครั้ง รุนแรงถึงขั้นล้มการประชุมอาเซียนซัมมิทและเกิดเหตุการณ์"ไฟไหม้ในนาคร"

ดีแต่พูด(17)ท่ามกลางปัญหาต่างๆรัฐบาลสามารถนำพาปท.จากภาวะโคม่าสู่การเติบโตทางศก.อย่างมีเสถียรภาพคงไม่ใช่"ดีแต่พูด"แต่"ทำได้ดี"

ดี แต่พูด(18)สถานะทางศก.11เรื่องที่ผมนำมาเสนอเพื่อโต้แย้งคำว่า"ดีแต่พูด "นั้นไม่เป็นความจริงแต่รัฐบาลก็ยอมรับว่ายังมีปัญหาอื่นๆรอการแก้ไข

ผมเพียงนำข้อมูลมาเสนอเพื่อให้มองถึงผลงานจากการทำงานของรัฐบาลเป็นอีกด้านหนึ่งของเหรียญที่ควรได้รับการพิจารณา
การขยายตัวทางศก.ทำให้รัฐบาลจัดเก็บรายได้ๆมากขึ้นและทำให้หนี้สาธารณะลดลงขณะนี้มีสัดส่วน40%ของจีดีพีถือว่าดีทีเดียวครับ
รัฐบาลไม่ได้แก้ไขปัญหาได้ดีทั้งหมดครับบางเรื่องก็ผิดพลาดเหมือนกันเช่นปัญหาไข่และน้ำมันปาล์มซึ่งสถานการณ์ก็คลี่คลายบางแล้ว
ช่วงไข่แพงเกิดจากปัญหาปริมาณไข่ลดจาก27เหลือ23ล้านฟองจากปัญหาอุทกภัยและอากาศแปรปรวนรัฐบาลสั่งห้ามส่งออกไข่ทันที
น้ำมันปาล์มเกิดจากปริมาณสต็อกลดลงและพณ.ตรึงราคาขวดละ37บาทนานเกินไปจนเกิดปัญหาขาดแคลนเรื่องนี้ผิดพลาดครับ
การพูดความจริงอย่างตรงไปตรงมาดีที่สุดครับรวมทั้งการมองข้อเท็จจริงอย่างรอบด้านด้วยสายตาที่เป็นธรรมจะทำให้มุมมองทุกฝ่ายดีขึ้น


http://twitter.com/alongkornpb

>>>>>>>>>>>>  พักเรื่องหนักหนัก มาฮากันดีกว่า พี่หนกแกจัดให้  ฮิ้ววววววววววววววววววววววววววววววว ฮาอ่ะ 5555+  …………………………………………

ไม่คุยเรื่องการเมืองซักวัน ........

อิอิอิ   ล้อเล่ง……..

แดง = ……..

ฟ้า = ……….

ฟ้าชนะแดง  ฮิ้วววววววววววววววววววววววววววววววววว

Description: cid:image001.jpg@01CC2484.F5126C10
, dissemination or copying of this message or the information it contains is prohibited. If you have received this message in error, please immediately notify the sender, and delete the original message and attachments.


 



ไปที่เว็บไซต์ของกลุ่ม
ลบฉันออกจากกลุ่มรายชื่อ

 
FREE Animations for your email - by IncrediMail! Click Here!
image0011.jpg
image01010.jpg
image01111.jpg
image01212.jpg
image01313.jpg
image01414.jpg
image01515.jpg
image01616.gif
image01717.jpg
image01818.jpg
stampa_girl_line_en.gif
image0022.jpg
image0033.jpg
image0044.jpg
image0055.jpg
image0066.jpg
image0077.jpg
image0088.jpg
image0099.jpg
Reply all
Reply to author
Forward
0 new messages