คาดดัชนีฯ วันนี้ ทดสอบแนวรับ 1562-1560 จุด
§ วันนี้ แนะนำ สะสมเมื่อราคาอ่อนตัว หุ้นที่มีกำไรเติบโตดี หุ้นที่มีราคาพื้นฐานยังคงถูก และหุ้นปันผลดี โดยมีจุดตัดขาดทุนที่ 1560 จุด
§ หุ้นเด่นเก็งกำไร สัปดาห์นี้ PTT RATCH AMATA AP SCC MALEE DRT TTW MODERN JMT TUF SINGER
§ รายเดือน ต.ค. แนะนำ แนะนำ SPALI BTS INTUCH TTA PTT CPALL HEMRAJ JMART ANAN DEMCO
ประเด็นบวก
· ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานของสหรัฐฯ ลดต่ำลงสู่ระดับก่อนเกิดวิกฤต (สู่ระดับ 287,000 ราย ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดที่ 297,000 ราย)
· ตลาดฯ ส่งสัญญาน อาจไม่มีมาตรการสกัดหุ้นร้อน
ประเด็นลบ
· นักลงทุนผิดหวังอีซีบี ไม่มีเป้าหมายขนาดโครงการซื้อสินทรัพย์ ห่วงอาจไม่เพียงพอต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ
· กระแสเงินทุนไหลเข้าเริ่มแผ่วลง และนักลงทุนต่างชาติ+ สถาบัน ขาย short สัญญา futures หนักวานนี้ (รวมกัน 13025 สัญญา)
· นักลงทุนกังวลเหตุการณ์ประท้วงในฮ่องกงจะกระทบภาคการเงิน (จับตาวันนี้มีการเจรจาระหว่างแกนนำนักศึกษา และรัฐบาล)
จับตา
· วันนี้ สหรัฐฯ ประกาศตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตร และอัตราการว่างงาน
ทดสอบแนวรับ 1562-1560 จุด
Highlight
§ ตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้ เปิดลบเล็กน้อย หลังนักลงทุนกังวลว่าแผนการซื้อสินทรัพย์ของอีซีบีจะไม่เพียงพอต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯ มีการรีบาวด์ช่วงท้ายตลาด
§ ตัวเลขเศรษฐกิจวันนี้ USA: การจ้างงานนอกภาคเกษตร กย คาด +205k (Vs 142k) อัตราว่างงานเท่าเดิม 6.1% ISM ภาคบริการ กย คาด 58.5 (Vs 59.6) Germany ตลาดหุ้นปิดทำการ (day of unity)
§ +/- วันทำการก่อนหน้า นักลงทุนต่างชาติกลับมาขาย -610 ลบ. (จากซื้อ +1.64 พันลบ.) ส่วนนักลงทุนสถาบันในประเทศขายเพิ่ม -1.92 พันลบ. (ขายสะสม 2 วัน รวม-2.67 พันลบ.)
§ -คาดดัชนีฯ ทดสอบแนวรับ 1562/1560 จุด โดยมีแนวต้านที่ 1580/1585 จุด หลังนักลงทุนผิดหวังแผนการซื้อสินทรัพย์ของอีซีบี และวันนี้ ต้องจับตาการประท้วงในฮ่องกง โดยจะมีการเจรจาระหว่างฝ่ายประท้วงและรัฐบาลวันนี้ ขณะที่ตลาดหุ้นฮ่องกงจะกลับมาเปิดทำการ
§ กลยุทธ์ลงทุน แนะนำ สะสมเมื่อราคาอ่อนตัว โดยกำหนดจุดตัดขาดทุนที่ 1560 จุด เน้น หุ้นที่ยังคงมีราคาถูกเทียบพื้นฐาน (PTT RATCH AMATA AP SCC) และหุ้นจ่ายปันผลสูง ปีนี้ (MALEE DRT TTW MODERN) หุ้นโมเมนตัมบวก TUF CPF
หุ้นในกระแส:
· หุ้นโมเมนตัมบวก (ขึ้นเกิน 5.0%) ได้แก่ ECL ML AJD MIDA NEP PE AMANAH WIN GBX หุ้นที่ลงกว่า 7.0% ได้แก่ PRECHA KASET THANA CCP SIAM PACE DNA MAX
· NVDR (หน่วย: ลบ.) สูงสุดด้านซื้อ KBANK+306 PTT+167 SCC+108 สูงสุดด้านขาย ได้แก่ BBL-493 ADVANC-195
· หลักทรัพย์ที่มี Short Sell สูงสุด (หน่วย:ล้านบาท) ได้แก่ PTT 157 KBANK 99
คาดดัชนีฯ วันนี้ ทดสอบแนวรับ 1562-1560 จุด หลังนักลงทุนผิดหวังแผนการซื้อสินทรัพย์รอบใหม่ของอีซีบีวานนี้ ขณะเหตุการณ์ประท้วงในฮ่องกงยังเป็นความเสี่ยงที่กดดันตลาด แนะนำเก็งกำไร ใกล้แนวรับ หุ้นที่มีราคาพื้นฐานยังคงถูก และหุ้นปันผลดี โดยกำหนดจุดตัดขาดทุนที่ 1560 จุด
คาดดัชนีฯ วันนี้ แกว่งตัวลงทดสอบแนวรับสำคัญ 1562-1560 จุด โดยมีแนวต้านที่ 1580/1585 จุด โดยปัจจัยลบยังมาจากภายนอก หลังวานนี้ นักลงทุนผิดหวังที่อีซีบียังไม่มีขนาดที่แน่นอน ในการประกาศแผนโครงการซื้อสินทรัพย์รอบใหม่วานนี้ ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯ มีการรีบาวด์ช่วงท้ายตลาด หลังตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานของสหรัฐฯ ลดต่ำลงสู่ระดับก่อนเกิดวิกฤต ขณะที่ยังต้องจับตาการประท้วงในฮ่องกงที่ยังเป็นความเสี่ยง โดยวันนี้จะมีการเจรจาระหว่างกลุ่มผู้ประท้วงกับรัฐบาล ด้านปัจจัยในประเทศแรงหนุนเริ่มอ่อนแรงลง หลังเงินทุนไหลเข้าชะลอจากทิศทางเงินบาทอ่อนค่า ประกอบกับวานนี้นักลงทุนต่างชาติและสถาบันขาย short สัญญา Futures อย่างหนัก (13025 สัญญา)
กลยุทธ์ลงทุน : แนะนำ Trading Buy กรอบ 1560-1600 หุ้นกำไรเติบโตดีกว่าคาด (SYNTEC VNG CCET PF PYLON) หุ้นที่ยังคงมีราคาถูกเทียบพื้นฐาน (PTT RATCH AMATA AP SCC) หละหุ้นจ่ายปันผลสูง ปีนี้ (MALEE DRT TTW MODERN) ส่วนหุ้นมีประเด็นระยะสั้นเชิงบวก ได้แก่ ILINK TTA
Recommend Stocks: เดือน ต.ค. แนะนำ SPALI BTS INTUCH TTA PTT CPALL HEMRAJ JMART ANAN DEMCO
Investment Theme: แนะนำ
1. หุ้นถูกตามปัจจัยพื้นฐาน (Cheap Stocks) หุ้นน่าสนใจได้แก่ PTT RATCH AP SCC AMATA NYT SCB CPF
2. หุ้นที่งมี % Dividend Yield ปี 14 สูงกว่า 2.8% และมี % Upside ต่อเป้าหมายสูงกว่า 7% ได้แก่ MALEE CPNRF DRT KBS TTW MODERN
ปัจจัยต่างประเทศ : อีซีบีสร้างความผิดหวังต่อนักลงทุน, จับตาการเจรจาในฮ่องกง
อีซีบีเริ่มซื้อ Covered bond กลางเดือนนี้ แต่ยังไม่บอกขนาดโครงการ นักลงทุนผิดหวัง หลังอีซีบีประกาศรายละเอียดโครงการซื้อสินทรัพย์รอบใหม่ โดยจะเริ่มซื้อ Coverd bond กลางเดือนนี้ และ ABS ในไตรมาส 4 ปีนี้ โดยสินทรัพย์ที่ซื้อจะต้องมีเครดิตเรตติ้งสูงกว่าระดับ BBB- (Investment grade) ยกเว้นในกรีซและไซปรัสที่จะมีเงื่อนไขอื่นทดแทน โดยโครงการนี้จะใช้เวลาทั้งหมด 2 ปี แต่ไม่ได้มีการให้เป้าหมายขนาดโครงการ ทำให้นักลงทุนกังวลว่า จะไม่เพียงพอต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่ชะลอลงของยูโรโซน
จับตาการเจรจาเหตุประท้วงฮ่องกง หลังผู้ว่าการยังไม่ลาออก หลังผ่านเส้นตายที่กลุ่มผู้ชุมนุมให้ไว้วานนี้ โดยตามข่าวล่าสุด จะมีการเจรจาระหว่างแกนนำนักศึกษาและรองผู้ว่าการวันนี้ โดยแกนนำกล่าวยืนยันว่าจะชุมนุมต่อเนื่องจนกว่าจะมีการจัดให้มีการเลือกตั้งอย่างเสรี ขณะที่ตลาดหุ้นฮ่องกงจะกลับมาเปิดทำการวันนี้
ปัจจัยในประเทศ : บาทมีทิศทางอ่อนค่า แต่ส่งออกไทยยังไม่ฟื้น
แม้ทิศทางค่าเงินบาทเริ่มอ่อนค่า (ล่าสุด อยู่ที่ 32.42) แต่แนวโน้มการส่งออกไทยปีนี้ยังไม่ฟื้นตัว และมีโอกาสที่ติดลบต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยล่าสุดสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย คาดว่าส่งออกไทยปีนี้จะติดลบ 0.25% ใกล้เคียงกับที่ศูนย์วิจัยกสิกรคาดไว้ที่ติดลบ 0.3% เนื่องจากแนวโน้มเศรษฐกิจโลกชะลอตัวกว่าคาด โดยเฉพาะยุโรป โดยในช่วง 8 เดือนแรกการส่งออกไทยยังติดลบอยู่ที่ 1.36%
ปัจจัยเทคนิค: สัญญานระยะสั้น กลับมาเป็นลบ หลังดัชนีฯ ร่วงลงแรงวานนี้ หลุดต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ย 5 10 และ 25 วัน ประกอบกับสัญญานอื่นๆ อย่าง MACD และ RSI อ่อนแรงลงเช่นกัน ทั้งนี้ ดัชนีฯ มีแนวรับสำคัญ บริเวณ 1562-1560 จุด หากหลุดแนวรับนี้ มีโอกาสเข้าสู่ช่วงของการปรับฐาน
หุ้นเด่น: รอซื้อบริเวณแนวรับ
|
|
TUF เป้าหมายพื้นฐาน 84.50 บาท |
||||
|
|
|||||
|
แนวรับ 71.50/70.00 |
แนวต้าน 77.00/78.00 |
||||
|
|
|||||
|
|
SINGER เป้าหมาย พื้นฐาน 23.00 บาท |
||||
|
|
|||||
|
แนวรับ 18.00/17.70 |
แนวต้าน 18.80/19.60 |
||||
|
|
|||||
|
|
|
||||
|
|
|||||
|
แนวรับ 18.00/17.80 |
แนวต้าน 19.20/20.30 |
||||
|
|
|||||
* อิงราคาเป้าหมายทางด้านพื้นฐานจาก Bloomberg consensus/** Bloomberg consensus high
ประเด็นจับตา
1. +ประเด็นการเมือง:
"ไพบูลย์"เผย นายกฯสั่งทุกหน่วยดูผลกระทบหากยกเลิกอัยการศึก,คาดหารือ 7 ต.ค. พล.อ.ประยุทธ์
จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. สั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ให้รัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไปพิจารณาข้อดี ข้อเสีย และ ผลกระทบ กรณีหากจะยกเลิกกฎอัยการศึกในบางพื้นที่ เขาเชื่อว่า ในการประชุมร่วมระหว่างรัฐบาลและคสช. ในวันที่ 7 ต.ค.นี้ อาจจะมีการหารือถึงเรื่องนี้ด้วย
คลังคาด พ.ร.บ.ภาษีมรดกมีผลต้นปี 58, เก็บขั้นต่ำ 10% ของส่วนที่เกิน 50 ลบ. กระทรวงการคลัง เตรียมเสนอร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) ภาษีมรดก ให้คณะรัฐมนตรี(ครม.) พิจารณา ในปลายเดือนต.ค. หรืออย่างช้าต้นเดือนพ.ย. ปีนี้ ขณะที่คาดว่า กฎหมายดังกล่าวจะผ่านการพิจารณาของสภานิติบัญญัติ (สนช.)
และมีผลบังคับใช้ได้ในต้นปี 58 แต่จะให้ผู้เกี่ยวข้อง มีเวลาปรับตัว 3 เดือน
ส่วนกฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง รมว.คลัง กล่าวว่า จะดำเนินการ หลังจากการออกกฎหมายภาษีมรดกแล้ว โดยเมื่อกฎหมายมีผลบังคับใช้ จะให้ยกเว้น การเก็บภาษีในช่วงแรก ประมาณ 1 ปีครึ่ง เพื่อให้รัฐบาลเตรียมตัวประเมินราคาที่ดิน เป็นรายแปลง ให้ครบ 30 ล้านแปลง ซึ่งเชื่อว่า จะดำเนินการได้ทัน เพราะจะมีการนำวิธีการประเมินใหม่เข้ามาดำเนินการ
2. Investment Theme
1. เก็งกำไร หุ้นที่มี %Upward Revision และขายหุ้นที่ถูก Downward Revision (ปรับปรุงปลายสัปดาห๋กอ่น) แนะนำ ซื้อ SYNTEC VNG CCET GFPT PF MAJOR PYLON และทยอยขาย BLA KKP PCSGH CENTEL TICON BEC ITD TOP
++Upward Revision (latest)

--Downward Revision (Latest)

2. หุ้นถูกตามปัจจัยพื้นฐาน (Cheap Stocks) ซึ่งอาจเป็นหุ้นทางเลือกของนักลงทุนสถาบันในและต่างชาติ อิงระดับ P/BV < ค่าเฉลี่ย (ดูตาราง 1) และ P/BV < ค่าเฉลี่ย +0.5 S.D. หุ้นน่าสนใจได้แก่ PTT RATCH AP SCC AMATA NYT SCB CPF

3. หุ้นที่งมี % Dividend Yield ปี 14 สูงกว่า 2.8% และมี % Upside ต่อเป้าหมายสูงกว่า 7% ได้แก่ MALEE CPNRF DRT KBS TTW MODERN

4. +/- Trigger Funds : คาดว่า หากดัชนีฯแตะระดับเหนือ 1600 จุด ในช่วง 1-2 วันนี้จะมี 5 กองทริกเกอร์ฟันด์ มูลค่า 1.63 พันลบ ถึงเป้าหมาย ได้แก่ TISEQT15 มูลค่า 550 ลบ UOBT14 490ลบ UOBT17 330ลบ ONE-SPOT5/2 250 ลบ KFEQ3P3-3 6ลบ.ขายเฉพาะ 3% แรก ในขณะที่มีการเปิดกองทุนทริกเกอร์ฟันด์ใหม่ ปลายเดือนนี้ เข้ามาช่วยหนุนเช่นกัน โดย KTAM มูลค่าโครงการ 1 พันลบ.คาดว่าจะเข้าลงทุนวันนี้
+/- 5)รายงานเศรษฐกิจสำคัญสัปดาห์นี้ : จับตา ตัวเลขภาคการผลิตจีน สหรัฐฯ ยุโรป ผลประชุม ECB Meeing การจ้างงานสหรัฐฯ
· ศุกร์ที่ 3 ตค.: USA: การจ้างงานนอกภาคเกษตร กย คาด +205k (Vs 142k) อัตราว่างงานเท่าเดิม 6.1% ISM ภาคบริการ กย คาด 58.5 (Vs 59.6) Germany ตลาดหุ้นปิดทำการ (day of unity)
Economic Calendar

รายงานตัวเลขเศรษฐกิจวันทำการผ่านมา:
· ม.หอการค้าเผย ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภค ก.ย.ที่ 79.2 ลดลงครั้งแรกรอบ 5 เดือน ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เผยผลสำรวจ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ก.ย. อยู่ที่ 79.2 จาก 80.1 ในเดือนส.ค.ซึ่ง เป็นการปรับลดลงครั้งแรกในรอบ 5 เดือน หลังจากเศรษฐกิจไทยยังไม่ฟื้นตัวมากนัก ขณะที่กลับมีสัญญาณชะลอลง เนื่องจากราคาพืชผลการเกษตรที่ยังอยู่ในระดับต่ำ
· ธ.กลางญี่ปุ่นเผยความเชื่อมั่นเศรษฐกิจในภาคครัวเรือนญี่ปุ่นดิ่งลงใน Q3 บีโอเจเปิดเผยผลสำรวจรายไตรมาสในวันนี้ โดยระบุว่าดัชนี diffusion ที่ใช้วัดความเชื่อมั่นของภาคครัวเรือนต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่นดิ่งลงครั้งใหญ่ที่สุดในรอบกว่า 3 ปี โดยทรุดตัวลงสู่ -20.4 ในเดือนก.ย. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่พรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ของนายอาเบะชนะการเลือกตั้งในเดือนธ.ค. 2012
สรุปภาวะตลาดต่างประเทศ
Global Momentum

+ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ กลับมาปิดทรงตัว หลังลดลงเกือบ 1% ระหว่างช่วงเปิดตลาด
วันทำการที่ผ่านมา ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ลดช่วงลบก่อนมาปิดคละ โดยดัชนี DJIA ปิดลดลงเล็กน้อย -3.66 จุด หลังดิ่งลงไปกว่า 150 จุด หรือ -0.02% มาปิดที่ 16,801.05 จุด ดัชนี S&P 500 ปิดทรงตัว +0.01 จุด หรือ 0.001% ปิดที่ 1,946.17 จุด และ ดัชนี Nasdaq ปิดเพิ่มขึ้น 8.11 จุด หรือ 0.18% มาปิดที่ 4,430.19 จุด ดัชนี S&P 500 ฟื้นตัวขึ้นเล็กน้อยหลังร่วงลง 3 วันติดต่อกัน ขณะที่นักลงทุนคลายความวิตกชั่วคราวเกี่ยวกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่อ่อนแอและมูลค่าหุ้นที่สูงเกินไป
ตลาดถูกกดดันในช่วงเช้าตามการร่วงลงอย่างหนักของตลาดหุ้นยุโรปหลังนักลงทุนผิดหวังกับการแถลงข่าวของนายมาริโอ ดรากี ประธานธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) เกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมในยูโรโซน หุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวขึ้น 0.4% หลังราคาน้ำมันดิบดีดตัวขึ้น ตลาดจะรอการเปิดเผยข้อมูลการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐวันศุกร์นี้ ซึ่วคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 215,000 ตำแหน่ง
- ตลาดหุ้นยุโรป ปิดลดลง ผิดหวังผลประชุมอีซีบี
วันทำการที่ผ่านมา ตลาดหุ้นยุโรป ปิดร่วงลงเป็นวันที่สอง ผิดหวังแถลงการณ์ของประธานอีซีบี โดย FTSE ปิดลดลง 111.13 จุด หรือ -1.69% สู่ 6,446.39 จุด ดัชนี CAC40 ปิดดิ่งลงแรง -122.60 จุด หรือ -2.81% สู่ 4,242.67 จุด และ DAX ปิดร่วงลง -186.35 จุด หรือ -1.99% สู่ 9,195.68 จุด โดยได้รับแรงกดดันจากความผิดหวังของนักลงทุนที่มีต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอันล่าสุดของธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี)
นายมาริโอ ดรากี ประธานอีซีบีกล่าวว่า อีซีบีจะเริ่มต้นเข้าซื้อหุ้นกู้มีประกันจากธนาคารพาณิชย์ในช่วงกลางเดือนต.ค. และจะเข้าซื้อหลักทรัพย์ที่ได้รับ การค้ำประกันจากสินทรัพย์ (ABS) หรือสินเชื่อที่จัดเป็นแพคเกจรวมกันในไตรมาสนี้ อย่างไรก็ดี อีซีบีไม่ได้ระบุขนาดที่เฉพาะเจาะจงของโครงการเข้าซื้อ ABS และเทรดเดอร์ผิดหวังที่นายดรากีไม่ได้ส่งสัญญาณบ่งชี้ว่า อีซีบีจะดำเนินมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE)
+ราคาน้ำมันดิบ ฟื้นต่อ จากข่าวสต๊อกน้ำมันดิบร่วงลงกว่าคาด
วันทำการที่ผ่านมา Brent ส่งมอบ พย. ปิดลดลง 0.74 ดอลลาร์ สู่ระดับ 93.42 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 91.55-94.37 ดอลลาร์ โดยจุดต่ำสุดของวันพฤหัสบดีถือเป็นจุดต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย. 2012
Nymex ส่งมอบ พย..ปิดเพิ่มขึ้น 0.28 ดอลล์ต่อบาร์เรล มาปิดที่ระดับ 91.01 ดอลล์ต่อบาร์เรล หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 88.18-91.54 ดอลลาร์ โดยจุดต่ำสุดของวันพฤหัสบดีถือเป็นจุดต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย. 2013 ราคาน้ำมันดิบสหรัฐปรับขึ้น หลังจากบริษัทเจนสเกปรายงานว่า สต็อกน้ำมันดิบที่เมืองคุชชิงดิ่งลง 1.7 ล้านบาร์เรลในช่วงเวลา 4 วันนับตั้งแต่วันที่ 26 ก.ย.เป็นต้นมา
นักวิเคราะห์บางรายกล่าวว่า ราคาน้ำมันจะฟื้นตัวขึ้นได้ก็ต่อเมื่อ กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ปรับลดปริมาณการผลิตลงในการประชุมเดือนพ.ย
*ราคาทองคำ ขยับลงเล็กน้อย จากตัวเลขจ้างงานรายสัปดาห์ ดีกว่าคาด
วันทำการที่ผานมา ราคาสัญญาทองเดือน ธันวาคม ปิดที่ระดับ 1,215.10 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ย่อตัวลง 0.40 ดอลล์ล่าร์ หรือ -0.03% ราคาทองสปอตที่ตลาดสหรัฐขยับลง 9 เซนต์ สู่ 1,213.30 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงท้ายตลาดวันพฤหัสบดี โดยได้รับแรงกดดันจากการดิ่งลงอย่างต่อเนื่องของราคาน้ำมันดิบเบรนท์ และจากแนวโน้มเศรษฐกิจที่น่าพึงพอใจในสหรัฐ อย่างไรก็ดี ราคาทองยังคงได้รับแรงหนุนเข้ามาบ้างจากความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างประเทศ
-ดัชนีค่าระวางเรือ Baltic Dry Index ปิดลดลงเป็นวันที่ 2 จาก จีนปิดหยุดยาว 7 วัน
วันทำการที่ผานมา ดัชนี Baltic Dry Index ปิดลดลงอีก 14 จุดมาปิดที่ 1041 จุด หลังจาก ปี 56 พิ่มขึ้น +28.14%y-y เป็น 2227 จุด (จาก 1738 จุด ณ สิ้นปี 55) โดยระดับสูงสุดอยู่ที่ 2337 จุด เมื่อ 12/12/56 และระดับต่ำสุดอยู่ที่ 698 จุดเมื่อ 2/1/56 ขณะที่ระดับสูงสุดตลอดกาลอยู่ที่ 11793 และระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ อยู่ที่ 554 กลุ่มเรือ (Shipping) คาดผ่านจุดต่ำสุด Bottom Out และฟื้นตัวตามเศรษฐกิจโลก
บทวิเคราะห์ตามปัจจัยพื้นฐาน
TTA: จะเข้าลงทุนในธุรกิจเครื่องดื่มน้ำผลไม้ในจีน (Unrated)
· TTA จะใช้เงินลงทุนจำนวน 954 ล้านบาท ซื้อหุ้นเพิ่มทุนของ บ. ไซโน แกรนเนส ฟู้ด อินดัสตรี กรุ๊ป จำกัด (Sino Grandness Food Industry Group Limited) ซึ่งเป็นบริษัทที่มีสำนักงานใหญ่ในสาธารณรัฐประชาชนจีน และเป็นบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ (Bloomberg code: SFGI.SP)
· ทั้งนี้ TTA จะดำเนินการผ่านบริษัทย่อย คือ Soleado Holdings Pte. (TTA ถือหุ้น 100%) ในการเข้าซื้อหุ้นเพิ่มทุนของ SFGI ที่จำหน่ายให้กับผู้ถือหุ้นแบบ PP จำนวน 60.601 ล้านหุ้น ที่ราคาหุ้นละ $S0.610 ต่อหุ้น คิดเป็นสัดส่วนการถือหุ้น 9% ของจำนวนหุ้นทั้งหมดของ SFGI หลังการเพิมทุน (673.34 ล้านหุ้น)
· อนึ่ง SFGI ออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนทั้งหมด 86 ล้านหุ้น โดย TTA เข้าลงทุน 60.601 ล้านหุ้น ส่วนที่เหลือลงทุนโดย บ. พี เอ็ม กรุ๊ป จำกัด
ความเห็น:
· SFGI เป็นบริษัทผลิตอาหารและเครื่องดื่มที่มีฐานการผลิตอยู่ที่ เซินเจิ้น สาธารณรัฐประชาชนจีน มีธุรกิจหลัก 2 อย่าง ได้แก่ 1) เครื่องดื่ม และ 2) ผักผลไม้บรรจุกระป๋อง โดยธุรกิจส่งออกอาหารประป๋องเป็นธุรกิจดั้งเดิม บริษัทมีผลประกอบการที่เติบโตต่อเนื่องในอัตรา 49% CAGR ในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา เฉพาะในปี 2013 SFGI มีกำไรสุทธิ 401.1 ล้านหยวน หรือประมาณ 2,167 ล้านบาท เติบโต 38% YoY โดยในช่วง 5 ปีหลัง ผลประกอบการเติบโตโดดเด่นหลังบริษัทออกผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มโลโคทหรือลูกแพร์ยักษ์ (loquat juice) ภายใต้ตราสินค้า Garden Fresh ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดยปัจจุบัน Garden Fresh เป็นตราสินค้าอันดับหนึ่งของเครื่องดื่มโลโคทในจีน มีส่วนแบ่งตลาดมากกว่า 75% มียอดขาย 60% ของรายได้รวมของ SFGI ทั้งนี้ บริษัทมีฐานะการเงินเป็น Net cash position
· จากการสอบถามไปยัง TTA บริษัทจะรับรู้การลงทุนใน SFGI เป็นส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม เพราะถึงแม้จะถือหุ้นเพียง 9% แต่เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่อันดับ 2 มีสิทธิแต่งตั้งกรรมการ 1 คน ดังนั้นหากใช้ตัวเลขกำไรในปี 2013 เป็นฐานในการประเมิน คาดว่า TTA จะรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก SFGI ประมาณ 195 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 13% ของประมาณการกำไรสุทธิในปี FY15E ของ TTA ที่ระดับ 1,500 ล้านบาท (consensus)
· ทั้งนี้ ราคาที่ TTA ลงทุน เป็นราคาที่ต่ำกว่าราคาตลาดของ SFGI (S$0.665) ประมาณ 8% และเทียบเท่า P/E เพียง 4.4 เท่า ทั้งนี้ สาเหตุที่หุ้น SFGI ซื้อขายที่ P/E ต่ำ เป็นเพราะบริษัทมีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับมาร์เก็ตแคปโดยรวมของตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ ทำให้มีสภาพคล่องในการซื้อขายน้อย อนึ่ง SFGI จัดเป็นหุ้นประเภท S-Chip (บริษัทจีนที่ไปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์) ของตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์
· นอกจากนั้น มีความเป็นไปได้ที่ SFGI จะนำบริษัทย่อยที่ดำเนินธุรกิจเครื่องดื่ม (Grandness (HK) Industry Co., Ltd) ไปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง ซึ่งคาดว่าน่าจะมี P/E ที่สูงกว่า ซึ่งหากดำเนินการจริง เงินลงทุนของ TTA จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นตามราคาตลาด (บันทึกในส่วนของผู้ถือหุ้น) อย่างไรก็ตาม TTA ยืนยันว่าบริษัทมีนโยบายลงทุนระยะยาวใน SFGI
· สำหรับแหล่งเงินทุนที่ต้องใช้จะมาจากกระแสเงินสด โดยจากงบการเงินล่าสุด TTA มีเงินสดในมือ 8 พันล้านบาท เป็นเงินสดในส่วนของ TTA ประมาณ 2-3 พันล้านบาท จึงเพียงพอต่อการลงทุน
· Deal นี้เป็นสาเหตุส่วนหนึ่งที่ทำให้ TTA จำเป็นต้องเลื่อนการนำบริษัทย่อย (บมจ. พีเอ็ม โทรีเซน เอเชีย โฮลดิ้ง - PMTA ถือหุ้นใหญ่ใน บ.บาคองโค ซึ่งดำเนินธุรกิจผลิตปุ๋ยและบริหารท่าเรือที่เวียดนาม) เข้าจดทะเบียนใน SET ออกไปเป็น 1Q15 (จากเดิมที่คาดว่าจะดำเนินการใน 4Q57) โดยจะให้สิทธิผู้ถือหุ้นปัจจุบันของ TTA จองซื้อหุ้นใหม่ตามสัดส่วนที่จะกำหนดภายหลัง
· Consensus ส่วนใหญ่แนะนำ ซื้อ โดยมีราคาพื้นฐานที่ 26.19 บาท เนื่องจากผลประกอบการมีแนวโน้มฟื้นตัว จากธุรกิจเรือให้บริการนอกชายฝั่ง และธุรกิจเรือเทกอง
สรุปข่าวบริษัทจดทะเบียนและข่าวเศรษฐกิจ
ข่าวบริษัทจดทะเบียน
SIM:สามารถ ไอ-โมบายทำข้อตกลงขายโทรศัพท์มือถือให้ DTAC มูลค่า 637.5 ลบ.
SIM แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า บริษัท ได้ทำข้อตกลงในการจำหน่าย โทรศัพท์เคลื่อนที่ให้บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น มูลค่ารวม 637.5 ล้านบาท โดยมีเงื่อนไขการชำระเงินภายใน 60 วัน ภายหลังการส่งมอบสินค้า
AJD เปิดแผนร่วมทุนจีนผุดโซลาร์ฟาร์มลุ้นนิวไฮ14บ.
AJD สัญญาณเทคนิคสวยมีลุ้นชนนิวไฮใหม่ 14 บาท เกาะกระแสยอดขาย Set Top Box แจกคูปองรับนโยบาย กสทช.ซดรายได้เหนาะๆ 1.65 หมื่นล้านบาท นอนตีพุงปั๊มกำไรยาว 2-3 ปี ผู้บริหาร "อมร มีมะโน" คิดการใหญ่ศึกษาร่วมทุนจีน ตั้งบริษัทย่อยทำโซลาร์ฟาร์ม การันตีกำไรโตยั่งยืน จับตางบไตรมาส 4/2557 มีเฮกำไรสนั่นวงการ
จับตาPSผลงานทุบสถิติกอดแบ็กล็อกเต็มพอร์ต
PS ฟุ้งยอดขาย Q3/2557 นิวไฮที่ 1.33 หมื่นล้านบาท ดันยอดขาย 9 เดือนพุ่ง 3.13 หมื่นล้านบาท ส่วนรายได้ดีกว่า Q2/2557 สร้างสถิติสูงสุดติดต่อกันเป็นปีที่ 3 ลุยเปิดโครงการใหม่ต่อเนื่องโบรกจับตาผลงานปีนี้ทะลุเป้า แนะ "ซื้อ" เป้าหมาย 43 บาทต่อหุ้น
TCMCซุ่มเทกโอเวอร์รายใหญ่ ส่งซิกครึ่งปีหลังพีค-เป้า3.70บ.
TCMC ซุ่มเจรจาเทกโอเวอร์รายใหญ่ในประเทศ หวังขยายฐานสู่ AEC ผู้บริหาร "ชาลี จังวิจิตรกุล" เผยบุ๊กออเดอร์ลูกค้าตะวันออกกลาง อเมริกา และยุโรป แถมรับอานิสงส์กลุ่มโรงแรม และกลุ่มโมเดิร์นเทรดขยายฐานหนุนยอดขายพรมทะลัก เตรียมส่งบริษัทย่อย TCH ดันเข้าตลาดในอนาคต ส่วนปี 2558 กำไรกระโดด เป้า 3.70 บาท
AHงานทะลักหนุนรายได้ รุกเพิ่มฐานอินเดีย-เป้า 20.10บ.
AH แย้มครึ่งหลังปี 2557 ผลงานเจ๋งกว่าครึ่งปีแรกที่มีรายได้ราว 7.6 พันล้านบาท ลูกค้าป้อนงานใหม่เพียบ พร้อมมั่นใจปีนี้รายได้ตามนัด 1.55 หมื่นล้านบาท โหมกระแสยานยนต์ฟื้นตัว แถมเล็งขยายฐานอินเดีย ปั๊มเงินเข้าพอร์ต ด้านโบรกแนะ "ทยอยซื้อ" เป้าหมาย 20.10 บาท
DRTแตกไลน์ทำแผงโซลาร์ ติดชาร์ตยิลด์สูง5%-ชน7บ.
DRT เล็งแตกไลน์ขายแผงโซลาร์รูฟท็อป ปั๊มเงินเข้ากรุเพิ่มคาดชัดเจนปี 2558 นี้ พร้อมปักธงปี 2557 รายได้ตามนัด 4.4 พันล้านบาท หลังรุกฐานลูกค้าใหม่ต่อเนื่อง แถมใส่เกียร์ลุย AEC วางป้อมยอดส่งออกแตะ 20% จากปัจจุบันแค่ 14% โบรกแนะสอย DRT เข้าพอร์ต ชี้ปันผลแจ๋ว 5% ชนเป้า 7.00 บาท
CPFเดินเกมเทกโอเวอร์ทั่วโลกเคาะดีลบ.ยุโรป-รัสเซียต้นปี58
CPF วางเกมเทกโอเวอร์ทั่วโลก ดันธุรกิจแกร่ง ผู้บริหาร "อดิเรก ศรีประทักษ์" เคาะดีลเทกโอเวอร์ บริษัท ในสหรัฐ-รัสเซีย-ยุโรป 3-4 บริษัท ภายในต้นปี 2558 นี้ พร้อมปูพรมรายได้เติบโตไม่ต่ำกว่า 10% ต่อปี แถมปรับกลยุทธ์เน้นผลิตอาหารสำเร็จรูปมนุษย์ หวังอัพมูลค่า คอนเฟิร์ม 5 ปี เพิ่มสัดส่วนลงทุนต่างประเทศเป็น 70% จากเดิมแค่ 58%
JMARTรุกครึ่งหลังขยายสาขาใน-ตปท.กำไรโตแกร่งโต15%
JMART เดินหน้าลุยธุรกิจสร้างยอดรายได้-กำไรปี 2557 ตามเป้าหมายเติบโต 15% จากปีก่อนจับตาไตรมาส 4/2557 ธุรกิจพีคไฮซีซัน-จัดงาน Thailand Mobile Expo 2014 Showcase กระตุ้นยอดอู้ฟู่ คาดยอดขาย 60 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าขยายสาขาเพิ่มในประเทศและต่างประเทศ
CWTจ่อดีลแตกไลน์พลังงานโค้งสามงบเด่น-ส่องต้าน2.70บ.
CWT เปล่งรัศมี! พันธมิตรจีบร่วมทุนทำโซลาร์รูฟท็อป ขนาด 6 เมกะวัตต์ คาดชัดเจนเร็วๆ นี้ ชี้หากลุล่วงดันผลงานทะยาน ผู้บริหาร "วีระพล ไชยธีรัตต์" แย้ม Q3/2557 ผลงานแจ๋วต่อเนื่องจาก Q2/2557 ที่มีรายได้ราว 209.15 ล้านบาท งานรอบุ๊กเพียบ มั่นใจปีนี้รายได้ตามนัด 1 พันล้านบาท รับเทรนด์ยานยนต์ฟื้นด้านโบรก แนะ "เก็งกำไร" พิกัดราคา 2.70 บาท