เหตุสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 2 จ.มุกดาหาร ถล่มลงมาครั้งนี้ ได้รับการเปิดเผยเมื่อเวลา 16.10 น.วันที่ 22 ก.ค.โดย พ.ต.ท.ไพโรจน์ จันทร์ทิม สารวัตรเวรสภ.อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร ได้รับแจ้งเหตุคานยกแท่นปูนสะพานข้ามแม่น้ำโขงไทย-ลาว ที่กำลังอยู่ในระหว่างก่อสร้างเกิดพังถล่มมีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก เหตุเกิดที่บริเวณบ้านคำผักหนอก ม.7 ต.บางไทรใหญ่ อ.เมือง จ.มุกดาหาร หลังรับแจ้งจึงได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่กู้ภัยโรงพยาบาลมุกดาหารอินเตอร์ นำรถพยาบาลเข้าพื้นที่เพื่อช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและผู้สูญหาย
ที่เกิดเหตุเป็นเสาสะพานที่สร้างขึ้นมาจากตอม่อที่ 11 กลางลำแม่น้ำโขง มีผู้ได้รับบาดเจ็บเบื้องต้นทั้งหมด 15 ราย เสียชีวิต 1 รายทราบชื่อคือ นายฮิโตชิ ทานากะ อายุประมาณ 25-30 ปี เป็นชาวญี่ปุ่นที่ทำหน้าที่เป็นวิศวกรคุ้มงานก่อสร้างสะพานในครั้งนี้ นอกจากนี้แล้วยังมีผู้สูญหายที่ตกลงไปใต้น้ำโขงจำนวน 8 คน เป็นชาวญี่ปุ่น 3 คน ฟิลิปปินส์ 1 คน และคนงานชาวไทยอีก 4 คน เจ้าหน้าที่กู้ภัยและเจ้าหน้าที่ประดาน้ำของศูนย์ป้องกันและบรรเทาสารณภัยจ.มุกดาหารกำลังลงไปค้นหาผู้สูญหายทั้งหมด
สำหรับผู้บาดเจ็บทั้ง 7 ราย ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้นำตัวส่งโรงพยาบาลมุกดาหารอินเตอร์ เพื่อรักษาตัวเป็นการด่วน เบื้องต้นมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 ราย ที่ถูกส่งเข้าห้องไอซียู ส่วนที่เหลือมีอาการรู้สึกตัวดี
โดย สะพานข้ามแม่น้ำโขงระหว่างชาติ มุกดาหาร - สะหวันเขต โดยใช้เงินกู้จาก JBIC วงเงินค่าก่อสร้าง 2,550 ล้านบาท ไทยและลาวออกฝ่ายละครึ่งรูปแบบสะพาน เป็นสะพานคอนกรีต 2 ช่องจราจร ไม่ทางรถไฟ ผิวจราจรกว้าง 8 เมตร ไหล่ทางข้างละ 1.50 เมตร ยาว 1,600 เมตร จุดกลับรถอยู่ฝั่งไทย รายละเอียดของโครงการแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ดังนี้ ส่วนที่ 1 (PACKAGE I) เป็นงานก่อสร้างตัวสะพานด้านฝั่งไทย และฝั่งลาว ค่าก่อสร้าง ประมาณ 2,000 ล้านบาท ประกอบด้วย
ฝั่งไทย ฝั่งลาว ตัวสะพาน คอสะพาน ถนนคอสะพาน ถนนเปลี่ยนทิศทางจราจร 800 250 79 395 800 200 79 - 1,600 เมตร 450 เมตร 257 เมตร 395 เมตร รวม 1,524 1,178 2,702 เมตรส่วนที่ 2 (PACKAGE II) เป็นงานก่อสร้างอาคารด่านควบคุมและถนนเชื่อม ตลอดจนสิ่งปลูกสร้างด้านฝั่งลาว มีความยาว 2,514 เมตร ค่าก่อสร้าง 300 ล้านบาท ส่วนที่ 3 (PACKAGE III) เป็นงานก่อสร้างอาคารด่านควบคุมและถนนเชื่อม ตลอดจนสิ่งปลูกสร้างด้านฝั่งไทย มีความยาว 951 เมตร ค่าก่อสร้าง 250 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการ เริ่มก่อสร้างเมื่อปี 2546 และสิ้นสุดในปี 2549 รวมระยะเวลาก่อสร้าง 3 ปี
สำหรับสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 2 ที่จ.มุกดาหารนี้ เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2546 ได้มีพิธีลงนามสัญญาจ้างก่อสร้างสะพานฯ โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ขนส่ง และก่อสร้างแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมของไทย เป็นประธานร่วมในพิธี ณ ห้องประชุมมนัส คอวนิช ชั้น 2 อาคาร 2 กรมทางหลวง กรุงเทพมหานคร ผลการก่อสร้างจนถึงสิ้นเดือน มิถุนายน 2548 ปรากฎว่างานดำเนินไปตามแผนทั้งฝั่งไทยและ สปป.ลาว โดยด้านฝั่งไทยทำได้ประมาณ 80% และฝั่ง สปป.ลาว ทำได้ประมาณ 70% คาดว่าจะแล้วเสร็จตามแผนที่กำหนดไว้ต้นปี 2549 นี้
ລາວພວນ ລາວຮັກຊາດ
when this accident happened????
จากอุบัติเหตุระหว่างการก่อสร้างสะพานก่อสร้างมิตรภาพไทย-ลาว ข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 2 ตำบลบางทรายใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร เมื่อเย็นวานนี้ (22 ก.ค.) ที่มีการใช้เครนเหล็กยกพื้นแผ่นซีเมนต์ เพื่อติดตั้งตัวสะพานเกิดหักกะทันหัน ทำให้วิศวกรและคนงานก่อสร้างประมาณ 30 คน ถูกแท่งเหล็กทับและพลัดตกลงไปในแม่น้ำโขง โดยมีนายฮิโตชิ ทานากะ อายุ 49 ปี หัวหน้าวิศวกรชาวญี่ปุ่น ซึ่งเป็นผู้จัดการโครงการก่อสร้างสะพาน ถูกแท่งเหล็กทับเสียชีวิต และมีผู้บาดเจ็บ 11 ราย เป็นคนไทย 3 ราย ชาวลาว 6 ราย ญี่ปุ่น 2 ราย นอกจากนี้ ยังมีผู้สูญหายอีก 8 ราย
ล่าสุดเช้านี้ (23 ก.ค.) เจ้าหน้าที่จากฝั่งไทยและลาวได้นำเรือออกติดตามผู้สูญหาย พร้อมนักประดาน้ำจากหน่วยรักษาความสงบเรียบร้อยตามแม่น้ำโขง สถานีเรือมุกดาหาร ร่วมค้นหาท่ามกลางฝนตกหนัก ทำให้การทำงานเป็นไปด้วยความยากลำบาก ประกอบกับกระแสน้ำในแม่น้ำโขงไหลเชี่ยว ส่วนสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวน
A Japanese construction engineer was killed, eight other workers are
missing, and seven are injured, the paper said, quoting Pairot Chantim,
an inspector at Mukdahan police station.
Witnesses said a crane bent under the weight of a beam, which was then
dropped onto the 1,600 meter-long structure, the paper reported. Heavy
rain hampered search and rescue efforts.
The 2.5 billion baht ($60.5 million) bridge, financed by the Japan Bank
for International Cooperation, was 90 percent complete, the paper said.
If this happened in the US, victims will get compensated, but the
builder will NOT be out of business...
Good thing they didn't give Lao people a job on that bridge huh?
Si Hahed
การระดมกำลังค้นหาผู้สูญหายจากเหตุสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2 จ.มุกดาหาร ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้างถล่ม ยังคงดำเนินการต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 ท่ามกลางกระแสน้ำในลำน้ำโขงที่เชี่ยวกรากและฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 23 กรกฎาคม บรรยากาศที่บริเวณจุดสร้างสะพาน พบว่ามีเพียงเจ้าหน้าที่จากฝั่งไทยและลาวได้นำเรือออกติดตามผู้สูญหาย พร้อมนักประดาน้ำจากหน่วยรักษาความสงบเรียบร้อยตามแม่น้ำโขง (นรข.) สถานีเรือมุกดาหาร ร่วมค้นหาท่ามกลางฝนตกหนัก ทำให้การทำงานเป็นไปด้วยความยากลำบาก ประกอบกับกระแสน้ำในแม่น้ำโขงไหลเชี่ยวกราก
ขณะเดียวกัน ตั้งแต่ช่วงเช้าปรากฏว่ามีประชาชนจากทั่วสารทิศมายืนดูที่บริเวณใกล้จุดเกิดเหตุจำนวนมาก โดยหลายคนต่างวิพากษ์วิจารณ์ถึงสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ต่างๆ นานา
นายวีระวงศ์ อายุ 25 ปี ชาวบ้านจากแขวงสะหวันเขต ส.ป.ป.ลาว ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว เล่าว่า วันเกิดเหตุทำหน้าที่เป็นคนขับเคลื่อนเครนยกคานเหล็ก ซึ่งตนกำลังเคลื่อนคานกำลังจะถึงตอม่อ ปรากฏว่าคานเหล็กเกิดหัก ทำให้คนงานที่อยู่ในบริเวณดังกล่าวตกลงไปในน้ำ ส่วนตนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย เพราะมีเข็มขัดนิรภัยรัดอยู่ ส่วนคนอื่นๆ ไม่ได้คาดเข็มขัดนิรภัยทำให้ตกลงไปในน้ำ
ขณะที่นายเทวา แก้วดวงสี อายุ 39 ปี คนงานก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาว เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ประมาณ 10 วันที่ผ่านมามีผู้พบเห็นผึ้งหลวง หรือมิ้ม มาทำรังอยู่ที่ตอม่อต้นที่ 12 ของสะพาน ซึ่งอยู่บริเวณกลางแม่น้ำโขงพอดี ทำให้ทุกคนเชื่อว่าจะได้โชคลาภ จะต้องให้ทำบุญใหญ่ แต่โครงการก็ไม่ได้ทำ กระทั่งมีคนงานฝันเห็นสะพานหักจนเล่ากันปากต่อปาก ทำให้คนที่ทราบข่าวเกิดความกลัว เชื่อว่าอาจเกิดเหตุร้าย ประกอบกับในวันเกิดเหตุซึ่งเป็นวันเข้าพรรษาและเป็นวันหยุด หัวหน้าคนงานจึงได้เกณฑ์คนงานให้มาทำงานต่อ เพื่อให้เสร็จทันตามกำหนด แต่เพื่อนบางคนไม่ยอมมาทำงาน เนื่องจากเป็นวันพระใหญ่
นายจำลอง โพธิ์สุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า ตนเดินทางไปดูที่เกิดเหตุตั้งแต่วันแรก แต่เจ้าหน้าที่บริษัทรับเหมาได้สั่งห้ามเข้าใกล้เพราะเกรงจะได้รับอันตรายและเกิดอุบัติเหตุซ้ำอีก
สำหรับสาเหตุของการเกิดเหตุครั้งนี้ นายจำลอง ระบุว่า บริษัทก่อสร้างกำลังตรวจสอบอยู่ แต่เท่าที่ดูน่าจะเกิดจากอุบัติเหตุ เพราะระบบรักษาความปลอดภัยของบริษัทนี้ดีมาก เนื่องจากเป็นบริษัทร่วมทุน 4 ชาติ พร้อมกับมีวิศวกรทั้งชาวไทยและชาวญี่ปุ่นจำนวนมาก
ในส่วนการค้นหาผู้สูญหายนั้น รองผู้ว่าฯ ระบุว่า ขณะนี้มีหน่วย นรข.จากนครพนมและอุบลราชธานี มาช่วยค้นหาศพ นอกจากนั้นยังมีมนุษย์กบงมหาศพอีกจำนวนหนึ่ง แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่พบศพ เนื่องจากกระแสน้ำในลำน้ำโขงไหลเชี่ยว อีกทั้งมีฝนตกอยู่ตลอดเวลา คาดว่าศพอาจจะลอยไปที่อื่นแล้ว
นายจำลอง กล่าวว่า จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุเบื้องต้นพบว่า คานโครงเหล็กปั้นจั่นที่ขนานไปกับตัวสะพาน ซึ่งมีหน้าที่ยกแท่นคอนกรีตสำเร็จรูปจากฝั่งไทยเพื่อไปก่อสร้างสะพาน เกิดหักเป็น 3 ท่อน ระหว่างตอม่อสะพาน โดยโครงเหล็กยาวประมาณ 100 เมตร ทำให้มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 1 คน ซึ่งเป็นวิศวกรชาวญี่ปุ่น และมีผู้สูญหาย 8 คน มีคนไทย 3 คน คือ นายเศรษฐ ชัยรบ นายเชิดศักดิ์ อินทะเสน นายทองอ้น ทองมหา ชาวญี่ปุ่นอีก 2 คน คือ นายวาย. ทานากะ และนายมิโดรุ ทานาดะ และชาวฟิลิปปินส์ 1 คน คือ นายทอม นอกนั้นเป็นคนงานลาวอีก 2 คน คือ นายขุนรัด ชาสมัย และนายสุวิน ทิพพะเกด
ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมดในที่เกิดเหตุจำนวน 14 คน และพักรักษาตัวอยู่ที่ รพ.มุกดาหาร จำนวน 10 คน อีก 1 คนส่งตัวไปยัง รพ.สรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี เนื่องจากมีอาการบาดเจ็บสาหัส ส่วนที่เหลือบาดเจ็บเล็กน้อย แพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้
สำหรับรายชื่อผู้ได้รับบาดเจ็บเท่าที่ทราบคือ 1.นายโอโคโนกิ (ชาวญี่ปุ่น) อายุ 28 ปี พักรักษาตัวอยู่ที่ห้องพิเศษ 2 2.นายยานาเซะ (ชาวญี่ปุ่น) อายุ 40 ปี อยู่ห้องไอซียู 3.นายวีระวงศ์ (ชาวลาว) อายุ 25 ปี 4.นายปรีดา เมืองโคตร (ชาวไทย) อายุ 26 ปี 5.นายศรีนวล น้อยพันธุ์ (ชาวไทย) อายุ 38 ปี 6.นายอานนท์ สำเภาแก้ว (ชาวไทย) 7.นายจันทร์สมร ศรีวิไล (ชาวลาว) 8.นายกันยา (ชาวลาว) อายุ 25 ปี 9.นายเวียงสมัย (ชาวลาว) อายุ 40 ปี 10.นายแก้ว วันวิไชย (ชาวลาว) อายุ 36 ปี 11.นายจันทร์สมร ศรีวิไล (ชาวลาว) และ 12.นายแก้วอุดร พรธิดา (ชาวลาว) อายุ 28 ปี ซึ่งอาการหนัก แพทย์ส่งต่อไปยัง รพ.สรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี แล้ว
พ.ต.ท.ไพโรจน์ จันทร์ทิม สารวัตรเวร สภ.อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร เปิดเผยว่า ยังไม่สามารถแจ้งข้อหาใครได้ เพราะจะต้องรอเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านการก่อสร้างสะพานมาตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริงว่าเกิดจากอะไร เบื้องต้นอาจจะเป็นเหตุสุดวิสัยหรืออุบัติเหตุ หรือความประมาทก็ไม่สามารถทราบได้ คาดว่าวันจันทร์นี้จะสามารถส่งหนังสือขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญมาตรวจสอบได้
ทั้งนี้ วิศวกรและคนงานที่สูญหายไปในน้ำ ยังไม่พบศพ คาดว่าจะเสียชีวิตแล้วทั้งหมด เพราะปกติศพจมน้ำจะโผล่เมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 3 วัน เชื่อว่าขณะนี้กระแสน้ำจะพัดพาร่างผู้เสียชีวิตไปตามลำน้ำโขงแล้ว และคงจะไปโผล่แถบ อ.ชานุมาน จ.อำนาจเจริญ และ อ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี ซึ่งมีระยะทางห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 30-50 กิโลเมตร
ขณะเดียวกัน ในส่วนของการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้ นายจำรูญ รื่นรมย์ หัวหน้าสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน จ.มุกดาหาร กล่าวว่า ขณะนี้ได้หารือกับตัวแทนบริษัท ซูมิโตโม บริษัทผู้รับเหมาการก่อสร้างสะพานไทย-ลาวแห่งที่ 2 เกี่ยวกับการช่วยเหลือแรงงานที่สูญหายหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ ในเบื้องต้นให้บริษัทผู้รับเหมารายงานถึงสาเหตุที่เกิดขึ้น แต่ก็ยังสรุปไม่ได้ว่าผิดพลาดจากเหตุใด แต่ก็ยินดีจ่ายชดเชยและให้สวัสดิการกับคนงานทั้งไทย ลาว ฟิลิปปินส์ และชาวญี่ปุ่นอย่างเต็มที่ เนื่องจากบริษัททำประกันคุ้มครองเสี่ยงภัยทุกประการ
สำหรับการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 2 นี้ ในส่วนของแรงงานไทยจะก่อสร้างในส่วนของไซต์เอ ส่วนไซต์บีนั้นเป็นส่วนของแรงงานลาว ซึ่งน่าเป็นห่วงว่าแรงงานลาวบางส่วนอาจจะไม่มีการประกันตน ซึ่งไม่มั่นใจว่ากฎหมายไทยจะคุ้มครองเขาได้หรือไม่ และภายในวันที่ 27 กรกฎาคมนี้ จะให้บริษัท ซูมิโตโม รายงานสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุและแนวทางการช่วยเหลือแรงงานด้วย
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีญาติคนงานที่สูญหายหรือคาดว่าจะเสียชีวิตมาติดต่อแต่อย่างใด แต่ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ประสานไปยังบริษัท ซูมิโตโม และ หจก.ป.รุ่งโรจน์ เพื่อขอทราบรายชื่อผู้ที่สูญหายทั้งชาวไทย ลาว และฟิลิปปินส์
Two other Japanese workers were injured, one of them seriously, the police said.
Hitoshi Tanaka, 48, was crushed at the construction site after the crane fell onto one of the foundation pillars of the bridge where Tanaka and many other workers were standing, said Lt. Col. Phairot Chanthim of Mukdahan's Mueang District Police Station.
Tanaka and his colleagues were building the second friendship bridge between Thailand and Laos over the river. The accident occurred on the border shortly after 4 p.m. local time.
More than 10 Thai and Laotian workers were also injured or went missing, the police said.
Authorities launched a search for those who fell into the river after the crane collapsed, according to Phairot.
Tanaka and the four other Japanese workers are employees of Sumitomo Mitsui Construction Co. On Saturday, the company said one of its executives and family members of the five workers would travel to the accident site.
The names of the four other workers were been released.
The cause of the accident was not immediately known, but Phairot said he heard that some of the slings of the crane were broken.
The crane did not fall into the river, he said.
The 1.6-km-long Second Thai-Lao Friendship Bridge is due to open next year. It will link the western Laotian Province of Savannakhet and the northeastern Thai province of Mukdahan.
The Japanese government is partially funding the construction.
The Japan Times: July 24, 2005They said the other bodies found at or near the accident site in Thailand's Mukdahan Province included those of Thai, Lao and Filipino workers. The first Japanese fatality was confirmed on Friday.
Officials of Japanese contractor Sumitomo Mitsui Construction Co., which was involved in the bridge construction, identified the Japanese man whose body was found some 300 meters downriver as Yoshikazu Tanaka, 41, an employee of the company.
Police said they are still searching for two other workers at the site, including 37-year-old Minoru Sawada, also a Sumitomo Mitsui Construction employee.
On Friday, the body of Hitoshi Tanaka, 48, an employee of the
same company, was found crushed at the construction site after the
crane fell onto one of the foundation pillars of the bridge where he
and many other workers were standing.
They were building the second friendship bridge of Thailand and Laos
over the river.
The 1.6-kilometer-long Second Thai-Lao Friendship Bridge, partially
funded by the Japanese government, is due to open next year. It will
link western Lao province of Savannakhet and the northeastern Thai
province of Mukdahan.
> The 2.5 billion baht ($60.5 million) bridge, financed by the Japan Bank
> for International Cooperation, was 90 percent complete, the paper said.
ໂອ໊ຽ...ຈັ່ງຊີ້ກໍມີນໍ?ສົມພໍຜູ່ເຖົ້າຜູ່ແກ່ເວົ້າກັນວ່າ:"ເຮືອຫລົ່ມບາດຈອດ".....ຂາດຊວຍແທ້ໆ......
TseemYeej.
First of all, what are you talking about, the bridge or the crane? If
you read what was actually written, this was a failure of the crane not the
bridge. I can guarantee you that the crane was neither Lao designed nor
built. So who is responsible or at fault? Undoubtedly whoever it is,
ultimately they are probably Japanese. From the reports I would hazard to
guess that the crane failed because it's capabilities were exceeded
(probably not just as a straight maximum load, but maximum load at a certain
boom extension, angle or under excessive acceleration. Or possibly it is
simply a maintenance issue.
Undoubtedly any damage done to the bridge is only because the accident
caused the beam (this was undoubtedly a very large concrete beam or large
bridge deck section they are calling a beam) to overload or break parts of
the bridge that were never intended to take such punishment. Particularly
prior to completion. One must remember that such structures are only fully
functional when all sections are completed. Until such time, the structures
are no where near their maximum strength or load ratings. A partially
completed bridge is far weaker and at much higher risk than the completed
bridge. It is simple physics and engineering.
Phi Dung Mo
<l...@laoclub.zzn.com> wrote in message
news:1122300121.4...@g49g2000cwa.googlegroups.com...