ขนุนเป็นไม้ต้น ขนาดใหญ่ สูง 15-30 เมตร ลำต้นและกิ่งเมื่อมีบาดแผลจะมีน้ำยางสีขาวข้นคล้ายน้ำนมไหล ใบ เป็นใบเดี่ยว เรียงสลับ แผ่นใบรูปรี ขนาดกว้าง 5-8 เซน ติเมตร ยาว 10-15 เซนติเมตร ปลายใบทู่ ถึงแหลม โคนใบมน ผิวในด้านบนสีเขียวเข้มเป็นมัน เนื้อใบหนาผิวใบด้านล่างจะสากมือ ดอก เป็นช่อแบบช่อเชิงสดแยกเพศอยู่รวมกัน ดอกเพศผู้เรียกว่า “ส่า” มักออกตามปลายกิ่ง ดอกเพศเมียจะออกตามกิ่งใหญ่และตามลำต้น ยอดเกสรเพศเมียเป็นหนามแหลม ออกดอกปีละ 2 ครั้ง ช่วงเดือนธันวาคม - มกราคม และเมษายน - พฤษภาคม ส่วนของเนื้อที่รับประทานเจริญมาจากกลีบดอก ส่วนซังคือกลีบเลี้ยง ผล เป็นผลรวมมีขนาดใหญ่
ยวง เมล็ด แก่นของขนุน ส่าแห้งของขนุน ใบยวงและเมล็ด รับประทานเป็นอาหาร เมื่อครั้งอดีตคนไทยนำแก่นของขนุน ต้มย้อมผ้าให้สีน้ำตาลแก่ นำส่าแห้งของขนุนมาทำชุดจุดไฟ แก่นขนุน จะมีรสหวานชุ่มขม บำรุงกำลังและโลหิต ทำให้เลือดเย็น ใบนำมาเผาให้เป็นถ่านผสมกับน้ำปูนใสหยอดหู แก้ปวดหู และหูเป็นน้ำหนวก ไส้ในของขนุนรับประทานแก้ตกเลือดทางทวารเบาของสตรีที่มากไปให้หยุดได้ แก่นและเนื้อไม้ รับประทานแก้กามโรค.