เรียนท่านผู้บริหาร HR ทุกท่าน
ไม่ได้ร่วมแสดงความคิดเห็นหลายวัน เห็นว่า กระทู้เรื่องนี้ยังไม่มีใครแสดงความเห็น แต่น่าจะเป็นประโยชน์ต่อหลาย ๆ บริษัท ฯ จึงขอนำเสนอแนวทางครับ กรณีนี้ ข้อเท็จจริงยังไม่ละเอียดนัก เพราะในทางปฏิบัติจะมีรายละเอียดมากกว่านี้ เช่น การตกลงซื้อขาย การทำสัญญา ข้อตกลงระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย วันที่สัญญาซื้อขายมีผลใช้บังคับ รายละเอียดการดำเนินการเปลี่ยนแปลงแก้ไข เป็นต้น เพราะสิ่งเหล่านี้ เป็นประเด็นสำคัญที่จะวินิจฉัยได้ว่า ใครคือนายจ้างคนใหม่ตัวจริง
จากกรณีตามกระทู้ที่ถาม ในเบื้องต้นต้องพิจารณาข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เกี่ยวกับกรณีการเปลี่ยนตัวนายจ้างก่อน ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน ฉบับใหม่ ไม่ได้แก้ไขมาตรา ๑๓ ดังนั้นจึงยังคงใช้บังคับอยู่ต่อไป มาตรา ๑๓ ในกรณีที่กิจการใดมีการเปลี่ยนแปลงตัวนายจ้างเนื่องจากการโอน รับมรดกหรือด้วยประการอื่นใด หรือในกรณีที่นายจ้างเป็นนิติบุคคล และมีการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลง โอน หรือควบกับนิติบุคคลใด สิทธิต่าง ๆ ที่ลูกจ้างมีอยู่ต่อนายจ้างเดิมเช่นใดให้ลูกจ้างมีสิทธิเช่นว่านั้นต่อไป และให้นายจ้างใหม่รับไปทั้งสิทธิและหน้าที่อันเกี่ยวกับลูกจ้างนั้นทุกประการ
กรณีบริษัท A ขายกิจการ B ให้กับบริษัท C บริษัท ฯ จึงรับไปทั้งสิทธิ์หน้าที่ จากบริษัท A คือสิทธิ์และหน้าที่ ของบริษัท ฯ B ซึ่งมีต่อพนักงานเป็นอย่างไร ย่อมโอนไป C ทั้งหมด ตามหลักกฎหมาย C คือนายจ้างคนใหม่ แต่จากข้อมูลปรากฏว่า C ไม่ได้เข้าบริหารจัดการบริษัท B เองแต่ได้จดทะเบียนควบรวมกิจการกับ บริษัท D เท่ากับว่า กรณีดังกล่าวเป็นกรณีการเปลี่ยนตัวนายจ้างอันเนื่องมาจากการควบรวมกิจการ การควบรวมกิจการไม่ว่าการควบรวมกิจการนั้น แล้วมีการเปลี่ยนชื่อหรือเปลี่ยนตัวนายจ้างใหม่ หรือใช้ชื่อบริษัท ฯ เม บริษัท หนึ่งบริษัทใด เป็นชื่อ ก็ถือว่า บริษัทใหม่ ที่รวมแล้วตั้งใหม่ หรือบริษัทเดิมที่ใช้ชื่ออยู่ ไม่ยกเลิก บริษัท ดังกล่าวถือเป็นนายจ้างคนใหม่ กรณีนี้นายจ้างคนใหม่น่าจะเป็นบริษัท D
ปัญหาว่า มีผลตั้งแต่เมื่อไหร่ กรณ๊การควบรวมกิจการ กฏหมายใช้คำว่าและมีการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลง นิติกรรมการโอน การควบรวมกิจการ จึงมีผลเปลี่ยนตัวนายจ้างเมื่อมีการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงแล้ว โดยปกตินายจ้างจะกำหนดระยะเวลา การดำเนินการ และแจ้งให้พนักงานทราบล่วงหน้า เพื่อเตรียมตัวรับการเปลี่ยนแปลง เพราะส่วนใหญ่จะวางแผนล่วงหน้า และจะสอดคล้องกับสัญญาซื้อขาย เพราะเมื่อมีการซื้อขายแล้ว มีผลใช้บังคับเมื่อใหร่ นายจ้างคนใหม่ก็จะเข้ามาบริหารจัดการ การเปลี่ยนแปลงทางทะเบียนก็จะดำเนินการควบคู่กันไป ( ต้องมีข้อเท็จจริงเพิ่มเติมมากกว่านี้)
กรณีพนักงานไม่ยอมไปทำงานกับนายจ้างคนใหม่ ไม่มีกฎหมายรองรับครับ ไม่เหมือนกรณีการย้ายสถานประกอบการ ซึ่งลูกจ้างสามารถใช้สิทธิ์ลาออกได้ มีสิทธิ์ได้รับเงินค่าชดเชย แต่กรณีนี้ ถือว่าลูกจ้าง B โอนเป็นลูกจ้าง D โดยผลของกฏหมาย การที่ลูกจ้างไม่ยอมทำงานถือว่าเจตนาลาอกเอง จึงไม่มีสิทธิได้รับค่าชดเชย เพราะนายจ้างไม่ได้เลิกจ้าง
การโอนกิจการดังกล่าว ตามกระทู้ ไม่จำเป็นต้องยินยอมจากลูกจ้าง เพราะถือว่าเป็นการโอนโดยผลของกฎหมาย มีกรณีที่ต้องจ่ายค่าชดเชยคือกรณีนายจ้างคนใหม่ ไม่ยอมรับพนักงาน บางส่วน บางคน เพื่อประโยชน์ในการบริหาจัดการ หรืออื่น ๆ นายจ้างเลิกจ้าง ต้องจ่ายค่าชดเชย ตามมาตรา 119 กรณีนี้นายจ้างคนใหม่รับผิดชอบค่าชดเชย
การตอบอาจผิดพลาดคลาดเคลื่อนได้ครับ เพราะอาจมีข้อเท็จจริงที่แตกต่างกันออกไป ต้องขออภัยมา ณ.ที่นี้ด้วยครับ
ไสว ปาระมี