สอบถามเรื่องวันหยุดพักผ่อนของพนักงานเข้าใหม่ครับ

255 views
Skip to first unread message

Mr.Pratharn

unread,
Oct 30, 2009, 11:43:19 AM10/30/09
to sia...@googlegroups.com
ขอสอบถามในมาตรา 30 ครับ
พนักงานเข้าใหม่
เริ่มงาน 1/1/2550 - 31/12/2550 ทำงานครบ 1 ปี จะได้วันหยุดพักผ่อน 6 วัน ซึ่งเป็นของปี 2550
ดังนั้น   1/1/2551 จะได้วันหยุดพักผ่อน 6 วัน ซึ่งเป็นของปี 2551
นั่นหมายถึงในปี 2551 จะมีวันหยุดพักผ่อน 12 วัน หรือเปล่าครับ
 
เนื่องจากมีเพื่อนบางคนตีความอย่างนี้ครับจึงเป็นที่สงสัยอยู่
 
 
 
 
On 17 ก.ค., 08:39, tongtang35 - <tongtan...@hotmail.com> wrote:
> สวัสดีครับ ผมน้องชายคุณอดิศร ครับ
>
> Copy ที่พี่อดิศร ตอบคำถาม เรื่อง ลาพักร้อน กับสมาชิก มาให้ทราบน่ะครับ.....
>
> อ่อ..น้องเนี้ย น้องในวงการ HR แล้วก็น้องจังหวัดนนทบุรีน่ะครับ  เผอิญ พี่อดิศร อยู่ปัตตานี ไงครับ ฮ่า...
>
> อย่าเข้าใจผิดว่า เป็นน้องสายพันธ์ทางพันธุกรรม น่ะค๊าบบ เอิ๊กกกก..เพราะถ้าสายพันธ์ ก็คงสายพันธ์ ยุ่งทุกเรื่อง พอกัน กระมั้ง คริคริ...
>
> สวัสดีครับ อดิศร ครับ
> ในประเด็นนี้ขออธิบายในสาระของมาตรา 30 อีกครั้งนะครับ ว่าทำไมผมถึงบอกว่าถ้าลูกจ้างมาขอลาพักร้อนแล้วนายจ้างไม่อนุญาต นายจ้างอาจไปละเมิดสิทธิในวันหยุดพักผ่อนประจำปีได้
> สาระสำคัญของมาตรา 30
> 1. วันหยุดพักผ่อนประจำปี เป็นวันหยุด ไม่ใช่วันลา ดังนั้นกรณีที่นายจ้างมิได้จัดให้ลูกจ้างหยุดแต่ละปี นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างชดเชยวันหยุดพักผ่อนประจำปีที่ไม่ได้หยุดคืนให้แก่ลูกจ้­าง
> 2. ในกรณีที่มีระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานหรือมีข้อตกลงกับลูกจ้างไว้ให้ลู­กจ้างยื่นขอหยุดขึ้นมาเพื่อให้นายจ้างอนุมัติ ถ้าไม่ยื่นขอลาหรือใช้สิทธิไม่หมดถือว่าลูกจ้างสละสิทธินั้น ข้อความในลักษณะนี้เป็นโมฆะ ไม่มีผลใช้บังคับเพราะเป็นการขัดต่อกฎหมาย นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างชดเชยวันหยุดพักผ่อนประจำปีที่ยังไม่ได้หยุดหากลูกจ้างย­ื่นคำฟ้องเรียกร้องเงินส่วนนี้ มีอายุความ 2 ปี
>
>   จากสาระสำคัญสองข้อนี้ ในทางปฏิบัติที่ถูกต้อง
>   -  ประการแรกเอกสารทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับวันหยุดพักผ่อนประจำปี ไม่ว่าจะเป็นระเบียบข้อบังคับในการทำงานหรือเอกสารแจ้งการใช้สิทธิวันหยุดพักผ่­อนประจำปีนั้น นายจ้างไปใช้คำว่า "ลา" ไม่ได้ครับ เอกสารทั้งหมดนี้จะเป็นโมฆะ และเมื่อถึงเวลามีข้อพิพาท นายจ้างก็จะเสียเปรียบตั้งแต่เริ่มต้นแล้ว
>    - ในทางปฏิบัตินายจ้างต้องกำหนดล่วงหน้าให้ลูกจ้างหยุดพักผ่อนประจำปี หรือ กำหนดให้ตามที่นายจ้างและลูกจ้างตกลงกัน
> หากสถานประกอบการที่มีลูกจ้างไม่มากและนายจ้างสามารถกำหนดล่วงหน้าได้และลูกจ้า­งตกลงก็สามารถตกลงให้ลูกจ้างได้ใช้สิทธิตามที่นายจ้างกำหนดได้ เอกสารที่เกี่ยวข้องก็จะไม่ใช้ใบลาครับ แต่นายจ้างอาจมีเอกสารบันทึกไว้ว่าลูกจ้างคนไหนหยุดพักผ่อนประจำปีวันไหน และเมื่อถึงเวลาก็ให้ลูกจ้างมาลงชื่อขอใช้สิทธิตามที่กำหนดไว้ หรือหากสถานประกอบการไหนมีลูกจ้างเยอะ การกำหนดจากนายจ้างอาจมีปัญหาได้เพราะลูกจ้างบางคนก็ไม่สะดวก  ก็ให้นายจ้างกับลูกจ้างตกลงกันเป็นราย ๆ ไปได้ แต่หากลูกจ้างหยุดไปโดยไม่บอกล่าวล่วงหน้าหรอืไม่มีเหตุผลอันสมควรเค้าก็จะมีคว­ามผิดทางวินัยอยู่แล้วครับ ประเด็นนี้จึงอยู่ที่วิธีการว่าเราจะทำอย่างไรให้สะดวกกันทั้งสองฝ่าย นายจ้างก็ต้องมีหน้าที่ให้ลูกจ้างได้ใช้สิทธิ ลูกจ้างก็จะต้องใช้สิทธิตามความเหมาะสมโดยไม่ทำให้นายจ้างเสียหายแล้วก็ตกลงกัน โดยเอกสารจะใช้ใบลาไม่ได้เพราะเป็นโมฆะ แต่ก็จำเป็นต้องมีเอกสารไว้บันทึก ซึ่งในสาระของกฎหมายเค้าจะเรียกว่า เอกสารยื่นขอใช้สิทธิวันหยุดพักผ่อนประจำปีครับ
>     เช่นสถานประกอบการที่ผมทำงานอยู่มีลูกจ้าง 1300 คน การกำหนดล่วงหน้าให้ลูกจ้างแต่ละคนหยุดพักผ่อนประจำปีวันไหนก็ยุ่งยากพอสมควรคร­ับ กำหนดไปแล้วก็มีลูกจ้างเข้ามาขอแก้ไขตามความจำเป็นของเค้าซึ่งเราก็ต้องรับฟังเ­พื่อให้ทุกคนได้ใช้สิทธิอย่างเหมาะสมเหมือนกัน ไม่งั้นลูกจ้างก็ไม่มีความสุขครับ  วิธีการที่ผมใช้โดยได้รับคำแนะนำจากนิติกรก็คือในแต่ละปีจะกำหนดให้ลูกจ้างแต่ล­ะคนไปเลยว่า มีสิทธิในวันหยุดพักผ่อนประจำปีในปีนี้กี่วัน ( มีหลายอัตราครับ ตั้งแต่ 6 จนถึง 15 ตามตำแหน่งงานและอายุงาน ) ทีนี้เวลาที่พนักงานต้องการใช้สิทธิวันไหนก็ให้มาแจ้งต่อผู้บังคับบัญชาล่วงหน้­าอย่างน้อย 1 สัปดาห์ก่อนจะขอใช้สิทธิ หากผู้บังคับบัญชาไม่มีปัญหาอะไร พนักงานก็จะมาเอาเอกสารขอใช้สิทธิวันหยุดพักผ่อนประจำปีที่ฝ่ายบุคคล เพื่อนำไปกรอกรายละเอียดว่าจะหยุดวันไหน แล้วก็ให้ผู้บังคับบัญชานั้นลงนามอนุญาตให้ใช้สิทธิได้เป็นหลักฐานไว้ และส่งเอกสารนี้กลับมาที่ฝ่ายบุคคลเพื่อบันทึกประวัติต่อไป แต่หากผู้บังคับบัญชามีปัญหาว่าวันที่ขอใช้สิทธินั้น จำเป็นจะต้องมีคนทำงานอยู่ เพราะอาจจะมีงานเร่งด่วนหรืออะไรก็ตาม ก็ให้ผู้บังคับบัญชานั้นตกลงกับพนักงานให้ชัดเจนและยอมรับกันทั้งสองฝ่ายว่าจะเ­ลื่อนออกหรือเลื่อนเข้าไปในวันไหนแทน ตกลงกันอย่างไรก็มาขอเอกสารนี้ที่ฝ่ายบุคคลเช่นกัน แต่ทั้งนี้ในปีนั้น ผู้บังคับบัญชามีหน้าที่ที่จะต้องจัดให้ลูกน้องตัวเองได้หยุดพักผ่อนประจำปีให้­ครบตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานที่กำหนดไว้แล้ว
> ถ้าหากไม่สามารถจัดให้ครบได้ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุอะไรก็ตาม เมื่อครบกำหนดสิ้นปีแล้ว บริษัทก็จะต้องจ่ายค่าจ้างชดเชยวันหยุดพักผ่อนประจำปีคืนให้พนักงานคนนันไปครับ เพราะเราไม่อนุญาตให้สะสมไปในปีถัดไป จะไม่มีการใช้ใบลาเลย ในทางปฏิบัติลักษณะนี้ก็ทำนองเดียวกับการลางานนั่นล่ะครับ แต่แตกต่างตรงที่ 1. ไม่มีการใช้เอกสารใบลา และ 2. ผู้บังคับบัญชามีหน้าที่ที่จะต้องตกลงกับพนักงานในแต่ละปีเพื่อให้พนักงานได้ใช­้สิทธิให้ครบ 3. หากไม่ครบ บริษัทก็จะต้องรับผิดชอบจ่ายค่าจ้างชดเชยวันหยุดพักผ่อนประจำปีให้ เพราะหากไม่จ่ายโดนลูกจ้างฟ้องได้ครับ
>  อายุความก็ตั้งสองปีซะด้วย นอกจากนี้การไม่จ่ายค่าจ้างในวันหยุดพักผ่อนประจำปีก็เป็นคดีอาญานายจ้างมีโทษต­ามบทกำหนดโทษมาตรา 145 ครับ   
>    เรื่องนี้อธิบายเพิ่มเติมว่าผมมีประสบการณ์เรื่องนี้โดยตรงครับ คือเมื่อประมาณสักสี่ปีมาแล้ว มีพนักงานที่บริษัทเค้าบ่น ๆ ออกมาว่าหัวหน้าเค้าไม่อนุญาตให้ลาพักร้อน แล้วก็มีหลายคนด้วย เค้าก็เลยเข้ามาปรึกษาผมว่าจะทำยังไงดี อยากหยุดก็ไม่ได้หยุด  ผมก็เลยเข้าไปปรึกษานิติกร เอาข้อบังคับการทำงานเข้าไปด้วย นิติกรก็เลยอธิบายสาระสำคัญและเจตนารมณ์ของมาตรา 30 ให้ผมฟังอย่างละเอียด และแนะนำว่าข้อบังคับที่เขียนมานั้นเป็นโมฆะทั้งหมดรวมทั้งใบลาพักร้อนด้วย และวิธีการในการปฏิบัติที่ใช้กันอยู่นี้ ก็ขัดต่อกฎหมาย ให้ผมแก้ไขใหม่ทั้งหมดครับ โดยจะต้องไม่มีคำว่าลาพักผ่อน ลาพักร้อน หรือลาอะไรก็แล้วแต่ ใช้คำว่าลาไม่ได้ แล้วระเบียบก็ต้องเขียนถึงสิทธิในค่าจ้างวันหยุดพักผ่อนประจำปีให้ชัดเจน ผู้บังคับบัญชาจะได้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างถูกต้องครับ
>    ส่วนเรื่องวันหยุดพักผ่อนประจำปีสะสมนั้น หากจะกำหนดให้สะสม เงื่อนไขจะกำหนดอย่างไรก็แล้วแต่  ก็ต้องให้ลูกจ้างได้สิทธินั้นให้ครบนะครับ ไปตัดสิทธิไม่ได้ครับ นายจ้างอาจกำหนดอย่างไรก็ตามแต่หากขัดต่อมาตรา 30 มาตรา 56 มาตรา 67 ก็ใช้บังคับไม่ได้ครับ
> ส่วนที่บอสไปคุยกับแรงงานเรื่องการคำนวณพักร้อนสะสม  เข้าใจว่าเป็นประเด็นของการจ่ายค่าจ้างวันหยุดพักผ่อนประจำปีสะสมตามมาตรา 67 นะครับ  ค่าจ้างวันหยุดพักผ่อนประจำปีมีสองกรณี คือค่าจ้างวันหยุดพักผ่อนประจำปีและค่าจ้างวันหยุดพักผ่อนประจำปีสะสม ผมแนบคำชี้แจง พรบ. 2551 มาให้อ่านดูนะครับ เพราะจะอธิบายถึงวิธีการคิดค่าจ้างวันหยุดพักผ่อนประจำปีสะสมไว้ว่ามีฐานคิดจาก­อะไรบ้าง
>
> อดิศร
>
> From: st.iceb...@hotmail.com
> To: adisorn_p...@hotmail.com; sia...@googlegroups.com; thitipan_...@hotmail.com
> Subject: [SIAMHRM.COM :13820] Re: รบกวนด่วน!! ปรึกษา เรื่องพักร้อนสะสมครับ
> Date: Fri, 12 Jun 2009 00:38:30 -0800
>
> เรียน คุณฐิติพันธ์ และคุณอดิศร
>    ขอบคุณมากๆ สำหรับความเห็นตามแนวทางข้อกฎหมายครับ  แต่ผมมีส่วนที่คิดแตกต่างกับคุณอดิศร ตรงที่
> มาตรา30 ที่ระบุไว้ว่า ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันมาแล้วครบ หนึ่งปีมีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปีได้ปีหนึ่งไม่น้อยกว่า 6 วันทำงาน โดยให้นายจ้างเป็นผู้กำหนดวันหยุดดังกล่าวให้แก่ลูกจ้างล่วงหน้า หรือกำหนดให้ตามที่นายจ้างและลูกจ้างตกลงกัน
> ประเด็นที่คุณอดิศรพูดมาว่า
>
> การใช้สิทธิวันหยุดพักผ่อนประจำปีนั้น ลูกจ้างไม่จำเป็นต้องมาขอลาต่อนายจ้าง และหากนายจ้างใช้วิธีให้ลูกจ้างมาขอลาแล้วนายจ้างไม่อนุญาตให้ลานายจ้างก็จะมีค­วามผิดตามมาตรา 30 เพราะไปละเมิดสิทธิของลูกจ้าง การปฏิบัติที่ถูกต้องตามกฎหมายคือนายจ้างต้องกำหนดล่วงหน้าในแต่ละปีออกมาว่าจะ­ให้ลูกจ้างแต่ละรายหยุดพักผ่อนประจำปีวันไหนหรือนายจ้างกับลูกจ้างแต่ละรายอาจพ­ูดคุยตกลงกันก่อนล่วงหน้าก็ได้ครับ และเมื่อถึงวันที่ได้ตกลงกันแล้วลูกจ้างก็สามารถหยุดพักผ่อนประจำปีตามที่ได้กำ­หนดไว้ 
>
> ตรงที่ผมขีดเส้นใต้ไว้ที่ข้อความที่คุณอดิศรพูดถึง ไม่น่าจะถูกต้องนะครับ เพราะว่า มาตรา 30 ที่ระบุไว้ว่า หรือกำหนดให้ตามที่นายจ้างและลูกจ้างตกลงกัน การที่ลูกจ้างมาขอลางาน แล้วนายจ้างไม่อนุญาต อาจเพราะเหตุผลด้านการปฎิบัติงาน ความจำเป็นที่ไม่สามารถให้ลางานได้ คงต้องมีการตกลงวันพักร้อนกันอีกทีหนึ่ง คงไม่ใช่ความผิดของนายจ้างที่กฎหมายจะเอาผิด เพราะไปละเมิดสิทธิของลูกจ้าง แต่เนื่องจากเหตุผล และความจำเป็น ที่ได้ทำการพูดคุย ชี้แจงให้ทราบ ของทั้งสองฝ่าย และส่วนที่ลูกจ้างก็ไม่จำเป็นต้องมาขอลางานต่อนายจ้าง ก็คงไม่ถูกต้อง เช่นในการณีหยุดหายไปเลย ไม่มีการแจ้ง ทางนายจ้างก็คงคิดว่าเป็นการขาดงาน ไม่มีเหตุผลอันสมควร ทำให้เกิดผลกระทบและความเสียหายต่อการดำเนินกิจการ ส่วนลูกจ้างก็อ้างสิทธิพักร้อนที่ไม่ต้องแจ้งต่อนายจ้าง
>
>    2. บอสผมได้ทำการคุยกับแรงงาน  ในประเด็นเรื่องการคำนวณพักร้อนสะสม แล้วจำนวนวันพักร้อนเกินสิทธิที่จะสะสม วันพักร้อนที่เกินก็จะโดนตัดสิทธินี้ ทางแรงงานแจ้งว่า ไม่ผิดกฎหมาย ทางบริษัทไม่ทำเป็นต้องจ่ายคืน และไม่จำเป็นต้องประกาศแจ้งให้พนักงานทราบด้วย
>
>    3. ส่วนคำตอบของคุณฐิติพันธ์ ปัจจุบันบริษัทผมก็ใช้แนวทางดังนี้อยู่ แต่มีการแก้กฎระเบียบ เรื่องการจ่ายคืนวันพักร้อนเป็นเงิน ในการณีที่พนักงานลาออก หรือ เลิกจ้างโดยที่ไม่มีความผิด ผมจึงเอาประเด็นการตัดพักร้อนสะสมส่วนเกินมาวิเคราะห์ดูอีกทีว่าควรแก้หรือไม่อ­ย่างไร ( ผมสอบถามบางบริษัทที่ให้สิทธิสะสม เค้าใช้วิธีการประกาศจำนวนวันพักร้อนสะสมคงเหลือที่จะโดนตัดสิทธิ และแจ้งให้พนักงานใช้ภายใน 6 เดือน ไม่ใช้จะถือว่าสละสิทธิ )
>
> ปล. เพื่อนๆ คนอื่นมีความคิดเห็น และแนวทางอย่างไร รบกวน Share ความรู้กันด้วยนะครับ
>
> มานิต
>
> From: thitipan_...@hotmail.com
> To: st.iceb...@hotmail.com
> Subject: RE: [SIAMHRM.COM :13794] รบกวนด่วน!! ปรึกษา เรื่องพักร้อนสะสมครับ
> Date: Fri, 12 Jun 2009 09:52:37 +0700
>
> เรียน  คุณมานิต
>
> สิทธิในการหยุดพักผ่อนประจำปีที่พนักงานได้รับคือ สะสมวันหยุดพักผ่อนประจำปีได้ไม่เกิน 2 ของเท่าของวันหยุดพักผ่อนประจำปีที่มีสิทธิ และสะสมได้ไม่เกิน 2 ปี ดังนั้น จำนวนวันหยุดพักผ่อนประจำปีของพนักงานก็มีจำนวนไม่เกินสิทธิที่ได้รับดังกล่าว สำหรับจำนวนวันหยุดพักผ่อนประจำปีสะสมเมื่อคำนวณแล้วเกินสิทธิที่ได้รับดังกล่า­ว บริษัทท่านไม่จำเป็นต้องจ่ายเป็นเงินแต่อย่างใด
>
> ฐิติพันธ์
>
> From: adisorn_p...@hotmail.com
> To: st.iceb...@hotmail.com; sia...@googlegroups.com
> Subject: [SIAMHRM.COM :13807] Re: รบกวนด่วน!! ปรึกษา เรื่องพักร้อนสะสมครับ
> Date: Fri, 12 Jun 2009 09:16:32 +0700
>
> สวัสดีครับ อดิศร ครับ
> เรื่องพักร้อน เป็นมาตรา 30 ซึ่งตามกฎหมายจะเรียกว่าวันหยุดพักผ่อนประจำปีนะครับ
> ในมาตรา 30 นี้ จะต้องทำความเข้าใจเสียก่อนว่า ไม่ใช่เรื่องของสิทธิในการลางานเหมือนกับการลากิจนะครับ เป็นสิทธิคนละประเภทกัน และนอกจากจะมีมาตรา 30 แล้ว ยังไม่มาตราที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้อีกสองมาตรา คือมาตรา 56 และมาตรา 67 ครับ
> ขออธิบายโดยสรุปดังนี้นะครับ
>    มาตรา 30 เป็นสิทธิของลูกจ้างที่ทำงานมาแล้วเป็นระยะเวลาหนึ่งปีจะต้องได้สิทธิในวันหยุด­พักผ่อนประจำปีจากนายจ้างปีละไม่น้อยกว่าหกวัน และเป็นหน้าที่ของนายจ้างที่จะต้องจัดวันหยุดพักผ่อนประจำปีให้แก่ลูกจ้างที่ทำ­งานครบหนึ่งปี โดยที่นายจ้างจะเป็นผู้กำหนดล่วงหน้าให้ลูกจ้างหยุดพักผ่อนประจำปีวันไหนก็ได้ หรือนายจ้างกับลูกจ้างอาจตกลงกันล่วงหน้าว่าจะหยุดพักผ่อนประจำปีวันไหนก็ได้
> เช่นกัน แล้วแต่ความเหมาะสมหรือความสะดวกของทั้งสองฝ่ายครับ
>    วันหยุดพักผ่อนประจำปีนี้นายจ้างอาจกำหนดให้ลูกจ้างสามารถสะสมหรือเลื่อนวันหยุ­ดพักผ่อนประจำปีไปในปีถัดไปหรือไม่ก็ได้
>    มาตรา 56 เป็นหน้าที่ที่นายจ้างจะต้องจ่ายค่าจ้างในวันหยุดพักผ่อนประจำปีให้แก่ลูกจ้างค­รับ
>
>     จากสองมาตรานี้ ในทางปฏิบัติที่ถูกต้องคือ
>
> การใช้สิทธิวันหยุดพักผ่อนประจำปีนั้น ลูกจ้างไม่จำเป็นต้องมาขอลาต่อนายจ้าง และหากนายจ้างใช้วิธีให้ลูกจ้างมาขอลาแล้วนายจ้างไม่อนุญาตให้ลานายจ้างก็จะมีค­วามผิดตามมาตรา 30 เพราะไปละเมิดสิทธิของลูกจ้าง การปฏิบัติที่ถูกต้องตามกฎหมายคือนายจ้างต้องกำหนดล่วงหน้าในแต่ละปีออกมาว่าจะ­ให้ลูกจ้างแต่ละรายหยุดพักผ่อนประจำปีวันไหนหรือนายจ้างกับลูกจ้างแต่ละรายอาจพ­ูดคุยตกลงกันก่อนล่วงหน้าก็ได้ครับ และเมื่อถึงวันที่ได้ตกลงกันแล้วลูกจ้างก็สามารถหยุดพักผ่อนประจำปีตามที่ได้กำ­หนดไว้ 
> ตามมาตรา 56 วันหยุดพักผ่อนประจำปี นายจ้างมีหน้าที่จะต้องจ่ายค่าจ้างให้ลูกจ้าง
> ดังนั้น กรณีที่นายจ้างไม่ได้กำหนดให้สะสมวันหยุดพักผ่อนประจำปีไปในปีถัดไป สำหรับลูกจ้างที่ใช้สิทธิในปีใดไม่ครบ เมื่อถึงสิ้นปีแล้วนายจ้างจะต้องจ่ายค่าจ้างในวันหยุดพักผ่อนประจำปีคืนให้แก่ล­ูกจ้าง แต่ถ้านายจ้างให้สะสมหรือเลื่อนไปในปีถัดไปได้ นายจ้างก็จะต้องให้สิทธินั้นให้ครบในปีที่ผ่านมาและรวมกับไปในปีต่อไปให้ครบตาม­จำนวนวันที่ลูกจ้างได้สิทธิครับ
> จะกำหนดให้สะสมได้ไม่เกินกี่ปีก็แล้วแต่ แต่หลักการตามกฎหมายคือเมื่อนับรวมวันหยุดพักผ่อนประจำปีแล้ว ลูกจ้างจะต้องได้สิทธิในแต่ละปีที่รวมกันให้ครบตามสิทธิที่เค้าได้รับจากนายจ้า­ง
> เพราะฉะนั้นการที่ไปกำหนดว่าสะสมได้ไม่เกินกี่เท่าก็แล้วแต่ แต่หากเมื่อนับรวมแล้วลูกจ้างได้วันหยุดพักผ่อนไม่ครบแล้ว นายจ้างก็จะมีความผิดตามมาตรา 30 หรือหากนายจ้างไม่จ่ายค่าจ้างในวันหยุดพักผ่อนประจำปีให้ครบตามสิทธิของลูกจ้าง นายจ้างก็จะมีความผิดตามมาตรา 56 ครับ
>  ทั้งมาตรา 30 และมาตรา 56 นี้ นายจ้างไม่มีสิทธิใด ๆ ที่จะไปลดหรือตัดสิทธิของลูกจ้างไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งสิ้นครับ
>
> ส่วนในมาตรา 67 ผมขออธิบายรายละเอียดผมได้เคยอธิบายให้สมาชิกไปแล้วขอยกมาอีกที
> ดังนี้ครับ
>  คำอธิบายมาตรา 67
>
> A. สวัสดีครับ อดิศร ครับ
> ขออนุญาตอธิบายเพิ่มเติมอีกนิดนะครับ มาตรา 67 ค่อนข้างมีปัญหาในการตีความพอสมควร
> คืองี้ครับ ในมาตรา 67 ของ พรบ. 2541 เขียนไว้ว่า
>
> “ ในกรณีที่นายจ้างเลิกจ้างโดยลูกจ้างมิได้มีความผิดตามมาตรา 119 ให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีในปีที่เลิกจ้า­งตามส่วนของวันหยุดพักผ่อนประจำปีที่ลูกจ้างพึงมีสิทธิ และรวมทั้งวันหยุดพักผ่อนประจำปีสะสมตามมาตรา 30 ”
>
>    ทีนี้มีปัญหาอยู่ว่า แล้วถ้าเป็นกรณีที่ลูกจ้างขอลาออกเองหรือถูกเลิกจ้างตามมาตรา 119 จะต้องทำอย่างไรกับวันหยุดพักผ่อนประจำปีและวันหยุดพักผ่อนประจำปีสะสม นายจ้างจะต้องจ่ายให้หรือไม่ เพราะมาตรา 67 ของ 2541 ไม่ได้เขียนไว้ให้มีการคุ้มครองเรื่องสิทธิของลูกจ้างในเรื่องค่าจ้างในวันหยุด­พักผ่อนประจำปีตามมาตรา 56 กรณีลาออกหรือกรณีมีความผิดตามมาตรา 119 ด้วย
>
>    พอมาใน พรบ. 2551 จึงได้มีการแก้ไขใหม่ โดยเจตนารมณ์  เพื่อคุ้มครองให้ลูกจ้างมีสิทธิได้รับค่าจ้างในวันหยุดพักผ่อนประจำปีสะสม ย้ำว่า วันหยุดพักผ่อนประจำปีสะสม นะครับ สำหรับกรณีที่ลูกจ้างลาออกจากงาน หรือนายจ้างเลิกจ้างไม่ว่าลูกจ้างจะได้ทำความผิดประการหนึ่งประการใดที่นายจ้าง­ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยตามมาตรา 118 หรือไม่ เพิ่มเติมเข้ามาด้วยครับ
>
>    ในพรบ. 2551 จึงเขียนไว้ดังนี้ครับ
>
> มาตรา 19  ให้ยกเลิกความในมาตรา 67 แห่ง พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
>
> มาตรา  67  ในกรณีที่นายจ้างเลิกจ้างโดยลูกจ้างมิได้มีความผิดตามมาตรา  119  ให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีในปีที่เลิกจ้า­งตามส่วนของวันหยุดพักผ่อนประจำปีที่ลูกจ้างพึงมีสิทธิได้รับตามมาตรา 30
>
>  ( ตัดถ้อยคำ “และรวมทั้งวันหยุดพักผ่อนประจำปีสะสมตามมาตรา 30” ของ พรบ. 2541 ออก )
>
> แล้วยังไม่หมดนะครับ ไม่ใช่เฉพาะยกเลิกตามมาตรา 19 อย่างเดียว แต่มีเพิ่มเติมด้วย ในมาตรา 20
>
> มาตรา 20  ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา 67/1 แห่ง พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541
>
> มาตรา 67/1  ในกรณีที่นายจ้างหรือลูกจ้างบอกเลิกสัญญาจ้าง ให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีสะสมตามมาตรา 30 ที่ลูกจ้างพึงมีสิทธิ
>
> ( เพื่อให้ลูกจ้างสามารถเรียกร้องค่าจ้างในวันหยุดพักผ่อนประจำปีสะสมในกรณีที่ลู­กจ้างลาออกหรือถูกเลิกจ้างได้ )
>
> โดยสรุปที่เป็น พรบ. 2551 มาตรา 67 จะเขียนไว้ ซึ่งมีสองวรรค ซึ่งใน 2541 มีวรรคเดียว ดังนี้ครับ
>
>      มาตรา  67  ในกรณีที่นายจ้างเลิกจ้างโดยลูกจ้างมิได้มีความผิดตามมาตรา  119  ให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีในปีที่เลิกจ้า­งตามส่วนของวันหยุดพักผ่อนประจำปีที่ลูกจ้างพึงมีสิทธิ
>
>     ในกรณีที่ลูกจ้างเป็นฝ่ายบอกเลิกสัญญาจ้างหรือนายจ้างเลิกจ้าง ไม่ว่าการเลิกจ้างนั้นเป็นกรณีมาตรา 119 หรือไม่ก็ตาม ให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีสะสมตามมาตรา 30 ที่ลูกจ้างพึงมีสิทธิ
> สองวรรคของมาตรา 67 นี้จึงใช้ในกรณีต่างกัน
>
>    ในวรรคหนึ่งใช้ในกรณีที่นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างตามมาตรา 118 เท่านั้น และที่นายจ้างจะต้องจ่าย คือ ค่าจ้างในวันหยุดพักผ่อนประจำปี ในกรณีที่ลูกจ้างยังไม่ได้ใช้สิทธิหรือยังใช้สิทธิไปไม่ครบในปีที่นายจ้างเลิกจ­้างครับ
>
>    ส่วนในวรรคสองที่เพิ่มเข้ามา  ใช้ในกรณีที่ลูกจ้างขอลาออก หรือกรณีที่นายจ้างเลิกจ้างตามมาตรา 119 หรือมาตรา 118 ก็ตาม หากนายจ้างมีข้อตกลงเรื่องการสะสมวันหยุดพักผ่อนประจำปีกับลูกจ้างไว้ในข้อบังค­ับการทำงาน  นายจ้างจะต้องจ่าย ค่าจ้างในวันหยุดพักผ่อนประจำปีสะสม ให้ลูกจ้างตามส่วนที่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับ  วันหยุดพักผ่อนประจำปีสะสม หมายถึง
> วันหยุดพักผ่อนประจำปีที่ลูกจ้างมีสิทธิได้หยุด แต่ตกลงกันสะสมไว้และไม่ทันได้ใช้สิทธิหยุดก็ถูกเลิกจ้างหรือลาออกเสียก่อน และลูกจ้างมีสิทธิได้รับค่าจ้างตามจำนวนวันหยุดพักผ่อนประจำปีที่สะสมไว้นั้นใน­ปีก่อนปีที่จะถูกเลิกจ้างหรือลาออกทุกปีรวมกัน การคำนวณค่าจ้างในวันหยุดพักผ่อนประจำปีสะสม ให้คำนวณโดยถืออัตราค่าจ้างในปีที่เลิกจ้างหรือลาออกด้วยนะครับ ไม่ใช่คำนวณจากค่าจ้างในแต่ละปีที่มีสิทธิย้อนหลังครับ
>
>    ซึ่งหากในวรรคสองนี้ นายจ้างมิได้มีข้อตกลงเรื่องวันหยุดพักผ่อนประจำปีสะสมไว้ ก็จะไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับวรรคสองเลยครับ
>
>   ยกตัวอย่างเช่น หากลูกจ้างคนหนึ่งทำงานมาห้าปีแล้ว และมีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปี ปีละ 10 วัน
> สมมุติว่าลูกจ้างท่านนี้ทำงานมาตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปี 2551 และในปี 2551 ลูกจ้างท่านนี้ หยุดพักผ่อนประจำปีไป 5 วัน และตามระเบียบหรือข้อตกลงนายจ้างตามมาตรา 30 นั้น นายจ้างกำหนดให้ลูกจ้างสามารถสะสมวันหยุดพักผ่อนประจำปีไปในปีถัดไปได้ นั่นก็หมายถึงว่าลูกจ้างท่านนี้มีวันหยุดพักผ่อนประจำปีสะสมในปี 2551 มายังปี 2552 อีก 5 วัน  และยังมีวันหยุดพักผ่อนประจำปี ( ปกติ ) ในปี 2552
> อีก 10 วัน รวมวันหยุดพักผ่อนประจำปีทั้งหมดของลูกจ้างคนนี้ในปี 2552 = 15 วัน   
>
>    แต่ปรากฏว่าลูกจ้างท่านนี้มีความประสงค์จะบอกเลิกสัญญาจ้างต่อนายจ้าง (ขอลาออก) ในวันที่ 31 มกราคม 2552 หรือนายจ้างได้เลิกจ้างลูกจ้างท่านนี้เพราะมีความผิดตามมาตรา 119 ในเดือนมกราคม 2552  ก็จะเข้าข่ายวรรคสองครับ ซึ่งนายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างในวันหยุดพักผ่อนประจำปีสะสมให้ลูกจ้าง
>    ส่วนที่จะต้องจ่ายคือจำนวนวันหยุดพักผ่อนประจำปีสะสมของปี 2551 ที่จะมาใช้ในปี 2552 จำนวน 5 วันนั้นครับ แต่ค่าวันหยุดพักผ่อนประจำปี ของปี 2552  จำนวน 10 วันนั้น ไม่ต้องจ่ายครับ
>
>   หากเป็นกรณีที่นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างท่านนี้ตามมาตรา 118 คือลูกจ้างไม่ได้มีความผิดอะไรและไม่ได้ขอลาออก ก็จะเข้าข่ายวรรคหนึ่ง และวรรคสอง นายจ้างจึงจะต้องจ่ายค่าจ้างในวันหยุดพักผ่อนประจำปีให้ตามวรรคหนึ่ง รวมทั้งค่าจ้างในวันหยุดพักผ่อนประจำปีสะสมตามวรรคสองให้แก่ลูกจ้างท่านนี้ด้วย รวมทั้งหมดคือ 15 วันครับ
>
>   แต่หากว่านายจ้างไม่ได้มีข้อตกลงให้ลูกจ้างสามารถสะสมวันหยุดพักผ่อนประจำปีในป­ีถัดไป
> กรณีที่ลูกจ้างท่านนี้ลาออก หรือถูกเลิกจ้างตามมาตรา 119 ค่าจ้างในวันหยุดพักผ่อนประจำปีสะสมก็จะไม่มีครับ
>    ซึ่งถ้าหากลูกจ้างยังใช้สิทธิในปี 2551 เหลืออีก 5 วัน นายจ้างก็จะต้องจ่ายคืน 5 วันที่เหลือและลูกจ้างยังมีสิทธิอยู่เช่นเดียวกันครับ แต่ไม่ได้จ่ายตามมาตรา 67 เป็นการจ่ายตามมาตรา 56 ครับ เพราะเป็นสิทธิที่ลูกจ้างจะต้องได้รับ ส่วนค่าวันหยุดพักผ่อนประจำปีในปี 2552 นายจ้างไม่จำเป็นต้องจ่ายให้ครับ เพราะเป็นการขอลาออกของลูกจ้างเองหรือเป็นกรณีที่ลูกจ้างมีความผิดทางวินัย
>    แต่หากว่านายจ้างเลิกจ้างโดยลูกจ้างท่านนี้โดยไม่ได้มีความผิด อันนี้นายจ้างจะต้องจ่ายค่าจ้างในวันหยุดพักผ่อนประจำปีในปี 2552 จำนวน 10 วันให้ลูกจ้างท่านนี้ รวมทั้งค่าวันหยุดพักผ่อนประจำปีที่ลูกจ้างยังใช้สิทธิไม่ครบในปี 2551 อีก 5 วัน ตามมาตรา 56 ด้วยครับ
>
> อดิศร
>
> From: st.iceb...@hotmail.com
> To: sia...@googlegroups.com
> Subject: [SIAMHRM.COM :13794] รบกวนด่วน!! ปรึกษา เรื่องพักร้อนสะสมครับ
> Date: Thu, 11 Jun 2009 00:57:00 -0800
>
> ถึง เพื่อนๆ พี่ๆ ทุกคน
>        รบกวนสอบถามปัญหาเรื่องพักร้อนนะครับ ประเด็นคือ ที่บริษัทผมให้สะสมวันลาพักร้อนได้ แต่ว่าสะสมได้ไม่เกิน 2 เท่าของจำนวนวันที่มีสิทธิ และ สะสมได้ไม่เกิน 2 ปี   จึงอยากสอบถามประเด็นทางกฎหมายกับเพื่อนๆว่า กรณีที่มีวันพักร้อนคงเหลือ ที่ไม่สามารถนำไปสะสมได้ตามกฎระเบียบบริษัท ที่บริษัทเพื่อนๆ มีแนวทางอย่างไร  ในกรณีของผมจะถือว่าพนักงานรับรู้
> ตามกฎระเบียบที่ทางบริษัทมีการจัดพักร้อนให้พนักงานอยู่แล้วตามสิทธิ ถ้าพนักงานไม่ใช้สิทธิการลาพักร้อน ทางบริษัทก็ถือว่าสละสิทธิ และตัดสิทธิดังกล่าวทิ้ง ให้สะสมได้เฉพาะส่วนที่มีสิทธิเท่านั้น ( บริษัท ไม่ได้ระบุลงในกฎระเบียบนะครับ ว่าถ้าพนักงานไม่ใช้สิทธิพักร้อน และถ้าส่วนที่สะสมไม่ได้จะตัดทิ้ง  ระบุแต่ว่า สะสมได้ไม่เกิน 2 เท่า และไม่เกิน 2 ปี ) ในกรณีที่ผมตัดสิทธิวันพักร้อนที่สะสมไม่ได้นี้ ไม่จ่ายคืนพนักงานเป้นเงิน จะถือว่าผิดกฎหมายหรือไม่ครับ บริษัทจะจ่ายคืนพักร้อนสะสมทั้งหมด เฉพาะกรณี ลาออก, เลิกจ้างที่มีความผิดและไม่มีความผิด เท่านั้น
>
> ปล. บริษัทผมเป็น office ธุรกิจ Trading ครับ
>
> มานิต / HR
>
>  ข้าน้อย HR ผู้ต่ำต้อย
>
> From: kannika_3...@hotmail.com
> To: sia...@googlegroups.com
> Subject: [SIAMHRM.COM :14651] ลาพักร้อน
> Date: Thu, 16 Jul 2009 23:37:07 +0700
>
> รบกวนสอบถามคะ
>
> กรณีวันลาพักร้อน ถ้าบริษัท มีนโยบายที่จะไม่มีการสะสมวันลาพักร้อน บริษัทฯ ก็จะต้องจ่ายเงินคืนให้พนักงานในส่วนวันลาพักร้อนที่พนักงานยังไม่ได้ใช้สิทธิใ­ช่ไม๊คะ ถ้าใช่ไม่ทราบว่าอยู่มาตราไหนคะ
>
> ขอบคุณคะ
>
> Invite your mail contacts to join your friends list with Windows Live Spaces. It's easy! Try it!
>
> _________________________________________________________________
> แสดงเส้นทาง! เพิ่มแผนที่และทิศทางไปสู่งานปาร์ตี้ของคุณhttp://www.microsoft.com/windows/windowslive/products/events.aspx

adisorn klinpikul

unread,
Oct 30, 2009, 9:33:56 PM10/30/09
to y.pra...@yahoo.co.th, love...@googlegroups.com, sia...@googlegroups.com
สวัสดีครับ อดิศร ครับ
ลักษณะนี้ปี 2551 พนักงานจะได้สิทธิ 6 วันครับ
สาระของมาตรา 30 จะให้สิทธิลูกจ้างก็ต่อเมื่อลูกจ้างทำงานครบ 1 ปี
ดังนั้นในปีแรก 1/1/2550 - 31/12/2550 พนักงานยังไม่ได้สิทธิ ยกเว้นว่านายจ้างมีข้อตกลงให้สิทธิโดยคำนวณเป็นสัดส่วนให้
เช่นทำงานครบ 6 เดือน ให้ 3 วัน เป็นต้นครับ
สิทธิที่ลูกจ้างจะได้รับเต็มที่ตามกฎหมายไม่น้อยกว่า 6 วันนั้น กรณีนี้พนักงานจะได้สิทธิในปี 2551
ซึ่งนายจ้างจะต้องจัดให้ลูกจ้างได้หยุดพักผ่อนประจำปีให้ครบภายในปี 2551 ถ้าพนักงานใช้สิทธิไม่ครบ นายจ้างก็จะต้องจ่ายค่าจ้างให้ด้วย
ยกเว้นว่านายจ้างมีข้อตกลงให้สามารถเลื่อนหรือสะสมไปในปีถัดไปได้ ก็ให้เอาวันที่ยังหยุดไม่ครบนั้นไปใช้ในปีถัดไปครับ
อดิศร
 

From: y.pra...@yahoo.co.th
To: sia...@googlegroups.com
Subject: [SIAMHRM.COM :20115] สอบถามเรื่องวันหยุดพักผ่อนของพนักงานเข้าใหม่ครับ
Date: Fri, 30 Oct 2009 22:43:19 +0700

Rattanaporn

unread,
Nov 1, 2009, 8:52:48 PM11/1/09
to Mr.Pratharn, sia...@googlegroups.com
การคิดวันหยุดพักผ่อน ปกติ บริษัทฯจะคิดให้มีวันหยุดพักผ่อนได้ 6 วัน หลังจากการทำงานครบ 1 ปี
หมายความว่า
 
เมื่อทำงานครบ 1 ปี  สิทธิ์ที่พนักงานจะใช้วันหยุดพักร้อนได้ คือ ปีที่สองของการทำงาน
ส่วนการทำงานครบอีก 1 ปีของปีการทำงานปีที่สอง พนักงานก็จะใช้สิทธิ์ได้ในปีการทำงานของปีที่สาม
ตอบคำถาม
ในวันที่ 1 มกราคม 2551 - วันที่ 31 ธันวาคม 2551  พนักงานมีสิทธิ์ใช้พักร้อนเพียง 6 วันเท่านั้นนะคะ
 
----- Original Message -----
Sent: Friday, October 30, 2009 10:43 PM
Subject: [SIAMHRM.COM :20115] สอบถามเรื่องวันหยุดพักผ่อนของพนักงานเข้าใหม่ครับ

Mr.Pratharn

unread,
Nov 1, 2009, 10:49:26 PM11/1/09
to Rattanaporn, sia...@googlegroups.com
ผมลองเข้าไปใน http://www.labour.go.th/faq/detail.jsp?id=5 ของกรมสวัสดิฯพบคำถามที่ 4 ดังนี้ทุกท่านมีความคิดเห็นอย่างไรครับ
 
คำถามที่ 4
ถาม : บริษัทให้พนักงานมีวัน หยุดพักผ่อนตามกฎหมายปีละ 6 วันทำงาน พนักงานเข้าทำงานวันที่ 1 เมษายน 2542 ถึงวันที่ 1 สิงหาคม 2543 เขาจะมีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปีได้กี่วัน
ตอบ :
หลักในเรื่องนี้ขอให้ยึดหลักวันชนวัน เดือนชนเดือน พอครบ 1 ปีบริบูรณ์(ก็คือวันแรกของต้นปีที่สอง) พนักงานจะมีสิทธิหยุดพักผ่อนได้ทันที 6 วัน ส่วนวันหยุดพักผ่อนในช่วงปีที่สองนั้น ลูกจ้างไม่จำเป็นต้องทำงานให้ครบอีก 1 ปี ปีที่สองลูกจ้างมีสิทธิหยุดหรือนายจ้างต้องจัดให้ลูกจ้างเมื่อรวมกับ 6 วันแรกที่ยังไม่ได้หยุดแล้วเท่ากับ 12 วัน ซึ่งหมายถึงถ้านับวันแรกเข้าทำงานจนถึงครบ 2 ปีบริบูรณ์ ลูกจ้างมีสิทธิหยุดพักผ่อน 12 วันทำงาน ดังนั้นสิทธิ์ของปีที่สองจึงเกิดขึ้นทันทีตั้งแต่วันต้นปีที่สองจนถึงวันสุด ท้ายของปีที่สอง
 

Thiarawat M

unread,
Nov 1, 2009, 10:56:56 PM11/1/09
to sia...@googlegroups.com
 Mr.Pratharn
 
สำหรับที่บริษัทฯ ทำงานครบ 1 ปี มีสิทธิลาได้ 6 วัน ซึ่งเป็นสิทธิของปี 2550  สำหรับของปี 2551 นั้น มีสิทธิ 6 วัน แต่สิทธิจะเพิ่มเติมตามวันเดือนที่ทำงาน หรือเรียกว่า Pro-Rate ครับ 
 
ส่วนการหาแบบ pro-rate คือ  12 หาร 6 คูณเดือนที่พนักงานทำงาน นั้น หมายความว่า สิทธิจะเกิดขึ้นทุกเดือนที่ทำงานครับ
 
เธียรวัฒน์
 

From: ratta...@ageless.co.th
To: y.pra...@yahoo.co.th; sia...@googlegroups.com
Subject: [SIAMHRM.COM :20168] Re: สอบถามเรื่องวันหยุดพักผ่อนของพนักงานเข้าใหม่ครับ
Date: Mon, 2 Nov 2009 08:52:48 +0700
<BR

HR ABSH

unread,
Nov 2, 2009, 2:25:35 AM11/2/09
to Mr.Pratharn, sia...@googlegroups.com
คุณต้องกำหนดขอบเขตของระยะเวลาการให้ใช้สิทธิ์ลาพักผ่อนประจำก่อนว่าใช้ได้ถึงเมื่อไหร่ ซึ่งหากกำหนดแล้วพนักงานไม่ใช้สิทธิ์ก็สามารถตัดได้ เช่น พักร้อนประจำปี 2550 ให้ใช้สิทธิ์ลาได้ โดยตัด ณ 31 มกราคม 2551 นั่นหมายถึงตัดปีต่อปี ไม่มีการสะสม แต่ถ้าไม่กำหนดก็จะเป็นลักษณะของการสะสมมาทบกับปีปัจจุบันอีก ซึ่งจะทำให้ไม่เข้าใจกัน อย่างที่เพื่อนของคุณตีความค่ะ
----- Original Message -----
Sent: Friday, October 30, 2009 10:43 PM
Subject: [SIAMHRM.COM :20115] สอบถามเรื่องวันหยุดพักผ่อนของพนักงานเข้าใหม่ครับ

Reply all
Reply to author
Forward
0 new messages