From: adisorn
klinpikul [mailto:adisor...@hotmail.com]
Sent: Friday, February 13, 2009
4:05 PM
To: Nongnaphat HR.
Subject: RE: การทะเลาะ
ทำร้ายร่างกายเพื่อนร่วมงาน
สวัสดีครับ อดิศร ครับ
การเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยจะมีหลักเกณฑ์พิจารณาตามกฎหมาย พรบ.คุ้มครองแรงงานมาตรา 119 ครับ ซึ่งนายจ้างจะเลิกจ้างพนักงานโดยไม่จ่ายค่าชดเชยได้นั้น พนักงานจะต้องมีความผิดทางวินัยตามมาตรา 119 เท่านั้น หากนายจ้างไม่ได้พิจารณาตามมาตรานี้และเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชย ลูกจ้างก็สามารถฟ้องนายจ้างเรื่องเลิกจ้างไม่เป็นธรรมได้ครับ
กรณีนี้พนักงานมีการทะเลาะวิวาท ถ้าเราจะลงโทษ ก็ต้องมีขั้นตอนการพิจารณาดังนี้นะครับ
1. ต้องมาดูว่าในข้อบังคับการทำงานของเรามีเขียนระเบียบเรื่องนี้ไว้หรือยัง เช่น มีข้อห้ามว่า “ห้ามพนักงานทะเลาะวิวาท ชกต่อย ตบตีกันในสถานที่ทำงาน” ถ้าไม่มีเขียนอะไรในทำนองนี้ไว้เลยแล้วการพิจารณาโทษทางวินัยก็จะไม่ชอบด้วยกฎหมายได้ครับ เพราะไม่มีการการตกลงไว้กับลูกจ้างมาก่อนซึ่งหากลูกจ้างมีปัญหาไม่ยินยอมที่จะรับโทษ และมีการร้องเรียนขึ้นมา นายจ้างก็จะเสียเปรียบในทางคดีได้ครับ ที่ทำได้มากที่สุดคือการว่ากล่าวตักเตือนด้วยวาจาอย่างไม่เป็นทางการเท่านั้น และก็ต้องมาเพิ่มเติมในข้อบังคับเรื่องนี้ไว้ป้องกันปัญหาทำนองนี้อีกในอนาคต เมื่อเพิ่มเติมข้อบังคับการทำงานแล้วก็จะต้องส่งเอกสารแก้ไขข้อบังคับการทำงานนี้ไปให้สำนักงานสวัสดิการตรวจสอบก่อนภายในเจ็ดวันนะครับ หากไม่มีข้อแก้ไขใด ๆ ก็ประกาศใช้ได้ครับ
2. หากว่ามีข้อบังคับการทำงานเขียนไว้แล้วก็สามารถพิจารณาโทษได้ตามสมควรแต่จะลงโทษถึงขั้นเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยได้หรือไม่ ก็ต้องหยิบเอามาตรา 119 มาพิจารณาครับ
ลองดูนะครับ
มาตรา 119 ( 1 ) ทุจริตต่อหน้าที่หรือกระทำความผิดอาญาโดยเจตนาต่อนายจ้าง (การทะเลาะวิวาทระหว่างพนักงานไม่เข้าข่ายนี้ครับ)
( 2 ) จงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย (การทะเลาะวิวาทระหว่างพนักงานไม่เข้าข่ายนี้ครับ)
( 3 ) ประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้นายจ้างได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง (การทะเลาะวิวาทระหว่างพนักงานไม่เข้าข่ายนี้ครับ)
( 4 ) ฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ระเบียบ หรือคำสั่งของนายจ้างอันชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรม และนายจ้างได้ตักเตือนเป็นหนังสือแล้ว เว้นแต่กรณีร้ายแรงนายจ้างไม่จำเป็นต้องตักเตือน หนังสือเตือนให้มีผลบังคับได้ไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันที่ลูกจ้างได้กระทำผิด
ข้อนี้ อาจพิจารณาโทษได้แล้วครับ แต่ก็มีที่ต้องพิจารณาอยู่ 2 ประการ
ประการแรกอย่างที่ได้กล่าวไปตอนต้นในข้อที่ 1 แล้ว หากว่ามีระเบียบข้อห้ามอยู่ชัดเจน อันนี้ก็จะถือว่าสามารถพิจารณาโทษได้ ตามสมควร แต่ถ้าเป็นความผิดครั้งแรกก็ยังไม่สามารถที่จะเลิกจ้างได้ นายจ้างจะต้องลงโทษด้วยการตักเตือนเป็นหนังสือสักครั้งก่อนครับ แล้วหากพนักงานสองคนนี้ยังมีการทะเลาะวิวาทกันอีก หากยังไม่เกิน 1 ปีนับแต่ครั้งแรกที่ได้กระทำผิดและมีหนังสือเตือนไปแล้ว นายจ้างก็สามารถใช้มาตรา 119 ( 4 ) พิจารณาเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยได้ครับ แต่หากนายจ้างไม่ได้เขียนข้อห้ามไว้ก็จะไม่สามารถพิจารณาตามหลักเกณฑ์ข้อนี้ได้ เพราะนายจ้างจะไม่สามารถอ้างถึงระเบียบหรือคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายตามที่อธิบายไปในข้อที่ 1 ครับ
ประการที่สอง ใน ( 4 ) ตอนท้ายมีกำหนดไว้อีกว่า เว้นแต่กรณีร้ายแรงนายจ้างไม่จำเป็นต้องตักเตือน ตรงนี้ก็จะต้องมาพิจารณาว่าการทะเลาะวิวาทนั้นเป็นกรณีร้ายแรงหรือไม่ หากแต่ตบตีกันพอหอมปากหอมคอ หรือมีการทำร้ายร่างกายแต่ยังไม่ถึงขั้นที่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดได้รับบาดเจ็บสาหัส ก็ยังไม่ร้ายแรง แต่หากว่าการที่ทะเลาะวิวาทนั้นทำให้บริษัทหรือนายจ้างได้รับความเสียหายเสียชื่อเสียงก็อาจพิจารณาว่าร้ายแรงได้เหมือนกัน หรือถ้าฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดได้รับบาดเจ็บสาหัส หรือมีการใช้อาวุธข่มขู่ เช่นอาจจะเป็นมีด ไขควง หรืออุปกรณ์อื่น ๆ ที่สามารถทำให้อีกฝ่ายได้รับบาดเจ็บสาหัสหรือถึงแก่ชีวิตได้ อันนี้ก็พยายามฆ่า ก็ร้ายแรงแน่นอนครับ เลิกจ้างไปตามมาตรา 119 ( 4 ) นี้ได้ครับ หากเข้าข่ายร้ายแรง ถึงแม้ว่าในข้อบังคับการทำงานจะไม่ได้เขียนข้อบังคับไว้ก็เลิกจ้างได้ครับ
( 5 ) ละทิ้งหน้าที่เป็นเวลาสามวันทำงานติดต่อกันไม่ว่าจะมีวันหยุดคั่นหรือไม่ก็ตามโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ( ข้อนี้ไม่เกี่ยวครับ )
( 6 ) ได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก ถ้าเป็นความผิดโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษต้องเป็นกรณีที่เป็นเหตุให้นายจ้างได้รับความเสียหาย ( ข้อนี้อาจจะเกี่ยวในอนาคตได้ หากฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดที่เป็นคู่กรณีไปแจ้งความ และมีคำพิพากษาของศาลครับ )
ดังนั้นก็พิจารณาไปตามขั้นตอนนี้นะครับ ข้อแนะนำคือหากไม่จำเป็นก็ยังไม่ควรที่จะเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชย มีอีกหลายวิธีที่จะสามารถพิจารณาโทษหรือยับยั้งไม่ให้เกิดการทะเลาะวิวาทต่อเนื่อง เช่น การสั่งพักงานเพื่อการสอบสวนตามมาตรา 116 117 ไปก่อนก็ได้ เพื่อเป็นการแยกคู่กรณีออกจากกันสักระยะหนึ่งก่อน เพื่อแต่ละฝ่ายจะได้ไประงับสติอารมณ์ ซึ่งนายจ้างสั่งพักได้ไม่เกินเจ็ดวันและต้องจ่ายค่าจ้างให้ไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งก่อน ตามมาตราดังกล่าว จนกว่าจะมีการพิจารณาตัดสินความผิดที่ชัดเจนออกมาครับ ซึ่งในช่วงเวลานี้นายจ้างก็สามารถไต่สวนหาสาเหตุการทะเลาะวิวาทไว้เป็นข้อมูลในการสอบสวนเพื่อวินิจฉัยความผิดอีกครั้ง หลังจากสิ้นสุดเวลาที่สั่งพักครับ หากผิดจริงนายจ้างก็ไม่ต้องจ่ายค่าจ้างที่เหลือคืนให้ก็ได้ และพิจารณาโทษไปตามสมควรครับ
หรืออีกวิธีหนึ่งนายจ้างอาจเลิกจ้างทั้งคู่ไปเลยก็ได้ แต่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้ตามมาตรา 118 ถ้าไม่สามารถเลิกจ้างตามมาตรา 119 ได้ครับ
อดิศร
From: nongn...@nissin-mfg.co.th
To: adisor...@hotmail.com
Subject: การทะเลาะ
ทำร้ายร่างกายเพื่อนร่วมงาน
Date: Fri, 13 Feb 2009 13:46:48 +0800
สวัสดีค่ะ คุณอดิศรคะ
พนักงานหญิงตบตีกันภายในโรงงานก่อนเวลาเริ่มงาน มีเพื่อน ๆ เห็นเหตุการณ์หลายคน
การลงโทษการกระทำผิดวินัยถึงขั้นการเลิกจ้างพนักงานผู้ทำร้ายร่างกายเพื่อนร่วมงาน
โดยไม่จ่ายค่าชดเชย สมควรแก่เหตุหรือไม่คะ
ขอคำชี้แนะด้วยนะคะ
ขอบคุณค่ะ
หนูนา
__________ Information from ESET NOD32 Antivirus, version of virus signature
database 3849 (20090212) __________
The message was checked by ESET NOD32 Antivirus.
http://www.eset.com
แบ่งปันรูปถ่ายกันอย่างง่ายดายด้วย Windows Live™ Photos ลากแล้วปล่อย