----- Original Message -----From: adisorn klinpikulSent: Thursday, February 05, 2009 4:52 PMSubject: [SIAMHRM.COM :10580] Re: เธฅเธฒเธ เธฑเธ เธฃเน เธญเธเธชเธงเธฑเธชเธ”เธตเธ เธฃเธฑเธ เธญเธ”เธดเธจเธฃ เธ เธฃเธฑเธ
เธกเธฒเธ•เธฃเธฒ 67 เน€เธฃเธทเน เธญเธ เธ เน เธฒเธงเธฑเธ เธซเธขเธธเธ”เธ เธฑเธ เธ เน เธญเธ เธ เธฃเธฐเธ เธณเธ เธต
เธ เธฐเน เธ เน เน เธ เธ เธฃเธ“เธตเน€เธฅเธดเธ เธ เน เธฒเธ เธ เธ เธฑเธ เธ เธฒเธ เธ เธฃเธฑเธ เธ เธถเน เธ เธ เธฐเธกเธตเธญเธขเธนเน เธชเธญเธ เธฅเธฑเธ เธฉเธ“เธฐ เธ เธทเธญเธ เธฃเธ“เธตเน เธฃเธ เน€เธฅเธดเธ เธ เน เธฒเธ เน เธ”เธขเธ—เธตเน เธ เธ เธฑเธ เธ เธฒเธ เน เธกเน เธกเธตเธ เธงเธฒเธกเธ เธดเธ”เธ•เธฒเธกเธกเธฒเธ•เธฃเธฒ 119
เธซเธฒเธ เธฅเธนเธ เธ เน เธฒเธ เธกเธตเธงเธฑเธ เธซเธขเธธเธ”เธ เธฑเธ เธ เน เธญเธ เธ เธฃเธฐเธ เธณเธ เธตเน€เธซเธฅเธทเธญเธญเธขเธนเน เธซเธฃเธทเธญเธขเธฑเธ เน เธกเน เน เธ”เน เน เธ เน เธชเธดเธ—เธ เธดเธ เธฑเน เธ เธ เธฃเธ เน เธ เธ•เธญเธ เธ—เธตเน เธ–เธนเธ เน€เธฅเธดเธ เธ เน เธฒเธ เธ เธฒเธขเธ เน เธฒเธ เธ เน เธ•เน เธญเธ เธ เน เธฒเธขเธ เน เธฒเธงเธฑเธ เธซเธขเธธเธ”เธ เธฑเธ เธ เน เธญเธ เธ เธฃเธฐเธ เธณเธ เธตเธ—เธตเน เน€เธซเธฅเธทเธญเธญเธขเธนเน เธ เธตเน เน เธซเน เธฅเธนเธ เธ เน เธฒเธ เธ”เน เธงเธข
เธญเธตเธ เธ เธฃเธ“เธตเธซเธ เธถเน เธ เธซเธฒเธ เธฅเธนเธ เธ เน เธฒเธ เธ–เธนเธ เน€เธฅเธดเธ เธ เน เธฒเธ เธ”เน เธงเธขเธกเธฒเธ•เธฃเธฒ 119 เธซเธฃเธทเธญเน เธกเน เธ เน เธ•เธฒเธก เธซเธฃเธทเธญเธฅเธนเธ เธ เน เธฒเธ เน€เธ เน เธ เธ เน เธฒเธขเธ เธญเธ เน€เธฅเธดเธ เธชเธฑเธ เธ เธฒเธ เน เธฒเธ เธ เธฃเธ“เธตเธ—เธตเน เธ เธฒเธขเธ เน เธฒเธ เธกเธตเน€เธ เธทเน เธญเธ เน เธ เน€เธฃเธทเน เธญเธ เธงเธฑเธ เธซเธขเธธเธ”เธ เธฑเธ เธ เน เธญเธ เธ เธฃเธฐเธ เธณเธ เธตเธชเธฐเธชเธกเน เธฅเธฐเธฅเธนเธ เธ เน เธฒเธ เธขเธฑเธ เน เธกเน เน เธ”เน เน เธ เน เธชเธดเธ—เธ เธดเธ เธฑเน เธ เน เธ เธงเธฑเธ เธ—เธตเน เธ–เธนเธ เน€เธฅเธดเธ เธ เน เธฒเธ เธ เธฒเธขเธ เน เธฒเธ เธ เน เธ เธฐเธ•เน เธญเธ เธ เน เธฒเธขเธ เน เธฒเธงเธฑเธ เธซเธขเธธเธ”เธ เธฑเธ เธ เน เธญเธ เธ เธฃเธฐเธ เธณเธ เธตเธชเธฐเธชเธกเธ เธฑเน เธ เน เธซเน เธฅเธนเธ เธ เน เธฒเธ เธ”เน เธงเธข เน เธ•เน เธ–เน เธฒเธกเธตเธกเธตเน€เธฅเธทเน เธญเธ เน เธ เธ เธฒเธฃเธซเธขเธธเธ”เธ เธฑเธ เธ เน เธญเธ เธ เธฃเธฐเธ เธณเธ เน เน เธกเน เธ•เน เธญเธ เธ เน เธฒเธขเธ เธฃเธฑเธ เน เธฅเธฐเธงเธฑเธ เธซเธขเธธเธ”เธ เธฑเธ เธ เน เธญเธ เธ เธฃเธฐเธ เธณเธ เธตเธ•เธฒเธกเธ เธ เธ•เธดเธ—เธตเน เน เธกเน เน เธ”เน เธชเธฐเธชเธกเธ เธฑเน เธ เธ เธฃเธ“เธตเน€เธฅเธดเธ เธ เน เธฒเธ เธ•เธฒเธกเธกเธฒเธ•เธฃเธฒ 119 เธ เธฒเธขเธ เน เธฒเธ เน เธกเน เธ•เน เธญเธ เธ เน เธฒเธขเธ เธฃเธฑเธ
เธชเน เธงเธ เน€เธฃเธทเน เธญเธ เธ—เธตเน เธ เธฒเธขเธ เน เธฒเธ เธ เธฐเธ เธณเธซเธ เธ”เน เธซเน เธกเธตเธงเธฑเธ เธซเธขเธธเธ”เธ เธฑเธ เธ เน เธญเธ เธ เธฃเธฐเธ เธณเธชเธฐเธชเธกเธซเธฃเธทเธญเน เธกเน เธ เน เน เธ”เน เธ เธฃเธฑเธ เน€เธ เธฃเธฒเธฐเธกเธฒเธ•เธฃเธฒ 30 เธ เธฐเน เธซเน เธชเธดเธ—เธ เธดเน เธ เน เธ เธฒเธขเธ เน เธฒเธ
เน เธฅเธฐเธ เธฒเธขเธ เน เธฒเธ เธ เธฐเธ เธณเธซเธ เธ”เน เธซเน เน€เธ เธดเน เธกเน เธ เธ เธตเธ•เน เธญเน เธ เธซเธฃเธทเธญเน เธกเน เธ เน เน เธ”เน เน เธ•เน เธซเธฒเธ เธฅเธนเธ เธ เน เธฒเธ เธ—เธณเธ เธฒเธ เธ เธฃเธ เธซเธ เธถเน เธ เธ เธตเน เธฅเน เธงเธ•เน เธญเธ เน เธ”เน เธฃเธฑเธ เธชเธดเธ—เธ เธดเธ เธตเธฅเธฐเน เธกเน เธ เน เธญเธขเธ เธงเน เธฒเธซเธ เธงเธฑเธ เธ เธฃเธฑเธ
เธญเธ”เธดเธจเธฃ
Date: Wed, 4 Feb 2009 02:35:35 -0800
From: korani...@yahoo.com
Subject: [SIAMHRM.COM :10531] เธฅเธฒเธ เธฑเธ เธฃเน เธญเธ
To: sia...@googlegroups.com
เน€เธฃเธตเธขเธ เธ เธธเธ“เธญเธ”เธดเธจเธฃเธ เน เธฐเธฃเธ เธ เธงเธ เธชเธญเธ เธ–เธฒเธกเธ เน เธฐเธ เน เธฒเธ เน เธฒเธ เน เธ เธงเธฑเธ เธซเธขเธธเธ”เธ เธฑเธ เธ เน เธญเธ เธ เธฃเธฐเธ เธณเธ เธตเธชเธฐเธชเธกเธ•เธฒเธก เธกเธฒเธ•เธฃเธฒ 67 เธ เธฑเน เธ เธกเธตเธฃเธฒเธขเธฅเธฐเน€เธญเธตเธขเธ”เธขเธฑเธ เน เธ เธ เธฐ เธ เน เธงเธขเธญเธ เธดเธ เธฒเธขเธ เธดเธ”เธ เธถเธ เน€เธ เธฃเธฒเธฐเธ—เธตเน เธ เธฃเธดเธฉเธฑเธ—เธฏ เน เธซเน เธงเธฑเธ เธซเธขเธธเธ”เธ เธฑเธ เธ เน เธญเธ เธ เธตเธฅเธฐ 6 เธงเธฑเธ /เธ เธต เน เธกเน เธกเธตเน€เธ เธดเน เธกเน เธฅเธฐเธซเน เธฒเธกเธชเธฐเธชเธกเธ เน เธฐเธญเธขเน เธฒเธ เธ เธตเน เธ เธดเธ”เน เธซเธกเธ เธฐ
เธกเธฒเธ เธ เธงเน เธฒเน€เธกเธฅโ€“Windows Liveโ ข เน€เธ เน เธ เธขเธดเน เธ เธ เธงเน เธฒเธ เธฅเน เธญเธ เธฃเธฑเธ เธญเธตเน€เธกเธฅเธ เธญเธ เธ เธธเธ“ เธกเธฒเธ เธ เธงเน เธฒเธ เน เธญเธ เธงเธฒเธก
A. สวัสดีครับ อดิศร ครับ
ขออนุญาตอธิบายเพิ่มเติมอีกนิดนะครับ มาตรา 67 ค่อนข้างมีปัญหาในการตีความพอสมควร
คืองี้ครับ ในมาตรา 67 ของ พรบ. 2541 เขียนไว้ว่า
“ ในกรณีที่นายจ้างเลิกจ้างโดยลูกจ้างมิได้มีความผิดตามมาตรา 119 ให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีในปีที่เลิกจ้างตามส่วนของวันหยุดพักผ่อนประจำปีที่ลูกจ้างพึงมีสิทธิ และรวมทั้งวันหยุดพักผ่อนประจำปีสะสมตามมาตรา 30 ”
ทีนี้มีปัญหาอยู่ว่า แล้วถ้าเป็นกรณีที่ลูกจ้างขอลาออกเองหรือถูกเลิกจ้างตามมาตรา 119 จะต้องทำอย่างไรกับวันหยุดพักผ่อนประจำปีและวันหยุดพักผ่อนประจำปีสะสม นายจ้างจะต้องจ่ายให้หรือไม่ เพราะมาตรา 67 ของ 2541 ไม่ได้เขียนไว้ให้มีการคุ้มครองเรื่องสิทธิของลูกจ้างในเรื่องค่าจ้างในวันหยุดพักผ่อนประจำปีตามมาตรา 56 กรณีลาออกหรือกรณีมีความผิดตามมาตรา 119 ด้วย
พอมาใน พรบ. 2551 จึงได้มีการแก้ไขใหม่ โดยเจตนารมณ์ เพื่อคุ้มครองให้ลูกจ้างมีสิทธิได้รับค่าจ้างในวันหยุดพักผ่อนประจำปีสะสม ย้ำว่า วันหยุดพักผ่อนประจำปีสะสม นะครับ สำหรับกรณีที่ลูกจ้างลาออกจากงาน หรือนายจ้างเลิกจ้างไม่ว่าลูกจ้างจะได้ทำความผิดประการหนึ่งประการใดที่นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยตามมาตรา 118 หรือไม่ เพิ่มเติมเข้ามาด้วยครับ
ในพรบ. 2551 จึงเขียนไว้ดังนี้ครับ
มาตรา 19 ให้ยกเลิกความในมาตรา 67 แห่ง พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
มาตรา 67 ในกรณีที่นายจ้างเลิกจ้างโดยลูกจ้างมิได้มีความผิดตามมาตรา 119 ให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีในปีที่เลิกจ้างตามส่วนของวันหยุดพักผ่อนประจำปีที่ลูกจ้างพึงมีสิทธิได้รับตามมาตรา 30
( ตัดถ้อยคำ “และรวมทั้งวันหยุดพักผ่อนประจำปีสะสมตามมาตรา 30” ของ พรบ. 2541 ออก
แล้วยังไม่หมดนะครับ ไม่ใช่เฉพาะยกเลิกตามมาตรา 19 อย่างเดียว แต่มีเพิ่มเติมด้วย ในมาตรา 20
มาตรา 20 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา 67/1 แห่ง พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541
มาตรา 67/1 ในกรณีที่นายจ้างหรือลูกจ้างบอกเลิกสัญญาจ้าง ให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีสะสมตามมาตรา 30 ที่ลูกจ้างพึงมีสิทธิ
( เพื่อให้ลูกจ้างสามารถเรียกร้องค่าจ้างในวันหยุดพักผ่อนประจำปีสะสมในกรณีที่ลูกจ้างลาออกหรือถูกเลิกจ้างได้ )
โดยสรุปที่เป็น พรบ. 2551 มาตรา 67 จะเขียนไว้ ซึ่งมีสองวรรค ซึ่งใน 2541 มีวรรคเดียว ดังนี้ครับ
มาตรา 67 ในกรณีที่นายจ้างเลิกจ้างโดยลูกจ้างมิได้มีความผิดตามมาตรา 119 ให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีในปีที่เลิกจ้างตามส่วนของวันหยุดพักผ่อนประจำปีที่ลูกจ้างพึงมีสิทธิ
ในกรณีที่ลูกจ้างเป็นฝ่ายบอกเลิกสัญญาจ้างหรือนายจ้างเลิกจ้าง ไม่ว่าการเลิกจ้างนั้นเป็นกรณีมาตรา 119 หรือไม่ก็ตาม ให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีสะสมตามมาตรา 30 ที่ลูกจ้างพึงมีสิทธิ
สองวรรคของมาตรา 67 นี้จึงใช้ในกรณีต่างกัน
ในวรรคหนึ่งใช้ในกรณีที่นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างตามมาตรา 118 เท่านั้น และที่นายจ้างจะต้องจ่าย คือ ค่าวันหยุดพักผ่อนประจำปี ในกรณีที่ลูกจ้างยังไม่ได้ใช้สิทธิหรือยังใช้สิทธิไปไม่ครบในปีที่นายจ้างเลิกจ้างครับ
ส่วนในวรรคสองที่เพิ่มเข้ามา ใช้ในกรณีที่ลูกจ้างขอลาออก หรือกรณีที่นายจ้างเลิกจ้างตามมาตรา 119 หรือมาตรา 118 ก็ตาม หากนายจ้างมีข้อตกลงเรื่องการสะสมวันหยุดพักผ่อนประจำปีกับลูกจ้างไว้ในข้อบังคับการทำงาน นายจ้างจะต้องจ่าย ค่าวันหยุดพักผ่อนประจำปีสะสม ให้ลูกจ้างตามส่วนที่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับ วันหยุดพักผ่อนประจำปีสะสม หมายถึง
วันหยุดพักผ่อนประจำปีที่ลูกจ้างมีสิทธิได้หยุด แต่ตกลงกันสะสมไว้และไม่ทันได้ใช้สิทธิหยุดก็ถูกเลิกจ้างหรือลาออกเสียก่อน และลูกจ้างมีสิทธิได้รับค่าจ้างตามจำนวนวันหยุดพักผ่อนประจำปีที่สะสมไว้นั้นในปีก่อนปีที่จะถูกเลิกจ้างหรือลาออกทุกปีรวมกัน การคำนวณค่าจ้างในวันหยุดพักผ่อนประจำปีสะสม ให้คำนวณโดยถืออัตราค่าจ้างในปีที่เลิกจ้างหรือลาออกด้วยนะครับ ไม่ใช่คำนวณจากค่าจ้างในแต่ละปีที่มีสิทธิย้อนหลังครับ
ซึ่งหากในวรรคสองนี้ นายจ้างมิได้มีข้อตกลงเรื่องวันหยุดพักผ่อนประจำปีสะสมไว้ ก็จะไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับวรรคสองเลยครับ
ยกตัวอย่างเช่น หากลูกจ้างคนหนึ่งทำงานมาห้าปีแล้ว และมีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปี ปีละ 10 วัน
สมมุติว่าลูกจ้างท่านนี้ทำงานมาตั้งแต่ปี 2549 จนถึงปี 2551 และในปี 2551 ลูกจ้างท่านนี้ หยุดพักผ่อนประจำปีไป 5 วัน และตามระเบียบหรือข้อตกลงนายจ้างตามมาตรา 30 นั้น นายจ้างกำหนดให้ลูกจ้างสามารถสะสมวันหยุดพักผ่อนประจำปีไปในปีถัดไปได้ นั่นก็หมายถึงว่าลูกจ้างท่านนี้มีวันหยุดพักผ่อนประจำปีสะสมในปี 2551 มายังปี 2552 อีก 5 วัน และยังมีวันหยุดพักผ่อนประจำปี ( ปกติ ) ในปี 2552
อีก 10 วัน รวมวันหยุดพักผ่อนประจำปีทั้งหมดของลูกจ้างคนนี้ในปี 2552 = 15 วัน
แต่ปรากฏว่าลูกจ้างท่านนี้มีความประสงค์จะบอกเลิกสัญญาจ้างต่อนายจ้าง (ขอลาออก) ในวันที่ 31 มกราคม 2552 หรือนายจ้างได้เลิกจ้างลูกจ้างท่านนี้เพราะมีความผิดตามมาตรา 119 ในเดือนมกราคม 2552 ก็จะเข้าข่ายวรรคสองครับ ซึ่งนายจ้างต้อจ่ายค่าวันหยุดพักผ่อนประจำปีสะสมให้ลูกจ้าง
ส่วนที่จะต้องจ่ายคือจำนวนวันหยุดพักผ่อนประจำปีสะสมของปี 2551 ที่จะมาใช้ในปี 2552 จำนวน 5 วันนั้นครับ แต่ค่าวันหยุดพักผ่อนประจำปี ของปี 2552 จำนวน 10 วันนั้น ไม่ต้องจ่ายครับ
หากเป็นกรณีที่นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างท่านนี้ตามมาตรา 118 คือลูกจ้างไม่ได้มีความผิดอะไรและไม่ได้ขอลาออก ก็จะเข้าข่ายวรรคหนึ่ง และวรรคสอง นายจ้างจึงจะต้องจ่ายค่าวันหยุดพักผ่อนประจำปีให้ตามวรรคหนึ่ง รวมทั้งค่าวันหยุดพักผ่อนประจำปีสะสมตามวรรคสองให้แก่ลูกจ้างท่านนี้ด้วย รวมทั้งหมดคือ 15 วันครับ
แต่หากว่านายจ้างไม่ได้มีข้อตกลงให้ลูกจ้างสามารถสะสมวันหยุดพักผ่อนประจำปีในปีถัดไป
กรณีที่ลูกจ้างท่านนี้ลาออก หรือถูกเลิกจ้างตามมาตรา 119 ค่าวันหยุดพักผ่อนประจำสะสมก็จะไม่มีครับ
ซึ่งถ้าหากลูกจ้างยังใช้สิทธิในปี 2551 เหลืออีก 5 วัน นายจ้างก็จะต้องจ่ายคืน 5 วันที่เหลือและลูกจ้างยังมีสิทธิอยู่เช่นเดียวกันครับ แต่ไม่ได้จ่ายตามมาตรา 67 เป็นการจ่ายตามมาตรา 56 ครับ เพราะเป็นสิทธิที่ลูกจ้างจะต้องได้รับ ส่วนค่าวันหยุดพักผ่อนประจำปีในปี 2552 นายจ้างไม่จำเป็นต้องจ่ายให้ครับ เพราะเป็นการขอลาออกของลูกจ้างเองหรือเป็นกรณีที่ลูกจ้างมีความผิดทางวินัย
แต่หากว่านายจ้างเลิกจ้างโดยลูกจ้างท่านนี้โดยไม่ได้มีความผิด อันนี้นายจ้างจะต้องจ่ายค่าวันหยุดพักผ่อนประจำปีในปี 2552 จำนวน 10 วันให้ลูกจ้างท่านนี้ รวมทั้งค่าวันหยุดพักผ่อนประจำปีที่ลูกจ้างยังใช้สิทธิไม่ครบในปี 2551 อีก 5 วัน ตามมาตรา 56 ด้วยครับ
ผมได้แนบคำชี้แจง พรบ. คุ้มครองแรงงานฉบับที่ 2 พ.ศ. 2551 มาตรา 67 ของกระทรวงแรงงานมาให้ด้วยนะครับ
อดิศร