|
การใช้งานที่ผู้ใช้ควรรู้
(Quick Guide)
1. ความสามารถของ
Hotmail
Hotmail เป็นเว็บไซต์ให้บริการรับส่งอีเมล์หรือ Webmail ที่มีเครื่องไม้เครื่องมือใช้งานที่ง่ายแก่การใช้และได้รับความนิยมมากที่สุดแห่งหนึ่งในปัจจุบัน
ผู้ใช้งานแทบทุกระดับ ทุกกลุ่มสาขาอาชีพสามารถนำ Hotmail มาใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างคุ้มค่ามากๆ
กอรปกับผู้ใช้สามารถนำบัญชีอีเมล์ของ Hotmail ไปใช้บริการอื่นที่เกี่ยวข้องเช่น MSN Messenger หรือ My MSN Space ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพอีกด้วยครับ
2. การสมัคร Hotmail
สำหรับผู้ที่ยังไม่มีบัญชีอีเมล์
Hotmail
เป็นของตนเอง
จำเป็นต้องศึกษาขั้นตอนการสมัครดังต่อไปนี้ครับ
1.
เข้าเว็บไซต์ Hotmail
ที่ http://www.hotmail.com จากนั้นคลิกที่ปุ่ม Sign Up ดังรูป

2.
ก็จะเข้าสู่หน้าต่างแบบฟอร์มสมัคร
ให้ผู้ใช้กรอกรายละเอียดตามลำดับ ดังรูปครับ

1.)
เลือก ประเทศ ของผู้สมัคร
2.)
ตั้งชื่อ อีเมล์ของผู้สมัคร ตรงนี้แนะนำว่าไม่ควรตั้งชื่ออีเมล์ยาวๆ
เพราะจะทำให้คนอื่นจดจำได้ยากครับ
3.)
คลิกปุ่ม Check Availability เพื่อเช็คดูว่าชื่ออีเมล์ที่ตั้ง
มีคนอื่นใช้ไปหรือยัง
แนะนำเทคนิคพิเศษ ผู้ใช้ควรเลือกประเทศ
United States ดังรูปครับ เหตุผลก็คือ
เราจะได้พื้นที่รับเมล์ ( Inbox)
อย่างน้อยสุด 25 MB และ มากที่สุดถึง 250 MB
เลยทีเดียว ซึ่งจะต่างจากการเลือกประเทศเป็น Thailand ลิบลับเลยครับเพราะผู้ใช้จะได้พื้นที่
Inbox เพียง 2 MB เท่านั้นครับ ;-(

3.
เมื่อผู้ใช้คลิกปุ่ม Check Availability หากพบว่าชื่ออีเมล์นี้ไม่ว่างดังรูป
ก็จำเป็นต้องตั้งใหม่ครับ

ให้ตั้งชื่ออีเมล์ไปเรื่อยๆ
จนกว่าชื่ออีเมล์จะว่างดังรูปครับ

4.
ตั้งรหัสผ่านอีเมล์ ในช่อง Password และใส่รหัสผ่านเดิมอีกครั้งเพื่อตรวจสอบความถูกต้องในช่อง
Retype
password แนะนำรหัสผ่านควรเป็นตัวอักษรผสมกับตัวเลข
เพื่อให้ยากแก่การเดาครับ สังเกตระดับความยากได้ โดยการดูที่ Password strength ครับ

5.
เพื่อเป็นการทวนความจำในกรณีที่ผู้ใช้เกิดลืมรหัสผ่านอีเมล์ขึ้นมา
ผู้ใช้จำเป็นต้องเลือกคำถามในช่อง Question และตั้งคำตอบในช่อง Secret answer เพื่อเตือนความจำครับ ส่วนช่อง Alternate e-mail
address ผู้ใช้จะใส่หรือไม่ก็ได้ครับ

6.
ขั้นตอนสำคัญต่อมาเป็นการกรอกรายละเอียดของผู้ใช้
ให้ใส่รายละเอียดให้เรียบร้อยดังรูปครับ

ข้อแนะนำ สำหรับผู้ที่เลือกประเทศเป็น United States ส่วนใหญ่มักจะมีปัญหาเรื่องการระบุ ZIP Code เนื่องจากจำเป็นต้องใส่ให้ตรงกับรัฐ ( State) ที่ได้เลือกไว้ ผู้ใช้สามารถเช็คหมายเลข ZIP Code ได้โดยคลิกที่เว็บนี้ครับ http://www.555us.com/555us_states.htm
และเมื่อเข้าสู่หน้าเว็บ
ผู้ใช้ก็เพียงแต่เลือกรัฐที่ต้องการทราบ ZIP Code ดังรูป

จากนั้นก็เลือก ZIP Code ที่ต้องการ
หรือหากต้องการเปลี่ยนรัฐอื่นก็สามารถเลือกได้จากด้านบน ดังรูปครับ

7.
พิมพ์ตัวอักษรให้ตรงตามภาพที่เห็น

หากไม่แน่ใจหรือดูแล้วไม่ชัดเจน ผู้ใช้สามารถเปลี่ยนภาพตัวอักษรใหม่ได้โดยคลิกที่ปุ่ม
ด้านข้างครับ
8.
ใส่อีเมล์ของเราให้ถูกต้องอีกครั้ง
จากนั้นคลิกที่ปุ่ม I Accept

9.
ในหน้าถัดมา
สองตัวเลือกนี้ให้ผู้ใช้ยกเลิกไปก่อน จากนั้นคลิกปุ่ม Continue

10.
ขั้นตอนสุดท้ายในการสมัครของบัญชีอีเมล์
Hotmail
มาถึงแล้วครับ ตรงนี้จะเป็นการเลือกบริการข่าวสารที่จะส่งมายังอีเมล์ของเราอยู่เป็นประจำ
ซึ่งผู้ใช้จะเลือกหรือไม่ก็ได้ครับ

ให้ผู้ใช้เลื่อนลงมาด้านล่างสุดของหน้านี้
จากนั้นคลิกที่ปุ่ม Continue ดังรูป

11.
และนี่คือหน้าตาของ Hotmail ที่ต่อจากนี้ไปผู้ใช้ต้องเข้ามาเช็คอีเมล์อยู่เป็นประจำครับ

3. หน้าตาของ Hotmail
Hotmail
มีส่วนหลักๆ
ที่ผู้ใช้ต้องเข้าไปใช้งานอยู่เป็นประจำ 4 ส่วนหลักๆ ด้วยกันดังรูปครับ

ส่วนที่ 1 เป็นหัวข้อหรือแท็บที่จะคลิกเพื่อเลือกใช้งานหลัก
โดยเฉพาะแท็บ Mail
ส่วนที่ 2 ปุ่มที่ควบคุมการทำงาน เกี่ยวกับอีเมล์
ไม่จะเป็น การเขียนอีเมล์ การลบอีเมล์ การกำจัดอีเมล์ขยะ( Junk Mail) หรือการค้นหาอีเมล์ เป็นต้น
ส่วนที่ 3 เป็นส่วนที่แสดงอีเมล์ทั้งหมดในโฟลเดอร์ที่ผู้ใช้เลือกจากในส่วนที่ 4 ซึ่งโดยปกติจะแสดงอีเมล์ในโฟลเดอร์หลักที่ใช้รับอีเมล์ที่เรียกว่า
Inbox
ส่วนที่ 4 แสดงโฟลเดอร์ที่สำหรับจัดเก็บอีเมล์
ซึ่งโฟลเดอร์หลักๆ ก็คือ Inbox ( มีไว้รับอีเมล์), Junk Mail ( มีไว้เก็บอีเมล์ขยะ), Drafts ( เก็บอีเมล์ฉบับร่าง), Sent Message ( จัดเก็บอีเมล์ที่ได้มีการส่งไปเรียบร้อยแล้ว), Trash Can ( จัดเก็บอีเมล์ที่ถูกลบ), ส่วนแสดงอีเมล์
(ผู้ใช้งานสามารถคลิกรายชื่ออีเมล์ที่ต้องการอ่านได้จากตรงนี้ครับ)
4. การใช้งานเบื้องต้น
แม้การใช้งานหลักๆ
ของผู้ใช้จะมีเพียงการรับส่งอีเมล์ก็ตาม การใช้งานย่อยอื่นๆ ของ Hotmail ก็มีความสำคัญไม่แพ้กันครับ
และเพื่อให้ได้อรรถประโยชน์ที่คุ้มค่าที่สุดในการใช้ Hotmail ผู้ใช้งานจำเป็นต้องรู้จักกับเครื่องมือในการใช้งานทั้งหมดที่จะกล่าวถึงในเนื้อหาส่วนนี้ครับ
-
การเขียนและส่งอีเมล์ ( Compose)
1.
ในแท็บ Today ให้ผู้ใช้งานคลิกปุ่ม New Message ดังรูป

หรือจะเข้าไปที่แท็บ Mail แล้วคลิกที่ปุ่ม New ก็ได้ครับ

2.
ใส่ชื่ออีเมล์ของผู้รับ(
1) > ใส่หัวข้ออีเมล์(
2) > พิมพ์เนื้อหาอีเมล์( 3) > อีเมล์ที่ส่งจะถูกสำเนาลงในโฟลเดอร์
Sent
Message ตัวเลือกนี้ผู้ใช้จะเลือกหรือไม่ก็ได้ครับ(
4) > คลิกปุ่ม Sent เพื่อส่งอีเมล์

-
การรับและอ่านอีเมล์
( Receive)
1.
ในแท็บ Mail คลิกที่ Inbox(1) > คลิกไปยังอีเมล์ที่ได้รับ(
2)

2.
อ่านเนื้อความในจดหมาย

- การตอบกลับอีเมล์ ( Reply and Reply All)
1.
เมื่ออ่านอีเมล์เสร็จแล้วหากต้องการตอบกลับ
ผู้ใช้ก็เพียงแต่คลิกปุ่ม Reply ( ตอบกลับไปยังเฉพาะผู้ส่งอีเมล์ฉบับนี้) หรือ Reply
All ( ตอบกลับไปยังผู้ส่งอีเมล์ฉบับนี้และบุคคลทั้งหมดที่ได้รับอีเมล์ฉบับนี้เช่นเดียวกับเราครับ)

2.
พิมพ์ข้อความเพื่อตอบกลับ(
1) > คลิกปุ่ม
Send
เพื่อส่ง( 2)

- การส่งต่ออีเมล์ ( Forward)
อีเมล์ที่ได้รับมาผู้ใช้สามารถส่งต่อให้แก่บุคคลอื่นๆ(บุคคลที่ 3) ได้ ด้วยขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้ครับ
1.
คลิกที่ปุ่ม Forward ดังรูป

2.
ใส่อีเมล์ของผู้รับ(
1) > คลิกปุ่ม
Send(2)

- ตกแต่งตัวอักษรก่อนส่ง
เพื่อให้ข้อความในอีเมล์ดูสวยงามน่าอ่าน
ผู้ใช้จำเป็นต้องทราบวิธีตกแต่งข้อความเสียก่อนดังนี้ครับ
1.
ในหน้าเขียนอีเมล์ ( Compose) ให้ผู้ใช้งานคลิกที่ปุ่ม Tools แล้วเลือก Rich-Text Editor ON ดังรูป

2.
จะปรากฏเครื่องมือในการปรับแต่งตัวอักษร
ผู้ใช้สามารถนำมาใช้ในการตกแต่งข้อความบนอีเมล์ก่อนทำการส่งได้ทันทีครับ

- Cc: (Carbon Copy) และ Bcc: (Blind Carbon Copy)

Cc: (Carbon Copy) เมื่อผู้ใช้ต้องการจะส่งสำเนาอีเมล์ถึงบุคคลที่ต้องการนอกเหนือจากผู้รับปกติในช่อง
To: ครับ
Bcc: (Blind Carbon Copy) ใช้งานเหมือนกันกับ Cc: ครับ เพียงแต่รายชื่ออีเมล์ในช่องนี้จะไม่ปรากฏบนอีเมล์เท่านั้น
- การลบอีเมล์ ( Delete Mail)

1.
คลิกที่แท็บหัวข้อ Mail
2.
คลิกเลือกอีเมล์ที่ต้องการลบ
3.
คลิกปุ่ม Delete
- การกู้อีเมล์หรือย้ายอีเมล์ ( Restore & Move Mail)
สำหรับผู้ใช้ที่อาจจะพลั้งเผลอลบอีเมล์สำคัญ
จำเป็นต้องทราบวิธีกู้กลับครับ

1.
คลิกที่แท็บหัวข้อ Mail
2.
คลิกที่โฟลเดอร์ Trash Can ด้านซ้ายมือ (โฟลเดอร์เก็บอีเมล์ที่ถูกลบ)
3.
คลิกเลือกอีเมล์ที่ต้องการกู้หรือย้าย (สามารถเลือกหลายๆ อีเมล์ได้)
4.
คลิกที่ปุ่ม Put in Folder เลือกโฟลเดอร์ปลายทางที่จะกู้หรือย้ายไป
(ปกติจะเป็นโฟลเดอร์ Inbox )
- ล้างอีเมล์ในถังขยะ ( Empty Trash Can)

1.
คลิกที่โฟลเดอร์ Trash Can
2.
คลิกปุ่ม Empty
- จัดการอีเมล์ใน Contact (Address book)
การจัดการ Contact ถึงเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญสำหรับคนใช้อีเมล์
หากมีการจัดการอีเมล์ไม่ดีก็อาจทำให้การใช้งานช้าขึ้นไปอีกครับ
> การเพิ่มอีเมล์เพื่อนใน Contact (Address book)
1.
คลิกที่แท็บ Contact (1) > คลิกที่ปุ่ม New (2)

2.
ใส่รายละเอียดของเพื่อน
สำคัญที่สุดที่ผู้ใช้ห้ามลืมก็คือ อีเมล์
และต้องไม่ลืมบันทึกด้วยการคลิกปุ่ม Save หรือ Save and Add Another Contact ( บันทึกและเพิ่มรายชื่อเพื่อนคนอื่นๆ ต่อ)

> การลบและแก้ไขอีเมล์
เมื่ออยู่ในแท็บ Contact ผู้ใช้สามารถแก้ไขหรือลบรายชื่อและอีเมล์เพื่อนได้โดย

1.
คลิกเลือกรายชื่อ
2.
คลิกปุ่ม Edit เพื่อแก้ไขรายละเอียดต่างๆ ของเพื่อน หรือ
คลิกปุ่ม Delete
เพื่อลบอีเมล์นี้ออกจาก
Contact
> การสร้างกรุ๊ป ( Group Mail)
เมื่ออยู่ในแท็บ Contact ผู้ใช้สามารถสร้างกรุ๊ปสำหรับจัดกลุ่มรายชื่อผู้ใช้อีเมล์ได้
ดังนี้ครับ
1.
คลิกที่เมนู Groups (1) > คลิกปุ่ม New (2)

2.
คลิกเลือกรายชื่ออีเมล์ที่ต้องการ (1) > คลิกปุ่ม Add (2) > ตั้งชื่อกรุ๊ป
(3) > คลิกปุ่ม Save (4)

> เพิ่มอีเมล์ใน Contact อัตโนมัติ
เมื่อผู้ใช้ส่งหรือตอบกลับอีเมล์( Reply) หากอีเมล์แอดเดสนั้นยังไม่ได้ถูกบันทึกใน Contact ระบบอัตโนมัติในการบันทึก Contact ของ Hotmail ก็จะทำงานโดย
1.
ปรากฏหน้าต่างให้เพื่อให้คลิกเลือกรายชื่ออีเมล์ที่ต้องการ
จากนั้นคลิกปุ่ม Add

2.
ใส่รายละเอียดของอีเมล์คลิกปุ่ม
OK
ครับ

> เรียกใช้อีเมล์ใน Contact
1.
ผู้ใช้สามารถเลือกรายชื่ออีเมล์จาก
Contact
ได้โดยคลิกที่ To: Cc: หรือ Bcc: ครับ

2.
เลือกรายชื่ออีเมล์ที่ต้องการแล้วคลิก
OK
ครับ

- การแนบไฟล์ ( Attach File)
ผู้ใช้สามารถแนบไฟล์ต่างๆ
ไปกับอีเมล์นอกเหนือจากข้อความธรรมดาได้ ไม่ว่าจะเป็นไฟล์รูปภาพ , ไฟล์เอกสารงานพิมพ์ หรือไฟล์โปรแกรมครับ
1.
คลิกที่ปุ่ม Attach จากนั้นคลิกเลือกประเภทของไฟล์ที่จะแนบ
ได้แก่ Picture
(
ไฟล์รูปภาพ), File ( ไฟล์ทั่วไปทั้งไฟล์เอกสารและไฟล์โปรแกรม)
และ Contact
Information ( อีเมล์ของเพื่อนๆ
ใน Contact)

2.
เมื่อผู้ใช้เลือกเมนู Picture ซึ่งเป็นการแนบไฟล์รูปภาพ
ก็จะปรากฏไฟล์ให้เลือกดังรูป ผู้ใช้สามารถเลือกหลายๆ ไฟล์ได้

คลิกที่ปุ่ม Upload Now เพื่อส่งไฟล์รูปภาพที่เลือกไปแนบยังอีเมล์
หรือ จะเลือก Edit Photo เพื่อตกแต่งรูปก่อนแล้วค่อย Upload ก็ได้ครับ

หลังจากคลิกปุ่ม Upload Now ก็จะปรากฏสถานะการอัพโหลดครับ

แสดงชื่อไฟล์ที่แนบพร้อมบอกขนาดของไฟล์แนบ

3.
เมื่อผู้ใช้เลือกเมนู File ก็จะเป็นการแนบไฟล์ทั่วไป
ให้ผู้ใช้คลิกปุ่ม Browse

คลิกเลือกไฟล์ที่ต้องการแนบ > คลิกปุ่ม Open

คลิกปุ่ม OK ก็เป็นอันแนบไฟล์เสร็จเรียบร้อย

4.
และเมื่อผู้ใช้เลือกที่จะแนบไฟล์เป็น
Contact
Information ( อีเมล์ของเพื่อนๆ
ใน Contact)
ผู้ใช้งานก็เพียงแต่คลิกเลือกอีเมล์แอดเดรสเหล่านั้น
และส่งไปให้ผู้รับเพื่อนำไปใช้ต่อได้ทันทีครับ

- กำหนดระดับความสำคัญของอีเมล์ ( Importance)
การกำหนดระดับความสำคัญของอีเมล์ก่อนที่จะไปให้ผู้รับ
ถือเป็นมารยาทที่ควรปฏิบัติครับ เพราะผู้รับจะได้ลำดับถูกว่าอีเมล์ฉบับไหนควรเปิดก่อนหลังซึ่งจะได้ไม่เสียเวลามานั่งเปิดอีเมล์ที่ไม่สำคัญครับ

- ตรวจสอบพื้นที่ใน Mailbox (Storage)
แม้พื้นที่ความจุ ( Storage) ใน Inbox ที่ Hotmail
แจกให้จะค่อนข้างเยอะพอควรสำหรับการกักเก็บอีเมล์
แต่ผู้ใช้ก็ไม่ควรละเลยที่จะหมั่นตรวจตราขนาดความจุของตนอยู่บ่อยๆ เพราะหากอีเมล์เกิดเต็ม
Mailbox
ขึ้นมา
ผู้ใช้ก็จะไม่สามารถรับอีเมล์ใหม่ๆ ได้อีก ที่สำคัญอีเมล์ใหม่ๆ
ที่ควรจะได้รับ ก็จะถูกตีกลับไปยังผู้ส่งทันทีครับ
ผู้ใช้สามารถตรวจเช็คพื้นที่รับอีเมล์ได้ทันทีเมื่อ Login เข้าสู่ Hotmail ในหน้าแรกดังรูปครับ

- จัดการโฟลเดอร์สำหรับอีเมล์
ประโยชน์ของโฟลเดอร์ก็คือ
เป็นที่สำหรับจัดวางอีเมล์ที่ผู้ใช้ได้ทำการแยกประเภทไว้ ผู้ใช้สามารถ สร้าง , ลบ และ แก้ไข โฟลเดอร์ได้ง่ายดังนี้ครับ
> การสร้างโฟลเดอร์
1.
ในแท็บ Mail คลิกปุ่ม New (1) > คลิกเลือก Folder (2)

2.
ตั้งชื่อโฟลเดอร์ คลิกปุ่ม OK ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

3.
แสดงโฟลเดอร์ที่ได้สร้างไว้ในเมนูด้านซ้ายมือครับ

> การลบโฟลเดอร์
1.
คลิกที่เมนู Manage Folders ดังรูป

2.
คลิกเลือกโฟลเดอร์ที่ต้องการลบ (1) > คลิกปุ่ม Delete (2)

(จะเห็นว่าผู้ใช้ยังสามารถเปลี่ยนชื่อโฟลเดอร์ได้โดยการคลิกปุ่ม
Rename
ครับ)
3.
จะปรากฏหน้าต่างเพื่อยืนยันการลบ
ให้คลิกที่ปุ่ม OK ครับ

- การย้ายอีเมล์
ผู้ใช้สามารถย้ายอีเมล์ไปวางยังโฟลเดอร์ที่สร้างไว้ได้โดย

1.
คลิกเลือกอีเมล์ที่ต้องการย้าย
2.
คลิกปุ่ม Put in Folder > คลิกเลือกโฟลเดอร์ที่ต้องการย้าย
- ทำสัญลักษณ์กำกับสำหรับอีเมล์ที่ยังไม่ได้อ่าน
สำหรับอีเมล์บางฉบับที่ยังอ่านไม่จบ
ผู้ใช้ก็ควรที่จะทำสัญลักษณ์กำกับไว้เพื่อที่จะมาอ่านต่อได้ในภายหลัง โดย

1.
คลิกที่อีเมล์ที่ต้องการ
2.
คลิกที่ปุ่ม Mark As Unread
- ค้นหาอีเมล์
1.
คลิกที่ปุ่ม Find

2.
พิมพ์คำหรือวลีที่ต้องการค้นหา
จากนั้นคลิกปุ่ม Search ครับ

เนื้อหาการใช้งานแบบพิเศษ ( Special
Guide)
1. จัดการกับอีเมล์ขยะ
ปัจจุบัน Spam Mail หรืออีเมล์ขยะสร้างความรำคาญให้แก่ผู้ใช้งานอย่างมาก
ดังนั้นเราจำเป็นต้องทราบวิธีจัดการหรือเตรียมการเพื่อรับมือกับปัญหาดังกล่าวครับ
การกำจัด Spam
Mail มีขั้นตอนดังนี้ครับ

1.
คลิกเลือกอีเมล์ที่ Spam Mail
2.
คลิกที่ปุ่ม Junk และเมื่ออีเมล์ดังกล่าวถูกส่งมาอีกครั้ง
ก็จะถูกโยนไปยัง Junk E-mail โดยอัตโนมัติครับ
หากพบว่าอีเมล์ดังกล่าวไม่ใช่ Spam Mail ผู้ใช้งานก็สามารถกู้กลับมาได้ครับโดย

1.
คลิกเลือกโฟลเดอร์ Junk E-Mail
2.
คลิกเลือกอีเมล์ที่ต้องการกู้กลับ
3.
คลิกปุ่ม Not Junk ครับ
อีกวิธีที่ผู้ใช้สามารถป้องกันได้ก็คือ
การ Block อีเมล์ที่พบว่าเป็น
Spam
Mail ครับ โดย
1.
คลิกที่เมนู Options เมนูขวามือด้านบน

2.
คลิกที่เมนู Mail ในแถบเมนูด้านซ้ายมือ จากนั้นคลิกเลือก Junk E-Mail
Protection ดังรูป

3.
เลือก Block Senders เมื่อต้องการ Block อีเมล์ Spam

4.
พิมพ์ชื่ออีเมล์ที่ต้องการ Block จากนั้นคลิกปุ่ม Add ครับ

2. การสร้างลายเซ็น (
Signature)
การสร้างลายเซ็นหรือ Signature กำกับที่ท้ายอีเมล์มักใช้กับอีเมล์ที่ค่อนข้างจะเป็นทางการครับ
แต่ผู้ใช้ก็สามารถที่จะนำมาประยุกต์ใช้เพื่อบอกความเป็นตัวตนของเจ้าของเมล์ได้อีกด้วยครับ
1.
คลิกที่เมนู Mail ด้านขวามือ > จากนั้นคลิกที่เมนู Personal Signature ดังรูป

2.
คลิกเลือก Show the rich-text
toolbar ด้านขวามือ
จากนั้นก็สร้างและตกแต่งลายเซ็นของผู้ใช้ได้ทันทีครับ

3.
ทุกครั้งที่มีการเขียนอีเมล์
( Compose)
ก็จะปรากฏลายเซ็นของผู้ใช้ที่ท้ายอีเมล์ครับ

3. การตั้ง Display Name
เมื่อเห็นชื่อของผู้ใช้ใน Inbox ผู้รับอีเมล์จะทราบได้ทันทีครับว่าได้รับอีเมล์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ผู้ใช้สามารถตั้ง Display Name ได้ดังนี้ครับ
1.
คลิกที่ปุ่ม Options

2.
คลิกเมนู Personal ด้านซ้ายมือ > จากนั้นคลิกเลือก My Profile ดังรูปครับ

3.
ในส่วนของ Personal Information
ให้ผู้ใช้ใส่
ชื่อและนามสกุล ที่ต้องการให้โชว์เมื่อปลายทางได้รับอีเมล์ของเรา
จากนั้นคลิกปุ่ม Save ที่ด้านล่างครับ

4. จัดการงานด้วย
Calendar
จุดเด่นมากๆ ของ Hotmail อีกอย่างหนึ่งก็คือ
ผู้ใช้สามารถบริหารจัดการเวลาการทำงานได้ ไม่ว่าจะเป็น การนัดหมาย , การนัดประชุมงาน , การจัดตารางงาน และกระดาษจดบันทึกข้อความ
และเมื่อผู้ใช้คลิกแท็บ Calendar ด้านบน ก็จะปรากฏหน้าต่างทำงานดังรูปครับ

- จัดตารางนัดหมาย
1.
คลิกไปที่ปุ่ม New จากนั้นคลิกเลือก Appointment ดังรูปครับ

2.
ใส่รายละเอียดในส่วนแรกให้เรียบร้อย
ดังนี้ครับ
> Subject หัวเรื่องของการนัดหมาย
> Location สถานที่นัดหมาย
> Start / End เวลาเริ่มและสิ้นสุดการนัดหมาย
> Notes บันทึกย่อเกี่ยวกับการนัดหมาย
> Category หมวดหมู่ของการนัดหมาย
> Show Time As แสดงสถานะของ (ผู้ใช้)
ผู้นัดหมายในช่วงเวลานั้นๆ

3.
ในหัวข้อ Reminder ตั้งการเตือนความจำโดยการส่งข้อความเตือนไปยังอีเมล์
โดยระบุเวลาก่อนถึงเวลานัดหมาย ในส่วนของ Recurrence เป็นการกำหนดให้มีการกลับมาเตือนทุกช่วงเวลาของวันต่อๆ
ไป

4.
รายการนัดหมายก็จะมาปรากฏบนหน้าแรกของ
Calendar
ในวันเวลาที่กำหนดดังรูปครับ

- นัดประชุม
Calendar
มีเครื่องมือสำหรับทำการนัดประชุมพบปะเพื่อนฝูงหรือหากผู้ใช้บางท่านจะนำไปใช้ในการนัดประชุมงานก็ทำได้ไม่ผิดกติกาครับ
1.
ในหัวข้อ Calendar ให้ผู้ใช้คลิกปุ่ม New > คลิกเลือก Meeting Request ดังรูป

2.
ใส่รายละเอียดในส่วนแรกให้เรียบร้อย
ดังนี้ครับ

> Attendees เลือกอีเมล์ของผู้ร่วมประชุมด้วยการคลิกที่คำว่า
Attendees: ด้านซ้าย
จากนั้นก็เลือกอีเมล์ผู้ร่วมประชุมได้ทันทีครับ
> Subject หัวข้อการประชุม
> Location สถานที่ประชุม
> Start / End เวลาเริ่มและสิ้นสุดการประชุม
> Notes บันทึกย่อเกี่ยวกับการประชุม
> Category หมวดหมู่ของการประชุม
> Show Time As แสดงสถานะของ (ผู้ใช้) ผู้นัดประชุมในช่วงเวลานั้นๆ
3. ในหัวข้อ Reminder ตั้งเตือนความจำโดยการส่งข้อความเตือนไปยังอีเมล์
โดยระบุเวลาก่อนถึงเวลานัดหมาย ในส่วนของ Recurrence เป็นการกำหนดให้มีการเตือนซ้ำในวันต่อๆ ไป

ทางฝั่งของผู้ที่ได้รับเชิญประชุมก็จะได้รับอีเมล์เชื้อเชิญ
โดยจะแสดงรายละเอียดของการประชุม ซึ่งผู้รับสามารถที่จะคลิก Accept ( สามารถประชุมได้), Tentative ( ไม่แน่นอน อาจตอบกลับภายหลัง) หรือ Decline ( ไม่เข้าร่วมประชุม)

เมื่อมีการตอบกลับก็จะแสดงหน้าต่างยืนยันการตอบกลับ
ให้ผู้ใช้คลิก OK ครับ

และอีเมล์ตอบกลับก็จะกลับคืนมายังผู้นัดประชุมครับ

- จัดตารางงานไม่ให้ค้างคา
" งานเก่าก็ค้าง งานใหม่ก็รอ"
ปัญหานี้มักเกิดกับทุกคนไม่เฉพาะแต่ในวัยคนทำงานครับ
นักเรียนนักศึกษาก็มักจะประสบปัญหาในการทำงานส่งอาจารย์อยู่บ่อยๆ... Task เป็นส่วนที่สามารถบริหารจัดการงานเพื่อแก้ปัญหานี้โดยเฉพาะครับ
1. คลิกที่ปุ่ม New > คลิกเลือกที่เมนู Task ดังรูป

2. ใส่รายละเอียดในส่วนแรกให้เรียบร้อย
ดังนี้ครับ

> Subject หัวเรื่องของงาน
> Start / Due เวลาเริ่มและสิ้นสุดงาน
> Status สถานะงาน
> Notes บันทึกย่อเกี่ยวกับงานนั้นๆ
> Category หมวดหมู่ของการนัดหมาย
3. ในหัวข้อ Reminder ตั้งการเตือนความจำโดยการส่งข้อความเตือนไปยังอีเมล์
โดยระบุเวลาก่อนถึงเวลานัดหมาย

4. จะแสดงรายการของ Task ในหน้าของ Calendar ตามวันเวลาที่กำหนด Task ดังรูป

- กระดาษจดบันทึกข้อความ (Note)
ใน Calendar มีส่วนที่สามารถจดบันทึกสั้นๆ คล้าย Post-It ที่เรียกว่า Note ซึ่งผู้ใช้งานมาใช้งานได้โดย
1. คลิกที่ปุ่ม New > คลิกเลือกเมนู Note ดังรูป

2. พิมพ์รายละเอียดในสิ่งที่ต้องการบันทึก
จากนั้นคลิก Save ครับ

3. ส่วนแสดงสถานะของการเตือนความจำและกระดาษข้อความอยู่เมนูด้านขวาของ
Calendar
ครับ

เรียบเรียงโดย
oRaNgE
sMaLL FiSh
|