พฤติกรรมสุดถ่อย - เจ้าของร้าน, พนักงานในห้องเก็บเงิน,
จิ๊กโก๋คุมร้าน
นี่เป็นเรื่องจริง ที่เราอยากจะบอกให้เพื่อน ๆ
และเพื่อนของเพื่อน ๆ ได้รับรู้กับ พฤติกรรมสุดถ่อยของร้านอาหาร
ที่เราเองก็ไม่คิดว่าจะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับเราและครอบครัว
ซึ่งเราเองก็ไม่อยากจะให้เกิดขึ้นกับเพื่อน ๆ และคนที่เรารัก ซึ่ง
ทุกคนควรจะอ่านและเก็บเอาไว้เป็นประสบการณ์เวลาที่จะพาครอบครัวออกไปทานข้าวนอกบ้านที่อยู่ต่างถิ่นหรือไม่คุ้นเคย
เมื่อเย็นวันอาทิตย์ที่ 4 พ.ค.
ที่ผ่านมาเราพาครอบครัวออกไปทานข้าวไปกันสิบกว่าคนมีเด็ก ๆ ที่เป็นหลาน ๆ
ของเราไปด้วย กะว่าจะพาเด็ก ๆ ไปทานอาหารทะเล
ก็เลยนึกถึงเพื่อนที่เคยแนะนำให้ไปทานที่ร้านแถว ๆ บางแสน 2 (ถนนบางปูขาเข้า
ซอยจะอยู่ข้าง ๆ กับปั๊มเชลล์) เราก็เลยพาทุกคนไปที่นั่น
พอขับเข้าไปจนถึงสุดซอยก็จะเจอร้านอาหารอยู่หลายร้านตั้งติดอยู่กับริมทะเล
แต่ปรากฏว่าสองสามร้านที่อยู่ทางด้านซ้ายมือมีรถของลูกค้าจอดอยู่แน่น
มีเพียงร้านเดียวที่อยู่ทางด้านขวามือชื่อ ร้านอ่าวบางปู ยังดูว่างๆ อยู่
ใจเราก็คิดว่าถ้าร้านมันว่างแสดงว่าอาหารไม่ค่อยอร่อย
แต่อีกใจก็คิดว่าเอาน่าลองดูเพราะยังไงอาหารทะเลมันก็อยู่ที่ว่าสดหรือไม่สด
กับน้ำจิ้มว่าอร่อยหรือไม่อร่อย
ก็เลยขับเข้าไปจอดเพื่อลองทานอาหารที่ร้านนี้
ตอนที่มาถึงร้านเวลาประมาณ 18.40 น.
เข้าไปในร้านก็มีที่ว่างเราก็เป็นคนสั่งอาหาร ตอนที่เริ่มสั่งนั้นเวลาประมาณ
18.45 น. สั่งเมนูอาหารทะเลไปเยอะพอสมควร พอซัก 19.05 น. อาหารก็เริ่มมาส่ง
เราก็ทานกันไปจนเวลาประมาณ 19.40 น. ทุกคนก็อิ่ม
แต่เราก็สงสัยว่ามีอยู่รายการหนึ่งที่ยังไม่มาคือปูทะเลนึ่ง
ซึ่งเราสั่งไปเป็นเมนูแรกทั้งหมด 4 ตัว เราก็เลย
เรียกเด็กให้ไปตามอาหารโดยบอกไปว่าถ้ายังไม่ทำก็ให้ยกเลิกให้ด้วย
เด็กก็เดินไปบอกกับครัวและไม่ได้เดินกลับมาบอกอะไรกับเราอีก
จนเราสั่งกับข้าวเพิ่มเติมใส่กล่องจนมาส่งเช็คบิลตอนเวลาประมาณ 20.00 น.
ตอนนี้แหละที่จะเริ่มเกิดเรื่อง เราว่าหลาย ๆ คนที่อ่าน mail
นี้ก็คงจะนึกออกแล้วว่าอะไรจะเกิดขึ้น
ถูกต้องแล้วครับบิลที่สั่งให้เช็คไปมาพร้อมกับปูทะเลนึ่ง 4
ตัวที่เราสั่งยกเลิกไปตั้งเกือบ 20 นาทีที่ผ่านมา จริง ๆ
เราก็คิดเอาไว้ในใจอยู่แล้วนะว่าตอนที่จะบอกเด็กให้ไปยกเลิกเมนูนี้ดีหรือเปล่าหรือจะไม่ต้องบอกแล้วเรียกเช็คบิลแล้วค่อยมาดูรายการนี้ว่าทางร้านนั้นลืมทำให้เราจริงๆ
แต่เราก็ดันเลือกที่จะบอกให้เด็กไปตามโดยกำชับไปแล้วว่าถ้ายังไม่ทำก็ให้ยกเลิกรายการนี้ไปด้วย
ลองคิดดูดี ๆ นะครับว่า
ทำไมเมนูนี้ถึงมาเสริฟให้ตอนสุดท้ายเพราะเมื่อเราสั่งไปยกเลิก
ร้านพอรู้ตัวว่าลืมทำรายการนี้ให้ก็จะเริ่มทำให้
เพราะมันเป็นรายการที่แพงและได้กำไรชัวร์ ๆ
แต่ประเด็นคือไม่ใช่ว่าพอลูกค้าสั่งยกเลิกแล้วดันค่อยทำมาให้ทีหลังเพื่อที่จะขายของ
มันไม่ถูก
เมื่อ Clear
กันไม่ได้เด็กก็ไปตามผู้จัดการร้านซึ่งเป็นผู้หญิงมาคุยที่โต๊ะ เราก็อธิบายไป
ผู้จัดการก็ให้ไปตามเด็กเสริฟคนนั้นมา เพื่อสอบถามเรื่อง
เด็กก็บอกว่าเราสั่งยกเลิกไปแล้วและเดินไปบอกกับทางครัวเพื่อยกเลิกรายการนี้แล้วจริง
แต่ไม่ได้เดินกลับมาบอกเราว่าทางครัวบอกว่ายกเลิกไม่ได้เพราะกำลังทำอาหารให้อยู่
(ตั้งแต่สั่งไปจนเรียกเช็คบิลแล้วพึ่งทำให้)
ผจก.ร้านก็เลยด่าเด็กให้เราฟังที่โต๊ะต่อหน้าลูกค้าโต๊ะอืน ๆ อีก4-5
โต๊ะที่อยู่ในตอนนั้น
เราก็บอกว่ามันเป็นเรื่องของทางร้านที่ต้องไปแก้ไขปัญหากันเอาเองว่าเด็กเสริฟผิดที่ไม่ได้เดินกลับมาบอกลูกค้าว่ายกเลิกไม่ได้
หรือว่าทางครัวผิดที่ลืมทำอาหารแล้วมาเร่งทำให้ตอนที่ลูกค้าเช็คบิล
เมื่อเรายืนยันว่ายังไง ๆ ก็จะไม่จ่ายรายการนี้
ผจก.ก็เดินกลับไปที่ห้องทำงานแล้วก็หายไปอีกเกือบ 10 นาที
เราคิดว่าจะต้องมีเรื่องแน่ๆ ก็เลยจะให้รถอีกคันพาเด็ก ๆ กลับกันไปก่อน
แต่ทุกคนก็เป็นห่วงเราก็เลยไม่มีใครกลับ
เราเลยบอกให้ทุกคนเดินออกมาที่หน้าร้านเพื่อที่จะจ่ายเงินแล้วก็กลับบ้าน
Highlight ของเรื่องอยู่ที่ตรงนี้
พอเดินออกมาที่หน้าร้านเท่านั้นแหละไอ้ตัวคนที่นั่งคิดเงินที่อยู่ในห้องพอมันเห็นหน้าเรา
มันก็ถามผจก.ร้านว่าคนนี้เหรอ มันก็เริ่มด่าเราว่าไอ้เหี้ย ไอ้สัตว์
และสารพัดไอ้...แถมเดินออกมาจากห้องจะเข้ามาหาเรื่องกับเราด้วยอีกคน
ซึ่งเราเองก็ไม่ได้รู้สึกและกลัวอะไรกับคำที่มันด่าหรอกนะ...แต่ก็งง ๆ
ว่าเออ นี่มันร้านอารายฟะ ให้บริการได้เลวถึงเพียงนี้แถมด่าลูกค้าอีก
เราก็เลยบอกว่าเราจะไม่คุยขอคุยกับเจ้าของร้าน
เท่านั้นแหละก็มีเสียงผู้หญิงมาจากด้านหลังของเราว่า
"กูนี่แหละเจ้าของร้านมึงมีปัญหาอะไร"
จ๊ากกกก...เจ้าของร้านมันก็ร่วมกับไอ้ตัวที่คิดเงินรวมหัวกันมารุมด่าเราด้วยอีกคน
แต่ด้วยการที่คุณแม่สั่งสอนเรามาดีและท่านก็ยืนอยู่กับเราอยู่ตรงนั้นด้วย
เราก็เลยไม่ได้โต้ตอบอะไร ยังพูดคุณ ๆ ผม ๆ กับมันอยู่
และบอกกับพวกมันไปว่าถ้าอยากจะให้ผมจ่ายรายการนี้ก็ให้ไปตกลงกันที่โรงพัก
แต่มันก็ไม่ยอมเพราะคงคิดว่าถ้าไปที่โรงพักและอธิบายเรื่องให้ตำรวจฟังแล้วก็คงจะชวดแน่
ๆ แต่มันก็ไม่ยอม
ยังไงมันก็จะให้ผมจ่ายและไม่ให้เราออกโดยบอกกับลูกน้องก็เป็นพวกจิ๊กโก๋ที่โบกรถอยู่ว่าให้ไปปิดปากทางเข้าร้านเพื่อไม่ให้เราออก
แน๊...มีแบบนี้ด้วย เท่านั้นยังไม่พอมันยังโทรเรียกพวกจิ๊กโก๋แถว ๆ
นั้นมาสบทบเพิ่มอีกต่างหาก ผมมีผู้ชายไปด้วยกันแค่ 4 คนเท่านั้น
นอกนั้นเป็นผู้หญิงและเด็กตัวเล็กๆ
ระหว่างที่มันโมโหของขึ้นอยู่นั้น
ผมเลยหันหลังให้เพราะขี้เกียจจะไปยืนมองหน้าพวกมัน
จังหวะนั้นเองก็รู้สึกว่ามีอะไรมาฟาดเข้าที่ปากดังผัวะ
ทุกคนที่บ้านก็ร้องกรี๊ด ช่ายแล้วครับพระเจ้าจอร์จ
มันยอดแย่...ผมโดนไอ้จิ๊กโก๋ลูกน้องของเจ้าของร้านมันตอยเข้าที่ปากเข้าให้ตอนทีเผลอ
มันก็คงคิดว่าผมกวนตีนไม่ยอมลดตัวลงไปคุยภาษาหมากับพวกมัน
มันก็เลยอัดผมเข้าให้...ตอนนั้นผมก็หันไปจะเล่นงานมันกลับแต่ใจก็ฉุกคิดได้ว่าขืนไปอัดมันกลับก็เท่ากับเป็นการเข้าทางมันที่จะให้เป็นเรื่องทะเลาะวิวาท
ผมก็เลยทำเฉยและ
ยอมไปจ่ายเงินเพราะต้องการที่จะพาทุกคนกลับบ้านและไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ
ระหว่างที่ผมจ่ายเงินตำรวจก็มาถึงพอดี
ผมจึงชี้ตัวคนที่ทำร้ายผมให้เจ้าหน้าที่ไว้เป็นพยาน
รวมถึงเจ้าของร้านและพนักงานที่ด่าผมและครอบครัว
เมื่อตำรวจมาถึงเราก็สามารถออกมาได้น้าผมพาเด็ก ๆ กลับบ้าน
ผมออกมาแจ้งความที่สถานีตำรวจอำเภอเมืองปากน้ำเวลาประมาณ 21.00 น.
และไปตรวจร่างกายเพื่อเก็บเอาไว้เป็นหลักฐานในการฟ้องร้องเรื่องของการทำร้ายร่างกายและหมิ่นประมาทที่รพ.เปาโล
ถนนศรีนครินทร์ ตามใบรับรองแพทย์ที่เป็นหลักฐานแนบมาด้วยกันนี้
ผมไม่ได้มีเจตนาที่จะทำให้ใครต้องเดือดร้อน
แต่มันเป็นเรื่องของความถูกต้องที่ผมจะไมยอมให้คนแบบนี้ลอยนวลอยู่และไปทำแบบนี้กับคนอื่น
ๆ อีก และไม่ว่ามันจะอ้างว่ารู้จักใครต่อใคร และใหญ่ขนาดไหน
ผมก็จะทำตามวิธีของผมในทางที่ถูกกฏหมายเพื่อดำเนินคดีนี้ให้ถึงที่สุด
เพื่อน ๆ ช่วยส่ง Mail นี้ให้เพื่อน ๆ ของเราทราบ
จะได้ไม่ต้องไปเจออะไร ๆ ที่มันเลวร้ายเช่นเดียวกับผม
และถ้าวันนั้นมันไม่ได้ใช้แค่หมัดเข้ามาทำร้ายผม แต่ถ้าเป็นมีดหรือปืน
ผมก็คงจะเจ็บตัวหนักกว่านี้