เอามาให้อ่านเป็นความรู้รอบตัวนะคะ เผื่อใครเจอสถานการณ์โดนทวงหนี้
ไม่ว่าจะเป้นหนี้อะไรก้แล้วแต่นะ
ตามระเบียบกองอายัดทรัพย์สิน กรมบังคับคดี ที่ถือปฏิบัติอยู่ในปัจจุบัน
มีระเบียบการอายัดเงินของจำเลยที่ศาลพิพากษาแล้ว(ลูกหนี้) ดังนี้
1. เงินค่าจ้าง เงินเดือน ร้อยละ 30
ของเงินในขณะที่ได้รับหนังสืออายัดนี้(ปัดเศษขึ้นเป็นจำนวนเต็ม)
2. เงินโบนัสประจำ-ปี ร้อยละ 50 (ปัดเศษขึ้นเป็นจำนวนเต็ม)
3. เงินตอบแทนกรณีจำเลยออกจากงาน 100%
4. ค่าคอมมิชชั่น 30%
วิธีพิจารณาความแพ่งใหม่ เจ้าหนี้มีสิทธิยึดทรัพย์ลูกหนี้
และไม่มีสิทธิยึดทรัพย์ลูกหนี้ได้ดังนี้ (ขึ้นอยู่กับศาลพิจารณาด้วย)
1. ของใช้ส่วนตัว เช่น เครื่องเรือน, ของใช้จำเป็นต่อการดำรงชีวิต
เจ้าหนี้จะยึดได้ก็ต่อเมื่อ ทรัพย์นั้นมีมูลค่ารวมกันเกิน 50,000
บาทขึ้นไป หากมูลค่าทรัพย์รวมกันต่ำกว่า 50,000 บาท
ไม่สามารถยึดทรัพย์ลูกหนี้ได้ ซึ่งจากเดิมเพียง 5,000 บาท
เจ้าหนี้ก็มีสิทธินำยึดได้ แต่ต่อไปนี้เจ้าหนี้จะยึดไปได้เฉพาะ
ส่วนที่เกิน 50,000 บาท ส่วนที่ต่ำกว่า 50,000 บาทลงมา
ยังถือเป็นของลูกหนี้ (ยกเว้น เช่น เครื่องประดับ สร้อย, แหวน, นาฬิกา
เจ้าหนี้มีสิทธิยึดได้ แม้มูลค่ารวมกันไม่ถึง 50,000 บาทก็ตาม
เพราะถือว่าไม่ใช่ของใช้จำเป็นต่อการดำรงชีวิต)
2. เครื่องมือทำมาหากิน เช่น คอมพิวเตอร์ หากมูลค่าทรัพย์รวมกันต่ำกว่า
100,000 บาท เจ้าหนี้ไม่สามารถยึดได้ ซึ่งจากเดิมมูลค่าเกิน 10,000 บาท
เจ้าหนี้ก็มีสิทธิยึดส่วนเกินกว่า 10,000 บาทได้แล้ว
(แต่ถ้าเครื่องมือทำมาหากินนั้นจำเป็นต่อการหาเลี้ยงชีพของลูกหนี้จริงๆ
ลูกหนี้สามารถอ้างต่อศาล และขอศาลเกินจาก 100,000 บาท ได้)
3. เบี้ยเลี้ยงชีพ เจ้าหนี้จะยึด หรืออายัดเงินเดือนได้ก็ต่อเมื่อ
เบี้ยเลี้ยงชีพนั้นเกินกว่า 10,000 บาท หมายความว่า
หากลูกหนี้มีเงินเดือน 20,000 บาท เจ้าหนี้จะอายัดเงินเดือนได้เพียง
10,000 บาท อีก 10,000 บาท ต้องเหลือไว้ให้ลูกหนี้ใช้ยังชีพ
ซึ่งจากเดิมส่วนเบี้ยเลี้ยงชีพนี้ หากเกินกว่า 7,000 บาท
เจ้าหนี้ก็อายัดได้แล้ว แต่ปัจจุบันปรับใหม่เป็น 10,000 บาท
การบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งใหม่นี้
มีผลบังคับใช้แล้ว ณ. 28 ก.ค. 2548
เพิ่มเติม กรณีของการอายัดเงินเดือน
1. เงินเดือนที่นำมาคิดเป็นยอดเงินดือนก่อนหักรายจ่ายทุกกรณี (เช่น
ภาษี,ประกันสังคม ฯลฯ)
2. กรณีที่เงินเดือน เป็นยอดที่รวมสวัสดิการต่าง ๆ
ให้จำเลยอาจขอให้ทางบริษัท ออกหนังสือรับรอง หรือหลักฐานที่แยกให้เห็นว่า
เป็นตัวเลขของเงินเดือนเท่าไหร่, สวัสดิการเท่าไหร่ เพราะ ค่าสวัสดิการ
เราสามารถแจ้งได้ว่า เป็นค่าใช้จ่ายที่จำเป็นต้องใช้ เช่น
ค่าที่พัก,ค่าน้ำมัน เป็นต้น
3. เงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ตามกฎหมายไม่สามารถนำมาหักได้
4.เงินประกันชีวิต ขึ้นอยู่กับการสืบข้อมูลของโจทก์
ถ้าสามารถแสดงหลักฐานที่ทำให้เห็นว่า จำเลย ทำประกันชีวิต
เพื่อหลบเลี่ยงการชำระหนี้ ก็สามารถอายัดได้ กรณีนี้ เจ้าพนักงานฯ บอกว่า
ขึ้นอยู่กับกรณีของแต่ละคน เพราะเคยมีที่เป็นหนี้อยู่ แล้วไม่จ่าย
แต่ระหว่างนั้น ไปทำประกันชีวิตแบบมีเงินปันผล ตอนรับเงินผันผล
โจทก์เลยขอยึด สุดท้ายขึ้นอยู่กับหลักฐานและความเหมาะสมของแต่ละราย
5.ค่าสวัสดิการทุกประเภท --
ค่าน้ำมัน,ค่าเบี้ยเลี้ยง,คำเดินทาง,ค่าที่พัก,
ค่าน้ำ,ไฟฟ้า,ประปา,โทรศัพท์,ค่าตำแหน่ง,ความสามารถ ฯลฯ
ที่จัดเป็นสวัสดิการ
ขึ้นอยู่กับเจ้าหนี้จะสืบทราบและร้องขอต่อศาลว่าจะขออายัดเท่าไหร่ เช่น
โบนัส 100%
6. กรณีเงินเดือน ไม่เกิน 10,000 บาท ตามกม.ใหม่ หักไม่ได้
โจทก์อาจสืบทรัพย์ และอายัดทรัพย์ที่มีมูลค่าสูงกว่าที่กม.ใหม่ กำหนดได้
7. หากโจทก์สืบทรัพย์ได้ อาจขอยึดทรัพย์ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับมูลหนี้และมูลค่าทรัพย์
ทั้งนี้สามารถแจ้งเหตุผลของความจำเป็นและภาระที่มี เพื่อขอลดหย่อน
โดยสามารถขอกับเจ้าพนักงานบังคับคดีโดยตรงได้ หรือจะขอต่อศาลก็ได้
ซึ่งสามารถขอลดหย่อนแล้วคงเหลือการอายัดเพียง 15%
เจ้าหน้าที่บอกว่า ทั้งหมดขึ้นอยู่กับกรณีของแต่ละคน
โดยให้แจ้งความจำเป็นและเหตุผลตามความเป็นจริง เพื่อขอลดหย่อน
ค่าธรรมเนียม / ค่าใช้จ่าย ในชั้นบังคับคดี จำเลยเป็นผู้ชำระ
แต่โจทก์จะต้องสำรองจ่ายให้ก่อนจนกว่าจะมีเงินตามอายัดเข้ามา
ตัวอย่างการคิดเงินเดือน
เงินเดือน ก่อนหักค่าใช้จ่ายต่าง ๆ 12,000 อายัดเงินเดือน 30% คืออายัด
4,000 ตาม กม.ใหม่ เมื่ออายัดแล้วต้องเหลืออย่างน้อย 10,000 เท่ากับ
อายัดได้ 2,000
เงินเดือน ก่อนหักค่าใช้จ่ายต่าง ๆ 30,000 อายัดเงินเดือน 30%
คืออายัดได้ 9,000 คงเหลือ 21,000 บาท
โดยให้บริษัทที่เจ้าหนี้ทำงานอยู่ ชำระแก่เจ้าพนักงานบังคับคดี
กองอายัดทรัพย์สิ้น โดยสั่งจ่ายเงินในนาม "กองคลัง กรมบังคับคดี
(อายัดที่...........)" พร้อมแบบฟอร์มส่งเงินอายัด ภายใน 10 วัน
นับแต่วันถึงกำหนดจ่ายเงินในแต่ละประเภท
การอายัดเงินของลูกหนี้ ห้ามเจ้าหนี้รายอื่นอายัดซ้ำอีก
ได้แต่ขอเฉลี่ยเงินที่อายัด ฉะนั้น ลูกหนี้จะเหลือเงินเดือน 70%
เพื่อยังชีพทำงานหาเงินใช้เจ้าหนี้
การบังคับคดีตามคำพิพากษา ท่านห้ามมิให้บังคับคดีเมื่อพ้นกำหนดเวลา 10 ปี
นับแต่ศาลมีคำพิพากษา/
ขั้นตอนการอายัดเงินเดือนจะเกิดขึ้นต่อเมื่อศาลพิพากษาแล้ว
ลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษา
เจ้าหนี้ก็จะไปขอให้ศาลตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี
เมื่อศาลตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีแล้ว
เจ้าหนี้ก็จะไปยื่นเรื่องขอให้อายัดเงินเดือนลูกหนี้ ที่กรมบังคับคดี
ถนนบางขุนนนท์ กรมบังคับคดีจะมีหมายอายัดเงินเดือนไปยังกรรมการผู้จัดการบริษัทที่ลูกหนี้ทำงานอยู่
เพื่ออายัดเงินเดือนลูกหนี้ โดยให้บริษัทหักเงินเดือนลูกหนี้ 30%
ส่งให้กรมบังคับคดี และอายัดเงินโบนัส 50%
เงินที่ลูกหนี้ได้รับเนื่องจากออกจากงาน 100%
ซึ่งลูกหนี้สามารถนำส่งเองได้ ในนามของบริษัท
และต้องแสดงหลักฐานการนำส่งให้บริษัททราบทุกครั้ง
เมื่อถูกฟ้อง ควรจะต้องยื่นคำให้การต่อสู้คดี
เพื่อจะได้มีระยะเวลาหนึ่งเพื่อเก็บเงินไว้แก้ไขหนี้
ก่อนที่จะถูกอายัดเงินเดือน การแก้ไขหนี้จะแก้ได้ไม่ยาก
ถ้ามีเงินสดเหลืออยู่บ้าง ระยเเวลานี้ถ้าได้เวลานานสัก 1 ปี
ลูกหนี้ยังไม่ได้จ่ายหนี้ เก็บเงินที่คิดว่าจะต้องจ่ายหนี้
ถ้าเก็บเดือนละ 10,000 บาท ปีหนึ่งก็จะมีเงินสดเหลือ 120,000 บาท
พอจะแก้ไขปัญหาอะไรได้
การสู้คดี ทำให้ถ้ามีดอกเบี้ยผิดกฎหมาย เป็นโมฆะ
ก็ไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ยที่เป็นโมฆะ จ่ายดอกเบี้ยผิดนัดร้อยละ 7.5 ต่อปี
การเจรจาหนี้ บางครั้งได้ผ่อน 3 ปี ไม่มีดอกเบี้ยระหว่างผ่อน
เงินที่ผ่อนนำไปตัดต้นเงินหมด ทำให้โอกาสที่จะชำระหนี้หมด ก็เป็นไปได้
ต่างกับการตกลงนอกศาล มักยังคิดดอกเบี้ยกันอยู่
การปรับโครงสร้างหนี้ก็ยังมีต้นทุนสูงอยู่นั่นเอง
ที่มา : http://www.jobbkk.com/th/relax/webboard/viewtopic.php?id=9086
--
เบ็ญจนารัตน์ ประทุมทอง
http://www.jorpornoy.blogspot.com
http://www.pla2tod.blogspot.com
http://www.mlmsecreter.blogspot.com
http://www.freeranceclick.blogspot.com
http://wideclick.siam2web.com