อยากมีความรู้เรื่องการตรวจสุขภาพประจำปีให้พนักงานว่าต้องทำอย่างไรบ้าง และกฎหมายบังคับหรือไม่
From: h...@raem.com
To: sia...@googlegroups.com
Subject: [SIAMHRM :4406] การตรวจสุขภาพประจำปีให้พนักงาน
Date: Tue, 22 Apr 2008 13:27:04 +0700
ขอโทษนะคะ ลองไปดูที่พรบ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 107 นะคะ จะพูดเรื่องการตรวจสุขภาพของพนักงาน
ซึ่งน่าจะเป็นกฎหมายค่ะ
นที HR <tops_l...@hotmail.com>
Sent by: sia...@googlegroups.com 23/04/2008 20:31
|
|
This email has been scanned for Viruses and Spam. For more information please contact your local Information Security representative.
Subject: Re: [SIAMHRM :4433] Re: การตรวจสุขภาพประจำปีให้พนักงาน
To: tops_l...@hotmail.com
CC: h...@raem.com; sia...@googlegroups.com
From: nataya....@nstarch.com
Date: Thu, 24 Apr 2008 09:27:34 +0700
กฎกระทรวง
กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการตรวจสุขภาพของลูกจ้าง
และส่งผลการตรวจแก่พนักงานตรวจแรงงาน
พ.ศ. ๒๕๔๗
--------------------------
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๖ และมาตรา ๑๐๗ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๑ มาตรา ๓๕ มาตรา ๔๘ และมาตรา ๕๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดเก้าสิบวันนับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป
ข้อ ๒ ในกฎกระทรวงนี้
“ การตรวจสุขภาพ ” หมายความว่า การตรวจร่างกายและสภาวะทางจิตใจตามวิธีทางการแพทย์เพื่อทราบถึงความเหมาะสม และผลกระทบต่อสุขภาพของลูกจ้างอันอาจเกิดจากการทำงาน
“ งานเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยง ” หมายความว่า งานที่ลูกจ้างทำเกี่ยวกับ
(๑) สารเคมีอันตรายตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
(๒) จุล ชีวันเป็นพิษซึ่งอาจเป็น เชื้อไวรัส แบคทีเรีย รา หรือ สารชีวภาพอื่น ตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
(๓) กัมมันตภาพรังสี
(๔) ความร้อน ความเย็น ความสั่นสะเทือน ความกดดันบรรยากาศ แสง เสียง หรือสภาพแวดล้อมอื่น ที่อาจเป็นอันตราย ทั้งนี้ ตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
หมวด ๑
การตรวจสุขภาพ
--------------------------------
ข้อ ๓ ให้นายจ้างจัดให้มีการตรวจสุขภาพของลูกจ้างที่ทำงานเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยงโดยแพทย์แผน
ปัจจุบันชั้นหนึ่ง ที่ได้รับใบอนุญาต ประกอบวิชาชีพเวชกรรมด้านอาชีวเวชศาสตร์ หรือผ่านการอบรม
ด้านอาชีวเวชศาสตร์หรือที่มีคุณสมบัติ ตามที่อธิบดี ประกาศ กำหนด โดยตรวจสุขภาพลูกจ้างครั้งแรกให้เสร็จสิ้นภายในสามสิบวันแต่วันที่รับลูกจ้างเข้าทำงาน และตรวจสุขภาพลูกจ้าง ครั้งต่อไป อย่างน้อยปีละหนึ่งครั้งในกรณีที่ลักษณะหรือสภาพของงานที่เกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยงนั้น มีความจำเป็นต้องตรวจสุขภาพตามระยะเวลาอื่น ให้นายจ้าง จัดให้มีการตรวจสุขภาพของลูกจ้างตามระยะเวลานั้น
ในกรณีนายจ้างเปลี่ยนงานของลูกจ้างที่มีอันตรายแตกต่างไปจากเดิม ให้นายจ้างจัดให้มีการตรวจสุขภาพของลูกจ้างทุกครั้ง ให้เสร็จสิ้นภายในสามสิบวันนับแต่วันที่เปลี่ยนงาน
ข้อ ๔ ในกรณีที่ลูกจ้างหยุดงาน สามวันทำงานติดต่อกันเนื่องจาก ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยไม่ว่ากรณีใดๆ นายจ้างอาจขอความเห็นจากแพทย์ผู้ทำการรักษา หรือแพทย์ประจำสถานประกอบกิจการ หรือจัดให้มีการตรวจสุขภาพ ของลูกจ้างก่อนให้ลูกจ้างกลับเข้าทำงานอีกก็ได้
หมวด ๒
การบันทึกผล การแจ้ง และการส่งผลการตรวจสุขภาพ
----------------------
ให้แพทย์ผู้ทำการตรวจบันทึกรายละเอียดเกี่ยวกับผลการตรวจสุขภาพ โดยให้ ้ระบุความเห็น ของแพทย์ที่บ่งบอกถึงสภาวะ สุขภาพของลูกจ้างที่มีผลกระทบหรือเป็นอุปสรรคต่อ การทำงานหรือลักษณะงานที่ได้รับมอบหมายของลูกจ้าง พร้อมทั้งลงลายมือชื่อแพทย์ผู้ทำการตรวจ หรือให้ความเห็นในวันที่ ี่ทำการตรวจ หรือให้ความเห็นนั้น
ข้อ ๖ ให้นายจ้างจัดให้มีสมุดสุขภาพประจำตัวของลูกจ้างที่ทำงานเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยงตามแบบ ที่อธิบดีประกาศ กำหนด และให้ นายจ้างบันทึกผลการ ตรวจสุขภาพของลูกจ้างในสมุดสุขภาพประจำตัวของลูกจ้าง ตามผลการตรวจของแพทย์ ทุกครั้งที่มี ีการตรวจ สุขภาพ
ข้อ ๗ ให้นายจ้างเก็บบันทึกผลการตรวจสุขภาพของลูกจ้างตามข้อ ๓ รวมทั้งข้อมูลสุขภาพอื่นที่เกี่ยวข้อง และพร้อมที่จะให้พนักงาน ตรวจแรงงานตรวจสอบได้ตลอดเวลา โดยให้เก็บไว้ ณ ที่ทำการของนายจ้างไม่น้อยกว่าสองปีนับแต่วันสิ้นสุดของการจ้างแต่ละราย เว้นแต่มีการร้องทุกข์ว่านายจ้างไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย หรือมีการฟ้องร้องคดี เกี่ยวกับโรคหรืออันตรายอย่างใดต่อสุขภาพของลูกจ้าง แม้จะพ้นเวลาที่กำหนด ให้นายจ้างนำข้อมูลนั้นไปใช้ในทางที่เป็นโทษแก่ลูกจ้างโดยไม่มีเหตุอันสมควร
ข้อ ๘ ให้นายจ้างแจ้งผลการตรวจสุขภาพให้แก่ลูกจ้าง ดังนี้
(๑) กรณีผลการตรวจสุขภาพผิดปกติ ให้แจ้งแก่ลูกจ้างผู้นั้นภายในระยะเวลาสามวันนับแต่วันที่ทราบผลการตรวจ
(๒) กรณีผลการตรวจสุขภาพปกติ ให้แจ้งแก่ลูกจ้างผู้นั้นภายในระยะเวลาเจ็ดวันนับแต่วันที่ทราบผลการตรวจ
ข้อ ๙ ในกรณีที่พบความผิดปกติของลูกจ้าง หรือลูกจ้างมีอาการหรือเจ็บป่วยเนื่องจากการทำงาน ให้นายจ้างจัดให้ลูกจ้าง ได้รับการรักษาพยาบาลทันที และทำการตรวจสอบหรือหาสาเหตุของความผิดปกติเพื่อประโยชน์ในการป้องกัน
ให้นายจ้างส่งผลการตรวจสุขภาพของลูกจ้างที่พบความผิดปกติหรือการเจ็บป่วย การให้การรักษาพยาบาลและการ ป้อง กันแก้ไขต่อ พนัก งาน ตรวจแรงงาน ตามแบบ ที่อธิบดีประกาศกำหนดภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ทราบความผิดปกติหรือการเจ็บป่วย
ข้อ ๑๐ ถ้า ลูกจ้างผู้ใดมีหลักฐานทางการแพทย์ จากสถานพยาบาลของราชการหรือที่ราชการยอมรับ แสดงว่าไม่อาจทำงานในหน้าที่เดิมได้ ให้นายจ้างเปลี่ยนงานให้แก่ลูกจ้างผู้นั้นตามที่เห็นสมควร ทั้งนี้ต้องคำนึงถึงสุขภาพและความปลอดภัยของลูกจ้างเป็นสำคัญ
ข้อ ๑๑ ให้นายจ้างมอบสมุดสุขภาพประจำตัวให้แก่ลูกจ้างเมื่อสิ้นสุดการจ้าง
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๙ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๗
(ลงชื่อ)
(นางอุไรวรรณ เทียนทอง)
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน
การตรวจสุขภาพลูกจ้าง
มีวัตถุประสงค์เพื่อให้มีการเฝ้าระวังโรคจากการทำงานที่อาจเกิดขึ้นอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง ทำให้ทราบภาวะสุขภาพและแนวโน้มการเจ็บป่วยของลูกจ้าง หรือหากลูกจ้าง เริ่มมีพยาธิสภาพ การเจ็บป่วย ในระยะเริ่มต้น จะได้มีการให้การรักษาหรือป้องกันได้ทันท่วงที นอกจากนี้ ยังสามารถนำมาวิเคราะห์ทางระบาดวิทยาเพื่อประเมินมาตรการป้องกันต่างๆ ที่นำมาใช้นั้น ว่าได้ผลหรือมีประสิทธิภาพดีพอหรือไม่
ความหมายการตรวจสุขภาพลูกจ้าง
คำจำกัดความ ตามกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการตรวจสุขภาพของลูกจ้าง และส่งผลการตรวจแก่พนักงานตรวจแรงงาน
การตรวจสุขภาพลูกจ้าง หมายถึง การตรวจร่างกายและสภาวะทางจิตใจ ตามวิธีทางการแพทย์ เพื่อให้ทราบถึงความเหมาะสม และผลกระทบต่อสุขภาพของลูกจ้างอันอาจเกิดจากการทำงาน
ทั้งนี้การตรวจสุขภาพของลูกจ้างที่ทำงานเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยง ให้ดำเนินการโดยแพทย์แผนปัจจุบันชั้นที่หนึ่ง ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม ด้านอาชีวเวชศาสตร์ หรือที่ผ่านการอบรม ด้านอาชีวเวชศาสตร์ หรือมีคุณสมบัติตามที่อธิบดีกำหนด
องค์ประกอบการตรวจสุขภาพลูกจ้าง
ประกอบด้วย
การสัมภาษณ์ประวัติที่เกี่ยวข้องกับการเกิดโรคของลูกจ้าง
การทดสอบการเปลี่ยนแปลงสรีรการทำงานของร่างกาย
การสัมภาษณ์ประวัติที่เกี่ยวข้องกับการเกิดโรคของลูกจ้าง
ประวัติส่วนตัวของคนทำงาน เช่น อายุ อาหาร ถิ่นกำเนิด งานอดิเรก ที่พักอาศัย การสูบบุหรี่ ดื่มสุรา สถานที่เคยไปก่อนเกิดโรค สารเคมีที่ใช้ในบ้าน ข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ในการคัดกรอง ปัจจัยร่วมที่เกี่ยวข้องกับการเป็นโรค เช่น การเสื่อมของสายตา การได้ยิน จะเพิ่มขึ้นตามอายุการมีประวัติเคยเป็นนักกีฬายิงปืน อาจเป็นสาเหตุของหูตึงได้ ประวัติการสูบบุหรี่มีส่วนสนับสนุนการเกิดโรคมะเร็งปอด เป็นต้น
ประวัติครอบครัว ได้แก่ อาชีพของคนในครอบครัว โรคทางพันธุกรรม รวมทั้งโรคภัยไข้เจ็บ และสาเหตุการเสียชีวิตของสมาชิกในครอบครัว ซึ่งอาจมีความสัมพันธ์กับอาการโรคที่ลูกจ้างเป็นปัจจุบัน
ประวัติการเจ็บป่วยของลูกจ้าง ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เพื่อทราบข้อมูลพื้นฐานสุขภาพที่มีอยู่แต่เดิม และเป็นการสืบค้นหาสาเหตุของโรคที่มีอยู่ในปัจจุบัน อาจเกิดจากสาเหตุโรคประจำตัวหรือโรคที่มีอยู่แต่เดิม เช่น ลูกจ้างมีประวัติเป็นโรคพยาธิหรือไข้มาลาเรีย จะเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคโลหิตจาง หรือลูกจ้างที่มีโรคภูมิแพ้จะแสดงอาการของโรคระบบหายใจได้ ลูกจ้างที่มีประวัติโรคตับอักเสบเรื้อรัง จะไม่เหมาะสมกับงานที่เกี่ยวข้องกับสารตัวทำละลายรวมทั้งประวัติการแพ้ยาต่างๆ และยาที่ใช้เป็นประจำ
ประวัติการทำงาน ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ลักษณะงานที่ทำ สารเคมี หรือสภาพอันตรายที่ลูกจ้างคาดว่าจะได้รับจากการทำงาน การใช้เครื่องป้องกันอันตรายส่วนบุคคล ระยะเวลาทำงาน ถิ่นที่ไปทำงาน เพื่อประเมินความเกี่ยวข้องกับตัวเหตุที่อาจทำให้เกิดโรคจากการทำงาน
การตรวจสุขภาพทั่วไป แพทย์จะตรวจดูสภาพร่างกาย อาการแสดงต่างๆ ของโรคที่ปรากฏกับ ลูกจ้าง การสอบถามอาการโรค และการพัฒนาอาการของโรคประกอบการสังเกต ตรวจอาการทางระบบหายใจ ผิวหนัง สีเล็บ เหงือก ตา สีหน้า ศีรษะ ผมที่ผิดปกติ การวัดความดันโลหิต ชีพจร น้ำหนัก ส่วนสูง การทดสอบระบบประสาทต่างๆ เป็นต้น นอกจากนี้ ยัง รวมถึงการสังเกตพฤติกรรม บุคคล การเคลื่อนไหว การตอบสนองต่อสิ่งเร้าของลูกจ้าง เช่น การมีพฤติกรรมก้าวร้าว เงียบเหงา หาวนอน ตื่นตกใจง่าย หรืออาการตื่นเต้นผิดปกติ อารมณ์แปรปรวน เป็นต้น
การทดสอบการเปลี่ยนแปลงสรีรการทำงานของร่างกาย
เป็นการตรวจดูการเปลี่ยนแปลงของสรีรการทำงานของร่างกาย ซึ่งมีผลมาจากอันตรายต่างๆ ที่ลูกจ้างได้รับจากการทำงาน เช่น
การทดสอบสมรรถภาพการได้ยิน ในกลุ่มลูกจ้างเกี่ยวข้องกับเสียงดัง
การทดสอบสมรรถภาพสายตา ในกลุ่มลูกจ้างเกี่ยวข้องกับแสงจ้างหรือรังสีต่างๆ รอบตัวลูกจ้างที่ใช้สายตาเพ่งขณะทำงานเป็นระยะเวลานานๆ
การทดสอบสมรรถภาพปอด ในกลุ่มลูกจ้างที่ทำงานเกี่ยวข้องกับฝุ่น หรือสารเคมีที่มีผลกระทบต่อการทำงานของปอดและหลอดลม
การทดสอบสมรรถภาพกล้ามเนื้อ เช่น ขา หลัง มือ เพื่อดูความแข็งแรง ความคงทนในลูกจ้าง ต้องใช้กำลังยกของ
การถ่ายภาพรังสีทรวงอก โดยทั่วไปในการตรวจสุขภาพลูกจ้าง เพื่อการค้นหาโรคโดยวิธีการถ่ายภาพรังสีจะเน้นการถ่ายภาพรังสีทรวงอกในกลุ่มลูกจ้างเกี่ยวข้องกับฝุ่น หรือสารเคมีที่มีผลต่อระบบหายใจ ซึ่งจะเป็นการถ่ายภาพรังสีโดยใช้ฟิล์มขนาด 14” X 17” หรือ 17” X 17” โดยถ่ายจากด้านหลังของร่างกาย (post / ant chest x-ray) ซึ่งการใช้ฟิล์มขนาดใหญ่จะทำให้แพทย์สามารถวิเคราะห์รอยโรคได้ชัดเจนแม่นยำ
การตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด ได้แก่ การวัดความเข้มข้นของเลือด (Hb) การวัดปริมาณเม็ดเลือดแดงอัดแน่น (Hct) การนับจำนวนเม็ดเลือดขาว (WBC Count) การนับแยกชนิดเม็ดโลหิตขาว (Differential WBC ) การตรวจรูปร่างและการติดสีของเม็ดเลือดแดง (RBC Morphology) เป็นต้น เป็นการตรวจเพื่อดูความผิดปกติของระบบไหลเวียนโลหิตในร่างกาย สามารถบอกถึงภาวะโลหิตจาง โรคเลือดต่าง ๆ การติดเชื้อ โดยแปลผลการตรวจร่วมกับการตรวจอื่น ๆ
การตรวจดูเสมหะ เช่น ในกรณีทำงานเกี่ยวข้องกับแอสเบสตอส
การตรวจปัสสาวะทั่วไป เป็นการตรวจทางด้านทางกายภาพ เคมี รวมทั้งการดูตะกอนปัสสาวะทางกล้องจุลทรรศน์ เพื่อดูความผิดปกติของระบบปัสสาวะ
การตรวจเอกซเรย์ปอด เป็นการตรวจเพื่อดูพยาธิสภาพของปอด โรคที่สามารถตรวจพบได้จากการเอกซเรย์ปอด เช่น วัณโรค ถุงลมโป่งพอง เนื้องอกในปอด เป็นต้น สำหรับผู้ที่ต้องสูดดมอากาศที่มีฝุ่นละอองควันพิษเป็นประจำ ควรเข้ารับการตรวจเอกซเรย์ปอดปีละครั้ง
การตรวจระดับไขมันในเลือด เป็นการตรวจเพื่อดูปริมาณไขมันชนิดต่าง ๆ ในร่างกาย คือ โคเลสเตอรอลไตรกลีเซอไรด์และเอ็ชดีแอลมีประโยชน์ในการติดตามและควบคุมดูแลไม่ให้มีไขมัน ในเลือดมากหรือน้อยเกินไป ซึ่งจะทำให้เกิดโรคอื่น ๆ ตามมา ในคนปกติควรตรวจปีละครั้ง แต่หากเป็นผู้ที่มีระดับไขมันในเลือดผิดปกติ ต้องการการควบคุมดูแลอย่างดี ก็ควรจะตรวจเป็นประจำตามคำสั่งของแพทย์
การตรวจระดับน้ำตาลในเลือด มีประโยชน์ในการค้นหาผู้ที่เป็นโรคเบาหวานในระยะเริ่มต้น เพื่อการรักษาหรือควบคุมอาหารไม่ให้เป็นมากขึ้น
การตรวจการทำงานของตับ มีความสำคัญมากเนื่องจากตับเป็นอวัยวะที่สามารถทำงานได้ โดยที่ร่างกายไม่แสดงอาการแม้ว่าเซลล์ตับจะเสียหายไปมากกว่า 60% การตรวจการทำงานของตับสามารถบอกถึงความผิดปกติของตับได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น มีรายการตรวจการทำงานของตับที่นิยมกัน คือ เอส จี โอ ที (SGOT หรือ AST), เอส จี พี ที (SGPT หรือ ALT) และ แอลคาไลท์ฟอสฟาเทส (ALP)
การตรวจการทำงานของไต การตรวจการทำงานของไตในการขับถ่ายของเสียออกจากร่างกาย ประกอบด้วยการตรวจ 2 ชนิด คือ บี ยู เอ็น (BUN) และ คริเอตินีน
การตรวจมะเร็งปากมดลูกในสตรี หรือการตรวจภายใน สตรีที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป ควรรับการตรวจมะเร็งปากมดลูกอย่างน้อยปีละครั้ง เนื่องจากมะเร็งปากมดลูกเป็นโรคที่มีอุบัติการณ์สูง การตรวจและรักษาตั้งแต่ระยะแรก ๆ จะมีโอกาสหายขาดได้มากขึ้น
การตรวจหาปริมาณสารเคมีที่ลูกจ้างได้รับ และสะสมอยู่ในอวัยวะเป้าหมายต่างๆ เช่น การตรวจหาปริมาณสารตะกั่วในเลือด เป็นต้น
การตรวจหาสารเมตาโบไลท์ (Metabolite) หรือสารที่เกิดขึ้นในร่างกาย อันเป็นผลจากการได้รับสารเคมีบางชนิดจากการทำงาน เช่น ลูกจ้างเกี่ยวข้องกับสารโทลูอีน จะตรวจหาปริมาณกรดฮิพพิวริคในปัสสาวะ หากการทำงานเกี่ยวข้องกับไซลีน ตรวจหากรดเมธิลฮิพพิวริคในปัสสาวะ ส่วนลูกจ้างที่เกี่ยวข้องกับสไตรีน ให้ตรวจระดับกรดแมนดาริคในปัสสาวะ เป็นต้น การตรวจหาสารภายในร่างกายเป็นตัวชี้ปริมาณสารที่ร่างกายได้รับจากทุกๆทาง
การตรวจเพิ่มเติมอื่นๆ ตามความจำเป็น เช่น การตรวจอุจจาระ การตรวจการทำงานของระบบประสาทส่วนกลางและโดยรอบ เมื่อมีการทำงานเกี่ยวข้องกับสารเคมีที่ทำให้ระบบประสาทมีการทำงานผิดปกติ การตรวจนับสเปอร์ม กรณีทำงานเกี่ยวข้องกับสารที่ทำให้ระบบสืบพันธ์ทำงานผิดปกติ
ประเภทการตรวจสุขภาพคนงาน
โดยทั่วไป การตรวจสุขภาพคนงาน ประกอบด้วย
ทั้งนี้การตรวจสุขภาพทั้ง 2 ประเภท ควรทำควบคู่กันไป เนื่องจากคนงานมีความเสี่ยงต่อปัจจัยทั้งในและนอกงาน รวมถึงรายการตรวจทั้ง 2 ประเภท มีความเกื้อหนุนใช้ประโยชน์ร่วมกันได้
ประเภทกิจการกับการเสี่ยงโรค
พนักงานในสถานประกอบกิจการต่าง ๆ เกือบทุกแห่ง มีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคเนื่องจากการทำงานได้แทบทั้งสิ้น ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม สภาพการทำงาน และเทคโนโลยีของสถานประกอบกิจการนั้นๆ ทำให้สถานประกอบการประเภทเดียวกัน จึงอาจมีปัจจัยเสี่ยงมากน้อยไม่เท่ากัน หรืออาจมีปัจจัยเสี่ยงแตกต่างกันได้ ดังนั้นจึงต้องมีการประเมินความเสี่ยงก่อนพิจารณาใช้มาตรการดำเนินงานเพื่อสุขภาพอนามัยที่ดีของคนงาน
ข้อมูลดังต่อไปนี้เป็นแนวโน้มโอกาสการเกิดโรคจากการทำงานของสถานประกอบการ ตามชนิดของปัจจัยเสี่่ยงที่มีใช้ในสถานประกอบการประเภทนั้นๆ สถานประกอบการที่คล้ายคลึงกันสามารถนำไปพิจารณาประกอบ เป็นแนวทางในการประเมินความเสี่ยงได้
ซึ่งโดยทั่วไป เมื่อแบ่งประเภทของสถานประกอบกิจการกับการเกิดโรคเนื่องจากการทำงาน จะมีดังต่อไปนี้
สถานประกอบกิจการผลิตอาหารและเครื่องดื่ม ประกอบด้วยสถานประกอบกิจการผลิตสิ่งทอถักและเครื่องประดับ ประกอบด้วย
- การผลิตเครื่องดื่ม
- การผลิตอาหาร
- การผลิตน้ำแข็ง
- การผลิตน้ำตาลทราย
- การอบ การแปรสภาพเมล็ดพืช
- การผลิตน้ำมันพืชและสัตว์
- การผลิตยาสูบ การบ่ม อบใบยา
สถานประกอบกิจการทำป่าไม้และผลิตภัณฑ์จากไม้ ประกอบด้วย
- การผลิตเส้นไหม เส้นใย
- การปั่น ทอผ้า โดยใช้เครื่องจักร
- การฟอกย้อมเส้นด้ายหรือผ้า
- การผลิตเครื่อง แต่งกายจากผ้า
- การฟอกและผลิตภัณฑ์จากหนังสัตว์
- การผลิตรองเท้า
สถานประกอบกิจการกระดาษและการพิมพ์ ประกอบด้วย
- การทำป่าไม้ เลื่อย แปรรูป ไม้
- การผลิตเครื่องเรือน เครื่องใช้ไม้
สถานประกอบกิจการผลิตภัณฑ์เคมีและน้ำมันปิโตรเลี่ยม ประกอบด้วย
- การผลิตเยื่อกระดาษหรือกระดาษ
- การพิมพ์และ กิจการหนังสือพิมพ์
สถานประกอบกิจการผลิตภัณฑ์จากแร่อโลหะ ประกอบด้วย
- การผลิตเคมีภัณฑ์
- การผลิตสี หมีก น้ำ้มันขัดเงาฯลฯ
- การผลิต การบรรจุยา
- การผลิตวัตถุระเบิด กระสุนปืน พลุฯลฯ
- การผลิตไม้ขีดไฟ
- การผลิตสบู่ แชมพู เครื่องสำอาง ฯลฯ
- การผลิตภัณฑ์เคมีปราบศัตรูพืช สัตว์
- การผลิตกาว
- การกลั่นน้ำมัน การแยกก๊าซ
- การผลิตยาง ผลิตภัณฑ์จากยาง
- การผลิตยางรถยนต์ หล่อดอกยาง
- การผลิตภัณฑ์พลาสติก
- การผลิตปุ๋ยเคมี
- การผลิตเทปภาพ เทปเสียง
สถานประกอบกิจการผลิตโลหะ ประกอบด้วย
- ผลิตเครื่องปั้นดินเผา สุขภัณฑ
- ์การผลิตท่อซีเมนต์ ที่ใช้ในการก่อสร้าง
- การผลิตซีเมนต์ ปูนขาว
- ผลิตภัณฑ์คอนกรีต
- ผลิตกระจก เครื่องแก้ว หลอดไฟ
- การระเบิด ย่อย โม่หรือบดหิน
สถานประกอบกิจการผลิตภัณฑ์จากโลหะ ประกอบด้วย
- การรีดโลหะ ผลิตเหล็ก
- การหล่อหล่อ กลึงโลหะ
สถานประกอบกิจการผลิตประกอบและซ่อมรถยนต์ ประกอบด้วย
- การผลิตเครื่องใช้ที่เป็นโลหะ
- การเคลือบ ชุบ อาบ ขัดโลหะ
- การผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า
- การผลิตแบตเตอรี่
- การผลิตภัณฑ์โลหะอื่น ๆ
สถานประกอบกิจการผลิตเครื่องประดับเพชรพลอย ประกอบด้วย
- การผลิต ประกอบและซ่อมรถยนต์
สถานประกอบกิจการก่อสร้าง ประกอบด้วย
- การผลิตเครื่องประดับ เพชร พลอย
สถานประกอบกิจการประเภทอื่น ๆ ประกอบด้วย
- การก่อสร้าง
- การขับรถยนต์โดยสาร ขับรถยนต์บรรทุกสินค้า
- การทำงานเกี่ยวกับจอคอมพิวเตอร์
- การทำงานเกี่ยวกับรังสี เช่น รังสีเอ๊กซ์ รังสีแกมม่า เป็นต้น
- การผลิตผ้าเบรค ผ้าคลัทช์
การควบคุมมาตรฐานการตรวจสุขภาพ
การตรวจสุขภาพคนงาน เพื่อให้เกิดการคัดกรองสุขภาพคนงานที่มีประสิทธิภาพจะต้องคำนึงการควบคุมคุณภาพการตรวจสุขภาพ นับตั้งแต่ การจัดรายการตรวจสุขภาพที่เหมาะสมกับกลุ่มเสี่ยงโรค การเลือกใช้หน่วยตรวจสุขภาพที่มีบุคลากรที่มีความรู้ทางด้านโรคเนื่องจากการทำงาน ได้แก่ แพทย์อาชีวเวชศาสตร์ พยาบาลอาชีวอนามัย และนักเทคนิคการแพทย์ที่ทำหน้าที่เก็บตัวอย่างเลือด ปัสสาวะ ด้วยความชำนาญและนำไปวิเคราะห์ด้วยเครื่องที่มีความแม่นยำสูง มีการควบคุมคุณภาพของเครื่องมือและอุปกรณ์ เป็นต้น และการเตรียมตัวของลูกจ้างที่จะเข้ารับการตรวจสุขภาพ ในที่นี้จะกล่าวถึงการควบคุมคุณภาพการตรวจ 2 ประการ คือ
การเตรียมตัวของลูกจ้างเพื่อการตรวจสุขภาพ
การตรวจร่างกายทั่วไป
การตรวจเลือด
การตรวจปัสสาวะ
การตรวจสมรรถภาพปอด
การตรวจสมรรถภาพการได้ยิน
การตรวจสมรรถภาพการมองเห็น
การตรวจหาปริมาณสารเคมีในร่างกาย
ส่วนเวปสำหรับโหลด เกี่ยวกับ กฎหมาย พระราชบัญญัติ กฎกระทรวง ฯลฯ โปรดเข้าเวปนี้คะ http://www.krisdika.go.th/lawChar.jsp?head=3&item=3&process=showTitleOfLaw&id=2&group=ค&lawCode=ค77&linkID=2B#2B
-----Original Message -----From: kamolSent: Thursday, April 24, 2008 12:10 PMSubject: [SIAMHRM :4442] Re: ตอบ การตรวจสุขภาพประจำปีให้พนักงาน
คุณได้รับการแนะนำจากสมาชิก เลขที่ 302499
wanna som ... -- poo_b...@hotmail.com
ไทยแอดพอยท์ให้บริการ "เพิ่มรายได้ให้คนเล่นเน็ต" มาเป็นปีที่ 7 แล้ว โดยนำเงินรายได้จากโฆษณาบนไทยแอดพอยท์ 70% ก่อนหักค่าใช้จ่าย มาปันคืนให้กับสมาชิกตามสัดส่วนการร่วมกิจกรรมกับผู้ลงโฆษณา และจำนวนแต้มสะสมที่สะสมไว้ หากคุณต้องการทราบรายละเอียดทั้งหมด คุณสามารถคลิ๊กอ่านได้ที่ เมนูทางซ้ายมือในหัวข้อ How it Works!, อัตราผลตอบแทน, และคำถามที่พบบ่อย หรือหากต้องการทราบข่าวคราวต่างๆ เกี่ยวกับไทยแอดพอยท์ ก็สามารถอ่านได้ที่หน้า News เสียงส่วนหนึ่งจากสมาชิกที่ได้รับเช็คไปแล้ว อ่านต่อ
ณัชกร :: 2008-01-25 :: 2,574.58 บาท
ที่ผ่านมา สำหรับนักศึกษาอายุเพิ่งจะ 20ปี ที่ไม่มีรายได้หลักอย่างดิฉัน ThaiAdpoint ไม่ใช่ที่แรกสำหรับการเริ่มต้นหางานเสริมบน Internet แต่ตอนนี้ ThaiAdPointจะเป็นที่สุดท้ายสำหรับการมองหางานเสริมบน Internet ของดิฉัน เพียงแค่สมัครเป็นสมาชิกเดือนแรกดิฉันก็มีรายได้ถึง 2,574.58 บาทสมพงษ์ :: 2007-12-29 :: 13,547.50 บาท
ผมรู้จักอินเตอร์เน็ตและเริ้มใช้งานมาตั้งแต่ปี 2542 แต่พึ่งมารู้จักไทยแอดพ้อยน์เอาเมื่อ 2549 นี่เอง ก่อนหน้านี่ก็เคยลองไปสมัครตามโฆษณาที่ว่าทำงานผ่านเน็ตบ้างอะไรต่าง ๆนานา บ้าง เมื่อลองทำจริง ๆมันกลับเป็นงานขายหรือไม่ก็ลูกโซ่ซะเป็นส่วนใหญ่ เลยทำให้มีอคติ จนมาสมัครไทยแอดพ้อยน์ ช่วงแรกก็ยังมีอคติอยู่ อีกทั้งไม่รู้วิธีทำที่ถูกต้อง ทำทั้งเดือนได้แค่ 20 บาท เลยเลิกทำไปซะ 4 เดือน แล้ววันนึงได้หวนกลับมาทำอีกครั้ง พร้อมกับจับเคล็ดลับในการทำงานได้ จึงได้รู้ว่า 4 เดือนที่เราเลิกทำไปมันน่าเสียดายจริง ๆ ทุกวันนี้ผมมีรายได้เสริมจากไทยแอดพ้อยน์เป็นจำนวนเงินมากกว่ารายได้หลักเสียอีกสำหรับคนอยู่ต่างจังหวัดอย่างผม ยิ่งถ้าเทียบกันที่เนื้องาน ผมให้ไทยแอดพ้อยน์หมดใจเลยครับ รายได้ประจำผมเดือนละ 4000 กว่าบาท แต่ได้จากไทยแอดพ้อยน์ เดือนละหมื่นกว่า จะไม่ให้ผมรักไทยแอดพ้อยน์ได้ยังไง
หลังจากสมัคร เพียงคุณร่วมกิจกรรมกับผู้ลงโฆษณา คุณก็จะได้เงินในบัญชีสมาชิก ตัวอย่างผู้ลงโฆษณาที่คุณสามารถร่วมกิจกรรมได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย (เครื่องหมาย
คือผู้ทำรายการต้องมีบัตรเครดิต)
![]()
No Expired200 บาท
![]()
No Expired1700 บาท
![]()
No Expired20 บาท
![]()
No Expired24 บาท
![]()
No Expired20 บาท
![]()
No Expired8 บาท
![]()
No Expired0
![]()
No Expired16 บาท การใช้หมายเลขบัตรเครดิตของผู้อื่น มีความผิดทางกฎหมาย
คลิ๊กที่ป้ายข้างล่างนี้อีกครั้งหนึ่งเพื่อสมัครสมาชิก ![]()
. . ถามกันเข้ามาเกี่ยวกับหลักฐานการจ่ายเงิน เพื่อจะได้รู้ว่าไทยแอดพอยท์จ่ายเงินจริง
ผมระบุได้เพียง ชื่อ กับ จังหวัด ที่สมาชิกที่ได้รับเงิน เพราะว่าการระบุชื่อ-สกุล จะละเมิดสิทธิ์ส่วนบุคคลของสมาชิกที่ได้รับเงิน การมานั่งสแกนเช็คที่จ่ายออกไปทุกๆ เดือนก็ไม่สะดวก ผมก็เลย capture หน้าจอของธนาคารมาให้ดูที่นี่
*จำนวนเงินจะน้อยกว่าจำนวนเงินที่แสดงในเวปอยู่ 70 บาทเป็นค่าธรรมเนียมในการส่งเช็คจากแคนาดา
สมาชิกทุกคนมีสิทธิ์ในการรับเงินเท่าๆ กันขึ้นกับการร่วมกิจกรรมของสมาชิก คุณก็เป็นคนหนึ่งที่มีสิทธิ์รับเช็คในเดือนถัดไป
.
เกี่ยวกับไทยแอดพอยท์ดอทคอม
ไทยแอดพอยท์ดอทคอม เปิดให้บริการในเดือนกันยายน 2543 ซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นของอินเตอร์เนตในประเทศไทย เท่าที่จำได้ค่าชั่วโมงเนตตอนนั้น 15 บาท/ชั่วโมง คนไทยที่เล่นอินเตอร์เนตมีจำนวนไม่มากนัก ส่วนใหญ่แล้วก็เป็นสถาบันการศึกษา ไทยแอดพอยท์เปิดตัวขึ้นเพื่อ เพิ่มรายได้ให้คนเล่นเน็ต อย่างน้อยก็ได้เป็นเงินค่าชั่วโมงเน็ตคืนบ้าง ถึงวันนี้เป็นเวลามากกว่า 7 ปีแล้ว กับจำนวนสมาชิกมากกว่า 300,000 รหัส มาเป็นส่วนหนึ่งของไทยแอดพอยท์กันนะครับ
1999-2007 สงวนลิขสิทธิ์ ไทยแอดพอยท์ดอทคอม
#121-1525 W 57th Avenue Vancouver BC CANADA V6P6E9
ติดต่อได้ที่อีเมล์ acc...@thaiadpoint.comพื้นที่โฆษณา :: Advertisement
From: kamol.k...@gmail.com
To: ri...@trinitydynamic.com; sia...@googlegroups.com
Subject: [SIAMHRM :4442] Re: ตอบ การตรวจสุขภาพประจำปีให้พนักงาน
Date: Thu, 24 Apr 2008 12:10:23 +0700
</HTML<BR<BR