สวัสดีครับ
น้องผมเข้าทำงาน เป็น sale area ในบริษัทแห่งหนึ่ง เมื่อ 10 มค 2559 และทำงานได้ตามยอด 100% สองเดือน จนถึงสิ้นเดือนเมษาปิดยอดได้ 90% เค้าจืายเงินเดือนทุกวันที่ 30 ของทุกเดือน วันนี้น้องถูกเรียกข้าไปให้เขียน
ใบลาออก โดยให้ลงวันที่มีผลคือ 20/5/2559 โดยได้แต่เงินเดือน บวกกับค่าคอมจองเดือนเมษาเท่านั้น โดยอ้างว่าไม่ผ่านโปร
ผมคิด
1.น้องทำงาน 90 กว่าวัน น่าจะไม่ได้รับเงินชกเชย
2.น้องควรได้รับค่าบอกกล่าว 30 วัน เพราะเค้าจ่ายดงิน 30 ของทุกเดือน แต่เค้าแจ้งด้วยปากเปล่าวันที่ 3/5/2559 แต่ยังไม่มีหนังสือเลิกจ้าง โดยขอให้เขียนใบลาออก
ดังนั้นผมคิดว่าเหตุผลที่บอกว่าทำงานได้ไม่ตามเป้า โดยไม่ทีการเรียกคุย หรือออกหนังสือเตือนน่าจะเป็นการข้ามขั้นตอนไปนิด โดยสามเดือน เดือนแรก 100% เดือนที่ 2 110% เดือนที่ 3 90%
รยกวนจอคำปรึกษาว่าผมเข้าใจถูกไหมครับ ผมเองมองว่าการไล่ออกด้วยเหตุผลทำยอดไม่ถึงน่าจะมีการเตือน หรือประเมินก่อนครับ
จะได้แนะนำน้องถูก ว่าควรทำอย่างไร
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ คุณ Sawiss
ก่อนอื่นขออธิบายให้เข้าใจในหลักกฎหมายก่อนนะครับ
การบอกเลิกสัญญาจ้างงานตามกฎหมาย มี 2 แบบ คือ
1. การที่ลูกจ้างบอกเลิกสัญญาจ้าง ก็คือ การที่ลูกจ้างแจ้งบอกเลิกสัญญาจ้างเป็นลายลักษณ์อักษรแก่นายจ้าง....... หรือง่าย ๆ ก็คือ เขียนใบลาออก
2. การที่นายจ้างบอกเลิกสัญญาจ้าง ก็คือ นายจ้างมีหนังสือบอกเลิกจ้างเป็นลายลักษณ์อักษรแก่ลูกจ้าง....... หรือ ง่าย ๆ ก็คือ เลิกจ้าง มี 2 ประเภท คือ
2.1 การเลิกจ้างโดยที่ลูกจ้างทำความผิดร้ายแรงอันเป็นเหตุที่นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย หรือ
2.2 การเลิกจ้างโดยที่ลูกจ้างไม่ได้ทำผิดร้ายแรง ซึ่งนายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยตามอายุการทำงาน
กรณีของน้องชายคุณ Sawiss ก็คือ น้อง "เขียนใบลาออก" ใช่หรือไม่ครับ ถ้าใช่ แสดงว่า ลูกจ้างบอกเลิกสัญญาจ้างครับ
เมื่อลูกจ้างบอกเลิกสัญญาจ้าง จึงไม่ต้องพูดถึง "สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า " หรือ " ค่าชดเชย" ใด ๆ เลยครับ เพราะ สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และค่าชดเชย จะพิจารณาเฉพาะกรณีที่ "นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้าง" เท่านั้น
ตามข้อเท็จจริงที่ว่า " นายจ้างพูดจาหว่านล้อมให้เขียนใบลาออก " นั้น ก็เห็นใจนะครับ แต่พยานเอกสารก็คือ น้องเขียนใบลาออก
หากพิจารณาตามหลักกฎหมายแล้ว สรุปก็คือ "หากน้องเขียนใบลาออกจริง" ก็ถือเป็นการลาออกครับ ไม่ใช่การเลิกจ้าง
คำเตือน
>> ขอเตือนบรรดาลูกจ้างทั้งหลายที่อ่าน e-mail ฉบับนี้ หากท่านไม่ได้มีเจตนาจะลาออก จำไว้ว่า "อย่าเขียนใบลาออก" ไม่ว่าท่านจะไม่ผ่านทดลองงาน หรือ นายจ้างเสนอจ่ายเงินให้มากกว่าเงินเดือนโดยให้เขียนใบลาออกแทนการเลิกจ้าง....หากท่านเขียนใบลาออก ท่านจะเสียเปรียบในทางกฎหมายทันที
>> ขอเตือนบรรดา HR ทั้งหลาย ที่ทุกวันนี้ทำตัวเป็น "เครื่องมือในการทำความเลวของนายจ้าง ด้วยการหลอกล่อ ขู่เข็ญ โน้มน้าว ให้ลูกจ้างเซนต์ใบลาออก แทนการทำหนังสือเลิกจ้าง เพราะไม่ผ่านทดลองงาน เพราะนายจ้างบอกให้ออก เพราะความผิดไม่ชัดเจนแต่ไม่อยากเลิกจ้าง...... จงเลิกพฤติกรรมเหล่านี้เสียนะครับ......มิเช่นนั้นวันหนึ่งข้างหน้า กรรมจะตามสนองพวกท่าน.................
อ.อั๋น
สวัสดีครับ
น้องยังไม่ได้เขียนครับ แต่เค้าพยามหว่านล้อมให้เขียน เพื่อประวัติที่ดี น้องเลยโทรมาปรึกษา
ผมเห็นว่าไม่ควรเขียนใบลาออก เพราะผลเค้าให้แต่เงินเดือนบวกคอม เดือนเมษาเท่านั้นให้ทำไปจนถึงวันที่ 20/5 โดยะยามหว่านล้อมวันนี้ แต่ผมคิดว่า เค้าน่าจะำก้ต่าบอกกล่าวด้วยนะครับ ผมเลยมองว่าไม่แฟร์เท่าไหร่
รยกวนจอคำปรึกษาด้วยนะครับ
ขอบคุณครับ
สวิศ
ถ้ายังไม่ได้เขียนใบลาออก
ย้ำว่า " อย่าเขียนในลาออก "
และแจ้งบริษัทไปว่า " พี่..ผมไม่ได้อยากลาออก แต่ถ้าพี่อยากให้ผมออก พี่ก็เลิกจ้างผมมาครับ.....ผมว่าพี่ทำตามกฎหมายเถอะครับพี่ บริษัททำธุรกิจที่ถูกกฎหมาย เวลาจะทำอะไรกับพนักงาน ก็ทำให้ถูกกฎหมายเถอะครับพี่.....ผมไม่ได้หัวหมอนะครับ แต่ผมพูดความจริง.....พี่อาจจะไม่พอใจที่ผมพูดแบบนี้ ผมไม่ได้หัวแข็ง แต่ผมพูดตามที่คนที่รู้กฎหมายเขาแนะนำมาให้ผมพูดครับ......
อย่าให้พวกเห็นแก่ตัวเอาเปรียบลูกจ้างนะครับ.....