อย่างที่คุณสายน้ำบอกนั้น ถูกต้องแล้ว คือให้แยกว่าลูกจ้างรายวัน หรือลูกจ้างรายเดือน ทั้งนี้เพราะลูกจ้างรายเดือน เราคิดค่าจ้างต่อวัน โดยการเอาเงินเดือน หารด้วย 30 ดังนั้น แม้จะเป็นวันหยุดเสาร์อาทิตย์ เขาก็ได้รับค่าจ้างปกติอยู่แล้ว ดังนั้น ถ้ามาทำงานในวันหยุด ก็จะได้เพิ่มไม่น้อยกว่า 1 เท่าครับ (บางที่ก็จ่าย 1.5 เท่า เท่ากับค่าล่วงเวลาในวันธรรมดา เพื่อสะดวกในการคิดโอที)
สำหรับพนักงานรายวัน เขาจะได้รับค่าจ้างเฉพาะวันที่ทำงาน วันเสาร์-อาทิตย์ถ้าไม่ใช่วันทำงาน ก็จะไม่ได้รับค่าจ้าง ดังนั้น ถ้าให้พนักงานรายวันมาทำงานในวันหยุด จะต้องจ่ายค่าทำงานในวันหยุดไม่น้อยกว่า 2 เท่า
ค่าจ้าง, ค่าล่วงเวลา, ค่าทำงานในวันหยุด, ค่าล่วงเวลาในวันหยุด แต่ละคำนี้มีความหมายต่างกันครับ
อ.สำเริง ยิ่งถาวรสุข
หากเคยจ่าย 2 เท่าแล้วก็ต้องจ่ายตามนั้นต่อไป หากลดถือว่าเปลี่ยนสภาพการจ้าง
กฎหมาย
หากเป็นรายเดือน จ่ายค่าทำงานในวันหยุด 1 เท่า (ลูกจ้างได้รับค่าจ้างในวันหยุดอยู่แล้ว)
หากเป็นรายวัน จ่ายค่าทำงานในวันหยุด 2 เท่า
*********
**********
สิ่งที่ทำอยู่เหมือนเดิม คงไม่แตกต่าง เปลี่ยนความคิดเพียงครั้งเดียว
เราก็เป็นมหาเศรษฐีได้ แน่นอน
โอกาสนั้นไม่ใช่เกิดบ้าง ไม่เกิดบ้าง หรือ เกิดตามความบังเอิญ
คนที่โชคดี จะเป็นคนที่เห็น โอกาส และไขว่คว้าเท่านั้น
หากคุณเป็นอีกคนหนึ่ง ที่มองหาโอกาสอยู่ อย่ารอช้าอีกเลย
ใช้โอกาสนี้สร้างตัวเป็นเศรษฐีใหม่กันได้เลย
แล้วทุกสิ่งในชีวิตจะเปลี่ยนไปใน 90 วัน
ต้อนรับเศรษฐีใหม่ ที่ http://www.gdiwebboard.com
สอบถามออนไลน์ Email: sureri...@gmail.com
Hot line1:ศุภฤษก 089-495-4555
Hot line2:เอกพันธ์ 085-862-0824