สอบถามการลาป่วยแล้วบริษัทฯหักเงิน

523 views
Skip to first unread message

sureerat kanogpornkul

unread,
May 22, 2014, 12:30:40 PM5/22/14
to HR Googlegroups
สวัสดีค่ะ พี่ๆเพื่อนๆทุกท่านคะ

รบกวนสอบถามหน่อยค่ะ คือ MD มีนโยบายตั้งนานแล้วบริษัทไม่มีลากิจ ถ้าลาก็ถูกหักเงินพวกที่ทำงานเกินปี ก้ใช้สิทธิลาพักร้อน แต่เขากลับมีนโยบายอีกข้อที่ดูไม่น่าถูกต้อง  คือการลาป่วยจะต้องมีใบรับรองแพทย์ทุกกรณีแม้กระทั่งลา ครึ่งวัน ถ้าไม่มีใบรับรองแพทย์จะถูกหักเงิน อย่างนี้จะถูกต้องหรือ
คะ เพราะถ้าป่วยท้องเสียเป็นไข้ ก็อาจลาพักอยู่บ้าน 1 or 1/2 วันก็จบคงไม่ได้ไปหาหมดแต่ก็ไม่มีใบรับรองแพทย์ไปให้จะถูกหักเงิน ซึ่งอย่างนี้ถูกต้องหรือคะ รบกวนแชร์ความรู้ด้วยค่ะ เพราะไม่คิดว่าจะทำได้ค่ะ  รบกวนให้ความกระจ่างด้วยค่ะ เพราะถ้าทำได้จะได้เปลี่ยนความเข้าใจค่ะ

ขอบคุณมากค่ะ

ปุ้ม

ธนาภรณ์ เจริญสุข

unread,
May 23, 2014, 1:00:02 AM5/23/14
to sia...@googlegroups.com
ขอแชร์ค่ะ  
เข้าใจว่าที่ MD  กำหนดนโยบายลักษณะนี้มา  ก็แสดงว่าพนักงานในองค์กรต้องมาการลาหยุดบ่อย
จึงมีนโยบายเพื่อแก้ปัญหาหรือเปล่า แต่นโยบายก็ขัดกับหลักกฎหมายนะคะ

 จากประสบการณ์ของที่ทำงาน ส่วนใหญ่พนักงานอยู่ใน วัยหนุ่มสาว  แต่ความรับผิดชอบมีไม่มาก
ลาหยุดงานบ่อย ลาทั้งกิจและป่วย  พักร้อนไม่ค่อยลาเพราะปลายปีคิดเงินคืนให้ 
ปัญหาคือ  มีคนมาทำงานไม่สม่ำเสมอ  ทำให้ต้องสั่งให้พนักงานทำ OT. 
พนักงานที่หยุดงานบ่อยจะมีช่วงอายุคน  20 ปี ถึงไม่เกิน 30 ปี  ซึ่งไม่น่าจะป่วยบ่อย
ทางบริษัทฯ  จะหาทางแก้ปัญหาคือ
1. การประเมินผลการทำงาน แบ่งเป็น 2 ส่วน
     -  สถิติการมาทำงาน  40%
     -  ความรับผิดชอบต่อหน้าที่การทำงาน  การพัฒนางาน 60%
2. เพิ่มแรงจูงใจในการมาทำงานด้วย Incentive

การที่่พนักงานลางานแต่ละครั้งจะโดนหักคะแนน แต่ไม่ได้หักเงินในเรื่องสถิติมาทำงาน
และเงิน Incentive  อาจไม่ได้หรือได้น้อยลง





Date: Thu, 22 May 2014 09:30:40 -0700
From: sia...@googlegroups.com
Subject: [JobSiam.com :54883] สอบถามการลาป่วยแล้วบริษัทฯหักเงิน
To: sia...@googlegroups.com
--
- โปรดร่วมกัน เสวนา ถาม-ตอบ วันละ 1 กระทู้ สร้างความรู้ใหม่ได้ มหาศาล -
 
แนะนำ :
 
- http://www.JobSiam.com : โปรโมชั่น รับส่วนลด 20% แถม Flash Drive 32G ฟรี (ขอใบเสนอราคา/โทรสอบถามทีมงานได้ค่ะ Tel.02-279-0-466) ถึง 30 เม.ย 57 นี้
 
http://www.SiamHRM.com : สยามเอชอาร์เอ็ม ดอทคอม รวมพลคนทำงาน มากที่สุด
 
http://www.facebook.com/JobSiam ** กด Like เป็น Fan Page ของเรานะค่ะ **
 
~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~
 
คุณได้รับข้อความนี้เนื่องจากคุณเป็นสมาชิกกลุ่ม "บริหารทรัพยากรมนุษย์ ประเทศไทย"
- หากต้องการโพสต์ ถึงกลุ่มนี้ ให้ส่งอีเมลไปที่ sia...@googlegroups.com
- หากต้องการยกเลิกการเป็นสมาชิกกลุ่ม ส่งอีเมลไปที่ siamhrm+u...@googlegroups.com (ยืนยัน การยกเลิกใน Email อีกครั้ง.)
- หากต้องการดูกระทู้ หัวข้อ HR โปรดไปที่กลุ่มนี้โดยคลิกที่ http://groups.google.co.th/group/siamhrm?hl=th&pli=1
- เนื่องจากสมาชิกมีจำนวนมาก สมาชิกทุกท่าน ควรอ่านกติกา มารยาท และใช้เมล์กรุ๊ปร่วมกัน อย่างสร้างสรรค์
~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~
---
คุณได้รับข้อความนี้เนื่องจากคุณสมัครรับข่าวสารจากกลุ่ม "บริหารทรัพยากรมนุษย์" ของ Google Groups
หากต้องการยกเลิกการสมัครรับข่าวสารและหยุดรับอีเมลจากกลุ่มนี้ โปรดส่งอีเมลไปที่ siamhrm+u...@googlegroups.com
ถ้าต้องการโพสต์ไปยังกลุ่มนี้ โปรดส่งอีเมลไปที่ sia...@googlegroups.com
โปรดดูข้อมูลกลุ่มนี้ที่ http://groups.google.com/group/siamhrm
หากต้องการดูตัวเลือกเพิ่มเติม โปรดไปที่ https://groups.google.com/d/optout

chotika

unread,
May 23, 2014, 2:17:39 AM5/23/14
to sia...@googlegroups.com, sureerat kanogpornkul

เมื่อ วันพฤหัสบดีที่ 22 พฤษภาคม ค.ศ. 2014, 23 นาฬิกา 30 นาที 40 วินาที UTC+7, sureerat kanogpornkul เขียนว่า:
สวัสดีค่ะ พี่ๆเพื่อนๆทุกท่านคะ
ที่บริษัท ฯ ก็เป็นแบบนี้นะคะ  ถ้าไม่มีใบรับรองแพทย์ นับเป็นวันลากิจ แต่อย่างที่คุณอ้อยบอก เป็นเหตุผลเลยค่ะ เพราะสถิติขาดลามาสายในบริษัท สูงมาก 
    คือบริษัทไม่สามารถตรวจสอบได้เลยว่า พนักงานป่วยจริงหรือไม่ และตามหลักเหตุผล หากพนักงานป่วยจริงก็ควรไปพบแพทย์เพื่อรักษาจะเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่านะคะ 
    ส่วนตามกฎหมาย นายจ้าง สามารถจ่ายค่าแรงให้ ในวันที่พนักงานลาป่วยจริงค่ะ แต่ไม่เกิน 30 วัน / ปี และเงื่อนไขที่จะจ่ายสามารถระบุในสัญญาจ้าง ตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ ต้องการ เช่น หากจะแสดงหลักฐานการป่วย
    พนักงานจึงควรมีใบรับรองจากแพทย์นะคะ
    ปล.ส่วนตัวเคยปวดหัวนิดนห่อยไปพบแพทย์ คุณหมอก็เขียนใบรับรองแพทย์ให้นะคะ

chotika

unread,
May 23, 2014, 2:18:23 AM5/23/14
to sia...@googlegroups.com, sureerat kanogpornkul
เมื่อ วันพฤหัสบดีที่ 22 พฤษภาคม ค.ศ. 2014, 23 นาฬิกา 30 นาที 40 วินาที UTC+7, sureerat kanogpornkul เขียนว่า:
สวัสดีค่ะ พี่ๆเพื่อนๆทุกท่านคะ
ที่บริษัท ฯ ก็เป็นแบบนี้นะคะ  ถ้าไม่มีใบรับรองแพทย์ นับเป็นวันลากิจ แต่อย่างที่คุณอ้อยบอก เป็นเหตุผลเลยค่ะ เพราะสถิติขาดลามาสายในบริษัท สูงมาก 
    คือบริษัทไม่สามารถตรวจสอบได้เลยว่า พนักงานป่วยจริงหรือไม่ และตามหลักเหตุผล หากพนักงานป่วยจริงก็ควรไปพบแพทย์เพื่อรักษาจะเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่านะคะ 
    ส่วนตามกฎหมาย นายจ้าง สามารถจ่ายค่าแรงให้ ในวันที่พนักงานลาป่วยจริงค่ะ แต่ไม่เกิน 30 วัน / ปี และเงื่อนไขที่จะจ่ายสามารถระบุในสัญญาจ้าง ตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ ต้องการ เช่น หากจะแสดงหลักฐานการป่วย
    พนักงานจึงควรมีใบรับรองจากแพทย์นะคะ
    ปล.ส่วนตัวเคยปวดหัวนิดนห่อยไปพบแพทย์ คุณหมอก็เขียนใบรับรองแพทย์ให้นะคะ




เมื่อ วันพฤหัสบดีที่ 22 พฤษภาคม ค.ศ. 2014, 23 นาฬิกา 30 นาที 40 วินาที UTC+7, sureerat kanogpornkul เขียนว่า:
สวัสดีค่ะ พี่ๆเพื่อนๆทุกท่านคะ

Keerati Kongparn

unread,
May 27, 2014, 11:16:32 AM5/27/14
to sia...@googlegroups.com, KEERATI
บริษัทฯสามารถหักเงิน พนักงานได้หรือไม่ครับ ถ้าเกิดพนักงานทำเอกสารผิดพลาด เช่น เปิดเอกสารวันที่ผิดพลาด หัก 100 บาท

adisorn klinpikul

unread,
May 27, 2014, 11:14:53 PM5/27/14
to sia...@googlegroups.com
สวัสดีครับ อดิศร ครับ
ระเบียบที่ออกมาในลักษณะนี้ นายจ้างจะมีความผิดตามมาตรา 32 มาตรา 57 และมาตรา 76 ครับ
รวมทั้งการที่ไม่มีระเบียบหรือให้สิทธิลูกจ้างในการลากิจก็ผิดในมาตรา 34 ด้วยครับ
นอกจากนี้การที่ให้ลูกจ้างไปใช้เป็นการลาพักร้อนแทน ซึ่งการลาพักร้อนไม่มีในกฎหมายนะครับ
มีแต่วันหยุดพักผ่อนประจำปีตามมาตรา 30 ซึ่งเป็นวันหยุด ไม่ใช่วันลาและนายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างในวันหยุดพักผ่อนประจำปีให้แก่ลูกจ้างด้วยตามมาตรา 56
 
ลูกจ้างมีสิทธิไปร้องเรียนหรือฟ้องศาล และจะศาลใช้มาตรา14/1 ยกเลิกระเบียบที่เป็นการเอาเปรียบลูกจ้างเกินสมควรนี้ได้
และที่สำคัญขอบอกว่าระเบียบเช่นนี้จะทำให้นายจ้างเสียเปรียบในคดีแรงงาน หากลูกจ้างไปฟ้องถึงแม้ว่าลูกจ้างจะผิดจริง
เช่นอาจจะลาป่วยเป็นเท็จ นายจ้างก็จะไม่สามารถเอาผิดทางวินัยร้ายแรงได้ครับ
 
แนะนำดังนี้ครับ
 
1. ยกเลิกระเบียบการลาป่วยดังกล่าวนี้ กำหนดระเบียบการลากิจออกมาซึ่งการลากิจนั้น นายจ้างจะจ่ายค่าจ้างให้หรือไม่ก็ได้
หรือในปีหนึ่งจะจ่ายให้กี่วันก็ได้ครับ ส่วนเรื่องวันหยุดพักผ่อนประจำปีนั้นไปแก้ไขใหม่ ห้ามใช้คำว่าลาพักร้อนในทุกเอกสาร
เพราะไปใช้คำนี้แล้วระเบียบจะเป็นโมฆะ
 
2. เข้าใจครับว่านายจ้างต้องการแก้ปัญหาการลาป่วยที่มีมากเกินไป แต่ถามว่าวิธีการหักค่าจ้างเช่นนี้ สถิติการลาป่วยลดลงหรือไม่  บอกได้เลยครับว่าไม่มีทางลด มีแต่จะเพิ่มครับ เพราะไม่ได้แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ และไม่ได้ใช้มาตรการทางวินัยในการแก้ปัญหากับพนักงานทีีมีปัญหา อีกทั้งจะเป็นการสร้างให้พนักงานมีทัศนคติที่ไม่มีต่อองค์กรด้วย และผลกระทบที่วัดเป็นตังเงินได้ยากก็คือประสิทธิภาพพนักงานจะลดลงหรือเค้าไม่ได้ผลักดันศักยภาพออกมาเต็มที่ ทำงานไปวัน ๆ เท่านั้น เพราะขาดความสุขขาดขวัญกำลังใจในการทำงานครับ และทัศนคติที่ไม่ดีนี้มันจะขยายวงกว้างไปเรื่อย ๆ พนักงานเค้าไม่แคร์หรอกครับ
ว่าจะโดนหักเงินไปเท่าไหร่ เผลอ ๆ อาจจะมีการแข่งขันทำยอดหักเงินขึ้นมาด้วยซ้ำ
และผมเขื่อว่าสถิติการลาออกก็จะเยอะเช่นเดียวกันนะครับ
 
  จึงแนะนำว่า ให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคล ทำบันทึกประวัติการหยุดงานเป็นรายบุคคล ลักษณะเหมือนกับปฏิทินส่วนบุคคลครับ ในบันทึกนี้เราจะเห็นถึงพฤติการณ์การหยุดงานของพนักงานทุกคนได้ชัดเจน ให้ทำในทุกตำแหน่งงานนะครับ หัวหน้าก็ไม่เว้น
เพื่อความเป็นธรรมและไม่เลือกปฏิบัติ
ใครที่มีประวัติการหยุดงานมาก เช่นลาป่วยมากผิดปกติวิสัย ก็ขึ้นแบลคลิสไว้รอการสอบสวนในแต่ละเดือน
หรือหากพบว่ามีโรคประปลาดบางอย่างเช่น โรคแพ้เงินเดือน คือเงินเดือนออกเมื่อไหร่วันรุ่งขึ้นจะป่วยทันที
หรือประเภทแพ้วันหยุดคือมักป่วยติดกับวันหยุด หรือเป็นโรคแพ้เพื่อน คือป่วยพร้อมเพื่อนเป็นประจำ
การป่วยประเภทนี้ นายจ้างมีอำนาจในการพิจารณาโทษได้นะครับ
โดยครั้งแรกที่เจอเราเรียกมาให้ใบเตือนก่อนได้เลย ในข้อหามีพฤติการณ์ส่อไปในทางทุจริต ถ้ายังเจออีก เลิกจ้างได้ทันทีโดยไม่จ่ายค่าชดเชยครับ แต่มีเทคนิคทางกฎหมายนิดนึงนะ คือค่าจ้างในวันลาป่วยอย่าไปหักนะครับ ให้จ่ายไปตามมาตรา57 ไม่ต้องไปเสียดายเงินครับ เพราะหากเราไปหัก แทนที่จะเป็นความผิดทางวินัยร้ายแรงตามมาตรา 119 ( 1 ) เราจะทำไม่ได้ครับ
เพราะไม่เข้าข่ายทุจริตต่อหน้าที่ ลูกจ้างไม่ได้ประโยชน์ที่เป็นตัวเงินจากการลาป่วยเท็จและนายจ้างก็ไม่ได้เสียประโยชน์อะไรเนื่องจากไปหักค่าจ้างพนักงานแล้ว จะไปเอาผิดด้วยการเลิกจ้างทันทีโดยไม่จ่ายค่าชดเชยจะทำไม่ได้ครับ
( นี่คือเหตุผลสำคัญครับว่าเราไม่ควรไปหักค่าจ้าง หักเมื่อไหร่นายจ้างเสียเปรียบคดีเมื่อนั้นและนายจ้างเองก็มีความผิดตามที่กล่าวมาข้างต้นอีกด้วยครับ )
กรณีที่พนักงานป่วยมาก แต่ไม่มีหลักฐานหรือพฤติการณ์ส่อไปในทางทุจริต ให้เรียกพนักงานมีคุยครับ ชี้แจงว่ามันทำให้บริษัทเสียหาย ให้พนักงานไปรักษาตัวดูแลสุขภาพให้ดี หรือบางเคสเราอนุญาติให้พนักงานลาไปรักษาตัวเลยครับ ค่าจ้างในวันลาป่วยก็ให้ตามมาตรา 57 และหากว่า พนักงานยังป่วยบ่อยอยู่อีก ก็เลิกจ้างเลยครับโดยจ่ายค่าชดเชยให้ไปเลย
 ในข้อ 2 นี้จะทำได้โดยการยกเลิกข้อ 1 เสียก่อนนะครับ 
ลองดูสิครับ ถ้ามีสักเคสสองเคสเกิดขึ้น สถิติการลาป่วยจะลดลงทันที
 
3. เป็นเรื่องของจิตวิทยาและการปกครองรวมทั้งเรื่องของอาชีวอนามัยในสถานประกอบกิจการครับ
ต้องไปสังเกตุดูว่าสภาพหรือสิ่งแวดล้อมในการทำงานเป็นอย่างไร ที่แน่ ๆ เชื่อได้เลยว่า สภาพการทำงานและสิ่งแวดล้อมต้องไม่ดีแน่ ๆ ครับ อีกทั้งระบบแรงงานสัมพันธ์ในองค์กรก็ไม่ดีด้วย พนักงานถึงเบื่องาน ไม่อยากมาทำงานและหาเรื่องลาป่วย
เราอย่าไปโทษพนักงานฝ่ายเดียวครับ หันกลับมาสำรวจฝ่ายนายจ้างด้วยครับ
ประสบการณ์ที่ผมเจอกับตัวเองคือ จากสถิติประวัติการทำงานที่ทำในข้อ 2 เราไปเจอพนักงานในแผนกหนึ่ง ลาป่วยบ่อยมาก
ที่สุด สาเหตุเป็นเพราะหัวหน้างานในแผนกนั้นล่ะครับที่ปกครองไม่ดี ใช้วาจาไม่สุุภาพ มีการแบ่งพรรคแบ่งพวก และยังกระทำผิดทางวินัยเสียเองในหลายเรื่องแต่ด้วยตำแหน่งหัวหน้าจึงมีวิธีการปกปิดที่ค้นหาได้ค่อนข้างยาก
ลองไปดูนะครับ ว่ามีบ้างมั้ย  และอีกแผนกหนึ่ง พนักงานป่วยด้วยสาเหตุกล้ามเนื้ออักเสบ พอเข้าไปสำรวจสถานที่ทำงานที่แผนกนั้น ปรากฎว่า พนักงานทำงานไม่ถูกหลักการยศาสตร์ อุปกรณ์การทำงานหลายชิ้นก็ชำรุดใช้การไม่ได้ แต่หัวหน้าไม่ได้ดูแลจัดการอะไรเลย
   เรื่องในข้อ 3 นี้ จำเป็นนะครับ ที่เราจะต้องเข้าไปสำรวจ ไปดูแลแก้ไข ซึ่งหากเราทำได้ดีแล้ว พนักงานจะมีขวัญกำลังใจที่ดีและรักองค์กรมากขึ้น ถึงจะป่วยเค้าก็จะมาทำงานครับ ทีนี้บางทีเราจะต้องสั่งให้พนักงานหยุด ลากลับบ้านไปพักผ่อนหรือไปรักษาตัวให้ดีเสียก่อนแล้วค่อยมาทำงาน
 
อย่าไปซีเรียสเรื่องใบรับรองแพทย์ครับ ตัดประเด็นนี้ทิ้งไปเลย ไม่ต้องไปใส่ใจครับ เอามาประกอบตามกฎหมายว่าป่วยสามวันขึ้นไปต้องมี หากไม่มีลูกจ้างก็ต้องชี้แจงเหตุผลให้นายจ้างทราบ นายจ้างก็เอามาพิจารณาว่าเค้าป่วยเป็นอะไร ร้ายแรงหรือไม่ ติดต่อหรือไม่ จะได้บริหารถูก เช่นถ้าเกิดเค้าเป็นโรคติดต่อ นายจ้างก็ควรสั่งให้เค้าหยุดรักษาตัวกอนด้วยซ้ำไปครับ
 
ถ้าเอาใบรับรองแพทย์มาเป็นระเบียบกำกับทางวินัย มันจะเอามาใช้เป็นประโยชน์ในการพิจารณาทางวินัยและใช้ในการปกครองไม่ได้หรอกนะครับ และนายจ้างก็เสียเปรียบทางคดีด้วย
 
คิดดูให่้ดี
อย่าลืมนะครับ ว่าใบรับรองแพทย์หามาได้ไม่ยากเย็นอะไร พนักงานบางคนไม่ได้ป่วยจริง แต่เค้ามีใบรับรองแพทย์มาแสดง
เค้าไม่ผิดตามระเบียบ  แต่พนักงานบางคนป่วยจริง ๆ แต่ไม่มีใบรับรองแพทย์กลับกลายเป็นว่าเค้ามีความผิดและถูกหักเงิน
ลักษณะที่เกิดขึ้นมาในองค์กรแบบนี้ ถามว่าต่อไปจะเกิดอะไรขึ้นในองค์กรครับ
 
อดิศร

Date: Thu, 22 May 2014 23:18:23 -0700
From: csuebw...@gmail.com
To: sia...@googlegroups.com
CC: pou...@yahoo.com
Subject: [JobSiam.com :54898] Re: สอบถามการลาป่วยแล้วบริษัทฯหักเงิน

Kanchana Nk.

unread,
Jun 1, 2014, 11:47:26 PM6/1/14
to sia...@googlegroups.com
สวัสดีค่ะ คุณอดิศร และเพื่อนสมาชิกทุกท่าน

ที่บริษัทได้มีการเขียนระเบียบเรื่องการลาป่วย กรณีป่วยต้องมีใบรับรองแพทย์เช่นกัน 
หากไม่มีใบรับรองแพทย์จะตัดเป็นลากิจ เช่นนี้ผิดระเบียบหรือไม่คะ แต่ทางบริษัทไม่มีการหักเงินใดๆ 
แต่จะไปมีผลต่อโบนัสและการปรับเงินประจำปีแทนค่ะ และการลากิจที่พนักงานจะไม่โดนหักเงินโบนัสคือ
กำหนดให้ลากิจได้ไม่เกิน 4 ครั้ง / 6 เดือน หากมีการลามากกว่า 4 ครั้งก็จะนำวันลาที่เกินหักเงินโบนัสแทนค่ะ

ขอบคุณค่ะ
กาญจนา



From: adisor...@hotmail.com
To: sia...@googlegroups.com
Subject: RE: [JobSiam.com :54940] Re: สอบถามการลาป่วยแล้วบริษัทฯหักเงิน
Date: Wed, 28 May 2014 10:14:27 +0700

adisorn klinpikul

unread,
Jun 2, 2014, 12:09:24 AM6/2/14
to sia...@googlegroups.com

 สวัสดีครับ อดิศร ครับ
กรณีที่ระเบียบกำหนดว่าหากลาป่วยแล้วไม่มีใบรับรองแพทย์จะตัดเป็นลากิจ
ก็จะขัดมาตรา 32 และมาตรา 57 ได้ครับ
เหตุผลเพราะการลาป่วย ลูกจ้างจะต้องได้ค่าจ้างในวันยลาป่วยปีหนึ่งไม่เกิน 30 วัน ตามาตรา 57
ทีนี้หากนายจ้างใช้ระเบียบว่าหากลาป่วยแล้วไม่มีใบรับรองแพทย์มาแสดง ให้ตัดเป็นลากิจไป แต่เนื่องจากการลากิจกำหนดว่าปีหนึ่งไม่เกิน  8 ครั้ง (ซึ่งไม่ทราบว่าจ่ายค่าจ้างในวันลากิจให้หรือไม่ แต่หากว่าจ่ายให้ ก็จะน้อยกว่าสิทธิตามมาตรา 57 อยู่ดีครับ)
   ซึ่งก็จะทำให้ลูกจ้างเสียสิทธิในมาตรา 57 โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร อันนี้ก็ถือว่าระเบียบนี้เป็นการเอาเปรียบลูกจ้างเกินสมควรเช่นกันและลูกจ้างก็สามารถฟ้องได้ครับ ศาลก็จะใช้มาตรา 14/1 สั่งให้นายจ้างยกเลิกระเบียบนี้ได้
 และในมาตรา 32 ก็กำหนดเรื่องใบรับรองแพทย์ว่าต้องลาป่วยเกินกว่าสามวันจึงจะต้องนำใบรับรองแพทย์มาแสดง
หากไม่สามารถมาแสดงได้ ให้ลูกจ้างชี้แจงให้นายจ้างทราบ กฎหมายไม่ได้บอกว่าหากไม่มีใบรับรองแพทย์มาแล้ว ถือว่าลูกจ้างลาป่วยเท็จนะครับ ตรงนี้ต้องระวังด้วย
  และก็เช่นเดียวกับเหตุผลที่ผมอธิบายไปแล้วว่า การไปกำหนดเรื่องใบรับรองแพทย์มาควบคุมการลาป่วยนั้น มันไม่ได้ผลอะไร และทำให้องค์กรขาดขวัญกำลังใจ และขาดความเป็นธรรมด้วยครับ
 ไม่ควรใช้ระเบียบนี้ครับ มีวิธีการพิจารณาเรื่องลาป่วยและกระบวนการทางวินัยที่ได้ผลกว่าและไม่ขัดต่อกฎหมายตามที่ผมได้แนะนำไปแล้วครับ
อดิศร

From: aki...@hotmail.com
To: sia...@googlegroups.com
Subject: RE: [JobSiam.com :54986] Re: สอบถามการลาป่วยแล้วบริษัทฯหักเงิน
Date: Wed, 28 May 2014 10:28:07 +0700
Reply all
Reply to author
Forward
0 new messages