อยากจะถามเพื่อนๆ ว่าเคยเจอประสบการณ์แบบนี้มั่งหรือเปล่า
อันนี้เกิดขึ้นกับบริษัทของคนรู้จักกันแล้วเค้ามาถามความเห็นน่ะค่ะ
เค้าสัมภาษณ์ผู้สมัครจนเลือก ผู้ชนะ 1 ท่าน ซึ่งประสบกาณ์
ความรู้ความสามารถตรงกับที่ทางแผนกต้นสังกัดต้องการ
ทางฝ่ายบุคคลก็ได้เช็คตรวจสอบประวัติไปคร่าวๆ ก็ไม่พบความผิดปกติใดๆ ค่ะ
(ผู้สมัครท่านนี้ ทำงานบริษัทนี้มานานมาก
เป็นสิบปีนะคะตั้งแต่เป็นพนักงานทั่วไป จนเป็นผู้บริหารระดับกลางค่ะ)
ฝ่ายบุคคลจึงยื่นข้อเสนอและเจรจาเรื่องสวัสดิการและค่าจ้างต่างๆ
จนเป็นที่พอใจของผู้สมัคร จึงตกลงให้เริ่มงานต้นเดือนพย.
และผู้สมัครขอเซ็นต์สัญญาจ้างก่อนวันเริ่มงาน
เพื่อเป็นการประกันความเสี่ี่ยงในการที่ไม่ตกงานแน่ๆ
ก็เลยนัดเซ็นต์สัญญากันตามปกติค่ะ (ปกติ ในตำแหน่งของหัวหน้างานขึ้นไป
จะขอนัดเซ็นต์สัญญาจ้างก่อนวันเริ่มงานค่ะ)
หลังจากผู้สมัครเซ็นต์สัญญาจ้างไปแล้ว
พร้อมกับแจ้งว่าจะไปแจ้งลาออกพร้อมขอหนังสือรับรองการทำงานของบริษัทมาให้
แต่พอดีมีสายมาแจ้งน่ะค่ะ (คนรู้จักในที่ทำงานของผู้สมัคร)
ทราบว่าผู้สมัครมาเซ็นต์สัญญาจ้างแล้ว
จึงเล่าให้ฟังว่าผู้สมัครเพิ่งถูกให้ออก ก่อนหน้าที่เดินทางมาเซ็นต์สัญญา
1 วัน ในข้อหาทุจริต โดยมีการสอบสวน 2-3 วันก่อนให้ออกจากงานน่ะค่ะ
(ขออนุญาตไม่เล่าในรายละเอียดของข้อหาดังกล่าว) ดังนั้น
ฝ่ายบุุคคลจึงได้ติดต่อไปทางผู้จัดการฝ่ายบุคคลของผู้สมัคร
พร้อมได้รับคำยืนยันจากผู้จัดการท่านนั้นว่า
ที่บริษัทของผู้สมัครมีการตรวจสอบความผิดนี้จริงโดยฝ่ายบัญชี
และถูกให้ออกในวันดังกล่าวซึ่งข้อมูลตรงกันค่ะ)
ทีนี้ ในฐานะฝ่ายบุคคลของบริษัท ถ้าในสัญญาจ้างคุณไม่ได้ระบุว่า
หากคุณมีข้อหาทุจริตมาก่อน หรือประโยคประมาณนี้น่ะค่ะ
แล้วจึงจะไม่รับเข้าทำงาน คุณจะต้องทำัยังไงได้บ้าง
โดยที่ไม่ต้องการรับผู้สมัครท่านนี้เข้าทำงานน่ะค่ะ
ต้องมีค่าชดเชยอะไรหรือไม่ หากยกเลิกสัญญาจ้าง
ขอคำแนะนำอ.อดิศร หรือพี่ๆ ที่เก่งเรื่องกฎหมายด้วยนะคะ
HR น้องใหม่ ..
ในกรณีนี้ถ้าผู้สมัครรายนี้ทุจริตจริงจนโดนไล่ออก ก็น่าจะไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย
เนื่องจากทำงานมานานมาก และเป็นผู้บริหารระดับกลางแล้ว ข้อสังเกตุคือ
1.ทำไมเรื่องจบลงง่ายๆ จากที่ทำงานเก่า ไม่มีการแจ้งความดำเนินคดี
2.ผู้สมัครรายนี้ทำงานรับผิดชอบเกี่ยวกับการเงินหรือเปล่า?
ถ้าทำเกี่ยวกับการเงินประวัติแบบนี้ก็เสี่ยงที่จะรับ
แต่การจะให้ออกโดยเซ็นต์สัญญาไปแล้ว
จากข้อเท็จจริงที่ได้มาภายหลัง เนื่องจากการทุจริต ก็นับเป็นเหตุอันสมควร
แต่อาจมีการเรียกร้องค่าบอกกล่าว จำนวน 1 งวดของค่าตอบแทนถ้าเจรจาไม่เป็นผล
ว่าเราไม่รับเพราะข้อเท็จจริงดังกล่าว
ลองใช้การเจรจาต่อรองไปก่อนเพราะถ้าเขามีความผิดจริง
ก็คงไม่กล้าเรียกร้องค่าบอกกล่าว
ส่วนเรื่องกฎหมายคงต้องรอคำตอบจาก อ.อดิศรนะคะ
กฤษณา
__________ Information from ESET Smart Security, version of virus signature database 4486 (20091007) __________
The message was checked by ESET Smart Security.
2009/10/8 Prachuab Kraikhao <pkra...@gmail.com>: