การลาป่วย และลาคลอด

105 views
Skip to first unread message

nootsara...@chq.alstom.com

unread,
Nov 18, 2008, 11:27:23 PM11/18/08
to sia...@googlegroups.com

เรียนสมาชิก ท่าน,


อยากรบกวนสอบถามการลา ดังนี้ค่ะ เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติให้ถูกต้องค่ะ

1. การลาป่วยพนักงาน มีสิทธิลาได้ตามจริง แต่ได้รับค่าจ้าง 30 วันตามกฏหมายแรงงานใช่ไหมค่ะ และไม่นับรวมกับวันหยุดด้วย
2. การลาคลอด พนักงานลาได้ 90 วัน โดยได้รับค่าจ้าง 45 วัน และไม่ทราบว่านับความวันหยุดหรือไม่ อ้างอิงจากกฏหมายตัวไหนค่ะ


นับถือ

สมาชิก HR









With Alstom, preserve the environment. Is printing this email really necessary ?
:._______________

CONFIDENTIALITY : This e-mail and any attachments are confidential and may be privileged. If you are not a named recipient, please notify the sender immediately and do not disclose the contents to another person, use it for any purpose or store or copy the information in any medium.

เกษมสุข แสงทองล้วน

unread,
Nov 18, 2008, 11:49:34 PM11/18/08
to nootsara...@chq.alstom.com, sia...@googlegroups.com
การลาป่วยพนักงานมีสิทธิลา 30 วันทำงาน โดยได้รับค่าจ้าง 
ลาคลอด ที่บริษัทนับ 45 วันต่อเนื่องนับวันหยุดด้วย
 
บอกข่าวประชาสัมพันธ์
บริษัทมีพนักงานที่ถูกส่งตัวคืนจากฝ่ายผลิตที่ลดกำลังลง ประมาณ 200 กว่าคนเพื่อนๆที่อยู่เขตอยุธยายังพอ
มีการรับคนไหมค่ะ  เป็นพนักงานผู้หญิงทั้งหมดค่ะ แจ้งข่าวด้วยนะจะได้ทำโครงการร่วมใจจาก ดูงานให้น้องๆด้วย


 





Subject: [SIAMHRM.COM :8940] การลาป่วย และลาคลอด
To: sia...@googlegroups.com
From: nootsara...@chq.alstom.com
Date: Wed, 19 Nov 2008 11:27:23 +0700

anantasait

unread,
Nov 19, 2008, 12:54:27 AM11/19/08
to nootsara...@chq.alstom.com, sia...@googlegroups.com
ลาคลอดนับรวมวันหยุดด้วย



nootsara...@chq.alstom.com wrote:

--~--~---------~--~----~------------~-------~--~----~
----------- ร่วมกัน ถาม-ตอบ คำถามวันละ 1 กระทู้ สร้างความรู้ใหม่ได้ มหาศาล  ----------

~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~

คุณได้รับข้อความนี้เนื่องจากคุณเป็นสมาชิกกลุ่ม Google Groups กลุ่ม "บริหารทรัพยากรมนุษย์"
-  หากต้องการโพสต์ ถึงกลุ่มนี้ ให้ส่งอีเมลไปที่ sia...@googlegroups.com
-  หากต้องการยกเลิกการเป็นสมาชิกกลุ่ม ส่งอีเมลไปที่ siamhrm-u...@googlegroups.com (ยืนยันการยกเลิก ใน Email ของท่านอีกครั้ง.)
-  หากต้องการดูกระทู้ หัวข้อ HR โปรดไปที่กลุ่มนี้โดยคลิกที่ http://groups.google.co.th/group/siamhrm?hl=th

~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~
มุมนี้มีดี ต้องแนะนำ.

http://www.siamhrm.com สยาม เอช อาร์เอ็ม รวมพลคนทำงาน มากที่สุด

http://www.jobsiam.com จ๊อบสยาม ดอทคอม หาคน หางาน คุณภาพ

http://www.freejobthai.com บริการฟรี ฟรี ฟรี ค้นประวัติ ประกาศงานว่าง ไม่จำกัด!!

http://www.downloadth.com โหลดโปรแกรมฟรีๆ เกมส์ mp3 เพียบๆๆ

~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~
-~----------~----~----~----~------~----~------~--~---

Sureena Surakitkoson

unread,
Nov 19, 2008, 1:07:29 AM11/19/08
to anantasait, nootsara...@chq.alstom.com, sia...@googlegroups.com

 

 


From: sia...@googlegroups.com [mailto:sia...@googlegroups.com] On Behalf Of anantasait
Sent: Wednesday, November 19, 2008 12:54 PM
To: nootsara...@chq.alstom.com
Cc: sia...@googlegroups.com
Subject: [SIAMHRM.COM :8950] Re: การลาป่วย และลาคลอด

 

ลาคลอดนับรวมวันหยุดด้วย




nootsara...@chq.alstom.com wrote:

เรียนสมาชิก ท่าน,


อยากรบกวนสอบถามการลา ดังนี้ค่ะ เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติให้ถูกต้องค่ะ

1. การลาป่วยพนักงาน มีสิทธิลาได้ตามจริง แต่ได้รับค่าจ้าง 30 วันตามกฏหมายแรงงานใช่ไหมค่ะ และไม่นับรวมกับวันหยุดด้วย
2. การลาคลอด พนักงานลาได้ 90 วัน โดยได้รับค่าจ้าง 45 วัน และไม่ทราบว่านับความวันหยุดหรือไม่ อ้างอิงจากกฏหมายตัวไหนค่ะ


นับถือ

สมาชิก HR









With Alstom, preserve the environment. Is printing this email really necessary ?
:._______________

CONFIDENTIALITY : This e-mail and any attachments are confidential and may be privileged. If you are not a named recipient, please notify the sender immediately and do not disclose the contents to another person, use it for any purpose or store or copy the information in any medium.



DISCLAIMER:
The information contained in this e-mail may be confidential, proprietary and/or legally privileged.  If you are not the intended recipient of this e-mail, please delete and destroy all copies immediately.  Any review, dissemination, copy, retransmission, distribution or use of this e-mail in any form for an purpose is strictly prohibited.  The sender accepts no responsibility for any miss transmission of or interference with this e-mail.  Thank you.

Sureena Surakitkoson

unread,
Nov 19, 2008, 1:18:18 AM11/19/08
to anantasait, nootsara...@chq.alstom.com, sia...@googlegroups.com

เพิ่มเติม ........  ในมาตรา 59 ให้สังเกตว่ากฎหมายไม่ได้ใช้คำว่าวันทำงาน ……….ดังนั้น  45 วันหมายถึงการนับทุกวันรวมทั้งวันหยุดที่คั่นในระหว่างวันลาด้วย ค่ะ  

 


Orchid bag Coporation

unread,
Nov 19, 2008, 1:42:24 AM11/19/08
to nootsara...@chq.alstom.com, sia...@googlegroups.com
http://www.labour.go.th/duty/index.html
 
เวลาทำงาน
  1. ไม่เกิน 8 ชั่วโมงต่อวัน และไม่เกิน 48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
  2. งานอันตรายตามที่กำหนดในกฏกระทรวงไม่เกิน 7 ชั่วโมงต่อวัน และไม่เกิน 42 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
เวลาพัก
  1. ในวันที่มีการทำงานให้นายจ้างจัดให้ลูกจ้างมีเวลาพักติดต่อกันไม่น้อยกว่าวันละ 1 ชั่วโมง ภายใน 5 ชั่วโมงแรกของการทำงาน
  2. นายจ้างและลูกจ้างจะตกลงกันล่วงหน้าให้มีเวลาพักน้อยกว่าครั้งละ 1 ชั่วโมง ก็ได้แต่ต้องไม่น้อยกว่าครั้งละ 20 นาทีและเมื่อรวมกันแล้วต้องไม่น้อยกว่าวันละ 1 ชั่วโมง
  3. กรณีงานในหน้าที่มีลักษณะต้องทำติดต่อกันไป หรือเป็นงานฉุกเฉินโดยจะหยุดเสียมิได้ นายจ้างจะไม่จัดเวลาพักให้ลูกจ้างก็ได้ แต่ต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง
วันหยุดประจำสัปดาห์
  1. ต้องไม่น้อยกว่าสัปดาห์ละ 1 วัน โดยมีระยะห่างกันไม่เกิน 6 วัน
  2. ลูกจ้างมีสิทธิ์ได้รับค่าจ้างในวันหยุดประจำสัปดาห์ (ยกเว้นลูกจ้างรายวัน รายชั่วโมง หรือตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย)
  3. นายจ้างและลูกจ้างจะตกลงกันล่วงหน้า กำหนดให้มีวันหยุดประจำสัปดาห์วันใดก็ได้
  4. งานโรงแรม งานขนส่ง งานในป่า งานในที่ทุรกันดาร (งานประมงงานดับเพลิง) งานอื่นตามที่กฎกระทรวงฯ กำหนด นายจ้างและลูกจ้างจะตกลงกันล่วงหน้า สะสมและเลื่อนวันหยุดประจำสัปดาห์ไปเมื่อไดก็ได้แต่ต้องอยู่ในระยะเวลา ไม่เกิน 4 สัปดาห์ติดต่อกัน
  5. กรณีวันหยุดประจำสัปดาห์ไม่แน่นอน ให้นายจ้างประกาศวันหยุดให้ลูกจ้างทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 วันและแจ้งเป็นหนังสือให้พนักงานตรวจแรงงานทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ประกาศกำหนด
วันหยุดตามประเพณี
  1. ต้องไม่น้อยกว่าปีละ 13 วัน โดยรวมวันแรงงานแห่งชาติด้วย ถ้าวันหยุด ตามประเพณีตรงกับวันหยุดประจำสัปดาห์ ให้หยุดชดเชยในวันทำงานถัดไป
  2. ลูกจ้างมีสิทธิ์ได้รับค่าจ้างในวันหยุดตามประเพณี
วันหยุดพักผ่อนประจำปี
  1. ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันมาครบ 1 ปี มีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปีไม่น้อยกว่าปีละ 6 วันทำงาน
  2. ลูกจ้างมีสิทธิ์ได้รับค่าจ้างในวันหยุดพักผ่อนประจำปี
  3. ถ้าลูกจ้างที่ทำงานยังไม่ครบ 1 ปี จะให้หยุดตามส่วนก็ได้
  4. ให้นายจ้างเป็นผู้กำหนดวันหยุดพักผ่อนประจำปีให้ลูกจ้างทราบล่วงหน้าหรือกำหนดตามที่ตกลงกัน
  5. นายจ้างและลูกจ้างจะตกลงกันล่วงหน้าสะสมและเลื่อนวันหยุดพักผ่อนประจำปีไปรวมหยุดในปีอื่นก็ได้
การลาคลอด
ลูกจ้างซึ่งเป็นหญิงมีครรภ์มีสิทธิลาคลอดก่อนและหลังคลอดครรภ์หนึ่งไม่เกิน 90 วัน โดยให้นับรวมวันหยุดที่มีระหว่างวันลาด้วย และให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างแก่ลูกจ้าง ซึ่งลาคลอดเท่ากับค่าจ้างในวันทำงานตลอดระยะเวลาที่ลา แต่ไม่เกิน 45 วัน

การลาเพื่อทำหมัน
ลูกจ้างมีสิทธิ์ลาเพื่อทำหมันได้และมีสิทธิ์ลาเนื่องจากการทำหมันตามระยะ เวลาที่แพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่งกำหนด และออกใบรับรองให้โดยลูกจ้างมีสิทธิ์ได้รับค่าจ้างในวันลานั้นด้วย

การลากิจ
ลูกจ้างมีสิทธิ์ลาเพื่อกิจธุระอันจำเป็นได้ตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน

การลาเพื่อรับราชการทหาร
ลูกจ้างมีสิทธิ์ลาเพื่อรับราชการทหารในการเรียกพลเพื่อตรวจสอบ เพื่อฝึก วิชาทหาร หรือเพื่อทดสอบความพรั่งพร้อม โดยลาได้เท่ากับจำนวนวันที่ทางการทหารเรียก และได้รับค่าจ้างตลอดเวลาที่ลาแต่ไม่เกิน 60 วันต่อปี

การลาเพื่อฝึกอบรม
ลูกจ้างมีสิทธิ์ลาเพื่อการฝึกอบรมหรือพัฒนาความรู้ความสามารถตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวงโดยไม่ได้รับค่าจ้างในวันลานั้น

ค่าจ้าง
  1. เป็นเงินที่นายจ้างและลูกจ้างตกลงกันจ่ายเป็นค่าตอบแทนในการทำงานตาม สัญญาจ้างสำหรับระยะเวลาการทำงานปกติเป็นรายชั่วโมง รายวัน รายสัปดาห์ หรือระยะเวลาอื่น หรือจ่ายให้โดยคำนวณตามผลงานที่ลูกจ้างทำได้ในเวลาทำงานปกติของวันทำงาน และรวมถึงเงินที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างในวันหยุด และวันลาที่ลูกจ้างมิได้ทำงานแต่มีสิทธิ์ได้รับตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน
  2. ลูกจ้างมีสิทธิ์ได้รับค่าจ้างไม่น้อยกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ
  3. ถ้าไม่มีการกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำในท้องที่ใดให้ถือว่า อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ พื้นฐานเป็นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำของท้องที่นั้น (อัตรค่าจ้างขั้นต่ำพื้นฐาน หมายถึง อัตราค่าจ้างที่คณะกรรมการค่าจ้างกำหนดเพื่อใช้เป็นพื้นฐานในการกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ)
การทำงานล่วงเวลา และการทำงานในวันหยุด
  1. ในกรณีที่งานมีลักษณะต้องทำติดต่อกันไป ถ้าหยุดจะ เสียหายแก่งานหรือเป็นงานฉุกเฉิน นายจ้างอาจให้ลูกจ้าง ทำงานล่วงเวลา หรือทำงานในวันหยุดเท่าที่จำเป็นก็ได้
  2. กิจการโรงแรม สถานมหรสพ งานขนส่ง ร้านขายอาหาร ร้านขายเครื่องดื่ม สโมสร สมาคม สถานพยาบาล และกิจการอื่นตามที่กระทรวงจะได้กำหนดนายจ้างจะให้ลูกจ้างทำงานใน วันหยุดเท่าที่จำเป็นก็ได้ โดยได้รับความยินยอมจากลูกจ้างเป็นคราวๆ ไป
  3. ในกรณีที่มีการทำงานล่วงเวลาต่อจากเวลาทำงานปกติไม่น้อยกว่า สองชั่วโมง นายจ้างต้องจัดให้ลูกจ้างมีเวลาพัก ไม่น้อยกว่ายี่สิบนาที ก่อนที่ลูกจ้างเริ่ม ทำงานล่วงเวลา (ยกเว้นงานที่มีลักษณะหรือสภาพของงานต้องทำติดต่อกันไป โดยได้รับความยินยอมจากลูกจ้างหรือเป็นงานฉุกเฉิน)
ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุดและค่าล่วงเวลาในวันหยุด
  1. ถ้าทำงานเกินเวลาทำงานปกติของวันทำงาน นายจ้างต้องจ่ายค่าล่วงเวลา ไม่น้อยกว่าหนึ่งเท่าครึ่งของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงานตามจำนวนชั่วโมงที่ทำหรือไม่น้อยกว่าหนึ่งเท่าครึ่งของอัตราค่าจ้างต่อหน่วย ในวันทำงานตามจำนวนผลงานที่ทำได้สำหรับลูกจ้างที่ได้รับค่าจ้างตามผลงาน
  2. ถ้าทำงานในวันหยุดเกินเวลาทำงานปกติของวันทำงานนายจ้างต้องจ่าย ค่าล่วงเวลาในวันหยุดให้แก่ลูกจ้างในอัตราสามเท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมง ในวันทำงานตามจำนวนชั่วโมงที่ทำหรือตามจำนวนผลงานที่ทำได้สำหรับ ลูกจ้างที่ได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย
  3. ถ้าทำงานในวันหยุดในเวลาทำงานปกติ นายจ้างต้องจ่ายค่าทำงานในวันหยุด ให้แก่ลูกจ้างที่มีสิทธิได้รับค่าจ้างในวันหยุดเพิ่มขึ้นอีก 1 เท่าของค่าจ้าง ในวันทำงานตามชั่วโมงที่ทำงานในวันหยุด หรือตามจำนวนผลงานที่ทำได้ สำหรับลูกจ้างที่ได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย สำหรับลูกจ้างที่ไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้างในวันหยุดต้องจ่ายไม่น้อยกว่า 2 เท่า ของค่าจ้างในวันทำงานตามชั่วโมงที่ทำงานในวันหยุดหรือตามจำนวนผลงาน ที่ทำได้สำหรับลูกจ้างที่ได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย
ค่าชดเชย
  1. ลูกจ้างมีสิทธิได้รับค่าชดเชย หากนายจ้างเลิกจ้างโดยลูกจ้างไม่มีความผิด ดังนี้
    1. ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบ 120 วัน แต่ไม่ครบ 1 ปี มีสิทธิได้รับค่าชดเชยเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้าย 30 วัน
    2. ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบ 1 ปี แต่ไม่ครบ 3 ปี มีสิทธิได้รับค่าชดเชยเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้าย 90 วัน
    3. ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบ 3 ปีแต่ไม่ครบ 6 ปี มีสิทธิได้รับค่าชดเชยเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้าย 180 วัน
    4. ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบ 6 ปี แต่ไม่ครบ 10 ปี มีสิทธิ์ได้รับค่าชดเชยเท่ากับอัตราค่าจ้างสุดท้าย 240 วัน
    5. ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบ 10 ปีขึ้นไป มีสิทธิ์ได้รับค่าชดเชยเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้าย 300 วัน
  2. ในกรณีที่นายจ้างจะเลิกจ้างลูกจ้างเพราะเหตุปรับปรุงหน่วยงาน กระบวนการผลิตการจำหน่าย หรือการบริการอันเนื่องมาจากการนำเครื่องจักรมาใช้หรือเปลี่ยนแปลงเครื่องจักรหรือเทคโนโลยี ซึ่งเป็นเหตุให้ต้องลดจำนวนลูกจ้างลง นายจ้างต้องปฏิบัติดังนี้
    1. แจ้งวันที่จะเลิกจ้าง เหตุผลของการเลิกจ้าง และรายชื่อลูกจ้างที่จะถูกเลิกจ้าง ให้ลูกจ้างและพนักงานตรวจแรงงาน ทราบล่วงหน้าไม่ น้อยกว่าหกสิบวันก่อนวันที่จะเลิกจ้าง
    2. ถ้าไม่แจ้งแก่ลูกจ้างที่จะเลิกจ้างทราบล่วงหน้า หรือแจ้งล่วงหน้าน้อยกว่าระยะเวลาหกสิบวัน นายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยพิเศษแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าแก่ลูกจ้างเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้ายหกสิบวัน หรือเท่ากับค่าจ้างของการทำงานหกสิบวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย

    ค่าชดเชยแทนการบอกกล่าวล่วงหน้านี้ ให้ถือว่านายจ้างได้จ่ายค่าสินจ้างแทน การบอกกล่าวล่วงหน้าตามกฎหมายด้วย นายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยพิเศษเพิ่มขึ้นจากค่าชดเชยปกติดังต่อไปนี้
    1. ลูกจ้างทำงานติดต่อกันครบหกปีขึ้นไป นายจ้างจะต้องจ่ายค่าชดเชย พิเศษเพิ่มขึ้นจากค่าชดเชยปกติซึ่งลูกจ้างนั้นมีสิทธิได้รับอยู่แล้ว ไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายสิบห้าวันต่อการทำงานครบหนึ่งปี หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานสิบห้าวันสุดท้ายต่อการทำงาน ครบหนึ่งปีสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย
    2. ค่าชดเชยพิเศษนี้รวมแล้วต้องไม่เกินค่าจ้างอัตราสุดท้ายสามร้อย หกสิบวัน หรือไม่เกินค่าจ้างของการทำงานสามร้อยหกสิบวันสุดท้าย สำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย แต่รวมแล้วต้องไม่เกินค่าจ้างอัตราสุดท้ายสามร้อยหกสิบวัน
    3. เพื่อประโยชน์ในการคำนวณค่าชดเชยพิเศษ เศษของระยะเวลาทำงานที่มากกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบวัน ให้นับเป็นการทำงานครบหนึ่งปี
  3. ในกรณีที่นายจ้างย้ายสถานประกอบกิจการไปตั้ง ณ สถานที่อื่นอันมีผลกระทบ สำคัญต่อการดำรงชีวิตตามปกติของลูกจ้างหรือครอบครัว
    1. นายจ้างต้องแจ้งล่วงหน้าให้แก่ลูกจ้างทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสามสิบวันก่อนย้าย ถ้าลูกจ้างไม่ประสงค์จะไปทำงานด้วย ลูกจ้างมีสิทธิ์บอกเลิกสัญญาจ้างได้โดยได้รับค่าชดเชยพิเศษไม่น้อยกว่าร้อยละห้าสิบของอัตราค่าชดเชยปกติที่ลูกจ้างพึงมีสิทธิ์ได้รับ
    2. ถ้านายจ้างไม่แจ้งให้ลูกจ้างทราบการย้ายสถานประกอบกิจการล่วงหน้า นายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยพิเศษ แทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้ายสามสิบวัน

    ข้อยกเว้นที่นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย : ลูกจ้างไม่มีสิทธิได้รับค่าชดเชยในกรณีใดกรณีหนึ่ง ดังนี้
    1. ลูกจ้างลาออกเอง
    2. ทุจริตต่อหน้าที่หรือกระทำความผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง
    3. จงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย
    4. ประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้นายจ้างได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง
    5. ฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน หรือระเบียบ หรือคำสั่งของนายจ้างอันชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรม และนายจ้างได้ตักเตือนเป็นหนังสือแล้ว เว้นแต่กรณีที่ร้ายแรง นายจ้างไม่จำเป็นต้องตักเตือน ซึ่งหนังสือเตือนนั้นให้มีผลบังคับได้ไม่เกิน 1 ปี นับแต่วันที่ลูกจ้างได้กระทำผิด
    6. ละทิ้งหน้าที่เป็นเวลา 3 วันทำงานติดต่อกัน ไม่ว่าจะมีวันหยุดคั่นหรือไม่ก็ตาม โดยไม่มีเหตุอันสมควร
    7. ได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก
    8. กรณีการจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาการจ้างไว้แน่นอน และนายจ้างเลิกจ้าง ตามกำหนดระยะเวลานั้น ได้แก่งานดังนี้
      8.1 การจ้างงานในโครงการ เฉพาะที่มิใช่งานปกติของธุรกิจหรือ การค้าของนายจ้างซึ่งต้องมีระยะเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดของงานที่แน่นอน
      8.2 งานอันมีลักษณะเป็นครั้งคราว ที่มีกำหนดงานสิ้นสุดหรือความสำเร็จของงาน
      8.3 งานที่เป็นไปตามฤดูกาล และได้จ้างในช่วงเวลาของฤดูกาลนั้นซึ่งจะต้องแล้วเสร็จภายในเวลาไม่เกิน 2 ปี โดยนายจ้างได้ทำสัญญาเป็นหนังสือ ไว้ตั้งแต่เมื่อเริ่มจ้าง
การใช้แรงงานหญิง
  1. ห้ามนายจ้างให้ลูกจ้างหญิงทำงานต่อไปนี้
    • งานเหมืองแร่หรืองานก่อสร้างที่ต้องทำใต้ดิน ใต้น้ำ ในถ้ำ ในอุโมงค์ หรือปล่องในภูเขาเว้นแต่ลักษณะของงาน ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือ ร่างกายของลูกจ้างหญิงนั้น
    • งานที่ต้องทำบนนั่งร้านที่สูงกว่าพื้นดินตั้งแต่ 10 เมตรขึ้นไป
    • งานผลิตหรือขนส่งวัตถุระเบิดหรือวัตถุไวไฟ
    • งานอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
  2. ห้ามนายจ้างให้ลูกจ้างหญิงที่มีครรภ์ทำงานในระหว่างเวลา 22.00น.-06.00น. ทำงานล่วงเวลาทำงานในวันหยุดหรือทำงานอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้
    • งานเหมืองแร่หรืองานก่อสร้างที่ต้องทำใต้ดิน ใต้น้ำ ในถ้ำ ในอุโมงค์ หรือปล่องในภูเขาเว้นแต่ลักษณะของงาน ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือ ร่างกายของลูกจ้างหญิงนั้น
    • งานเกี่ยวกับเครื่องจักรหรือเครื่องยนต์ที่มีความสั่นสะเทือน
    • งานขับเคลื่อนหรือติดไปกับยานพาหนะ
    • งานยก แบก หาม หาบ ทูน ลาก หรือเข็นของหนักเกิน 15 กิโลกรัม
    • งานที่ทำในเรือ
    • งานอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
  3. พนักงานตรวจแรงงานมีคำสั่งให้นายจ้างเปลี่ยนเวลาทำงานหรือชั่วโมงทำงาน ของลูกจ้างหญิงที่ทำงานในระหว่างเวลา 24.00 น.- 06.00 น. ได้ตามที่เห็น สมควร ถ้าพนักงานตรวจแรงงานเห็นว่างานนั้นอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ และความปลอดภัยของลูกจ้างหญิงนั้น
  4. ลูกจ้างหญิงมีครรภ์มีสิทธิขอให้นายจ้างเปลี่ยนงานในหน้าที่เดิมเป็นการ ชั่วคราวก่อนหรือหลังคลอดได้ กรณีที่มีใบรับรองแพทย์ แผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง มาแสดงว่าไม่อาจทำงานในหน้าที่เดิมต่อไปได้
  5. ห้ามนายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างหญิงเพราะเหตุมีครรภ์
การใช้แรงงานเด็ก
  1. ห้ามนายจ้างจ้างเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี เป็นลูกจ้าง
  2. กรณีที่มีการจ้างเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี เป็นลูกจ้าง นายจ้างต้องแจ้งต่อพนักงาน ตรวจแรงงานภายใน 15 วันนับแต่วันที่ เด็กเข้าทำงาน และแจ้งการสิ้นสุดการ จ้างเด็กนั้นต่อพนักงานตรวจแรงงานภายใน 7 วันนับแต่วันที่เด็กออกจากงาน นายจ้างต้องจัดให้มีเวลาพัก 1 ชั่วโมงต่อวันภายใน 4 ชั่วโมงแรกของ การทำงาน และให้มีเวลาพักย่อยได้ตามที่นายจ้างกำหนด
  3. ห้ามนายจ้างใช้ลูกจ้างเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ทำงานในระหว่างเวลา 22.00 - 06.00 น. เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากอธิบดี
  4. ห้ามนายจ้างใช้ลูกจ้างเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ทำงานล่วงเวลา
  5. ห้ามนายจ้างให้ลูกจ้างเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ทำงานต่อไปนี้
    • งานหลอม เป่า หล่อ หรือรีดโลหะ
    • งานปั๊มโลหะ
    • งานเกี่ยวกับความร้อน ความเย็น ความสั่นสะเทือน เสียงและแสง ที่มีระดับแตกต่างจากปกติอันอาจเป็นอันตรายตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
    • งานเกี่ยวกับสารเคมีที่เป็นอันตรายตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
    • งานเกี่ยวกับจุลชีวันเป็นพิษซึ่งอาจเป็นเชื้อไวรัส แบคทีเรีย รา หรือเชื้ออื่น ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
    • งานเกี่ยวกับวัตถุมีพิษ วัตถุระเบิด หรือวัตถุไวไฟ เว้นแต่งานในสถานี บริการที่เป็นเชื้อเพลิงตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
    • งานขับหรือบังคับรถยกหรือปั้นจั่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
    • งานใช้เลื่อยเดินด้วยพลังไฟฟ้าหรือเครื่องยนต์
    • งานที่ต้องทำใต้ดิน ใต้น้ำ, ในถ้ำ อุโมงค์ หรือปล่องในภูเขา
    • งานเกี่ยวกับกัมมันตภาพรังสีตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
    • งานทำความสะอาดเครื่องจักรหรือเครื่องยนต์ที่กำลังทำงาน
    • งานที่ต้องทำบนนั่งร้านที่สูงกว่าพื้นดินตั้งแต่ 10 เมตรขึ้นไป
    • งานอื่นตามที่กำหนดในกระทรวง
  6. ห้ามนายจ้างให้ลูกจ้างเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ทำงานในสถานที่ต่อไปนี้
    • โรงฆ่าสัตว์
    • สถานที่เล่นการพนัน
    • สถานที่เต้นรำ รำวง หรือ รองเง็ง
    • สถานที่ที่มีอาหาร สุรา น้ำชา หรือเครื่องดื่ม อย่างอื่นจำหน่ายและบริการ โดยมีผู้บำเรอสำหรับปรนนิบัติลูกจ้าง หรือโดยมีที่สำหรับพักผ่อนหลับนอน หรือมีบริการนวดให้แก่ลูกค้า
    • สถานที่อื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
  7. ห้ามนายจ้างจ่ายค่าจ้างของลูกจ้างซึ่งเป็นเด็กแก่บุคคลอื่น
  8. ห้ามนายจ้างเรียก/หรือรับ เงินประกันจากฝ่ายลูกจ้างซึ่งเป็นเด็ก
  9. ลูกจ้างซึ่งเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี มีสิทธิลาเพื่อเข้าประชุม สัมมนา รับการอบรม รับการฝึก หรือลาเพื่อการอื่นซึ่งจัดโดยสถานศึกษา หรือหน่วยงานของรัฐหรือเอกชน ที่อธิบดีเห็นชอบ และให้นายจ้าง จ่ายค่าจ้างแก่ลูกจ้างเด็กเท่ากับค่าจ้างในวันทำงานตลอดระยะเวลาที่ลา แต่ปีหนึ่งต้องไม่เกิน 30 วัน
หลักฐานการทำงาน
  1. นายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ต้องจัดให้มีข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน เป็นภาษาไทย ปิดประกาศโดยเปิดเผย ณ สถานที่ทำงานของลูกจ้างและ ส่งสำเนาให้อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
  2. ข้อบังคับฯ ต้องระบุเรื่องต่างๆ ดังนี้ วันทำงาน เวลาทำงานปกติ เวลาพัก วันหยุดและหลักเกณฑ์การหยุด หลักเกณฑ์การทำงานล่วงเวลา และการทำงาน ในวันหยุด วันและสถานที่จ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุดวันลาและหลักเกณฑ์การลา วินัยและโทษ การร้องทุกข์ และการเลิกจ้าง
  3. ทะเบียนลูกจ้างต้องมีชื่อ เพศ สัญชาติ วันเดือนปีเกิด ที่อยู่ปัจจุบัน วันเริ่มจ้าง ตำแหน่งหรืองานในหน้าที่ อัตราค่าจ้าง และประโยชน์ตอบแทนอื่นๆ ที่นายจ้างตกลงจ่ายให้แก่ลูกจ้างและวันสิ้นสุดการจ้าง
  4. เอกสารเกี่ยวกับการคำนวณค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด ต้องระบุ วันเวลาทำงาน ผลงานที่ทำได้สำหรับการจ้างตามผลงาน และจำนวนเงินที่จ่าย โดยมีลายมือชื่อลูกจ้างผู้รับเงิน
การควบคุม
  1. นายจ้างที่มีลูกจ้างรวมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป จะต้องจัดทำข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานเป็นภาษาไทย อย่างน้อยต้องมี รายละเอียดดังนี้
    • วันทำงาน เวลาทำงานปกติ และเวลาพัก
    • วันหยุดและหลักเกณฑ์การหยุด
    • หลักเกณฑ์การทำงานล่วงเวลา และการทำงานในวันหยุด
    • วันและสถานที่จ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุด
    • วันลาและหลักเกณฑ์การลา
    • วินัยและโทษทางวินัย
    • การร้องทุกข์
    • การเลิกจ้าง ค่าชดเชยและชดเชยพิเศษ
  2. นายจ้างต้องประกาศใช้ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานภายใน 15 วัน นับจากวันที่มีลูกจ้างรวมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป
  3. นายจ้างต้องปิดประกาศข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานโดยเปิดเผย ณ สถานที่ ทำงานของลูกจ้าง
  4. ให้ประกาศใช้ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานต่อไปแม้ว่านายจ้างจะมีลูกจ้าง ลดต่ำกว่า 10 คนก็ตาม
การร้องทุกข์ของลูกจ้าง
  1. ลูกจ้างเรียกร้องสิทธิของตนอันเนื่องมาจากการฝ่าฝืนกฎหมายแรงงาน ของนายจ้างได้โดย
    • ลูกจ้างนำคดีไปฟ้องศาลแรงงาน
    • ลูกจ้างยื่นคำร้องทุกข์ต่อพนักงานตรวจแรงงาน
  2. การยื่นคำร้องทุกข์ของลูกจ้างหรือทายาท
    • ยื่นคำร้องทุกข์ตามแบบที่อธิบดีกำหนด
    • ยื่นต่อพนักงานตรวจแรงงานในท้องที่ที่ลูกจ้างทำงานอยู่ หรือที่นายจ้าง มีภูมิลำเนา หรือท้องที่ที่ลูกจ้างมีภูมิลำเนาอยู่ก็ได้
  3. การพิจจารณาคำร้องทุกข์ของพนักงานตรวจแรงงาน
    • เร่งสอบสวนข้อเท็จจริงจากนายจ้าง ลูกจ้าง และพยานโดยเร็ว รวมทั้งการรวบรวมหลักฐานที่เกี่ยวข้องด้วย
    • เมื่อสอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว ต้องมีคำสั่งให้นายจ้างจ่ายเงิน หรือยกคำร้องทุกข์ของลูกจ้างอย่างใดอย่างหนึ่ง
    • การรวบรวมข้อเท็จจริง และการมีคำสั่ง ต้องกระทำให้แล้วเสร็จ ภายใน 60 วัน นับแต่วันรับคำร้องทุกข์ไว้ดำเนินการ
    • ถ้าไม่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน ให้ขอขยายระยะเวลา ต่ออธิบดีหรือผู้ว่าราชการจังหวัดโดยขอขยายระยะเวลาได้ไม่เกิน 30 วัน
  4. การยุติข้อร้องทุกข์ระหว่างสอบสวนข้อเท็จจริง
    • ลูกจ้างสละสิทธิการเรียกร้องทั้งหมด
    • ลูกจ้างสละสิทธิเรียกร้องแต่บางส่วน โดยนายจ้างยินยอมจ่ายเงินบางส่วน แก่ลูกจ้าง
    • นายจ้างยินยอมจ่ายเงินทั้งจำนวน แก่ลูกจ้าง
บทกำหนดโทษ
  1. กฏหมายคุ้มครองแรงงานเป็นกฏหมายที่มีบทลงโทษทางอาญา
  2. นายจ้างผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม
    • ขั้นต่ำปรับไม่เกิน 5,000 บาท
    • จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  3. การปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานตรวจแรงงานคดีอาญา เป็นอันระงับ
  4. การฝ่าฝืนกฏหมาย
    • อธิบดีมีอำนาจเปรียบเทียบปรับสำหรับความผิดที่เกิดขึ้นใน กรุงเทพฯ
    • ผู้ว่าราชการจังหวัด มีอำนาจเปรียบเทียบปรับสำหรับความผิด ที่เกิดขึ้นภายในจังหวัด
    • ชำระค่าปรับภายใน 30 วัน นับเท่าวันที่ได้รับแจ้งผลคดี คดีอาญา เป็นอันเลิกกัน
    • ถ้าไม่ยอมเปรียบเทียบปรับหรือไม่ชำระค่าปรับภายในกำหนด พนักงานสอบสวน (ตำรวจ) จะดำเนินการตามขั้นตอนของกฏหมาย ต่อไป





Subject: [SIAMHRM.COM :8940] การลาป่วย และลาคลอด
To: sia...@googlegroups.com
From: nootsara...@chq.alstom.com
Date: Wed, 19 Nov 2008 11:27:23 +0700


Wittaya Buasim

unread,
Nov 19, 2008, 1:46:54 AM11/19/08
to nootsara...@chq.alstom.com, sia...@googlegroups.com
การลาป่วย
         พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน มาตรา32 " ให้ลูกจ้างมีสิทธิลาป่วยได้เท่าที่ป่วยจริง การลาป่วยตั้งแต่ 3 วันทำงานขึ้นไป นายจ้างอาจให้ลูกจ้างแสดงใบรับรองแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่งหรือของสถานพยาบาลของทางราชการ ในกรณีที่ลูกจ้างไม่อาจแสดงใบรับรองแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่งหรือสถานพยาบาลของทางราชการได้ ให้ลูกจ้างชี้แจงให้นายจ้างทราบ
        ในกรณีที่นายจ้างจัดนายแพทย์ไว้ ให้แพทย์นั้นเป็นผู้ออกใบรับรอง เว้รแต่ลูกจ้างไม่สามารถให้แพทย์ผู้นั้นตรวจได้
        วันที่ลูกจ้างไม่สามารถทำงานได้เนื่องจากประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นเนื่องจากการทำงานและวันลาเพื่อคลอดบุตรตามาตรา41 มิให้ถือเป็นวันลาป่วยตามมาตรานี้"
         พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน มาตรา 57 วรรคแรก" ให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างในวันลาป่วยตามมาตรา32 เท่ากับอัตราค่าจ้างในวันทำงานตลอดระยะเวลาที่ลา แต่ปีหนึ่งต้องไม่เกิน 30 วันทำงาน..."
 
       ดังนั้น ลูกจ้างมีสิทธิลาป่วยได้เท่าที่ป่วยจริง โดยได้รับค่าจ้างจากนายจ้างตลอดเวลาที่ลาแต่ปีหนึ่งไม่เกิน 30 วันทำงาน และถ้าลาป่วย 3 วันทำงานขึ้นไป นายจ้างอาจให้ลูกจ้างแสดงใบรับรองแพทย์ เพราะฉะนั้นตามที่คุณถามมาการลาป่วยไม่นับวันหยุดรวมไปด้วยครับ
 
การลาคลอด
        พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน มาตรา 41 " ให้ลูกจ้างซึ่งเป็นหญิงมีครรภ์มีสิทธิลาเพื่อการคลอดบุตรครรภ์หนึ่งไม่เกิน 90 วัน
      การลาตามวรรคหนึ่ง ให้นับวันหยุดที่มีในระหว่างลาด้วย"
      พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน มาตรา 59 " ให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างซึ่งเป็นหญิงในวันลาเพื่อคลอดบุตรเท่ากับค่าจ้างในวันทำงานตลอดระยะเวลาที่ลา แต่ไม่เกิน 45 วัน"
     
      ดังนั้น การลาคลอดได้ครรภ์หนึ่ง 90 วันโดยให้นับวันหยุดรวมไปด้วยครับ และลูกจ้างมีสิทธิได้รับค่าจ้างตลอดระยะเวลาที่ลาคลอดไม่เกิน 45 วัน ครับ ส่วนที่เหลือลูกจ้างก็มีสิทธิได้รับสิทธิประโยชน์จากประกันสังคมครับ(ค่าคลอดบุตร,เงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อคลอดบุตร และเงินสงเคราะห์บุตรอีก)
 
      วิทยา 

 
    




Subject: [SIAMHRM.COM :8940] การลาป่วย และลาคลอด
To: sia...@googlegroups.com
From: nootsara...@chq.alstom.com
Date: Wed, 19 Nov 2008 11:27:23 +0700


Prapaporn Makkum (DHL TH)

unread,
Feb 3, 2009, 1:18:01 AM2/3/09
to anantasait, nootsara...@chq.alstom.com, sia...@googlegroups.com
รบกวนขอสูตรการคิดลาคลอด  ขอบคุณล่วงหน้านะคะ
 

Best Regards,

 

Prapaporn  Makkum (Mam)

Human Resources Officer

DHL Exel Supply Chain (Bangbuathong)

70 Moo 6 Laharn

Bangbuathong, Nonthaburi  11110

Tel.   02 925 6300 ext 136

Fax   02 925 6350

Mobile Phone  087 926 6180

Email address : prapapor...@dhl.com

 

www.dhl.com

P Please consider the environment before printing this e-mail

 


From: sia...@googlegroups.com [mailto:sia...@googlegroups.com] On Behalf Of anantasait
Sent: Wednesday, November 19, 2008 12:54 PM
To: nootsara...@chq.alstom.com
Cc: sia...@googlegroups.com
Subject: [SIAMHRM.COM :8950] Re: การลาป่วย และลาคลอด

Preecha

unread,
Feb 3, 2009, 4:09:30 AM2/3/09
to Prapaporn Makkum (DHL TH), anantasait, nootsara...@chq.alstom.com, sia...@googlegroups.com

-           การลาป่วยทั่ว ๆ ไปที่ไม่ได้เกิดจากการทำงานให้นายจ้าง เป็นสิทธิของลูกจ้างลาได้ตามระยะเวลาที่ป่วยจริง และถ้าตามกฎหมาย นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าจ้างก็ได้ใช่ไหมครับ เพราะค่าจ้างเกิดจากการทำงานของลูกจ้างให้กับนายจ้าง

-           แต่โดยทั่วไปนายจ้างก็จะไม่เข้มงวดขนาดนั้น ซึ่งโดยมากก็จะกำหนดเป็นระเบียบข้อบังคับ ว่าให้ลาป่วยได้ไม่เกิน 30 วัน/ปี โดยที่นายจ้างจะจ่ายค่าจ้างให้

-           ที่ผมให้ความเห็นมาถูกต้องหรือไม่ กรูราช่วยตอบให้ทราบหน่อย จักเป็นพระคุณอย่างยิ่ง

ปรีชา เลาหภคกุล

 


<BR

Moo Wan

unread,
Feb 3, 2009, 9:57:56 PM2/3/09
to prapapor...@dhl.com, sia...@googlegroups.com

เรียนคุณแหม่ม
 
เคย Save File นี้ไว้จากความอนุเคราะห์ของเพื่อนในกลุ่ม ลองเปิดดูนะคะ
 
 
หมูหวานออนไลน์-


ตารางคำนวณวันลาคลอด.xls

Nattawut

unread,
Feb 3, 2009, 7:40:15 PM2/3/09
to Preecha, Prapaporn Makkum (DHL TH), anantasait, nootsara...@chq.alstom.com, sia...@googlegroups.com

 

 

-           การลาป่วยทั่ว ๆ ไปที่ไม่ได้เกิดจากการทำงานให้นายจ้าง เป็นสิทธิของลูกจ้างลาได้ตามระยะเวลาที่ป่วยจริง และถ้าตามกฎหมาย นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าจ้างก็ได้ใช่ไหมครับ เพราะค่าจ้างเกิดจากการทำงานของลูกจ้างให้กับนายจ้าง(ผมไม่เข้าใจว่า ค่าจ้างเกิดจากการทำงานของลูกจ้าง หมายถึงอะไร แต่การลาป่วย ไม่ว่าจะลาป่วยเนื่องจากอะไร สามารถลาได้ 1-2 วัน ไม่ต้องมีใบรับรองแพทย์ แต่ 3 วัน เป็นต้นไป ต้องมีใบรับรองแพทย์และใบรับรองแพทย์ต้องระบุวันที่ลาด้วย น่ะ)

-           แต่โดยทั่วไปนายจ้างก็จะไม่เข้มงวดขนาดนั้น ซึ่งโดยมากก็จะกำหนดเป็นระเบียบข้อบังคับ ว่าให้ลาป่วยได้ไม่เกิน 30 วัน/ปี โดยที่นายจ้างจะจ่ายค่าจ้างให้ (ถูกต้องครับ 30 วันต่อปี แต่ ผมว่ามันอยู่ที่วิธีการปฎิบัติ)

Sureena Surakitkoson

unread,
Feb 4, 2009, 2:51:35 AM2/4/09
to Nattawut, Preecha, Prapaporn Makkum (DHL TH), anantasait, nootsara...@chq.alstom.com, sia...@googlegroups.com

 

ผมไม่เข้าใจว่า ค่าจ้างเกิดจากการทำงานของลูกจ้าง หมายถึงอะไร

 

หลักการจ้างงาน   NO WORK, NO PAY        เว้นแต่กฎหมายกำหนดชัดแจ้งว่าให้นายจ้างจ่าย แม้ว่าลูกจ้างจะไม่มาทำงานก็ตาม

 

ตัวอย่าง กฎหมายกำหนดเรื่องลาป่วย

มาตรา 32  ให้ลูกจ้างมีสิทธิลาป่วยได้เท่าที่ป่วยจริง

มาตรา 57 ให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างในวันลาป่วยตลอดระยะเวลาที่ลา แต่ปีหนึ่งต้องไม่เกิน  30 วันทำงาน ต่อปี

       (หมายความว่า ลาป่วย 30 วันทำงาน ต่อปี  เป็นลาแบบได้รับค่าจ้าง)

 

 


From: sia...@googlegroups.com [mailto:sia...@googlegroups.com] On Behalf Of Nattawut


Sent: Wednesday, February 04, 2009 7:40 AM
To: 'Preecha'; 'Prapaporn Makkum (DHL TH)'; 'anantasait'; nootsara...@chq.alstom.com
Cc: sia...@googlegroups.com

adisorn klinpikul

unread,
Feb 5, 2009, 3:34:19 AM2/5/09
to pre...@rth.co.th, sia...@googlegroups.com

A.สวัสดีครับ อดิศร ครับ

        เรื่องการลาป่วยของลูกจ้าง จะเกี่ยวข้องกับ พรบ.คุ้มครองแรงงาน 2 มาตรา ครับ

 

    มาตรา 32 จะระบุถึงสิทธิของลูกจ้างในการลาป่วย ซึ่งเขียนไว้ว่า ให้ลูกจ้างมีสิทธิในการลาป่วยได้เท่าที่ป่วยจริง และเงื่อนไขของหลักฐานใบรับรองแพทย์ของลูกจ้าง ที่ระบุว่าการลาตั้งแต่สามวันทำงานขึ้นไปให้ลูกจ้างแดงใบรับรองแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่งหรือสถานพยาบาลของรัฐต่อนายจ้าง หากลูกจ้างไม่สามารถแสดงใบรับรองแพทย์ได้ ให้ลูกจ้างชี้แจงต่อนายจ้างทราบ รวมทั้งระบุว่าการเจ็บป่วยอันเนื่องมาจากการทำงานมิให้ถือเป็นการลาตามมาตรา 32 นี้ครับ

 

   มาตรา 57  ให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างให้ลูกจ้างที่ลาป่วยตามมาตรา 32  ตลอดระยะเวลาที่ลา แต่ปีหนึ่งต้องไม่เกินสามสิบวัน  ซึ่งในทางปฏิบัติที่ถูกต้องและไม่ขัดต่อกฎหมายนั้น นายจ้างจะต้องจ่ายค่าจ้างในการลาป่วยให้ลูกจ้างไม่น้อยกว่าสามสิบวันนะครับ ตรงนี้กฎหมายใช้คำผิดไป ว่าไม่เกิน ซึ่งที่จริงแล้วต้องใช้คำว่าไม่น้อยกว่าสามสิบวันครับ เพราะหากยึดตามกฎหมายที่เขียนว่าไม่เกินสามสิบวัน นายจ้างอาจจะจ่ายค่าจ้างให้ลูกจ้างที่ลาป่วยเพียงวันเดียวก็ได้ ซึ่งขัดต่อเจตนารมณ์ในการให้สิทธิต่อลูกจ้าง

 

  สองมาตรานี้ทำให้เวลานายจ้างเอาไปใช้มักจะคลาดเคลื่อนโดยเข้าใจว่าลูกจ้างมีสิทธิการลาป่วยปีหนึ่งไม่เกินสามสิบวัน และเขียนข้อบังคับการทำงานไว้ว่า อนุญาตให้ลูกจ้างลาป่วยได้ปีหนึ่งไม่เกินสามสิบวัน ซึ่งผิดกฎหมายครับ ลูกจ้างมีสิทธิลาป่วยได้เท่าที่ป่วยจริง ตามมาตรา 32 หมายความว่าลูกจ้างจะลาป่วยปีหนึ่งกี่วันก็ได้หากลูกจ้างป่วยจริง นายจ้างก็ต้องให้สิทธิลูกจ้างลา แต่นายจ้างอาจจ่ายค่าจ้างให้ลูกจ้างที่ลาป่วยเพียงสามสิบวันเท่านั้นตามมาตรา 57 หรืออาจจะให้ค่าจ้างมากว่าสามสิบวันก็ได้ ถือว่าเป็นประโยชน์ต่อลูกจ้าง แต่จะไปจ่ายน้อยกว่าสามสิบวันไม่ได้ครับ ส่วนกรณีที่ลูกจ้างลาป่วยโดยไม่ได้ป่วยจริงนั้น หากนายจ้างมีหลักฐานชัดเจนก็สามารถพิจารณาโทษทางวินัยได้ โดยเฉพาะหากการลาของลูกจ้างที่ลาเท็จนั้น ทำให้นายจ้างได้รับความเสียหายเช่นนายจ้างจะต้องจ่ายค่าจ้างให้โดยที่ลูกจ้างไม่ได้ป่วยจริง เท่ากับว่าลูกจ้างแสวงหาผลประโยชน์อันมิควรได้ ซึ่งเป็นการกระทำที่เข้าข่ายทุจริตต่อหน้าที่ เข้าข่าย มาตรา 119 (1 ) ซึ่งนายจ้างอาจเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยได้ครับ แต่ทั้งนี้ก็ขอให้ดูเจตนาด้วยนะครับ อาจจะลดโทษมาเป็นการตักเตือนเป็นหนังสือ หรือพักงานโดยไม่จ่ายค่าจ้างก็ได้

 

   ส่วนกรณีเรื่องของใบรับรองแพทย์นั้น ถึงแม้ลูกจ้างจะไม่มีใบรับรองแพทย์มาแสดงต่อนายจ้าง นายจ้างก็ไม่สามารถที่ไม่อนุญาตให้ลาหรือตัดค่าจ้างได้ครับ เพราะกฎหมายของเพียงว่าให้ลูกจ้างชี้แจงต่อนายจ้างเท่านั้น   

อดิศร




From: pre...@rth.co.th
To: prapapor...@dhl.com; anant...@gmail.com; nootsara...@chq.alstom.com
CC: sia...@googlegroups.com
Subject: [SIAMHRM.COM :10482] Re: การลาป่วย และลาคลอด
Date: Tue, 3 Feb 2009 16:09:30 +0700

Reply all
Reply to author
Forward
0 new messages