มะเร็งทางอารมณ์

1 view
Skip to first unread message

iSuccess

unread,
Aug 6, 2008, 11:34:50 PM8/6/08
to
มะเร็งทางอารมณ์
'ฉันควรทำอะไรจึงจะเหมาะสมและเป็นการแก้ไขสถานการณ์ที่กำลังเผชิญอยู่นี้'

มะเร็ง ทางอารมณ์ทั้งห้านี้จะแพร่กระจายเซลล์ร้ายเข้าไปสู่ความสัมพันธ์ของทีมงาน รวมถึงวัฒนธรรมขององค์กร ทำให้องค์กรมีความแตกแยก แบ่งเป็นฝักเป็นฝ่าย ไม่สามารถรวมพลังและปลดปล่อยศักยภาพที่จะมุ่งสู่การบริหารและทำงานอย่างมี ประสิทธิภาพได้

หัวข้อนี้เขียนถึงบ่อยมาก หยิบยกมาบรรยายก็บ่อยครั้ง แต่ก็ยังเห็นพฤติกรรมของคนจำนวนมาก ที่เข้าข่ายเป็นมะเร็งทางอารมณ์ และที่สำคัญไม่รู้ตัวว่าตนเองกำลังแพร่กระจายเชื้อโรคร้ายให้เกาะกินทำลาย องค์กร หรือสังคม ทั้งนี้เพราะเหตุว่าไม่เคยได้สังเกตทัศนคติและพฤติกรรมของตนเอง และซ้ำร้ายไปกว่านั้น ไม่ยินดีรับฟังความเห็นที่มาจากคนรอบข้าง ไม่ว่าจะมาจากเจ้านาย เพื่อนร่วมงาน หรือลูกน้อง เพราะการปิดกั้นทางทัศนคติจนทัศนวิสัยแทบมืดมิด!  มะเร็งทางอารมณ์ได้ปิดหูปิดตา ปิดโอกาสและสิ่งดีๆ ทั้งหลายไม่ให้เกิดขึ้นกับทั้งตัวเองและองค์กร

สตีเฟ่น อาร์  โควีย์ ผู้เขียนหนังสืออุปนิสัยที่ 8 จากประสิทธิผลสู่ความยิ่งใหญ่ (The 8th Habit) ได้กล่าวไว้ว่า หากในองค์กรของคุณมีคนที่มีทัศนคติในเชิงลบต่อทุกเรื่องราวที่เกิดขึ้น มักกล่าวโทษผู้อื่นหรือปัจจัยอื่นเสมอโดยไม่ได้ไตร่ตรองด้วยสติปัญญาและ เหตุผล มีอารมณ์ฉุนเฉียวหงุดหงิดง่าย มีพฤติกรรมหมกมุ่นอยู่กับเรื่องที่ตนเองก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ หรือไม่พยายามหาวิถีทางในการเปลี่ยนแปลง เวลาคุยกับเพื่อนร่วมงานก็ผลัดกันเล่าเรื่องความขัดแย้งต่างๆ และส่งสารถึงกันในเรื่องที่เป็นการบั่นทอนสุขภาพจิตและความสามารถในการ เปลี่ยนแปลงในองค์กร

คุณกำลังเจอบุคคลที่เป็นมะเร็งทางอารมณ์เข้าแล้ว!

คนประเภทนี้จะปล่อยให้อดีตยึดอนาคตเอาไว้เป็นตัวประกัน คือ จะเป็นผู้ที่มีเรื่องมาก เรื่องยาว และเกือบร้อยทั้งร้อยเป็นเรื่องไร้สาระ จุกจิก ไม่สามารถมองเห็นภาพแบบองค์รวมได้ แต่จะมองเห็นรายละเอียดหยุมหยิม และนำมาต่อเป็นภาพมายาแห่งความคับแค้นใจ น้อยอกน้อยใจ ไม่พอใจว่าทำไมจึงเป็นผู้ถูกกระทำ และได้แพร่มะเร็งทางอารมณ์ให้กระจายกัดกร่อนองค์กรทีละเล็กทีละน้อยโดยไม่ รู้ตัว อันได้แก่ การวิพากษ์วิจารณ์ การบ่น การเปรียบเทียบ การแข่งขัน และ การแก่งแย่งชิงดีกัน

มะเร็งทางอารมณ์ทั้งห้านี้จะแพร่กระจายเซลล์ร้ายเข้าไปสู่ความสัมพันธ์ ของทีมงาน รวมถึงวัฒนธรรมขององค์กร ทำให้องค์กรมีความแตกแยก แบ่งเป็นฝักเป็นฝ่าย ไม่สามารถรวมพลังและปลดปล่อยศักยภาพที่จะมุ่งสู่การบริหารและทำงานอย่างมี ประสิทธิภาพได้ เนื่องด้วยต้องใช้เวลาทุกอย่างในชั่วโมงทำงานและหลังเลิกงานในการขจัดกับ ปัญหาหรืออาการทางโรคร้ายที่แพร่มาจากมะเร็งทางอารมณ์

แต่ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ มีวิธีในการแก้ไขกับโรคมะเร็งร้ายนี้ นั่นคือ ให้ผู้ที่มีปัญหากับโรคร้ายนี้ หมั่นถามตัวเองบ่อยๆ ว่า 'ฉันควรทำอะไรจึงจะเหมาะสม และเป็นการแก้ไขสถานการณ์ที่กำลังเผชิญอยู่นี้' เพราะหากเราได้มีโอกาสทบทวนบทบาทตนเองบ่อยๆ เราจะมองหาทางออกเอง หรือไม่ก็จะตระหนักขึ้นมาได้ว่า อ้อ! เจ้าตัวปัญหาที่สำคัญก็คือ ทัศนคติของเราเอง! จึงเป็นการแก้ปัญหาจากภายในสู่ภายนอกที่เปี่ยมไปด้วยพลัง เพราะทุกครั้งที่เราคิดว่า ปัญหาอยู่นอกตัวเรา โปรดจงรู้ไว้ว่า ความคิดและทัศนคติแบบนั้นเองคือ ตัวปัญหา!

คงไม่ต้องบอกนะครับว่า ทุกคนเบื่อหน่ายเพียงใดกับผู้ที่ดีแต่บ่น แต่ไม่หาหนทางแก้ไขสิ่งใดให้ดีขึ้น (หรือพยายามไม่มากพอ) และเอาแต่คอยจ้องว่าผู้อื่นว่าเป็นผู้ทำลายล้าง ไม่สนับสนุน ไม่ส่งเสริม ไม่เห็นอกเห็นใจแต่คอยจะห้ำหั่นกันอย่างเดียว

ขอฝากคาถาที่ สตีเฟ่น โควีย์ แนะนำให้ผู้ที่เป็นมะเร็งทางอารมณ์สวดภาวนาบ่อยๆ คือ ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประทานความสงบเย็น (ผมขอเพิ่ม...และ สติสัมปชัญญะ)

เพื่อยอมรับสิ่งที่ฉันไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้

เพื่อความกล้าในการเปลี่ยนแปลงสิ่งที่ฉันสามารถทำได้

เพื่อปัญญาหยั่งรู้ถึงความแตกต่าง

และสุดท้าย ยาฉมังที่จะต่อกรกับโรคร้ายนี้ คือ ต้องปลูกฝังให้ทุกคนในองค์กรมีทัศนคติเชิงบวกเป็นพิเศษ Unusually Positive Attitude เพื่อเป็นวัคซีนสกัดการแพร่ของมะเร็งทางอารมณ์

ขอเน้นว่า ต้องบวกเป็นพิเศษถึงจะเอาอยู่!



--
##########################
ความสำเร็จไม่มีขาย อยากได้ต้องทำเอง
เป้าหมายชัดเจน วิธีการยืดหยุ่นได้
หมั่นทำความดี คุณจะสุขใจและมั่งคั่ง
http://aacp4u.blogspot.com/
e-mail: aacp.hr@gmail.com
##########################

Reply all
Reply to author
Forward
0 new messages