หากจะถามถึงลำดับขั้นตอนในการดำเนินการ
อาจจะพอแบ่งปันข้อมูลได้นะคะ
กรณีที่ 1 ในตอนแรกให้ทำตำแหน่งวิศวกรโรงงาน
แต่ทำไป 1 เดือนไม่น่าพอใจเลยย้าย
ต้องนำผลประเมิน จากความไม่พอใจ ของแผนกนั้น ๆ
มาแนบ
กรณีที 2 ให้ไปอยู่ในส่วนของเขียนแบบ
แต่พอถึง เดือนที่ 2 ก็ไม่น่าพอใจอีก
ก็ให้แผนกเขียนแบบประเมินผลการทดลองงาน
นำมาแนบ
หลังจากนั้น
ก็แจ้งเรื่องการไม่ผ่านทดลองงานให้พนักงานทราบ
โดยอ้างอิงหลักฐานและผลการประเมินจากแผนกต่างๆให้ทราบตามขั้นตอน
อาจจะลำบากใจในการแจ้ง เพราะส่วนมากงานบุคคล
ต้องเข้มแข็งในเรื่องความรู้สึก แม้อาจจะดูเหมือนใจร้าย
แต่หากปฎิบัติไปตามหน้าที่ความรับผิดชอบ
นั่นคือสิ่งที่ถูกต้องแล้วคะ
(ในบางกรณีอาจจะบวกในเรื่องของคุณธรรมและศีลธรรมไปด้วย)
หากมีเอกสารอ้างอิง
จะเพิ่มน้ำหนักในการพูดคุยอีกทั้งเป็นการแจ้งด้วยหลักฐาน มิได้กล่าวหาลอย
ๆคะ
เอาใจช่วยคนทำงานนะคะ
เพื่อน ๆ ครับ ขอแชร์ความคิดเห็นนะครับ
เรื่องการต่อ
PRO พนักงานขอให้แยกพิจารณาเป็นเรื่อง ๆ นะครับ อย่าปนกัน
คือ
1.การนับอายุงาน
2.การทดลองงานเพื่อบรรจุเป็นพนักงานประจำเพื่อให้มีผลต่อสวัสดิการของพนักงานประจำและพนักงานทดลองงาน
3.การที่ต้องจ่ายค่าชดเชยกรณีเลิกจ้าง
กล่าวคือ
1.การนับอายุงาน
ตามเจตนารมย์ของ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน
การที่นายจ้างกำหนดให้ลูกจ้างทำงานไปตลอดหรือให้หยุดเป็นช่วง ๆ
ก็ตามโดยมีเจตนาเพื่อไม่ให้ลูกจ้างได้สิทธิในเรื่องอายุงาน
กรณีนี้มีคำพิพากษาศาลฎีกาคดีแรงงานบ่อย ๆ
นะครับว่าการนับ
อายุงานนั้นศาลจะนับรวมหมดเลยนะครับ
ไม่ว่าจะมีช่วงที่นายจ้างเจตนาให้ลูกจ้างหยุดหรือพักงานเป็นช่วง ๆ
ก็ตาม
2.การทดลองงานไปเรื่อย ๆ
เพื่อหลีกเลี่ยงการจ่ายสวัสดิการเมื่อเป็นพนักงานประจำ
กรณีนี้ต้องเป็นบริษัทฯ ที่มีสวัสดิการแยกอย่างชัดเจนตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน
ว่าพนักงานทดลองงานจะได้
สวัสดิการที่น้อยกว่าพนักงานประจำ
กรณีนี้สมัยก่อนอาจทำได้ แต่สมัยนี้ตาม พ.ร.บ.ฉบับใหม่
ก็ไม่รอดครับ
พิจารณาตามหลักธรรมาภิบาล บริษัทฯ
ไหนทำแบบนี้ ไม่เป็นผลดีแก่บริษัทฯ เลย
อธิบายเจ้านายเลยครับ
พิจารณาตามหลักกฎหมาย
ก็ทำไม่ได้แล้วเช่นกันครับ ยิ่งถ้าท่านจะทำ มรท.8001
นี่ยิ่งจบข่าวเลยครับ
พิจารณาว่าพนักงานคนนี้เมื่อทดลองงานไปแล้วยังไม่ดีพอที่จะบรรจุเป็นพนักงานประจำ
ก็พิจารณาได้ 2 อย่าง คือ
- การทำ
OJT ของบริษัทฯ คงมีปัญหาแน่ๆ หาทางแก้ที่ต้นเหตุ ด้วยการวิเคราะห์ปัญหาจากสูตร 4M
และแนวทางการ
แก้ปัญหาเชิงป้องกันตามสูตร 4W1H
ดีกว่าครับ
- ทดลองงานมา 119 วัน
ยังปรับตัวไม่ได้ อย่าไปจ้างต่อเลยครับ คนเรานะ 119 วัน ไม่ว่าจะระดับ operation
หรือ staff ก็ไม่น่าจะเกิน 119 วัน ในฐานะที่ทำงานด้านนี้มาพอสมควร
ขอให้แนวการทดลองงานดังนี้
ระยะ 30 วันแรก
เป็นการทดลองปรับตัวพนักงานให้เข้ากับงานที่รับผิดชอบและสังคมในหน่วยงาน
ไม่น่ามองเรื่องประสิทธิภาพหรือความผิดพลาดที่เกิดขึ้น
ควรมีการประเมินเพื่อปรับพฤติกรรมครับ
ไม่ควรประเมินเพื่อเลิกจ้าง
ระยะ
31 - 90 วัน
เป็นการทบทวนหรือประเมินว่าหลังจากที่พนักงานได้รับทราบการปรับปรุงตัวแล้ว
ทำได้ดีในระดับใด ระยะนี้ควรเริ่มมองเรื่องความผิดพลาดในงานต้องน้อยลง
ประสิทธิภาพควรจะเพิ่มขึ้นบ้าง
ระยะสุดท้าย
ต้อง coaching เพื่อแจ้งให้พนักงานทดลองงานได้ทราบเลยว่า รอด หรือ ไม่รอดแน่
3.กรณีพิจารณาเรื่องการจ่ายค่าชดเชย
ถ้าจะเลิกจ้างพนักงานทุกครั้ง ทุกคน ทุกเวลา ให้พิจารณาง่าย ๆ
คือ
3.1
ดูก่อนว่าการเลิกจ้างนี้เป็นกรณีที่ต้องจ่ายค่าชดเชยหรือไม่
3.2 ถ้าเป็นกรณีที่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้พนักงาน
ให้ดูดังนี้
3.2.1 ค่าบอกกล่าวล่วงหน้า (ง่าย ๆ คือ 1
งวดค่าจ้าง)
3.2.2 ค่าชดเชยตามอายุการทำงาน
จาก 3.2.2
ก็ไปดูว่าทำงานมากี่วัน ถ้าน้อยกว่า 120 วัน ก็ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย ถ้าเกิน 120 วัน
ก็ต้องจ่ายค่าชดเชย
ไม่ว่าท่านจะให้พนักงานทดลองงานทำงาน 60 วัน แล้วหยุด 1
สัปดาห์ แล้วมาทดลองงานต่ออีก 60 วัน ยังไม่พอใจ ก็ให้หยุดอีก 1 สัปดาห์
แล้วมาทดลองงานต่ออีก 60 วัน ครั้งหลังถ้าไม่ดีขึ้นก็จะเลิกจ้าง กรณีนี้เข้า 3.2.2
ครับ
ลองดูนะครับ