สี
ถ้าคนที่ซื้อบ้านใหม่คงไม่มีปัญหาเรื่องนี้แน่นอนเพราะโครงการเค้าเป็นคนจัดการให้
แต่ถ้าท่านปลูกบ้านเองหรือเป็นบ้านเก่าต้องการจะทาสีใหม่อาจมีปัญหาว่าจะใช้สียี่ห้ออะไรดี
แล้วคุณภาพแต่ละรุ่นต่างกันหรือเปล่า ผมขอเล่าปัญหาของผมแล้วกันนะครับ เท่าที่รู้ๆกันอยู่ก็คือสีมีหลายเกรดหลายระดับคุณภาพและราคา
มันยังแบ่งเป็นให้ทาภายใน ภายนอก และใช้ได้ทั้งภายในและภายนอก มีแบบเช็ดล้างได้ และอื่นๆอีก
ตามที่เทคโนโลยีจะพัฒนาไป รวมทั้งการตลาดที่พยายามจะหลอกล่อผู้บริโภค เรื่องของคุณภาพของสีผมจะไม่พูดถึงนะครับเอาเป็นว่าใครพอใจใช้แบบไหนก็ตามกำลังทรัพย์ก็แล้วกัน
สิ่งที่ผมจะเล่าก็คือแล้วเราจะใช้เท่าไหร่แล้วมันถูกหรือแพงกว่าเมื่อเทียบกันอีกยี่ห้อ
(แต่ก่อนอื่นท่านต้องเอารุ่นที่อยู่ในระดับเดียวกันมาเปรียบเทียบนะครับ
ไม่ใช้เอารุ่นสูงมาเปรียบกับรุ่นต่ำกว่า) บางท่านอาจบอกอะไรกันเรื่องง่ายๆก็เอาพื้นที่ทั้งหมดที่คำนวณได้หารด้วยจำนวนของพื้นที่ที่ทาได้ต่อถังหรือกระป๋องของสีก็จะได้จำนวนออกมา
ไอ้ปริมาณพื้นที่ที่ทาสีได้ต่อกระป๋องหรือต่อถังของสีนี้แหละครับมันเป็นปัญหาสำหรับผมอย่างมาก
เพราะมันไม่ได้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งหมด เช่นบางยี่ห้อให้ทั้งลิตรกับแกลอน บางยี่ห้อดันมีแต่ขนาดกลางไม่มีขนาดใหญ่
แถมบางยี่ห้อขนาดใหญ่แพงกว่าเมื่อซื้อขนาดกลางรวมกัน เป็นต้น คราวนี้เรามาเริ่มดูข้อมูลเท่าที่ผมมี
เป็นแค่ตัวอย่างนะครับ
ขั้นแรก
เราก็ต้องหาข้อมูลของสีที่เราสนใจก่อนนะครับ ใครชอบสียี่ห้อไหนก็รุ่นอะไรก็หาโบว์ชัว
หรือแคตตาล็อก หรือไม่ก็ถามพนักงานขายดูครับว่าสีนี้ดียังไงทาได้เท่าไหร่ต่อกระป๋อง
ต่อถัง มีขนาดอะไรบ้าง เป็นต้น
ขั้นที่สอง
เราก็มาดูขนาดบรรจุกับพื้นที่การทาสีปกคลุมต่อเทียวครับว่ากี่ตรม.
ยกตัวอย่างของสีเบเยอร์ก่อนนะครับ เป็นรุ่น TOTAL IN ONE ใช้ได้ทั้งภายในและภายนอก ขนาดบรรจุมีขนาด 5 ลิตร
กับ 15 ลิตร (ตามรูปประกอบครับ)
ตัวอย่าง brochure หรือ catalogue


คราวนี้เรามาดูที่คุณสมบัติกัน การปกคลุ่มพื้นที่/ตรม./แกลลอน/เที่ยว
เท่ากับ 25 – 30 ตรม. คนโง่อย่างผมก็งงหละสิครับ
ก็พี่มีขนาดเป็นลิตร แต่บอกหน่วยที่คุณสมบัติเป็นแกลลอน อย่างงี้ก็ต้องแปลงค่ากันก่อน
แปลงมาได้เป็น 1 แกลลอน เท่ากับ 3.78541178 ลิตร เอาเป็นว่าผมคิดที่ 3.875 แล้วกันนะครับ
(ใช้แกลลอนตามมาตรฐานของอเมริกานะครับ ไม่ใช้ของอังกฤษ)
ต่อมาเราก็ต้องเทียบบัญญัติตรายางค์กันต่อครับจาก
1 แกลลอน ทาสีได้ 25 – 30 ตรม. ->
3.785 ลิตร ทาสีได้ 25 – 30 ตรม.
1 ลิตร ทาสีได้ 6.605 – 7.926 ตรม. ->
5 ลิตร ทาสีได้ 33.025 – 39.63 ตรม.
15 ลิตร ทาสีได้ 99.075 – 118.89 ตรม.
แต่ครับ ผมลองเดินสำรวจดู ขนาดบรรจุที่ขายจริงกลับมีขนาด 9.4
ลิตร กับ 5 ลิตร
อันนี้ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ควรระวังนะครับ
9.4 ลิตร ทาสีได้ 62.087 – 74.504 ตรม.
อีกตัวอย่างครับสีทีโอเอรุ่น 7 in 1 ใช้ทาภายนอกแต่จะเอามาใช้ภายในก็ยิ่งดีครับ
ขนาดบรรจุมีขนาด 5 ลิตร กับ 15 ลิตร
(ตามรูปประกอบครับ)


คุณสมบัติ การปกคลุ่มพื้นที่/ตรม./5ลิตร/เที่ยว
เท่ากับ 26 – 28 ตรม.
1 ลิตร ทาสีได้ 5.2 – 5.6 ตรม.
5 ลิตร ทาสีได้ 26 – 28 ตรม. -> 15 ลิตร ทาสีได้ 78 – 84 ตรม.
แต่ที่ขายกันจริงๆตาม modern trade home pro, home work กลับมีแต่ขนาด 5 กับ 10 ลิตร
10 ลิตร ทาสีได้ 52 – 56 ตรม.
ตัวอย่างต่อมาเป็นสีนิปปอนรุ่น 3 in 1 ใช้ได้ทั้งภายในและภายนอกครับ
ขนาดบรรจุมีขนาด 5 ลิตร กับ 15 ลิตร
1 ลิตร ทาสีได้ 5 – 6 ตรม.
5 ลิตร ทาสีได้ 25 – 30 ตรม. -> 15 ลิตร ทาสีได้ 75 – 90 ตรม.
1 แกลลอน ทาสีได้ 18.925 – 22.71 ตรม. ->
2.5 แกลลอน ทาสีได้ 47.323 – 56.775 ตรม.
ตัวอย่างคราวๆแค่นี้แล้วกันนะครับ ท่านใดจะใช้สีอะไรรุ่นไหนก็ลองหาแคตตาล็อกมาคำนวณดูนะครับ
เมื่อได้จำนวนพื้นที่ที่ทาสีได้ต่อตรม.ของสีแต่ละรุ่นแล้ว ผมขอย้ำนิดหนึ่งนะครับว่าต้องคำนวณตามขนาดบรรจุที่เค้ามีขายนะครับ
เพราะเวลาเราซื้อยังไงก็ต้องซื้อเป็นถังตามที่เค้าขายอยู่แล้ว
สมมติว่าสีทีโอเอรุ่น 70 in 1 เค้ามีขนาด 5 ลิตร กับ 15 ลิตร เวลาเราซื้อเราก็ต้องซื้อตามขนาดบรรจุของเค้าอยู่แล้วคือไม่
5 ก็ 15 ลิตร ถ้าเราเอาแกลลอนไปคำนวณหรือว่าคำนวณผิดมันจะยุ่งนะครับ
ขั้นตอนสาม
คือการคำนวณปริมาณสีที่จะใช้ว่าต้องใช้กี่ถังกี่ลิตรกี่แกลลอน
สีไหนขายเป็นแกลลอนก็ใช้แกลลอนคำนวณ ส่วนสีไหนขายเป็นลิตรก็ใช้ลิตรคำนวณนะครับ
อีกข้อนะครับคือเกือบทุกยี่ห้อขนาดใหญ่สุดจะมีเฉพาะสีนะครับไม่ได้มีทุกสีที่เราต้องการ
ควรดูรายละเอียดของสีให้ดีก่อน แล้วก็จะมีขายเฉพาะที่ร้านขายสีที่ไม่ใช้ homepro
homework ส่วน homepro homework จะขายทุกขนาดยกเว้นขนาดใหญ่ครับ
(เน้นสีผสมมากกว่าจะได้ไม่ต้องสต็อกสินค้าเยอะครับ)
สมมติว่าปริมาณพื้นที่ที่เราจะทาสีมีทั้งหมด 200 ตรม.
ถ้าเป็นสีทีโอเอ 7in1 ใช้ทั้งหมดเท่ากับ 2
ถังใหญ่(15 ลิตร) กับอีก 2 ถังเล็ก(5 ลิตร) ก็จะได้พื้นที่ทั้งหมดเท่ากับ
78 ตรม./15 ลิตร คูณ 2 ถัง
เท่ากับ 156 ตรม.
26 ตรม./5 ลิตร คูณ 2 ถัง
เท่ากับ 52 ตรม.
รวม เท่ากับ 208 ตรม.
แต่ถ้าเราจะไปซื้อของที่ home pro หรือ home
work จะไม่มีถังใหญ่ก็จะต้องคำนวณใหม่เป็น
ขนาด 10 ลิตร จำนวน 4 ถัง
ได้พื้นที่ 208 ตรม.
หรือถ้าเป็นสีไอซีไอ รุ่น Hydro fresh ใช้ทั้งหมดเท่ากับ
1 ถังใหญ่ (5 แกลลอน) หรือ 2 ถังกลาง(2.5 แกลลอน)
100 ตรม./2.5 แกลลอน คูณ 2 ถัง เท่ากับ 200 ตรม.
200 ตรม./5 แกลลอน คูณ 1 ถัง เท่ากับ 200 ตรม.
แต่ถ้าเราจะไปซื้อของที่ home pro หรือ home
work จะไม่มีถังใหญ่ก็จะต้องคำนวณใหม่เป็น
9 ลิตร คูณ 2 ถัง เท่ากับ 190 ตรม.
3 ลิตร คูณ 1 ถัง เท่ากับ 30 ตรม.
อันนี้เป็นตัวอย่างครับ ใครเล็งสียี่ห้อไหนรุ่นอะไรก็ลองคำนวณเอาไว้เปรียบเทียบกันดูครับ
ขั้นตอนที่สี่
เมื่อได้จำนวนการใช้มาเรียบร้อยแล้วคราวนี้เรามาเปรียบเทียบกับราคาครับ
ถ้าสีที่เลือกคุณภาพต่างกันมากไม่ต้องใช้วิธีที่ผมแนะนำก็ได้ครับเพราะมันต่างกันโดยธรรมชาติอยู่แล้ว
เสียเวลาท่านเปล่าๆ แต่ถ้าคุณภาพใกล้เคียงกันก็จะเป็นประโยชน์กว่าครับ
ผมขอยกตัวอย่างตามจำนวนพื้นที่ข้างต้นนะครับ ลำดับแรกก็ทำตามขั้นตอนที่ผมเขียนไว้ข้างต้นจนเราสามารถเลือกสีที่อยู่ในใจไว้สักสามสี่อันเอาไว้หรือใครจะมากกว่าก็ได้นะครับ
สมมติว่าดูไว้สามยี่ห้อมี เบเยอร์ ทีโอเอ และ ไอซีไอ คราวนี้มาดูรุ่น เบเยอร์มีดูรุ่น
Total in One กับ Shield, ทีโอเอเลือกรุ่น
7 in 1 กับ Super shield, ส่วน
ไอซีไอผมดูรุ่น Weather shield กับ Hydro fresh ในแง่คุณสมบัติก็จะมีเบเยอร์รุ่น Total in One ทีโอเอรุ่น
7in1 กับ นิปปอน 3 in 1 ที่ใกล้เคียงกันคือปกปิดรอยแตกลายงา
สามอันนี้ผมจัดอยู่ในกลุ่มเดียวกันก่อน กับอีกกลุ่มผมจัดเบเยอร์ Shield, ทีโอเอ Super Shield กับ ไอซีไอ Hydro fresh อยู่อีกกลุ่มส่วน ไอซีไอ Weather shield ผมตัดทิ้งครับคุณสมบัติใกล้เคียง
Hydro fresh แต่ Hydro fresh เป็นรุ่นสูงสุดของไอซีไอและราคาต่างกันไม่มากครับ
คราวนี้เรามาดูเรื่องจำนวนการใช้ตัวอย่างของทีโอเอรุ่น 7in1 กับ ไอซีไอรุ่น Hydro fresh ผมอธิบายไปแล้วเรามาดูส่วนที่เหลือกัน
เบเยอร์รุ่น Total in One คำนวณได้ 2 ถังใหญ่(15 ลิตร) หรือ 9.4 ลิตร
3 ถัง บวกกับ 5 ลิตร 1 ถัง
เบเยอร์รุ่น Shield คำนวณได้ 1 ถังใหญ่(5แกลลอน) กับ 1 ถัง(1
แกลลอน) หรือ 2.5 แกลลอน 2 ถัง 1 แกลลอน 1ถัง
ทีโอเอรุ่น Super Shield คำนวณได้ 1ถัง(5 แกลลอน) กับ 1 ถัง(1
แกลลอน) หรือ 2.5 แกลลอน 2 ถัง กับ 1 แกลลอน 1 ถัง
นิปปอนรุ่น 3in1 คำนวณได้ 4 ถัง(2.5 แกลลอน) กับ 1 ถัง(1
แกลลอน)
การคำนวณทั้งหมดผมยึดพื้นที่ต่อตรม.ที่ทาสีปกคลุมได้จำนวนค่าฝั่งน้อยไว้ก่อนนะครับ
ยังไงก็เกินดีกว่าขาดครับ เมื่อได้จำนวนที่จะใช้ของแต่ละยี่ห้อและรุ่นแล้วตอนนี้เราก็มาดูว่าราคาเป็นยังไงบ้างครับ
ราคาผมอ้างอิง วันที่ 13 มีนาคา 52 อาจมีการคลาดเคลื่อนกันบ้างนะครับ บ้างทีหรือบ้างท่านอาจมีส่วนลดหรือการส่งเสริมการขายทำให้ราคาถูกลงด้วยครับ
(L=ลิตร, GL=แกลลอน)
TOA 7 IN 1 15L = 2900, 10L = 1520 - 1750, 5L = 799 - 899
TOA SUPER SHIELD 5GL = 3370, 2.5GL = 1450 – 1550, 1GL = 630 – 645
BEGER TOTAL IN ONE 9.4L = 1610, 15L = 2750, 5L = 990 - 1010
BEGER SHIELD 1GL = 650 - 680, 5GL = 2750, 2.5GL = 1470 -1700
NIPPON 3 IN 1 1GL = 720 - 800, 2.5GL = 1490 - 1650
ICI HYDRO FRESH 1GL = 565 - 585, 5GL = 3660, 3L = 565 – 650, 9L =
1590 – 1720
สรุป การคำนวณเงินผมใช้ขนาดบรรจุที่มีขายใน home pro, home
work เป็นหลักนะครับ
TOA 7 IN 1 = 7000
TOA SUPER SHIELD = 3100 + 645 = 3745
BEGER TOTAL IN ONE = 4830 + 1010 = 5840
BEGER SHIELD = 3400 + 680 = 4080
NIPPON 3 IN 1 = 6600 + 800 = 7400
ICI HYDRO FRESH = 3440 + 650 = 4025
-ถ้าเป็นสียืดหยุ่นได้สีเบเยอร์ถูกที่สุดครับ
-ถ้าเป็นสีทำความสะอาดตัวเอง สีทีโอเอถูกสุด
-แต่ถ้าให้เลือกความคุ้มค่าคงต้องเป็นสีเบเยอร์รุ่น total in
one ครับ
สุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนตัวอีกนิดหน่อยครับ
ส่วนผมผมเลือกสีไอซีไอ เพราะเป็นเกรดสูงสุดของยี่ห้อนี้แล้วราคาต่ำกว่าสีเบเยอร์ในคุณสมบัติใกล้เคียงกัน
บวกความชอบส่วนตัวอีกนิดหน่อยครับ
บางท่านอาจคิดว่าทำไมผมต้องคิดอะไรมากมายอย่างงี้อยากใช้สีอะไรก็ซื้อเลยไม่เห็นจะต้องมาคำนวณอะไรเยอะแยะ
ส่วนตัวผมอยากทำอะไรที่คุ้มที่สุดกับเราได้ความพอใจสูงสุดประกอบกันด้วยครับ
หวังว่าท่านจะเป็นประโยชน์กับท่านที่จะทาสีกันบ้างนะครับ
Best regards,
P Please consider the environment before printing this email.