แบบวัดบุคลิกภาพ MBTI (Myers-Briggs Type Indicator)

2,279 views
Skip to first unread message

Warawan Suwan

unread,
Jan 28, 2010, 9:20:32 PM1/28/10
to sia...@googlegroups.com

เรียน สมาชิกทุกท่าน

 

มีใครเคยใช้ แบบวัดบุคลิกภาพ MBTI (Myers-Briggs Type Indicator) กับพนักงานบ้างคะ   หลังจากใช้แล้วเป็นอย่างไรบ้าง รบกวนแชร์ประสบการณ์ค่ะ

หรือใครเคยใช้ APM LEARNING เพื่อฝึกอบรมกับพนักงานบ้างคะ หลังจากใช้แล้วผลที่ตามมาเป็นอย่างไรบ้าง

 

Best regards

 

Warawan Suwan

HR Executive

Chemoscience (Thailand) Co.,Ltd

Tel .+662-717-5091-5 Ext 129

Fax.+662-713-7330

 

Kamon A.

unread,
Jan 28, 2010, 11:07:34 PM1/28/10
to Warawan Suwan, sia...@googlegroups.com
ขอแชร์เฉพาะ MBTI นะครับ เพราะ APM Learning ไม่เคยใช้ และก็ไม่รู้ว่าทาง APM นำทฤษฎีใดมาใช้ด้วยครับ
 
ผลของ MBTI ถ้าคนทำ ทำด้วยความซื่อสัตย์กับตัวเองแล้ว จะได้ผลที่ถือว่าตรงค่อนข้างมากครับ เคยประเมินไว้กับกลุ่มคนที่ทำ ที่ไม่ตรงส่วนใหญ่ก็จะเกิดจาก รีบทำเพื่อจะได้กลับไปทำงานต่อ, ลองของดูว่าถ้าตอบไม่ตรงตามจริงเค้าจะจับได้มั้ย, กลัวว่าผลจากการทดสอบจะมีผลต่อการทำงานของเขาเอง ฯลฯ
ซึ่งแก้ไขได้โดยทำความเข้าใจให้ตรงกับวัตถุประสงค์ของบริษัทกันก่อนทำแบบทดสอบ
 
ผมเคยใช้เพื่อจัดวางคนให้เหมาะสมกับงาน, พัฒนาสายอาชีพให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล, เป็นแนวทางให้หัวหน้างานบริหารลูกน้องได้เหมาะสม, ใช้เป็นองค์ประกอบในการคัดเลือกบุคลากร ได้ผลดีครับ แต่ต้องเน้นว่า เป็นองค์ประกอบที่ช่วยในการตัดสินใจได้ ไม่ได้ให้เชื่อตาม 100%
 
ทีนี้ ผมก็ต้องถามกลับไปว่า คุณมีวัตถุประสงค์ในการทำเพื่ออะไร มีกระบวนการอะไรต่อเนื่องจากการทำแบบทดสอบนี้ ถ้าทิศทางไม่ชัดเจน ไม่รู้ว่าทำแบบทดสอบแล้วจะทำอะไรต่อ อย่าทำครับ เพราะการทำแบบทดสอบทางจิตวิทยานั้น เป็นความพยายามในการเข้าใจว่าผู้ถูกทดสอบเป็นคนแบบใด มันก็เหมือนว่า HR เราจะเข้าไปรู้ความลับของพนักงานคนหนึ่งๆ คนที่ทำจะสร้างกำแพงป้องกันตัวเองทันที
แล้วผลกระทบที่ตามมามันจะมีอีกมาก
 
หากคุณจะใช้แบบทดสอบ ขอให้คุยกับ consult ให้ละเอียด ว่าทำแบบทดสอบนี้จะได้อะไร เอาไปใช้อะไรต่อ มีกระบวนการอะไร มีผลกระทบอะไรที่อาจเกิดขึ้นได้บ้าง จะป้องกันได้อย่างไร หากเกิดขึ้นแล้วจะทำอย่างไร ควรสื่อสารอย่างไรให้พนักงานเข้าใจไม่เกิดการต่อต้าน
 
คำถามที่คุณถามว่าใช้แล้วเป็นอย่างไร มันขึ้นอยู่กับกระบวนการเหล่านี้ ซึ่งการสื่อสารที่ชัดเจนเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

ผมไม่ได้ share เพื่อให้กลัว ไม่กล้าเอาแบบทดสอบมาใช้ แต่ขอให้คิดวางแผนให้รอบคอบก่อนที่จะเอามาใช้ มันเป็นสิ่งที่ดีครับ การที่ให้พนักงานทำงานที่เหมาะสมกับสิ่งที่ตนเองชอบ รัก หรือที่บางคนบอกไว้ว่า Born to be (เกิดมาเพื่อจะเป็นอย่างนี้) มันทำให้การทำงานในบริษัทมีความสุขครับ
 
เอาใจช่วยนะครับ
 
Best regards,
Kamon A.
 
2010/1/29 Warawan Suwan <hr_wa...@chemoscience.co.th>
--
- ร่วมกัน เสวนา ถาม-ตอบ วันละ 1 กระทู้ สร้างความรู้ใหม่ได้ มหาศาล -
 
แนะนำ :
 
http://www.JobSiam.com : โปรโมชั่น*! ต้อนรับปีใหม่ สำหรับนักสรรรหามืออาชีพ พร้อมรับส่วนลด มากมาย ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2553 นี้ เท่านั้น
 
http://www.SiamHRM.com : สยามเอชอาร์เอ็ม ดอทคอม รวมพลคนทำงาน มากที่สุด
~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~
 
คุณได้รับข้อความนี้เนื่องจากคุณเป็นสมาชิกกลุ่ม Google Groups กลุ่ม "บริหารทรัพยากรมนุษย์ ประเทศไทย"
- หากต้องการโพสต์ ถึงกลุ่มนี้ ให้ส่งอีเมลไปที่ sia...@googlegroups.com
- หากต้องการยกเลิกการเป็นสมาชิกกลุ่ม ส่งอีเมลไปที่ siamhrm+u...@googlegroups.com (ยืนยัน การยกเลิกใน Email อีกครั้ง.)
- หากต้องการดูกระทู้ หัวข้อ HR โปรดไปที่กลุ่มนี้โดยคลิกที่ http://groups.google.co.th/group/siamhrm?hl=th&pli=1
- เนื่องจากสมาชิกมีจำนวนมาก สมาชิกทุกท่าน ควรอ่านกติกา มารยาท และใช้เมล์กรุ๊ปร่วมกัน อย่างสร้างสรรค์
~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~

Warawan Suwan

unread,
Jan 28, 2010, 11:34:25 PM1/28/10
to Kamon A., sia...@googlegroups.com

ขอบคุณสำหรับคุณ กมลมากมายค่ะ

Karntapong Ampphanrat

unread,
Jan 29, 2010, 1:09:47 AM1/29/10
to Warawan Suwan, sia...@googlegroups.com
ผลค่อนข้างตรงครับ นอกจากบอกได้ว่า คนนั้นเหมาะกับงานลักษณะไหนสายอาชีพไหน ยังบอกได้ว่าคนๆ นั้นชอบพรรคการเมืองไหน เวลาทำงานภายใต้ความกดดันแล้วเครียดมากๆ จะเกิดความผิดปกติทางจิตแบบไหนด้วยครับ

เช่น

Intuition จะมีแนวโน้ม ชอบพรรค ปชป มากกว่า Sensing (ตัดสินใจโดยดูภาพรวม ไม่ดูข้อมูลรายละเอียด) และ
Feeling จะมีแนวโน้ม ชอบพรรค ปชป มากกว่า Thinking (ใช้ความรู้สึกในการตัดสินใจ ไม่ใช้เหตุผล เช่น รู้สึกว่าทำแบบนี้ไม่ถูกต้อง รู้สึกว่าทำแบบนี้เห็นแก่ตัวไม่เสียสละ)

ว่ากันง่ายๆ คือ กลุ่ม NF = Idealist มองที่ความถูกต้อง คุณธรรม จริยธรรม ความรู้สึก ผลลัพท์เชิงจิตใจ หรือผลลัพท์ที่ไม่สามารถวัดหรือจับต้องได้
ST = Realist มองที่ความเป็นจริง ความเป็นไปได้ ผลลัพท์ที่จับต้องได้ หรือวัดได้

แล้วไม่ต้องเอาคนสองกลุ่มมานั่งคุยกันนะครับ เถียงเป็นวันก็ไม่จบ ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น
ถ้าถาม คนลักษณะ NF กับ ST ว่าคิดอย่างไรกับหวยออนไลน์
ST จะบอกว่าควรทำ เพราะไม่ทำก็มีหวยใต้ดินอยู่แล้ว สู้เอาเงินตรงนี้มาเข้ารัฐเพื่อเอาไปพัฒนาประเทศจะดีกว่า
ส่วน
NF จะบอกว่า ไม่ควรทำ เพราะผิดศีลธรรม และเป็นการมอมเมาประชาชน

คุยไปสักพัก ST ก็จะบอกว่า NF ไม่มีเหตุผล ไม่มองความเป็นจริง บอกว่าไม่ให้ทำหวยบนดิน ไม่มอมเมาประชาชน แล้วทำไมไม่ปราบหวยใต้ดิน ไม่ปิดโรงงานยาสูบไปล่ะ

ส่วน NF ก็จะโจมตี ST ว่า ไม่มีคุณธรรม เห็นแก่ผลประโยชน์ เห็นแก่เงิน เห็นแก่ตัว ไม่สนว่าศีลธรรมในสังคมจะตกต่ำไปเช่นไรบ้าง

สรุปว่า ทะเลาะกันให้ตายก็ไม่จบครับ

เนื่องด้วยจาก NF เป็น Idealist เมื่อขึ้นมารับตำแหน่งบริหาร มักจะต้องหนักอกหนักใจ เพราะทำไม่ได้อย่างที่ตัวเองหวัง เนื่องจากความเป็นจริง กับอุดมคติ นั้นต่างกัน ยกเว้นได้ตำแหน่งบริหารในองค์กรที่สามารถจัดหาทรัพยากรมาใช้ได้ไม่จำกัด โดยไม่ต้องคำนึงถึงผลลัพท์ โดยมากการบริหารของผู้บริหารแบบ NF จะมุ่งไปที่ ประสิทธิผล มากกว่าประสิทธิภาพ ทำให้ถูกมองว่าหลายเรื่องเป็นการ ขี่ช้างจับตักแตน และเนืื่องจากตามบุคลิคภาพแล้ว เป็นคนไม่เข้าใจอะไรลึกซึ้ง แต่มองภาพรวม เมื่อต้องตัดสินใจอะไร ก็มักจะไม่เข้าใจในรายละเอียดของเรื่องนั้น (อธิบายรายละเอียดให้ฟังมักไม่เข้าใจ ใช้วิธีดูภาพรวม ดูลักษณะคนที่ติดต่อด้วย ว่าน่าเชื่อถือหรือไม่?) เป็นเหตุให้พอจัดซื้อจัดหาอะไร มักจะเจอพวก 18 มงกุฎหลอกหลวงอยู่เป็นนิจ (เช่น GT200) ขอยกอีกตัวอย่างที่ใกล้ๆ ตัวละกันครับ อย่างเรื่องที่เคยเป็นประเด็น เช่น ราคาน้ำมัน ราคา CIF/FOB

การที่จะพูดให้กลุ่ม NF เชื่อ แค่ยกศัพท์วิชาการ ศัพท์เทคนิคมาเยอะๆ มีข้อมูลอ้างอิง ให้ฟังดูดี ดูแล้วน่าเชื่อถือ กลุ่ม NF ก็จะเชื่อแล้วครับ
ในรายละเอียด เช่น
เช่น
    - A กับ B เป็นสินค้าแบบเดียวกัน ต่างกันที่ผู้ผลิต ผลิตในประเทศเดียวกัน เกิดในใบรายงาน เอาราคา FOB สินค้า A  มาเทียบกับ CIF สินค้า B แล้วบอกสินค้า A ราคาถูกกว่า กลุ่ม NF อ่านแล้วก็เชื่อครับ
    - เอาราคาน้ำมันดิบ FOB มาเทียบกับราคาหน้าปั้ม แล้วบอกว่า โรงกลั่น บริษัทน้ำมันในประเทศ เอาเปรียบ ราคาน้ำมันหน้าปั้มควรเท่ากับ ราคาน้ำมันดิบ FOB กลุ่ม NF อ่านแล้วก็จะเชื่อครับ
    - บอกว่าราคาส่งออกน้ำมันแปรรูป ถูกกว่า ราคาหน้าปั้มในประเทศ แสดงว่า บริษัทน้ำมันในประเทศ ขายชาติ โกงคนไทย ขายให้น้ำมันต่างชาติ ถูกกว่าคนไทย กลุ่ม NF ก็จะเชื่อเช่นกันครับ (แต่มักไม่ค่อยรู้รายละเอียดกันว่า สินค้าส่งออกจะเก็บ VAT และภาษีสรรพสามิตไม่ได้ รวมถึงเงินสำรองกองทุนน้ำมัน และกองทุนสิ่งแวดล้อมด้วย ซึ่งเป็นหลักสากล)


นอกจากนี้ยังบอกถึงลักษณะอื่นๆ อีกเช่น
ENFP เป็นผู้ฟังที่ดี แต่ลักษณะการฟัง จะไม่ได้ฟังถึงความหมายที่ผู้อื่นพูดตามตัวอักษร แต่จะฟังตามโทน น้ำเสียง อารมณ์ของผู้พูด ENFP จะเป็นกองเชียร์ (เฉลียเก่ง) ที่ดี เพราะตอบโต้ได้เข้าถึงอารมณ์ูคู่สนทนา เป็นเหตุให้เหมาะกับงานประเภทพิธีกร นักพูด นักขาย แต่ในการติดต่อสื่อสารในลักษณะแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงวิชาการจะทำได้แย่ และก็จะอ่อนไหวต่อคำวิจารณ์มาก มองว่าการถูกวิจารณ์เป็นการถูกโจมตี ไม่ได้มองว่าเป็นการชี้จุดที่ควรปรับปรุงซึ่งจะเป็นประโยชน์กับตัวเอง

อย่าลืมว่าทุกบุคลิคภาพ มีจุดดีจุดด้อยหมดครับ อย่าง ENFP จะเป็นสายเข้าสังคมสุดโต่ง ให้ไปติดต่อกับลูกค้า ประชาสัมพันธ์ สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าเก่งมาก เพราะบุคลิคภาพดี มีเสน่ห์ แต่ถ้าจับมาวางในตำแหน่งนักวางแผน ทำงานออฟฟิศ วิเคราะห์ข้อมูล จะทำได้ไม่ดี เหมือนกับสาย ISTJ ซึ่งเป็นสายนักบริหาร เจ้าของกิจการ เป็นคนกล้าคิด กล้าทำ กล้าตัดสินใจ วิเคราะห์ข้อมูลเก่ง วางแผนเก่ง แต่ไม่ชอบเข้าสังคม

นอกจากนี้ ลักษณะบุคลิคภาพแบบ MBTI ยังเป็นตัวบอกด้วยว่า คนๆ นั้น เมื่อเกิดความผิดปกติทางจิต (Personality Disorder) แล้วจะมีพฤติกรรมอย่างไร เช่น

ENFP เมื่อเกิดความผิดปกติทางจิต มักจะ
    ต้องการให้ได้มาซึ่งความสุขหรือสิ่งที่ตนต้องการโดยไม่สนเหตุผล หรือความเป็นไปได้ ชอบยุยง บงการ หลอกลวง ผู้อื่น เพื่อให้ตัวเองได้มาในสิ่งที่ต้องการ หลอกฟันผู้หญิง หลอกเอาผลประโยชน์ หรือ ตำแหน่งหน้าที่ รวมถึงทำให้คนแตกคอกัน แบบที่เห็นในละครแหละครับ บ่างช่างยุ สนิทกับคนเยอะ คนรอบๆ เห็นเป็นเพื่อนที่ดี แต่ัตัวเองชอบยุให้คนทะเลาะกัน ซึ่งเป็นอาการทางจิตที่เรียกว่า Psychopath
    มีอาการแบบ Narcissistic หรือเรียกกันง่ายๆ ว่าหลงตัวเอง มั่นใจเกินเหตุ ซึ่งส่วนใหญ่ตอนสัมภาษณ์งาน ถ้าคนสัมภาษณ์มองบุคลิคภาพคนลักษณะนี้ไม่ออก จะคิดว่าเจอคนที่ใช่เข้าแล้ว พอจ้างเข้ามาถึงรู้ว่า นอกจากจะทำงานไม่เป็นแล้วยังสอนไม่ฟังอีก ชอบเรียกร้องความสนใจ และต้องเป็นจุดศูนย์กลางของความสนใจ จะมีใครเด่นกว่าดีกว่าไม่ได้ ยอมรับไม่ได้ที่มีคนเกลียด คนไม่ชอบ
   อารมณ์แปรปรวนง่าย ควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย อธิบายด้วยเหตุผลฟังไม่เข้าใจ หรือที่เรียกว่า Borderline Personality
  
ในรายละเอียดแล้วยังมีบุคลิคภาพอื่นอีก 15 ประเภทครับ ขอข้ามนะครับ เกริ่นดูให้เห็นภาพครับ อยากรู้ลองอ่านดูในอินเตอร์เน็ตนะครับ
  


2010/1/29 Warawan Suwan <hr_wa...@chemoscience.co.th>
--

Warawan Suwan

unread,
Jan 29, 2010, 1:48:13 AM1/29/10
to Karntapong Ampphanrat, sia...@googlegroups.com

ขอขอบคุณ คุณ Karntapong Ampphanrat เช่นกันค่ะ

 

ที่จะเอามาใช้วัด อย่างที่บอกคือจะเอามาใช้วัดกับพนักงานค่ะ ไม่ได้จะเอาไปวัดกับนักการเมือง

พระบรมราโชวาท

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลเดชมหาราช

" คนดี "

ในบ้านเมืองนั้น  มีทั้งคนดีและคนไม่ดี
ไม่มีใครจะทำให้คนทุกคนเป็นคนดีได้ทั้งหมด
การทำให้บ้านเมืองมีความปกติสุขเรียบร้อย
จึงมิใช่การทำให้ทุกคนเป็นคนดี
หากแต่อยู่ที่การส่งเสริมคนดีให้คนดี  ได้ปกครองบ้านเมือง
และควบคุมคนไม่ดีไม่ให้มีอำนาจไม่ให้ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายได้

 http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/879/12879/images/king/line.gif

รายละเอียดเกี่ยวกับMBTI นั้น ได้ศึกษามาก่อนแล้วล่ะค่ะ แต่ว่าถ้าได้เอามาแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันก็ดีกว่า

จะขอแชร์ข้อมูลที่ได้มานะคะ

แบบวัดบุคลิกภาพ MBTI (Myers-Briggs Type Indicator)

 

Katherine Briggs และ Isabel Myers ได้พัฒนาแบบวัดบุคลิกภาพตามแนวทฤษฎีของจุง เรียกว่า Myers-Briggs Type Indicator แบบวัดนี้ได้รับความนิยมใช้กับแพร่หลายในปัจจุบัน โดยใช้มากในการวัดความชอบในอาชีพและความสนใจ แบบวัดนี้แบ่งบุคคลเป็น ๔ มิติ คือ

  • เปิดเผย แสดงตัว (Extroversion) - เก็บตัว (Introversion)
  • ใช้ประสาทสัมผัส (Sensing) - หยั่งรู้ (iNtuition)
  • ใช้ความคิด (Thinking) - ใช้ความรู้สึก (Feeling)
  • ตัดสิน (Judgement) - รับรู้ (Perception)

Extravert-Introvert (EI) แสดงถึงเจตคติในการใช้พลังงาน
Extravert: มีลักษณะการใช้พลังงานของตนที่ได้รับการกระตุ้นจากภายนอกตัวเอง มีแนวโน้มที่จะสัมพันธ์และเกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม สนใจที่จะสังสรรค์สมาคม ชอบทำกิจกรรม ชอบอยู่กับคนอื่น และสนใจทุกอย่างที่พบเห็น
Introvert: มีลักษณะการใช้พลังงานของตนที่ได้รับการกระตุ้นจากภายในตัวเอง เช่น ความคิด อารมณ์ เป็นคนที่เงียบขรึม สมถะ ไม่ชอบสุงสิงกับคนอื่น ชอบคิดอะไรลึกซึ้ง และมักจะเป็นคนคิดก่อนทำ

Sensing-iNtuition (SN) แสดงถึงการแสวงหาและเรียนรู้ข้อมูล
Sensing: มีลักษณะเชื่อถือหรือไว้ใจการรับรู้ข้อมูลจากประสาทสัมผัสทั้ง ๕ ทั้งจากภายในและภายนอกตัว มักชอบทำงานที่อยู่กับความเป็นจริง (Practical) มีความอดทนเป็นพิเศษกับรายละเอียดและข้อเท็จจริงเฉพาะหน้า
iNtuition: มีลักษณะที่เชื่อมั่นหรือพอใจรับรู้แสวงหาข้อมูลโดยการคาดการณ์ มองการณ์ไกล มองเลยไปจากข้อเท็จจริงไปสู่ความน่าจะเป็นไปได้ แสวงหาวิธีการใหม่ๆในการทำงานหรือการแก้ปัญหา มีความคิดริเริ่ม มีจินตนาการ และมีแรงบันดาลใจสูง

Thinking-Feeling (TF) แสดงถึงลักษณะการตัดสินใจ
Thinking: มีลักษณะตัดสินใจโดยใช้กระบวนการคิดที่มีเหตุผล มีระเบียบและเป็นขั้นตอน ไม่ใช้ความรู้สึกส่วนตัวมาตัดสิน ทำอะไรเป็นงานเป็นการไม่เยิ่นเย้อ ปฏิบัติต่อทุกคนอย่างยุติธรรม
Feeling: มีลักษณะตัดสินใจโดยใช้ความรู้สึกและค่านิยม ให้ความสำคัญกับความรู้สึกของตนเองและผู้อื่น ชอบทำงานกับคน มีแนวโน้มที่จะสงสารและให้กำลังใจผู้อื่น

Judgement-Perception (JP) แสดงถึงแบบแผนการดำเนินชีวิต
Judgement: มีลักษณะการดำเนินชีวิตที่มีระเบียบแบบแผนเป็นขั้นตอน ควบคุมชีวิตของตนเองได้ดี ทำงานได้อย่างสมบูรณ์ในแต่ละเรื่อง ชอบใช้ชีวิตอย่างมีโครงสร้าง มีขั้นตอน
Perception: มีลักษณะการดำเนินชีวิตแบบสบายๆ ยืดหยุ่นเป็นธรรมชาติ พร้อมที่จะปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์ ไม่ชอบความเป็นระเบียบหรือเคร่งครัดมาก ชอบการตอบสนองที่เป็นธรรมชาติ ต้องการเข้าใจคนมากกว่าการไปควบคุมคน และพร้อมที่จะรับสถานการณ์อะไรที่จะเกิดขึ้นได้เสมอ

การผสมผสานลักษณะทั้ง ๘ เข้าด้วยกัน จะได้ชนิดของบุคลิกภาพ ๑๖ ประเภท การทดสอบอย่างหวังผลความถูกต้อง จะต้องใช้แบบทดสอบที่เป็นมาตรฐานโดยเฉพาะ ซึ่งเกินความสามารถของผม แต่ถ้าเราเข้าใจลักษณะแต่ละอย่าง ก็สามารถพอจะประมาณบุคลิกของตัวเองได้ โหราศาสตร์สามารถบอกลักษณะเหล่านี้ได้โดยไม่ต้องใช้แบบสอบถาม

ลักษณะของบุคลิกภาพแบบต่างๆ

  • ISTJ มีลักษณะจริงจัง เงียบขรึม ประสบความสำเร็จได้จากความตั้งใจจริง และมีความละเอียดรอบคอบ เป็นคนพูดจริงทำจริง มีระเบียบ มีขั้นตอนในการทำงาน ยึดถือสิ่งที่เห็นจริง และไว้ใจได้ จะควบคุมให้ทุกสิ่งที่ตนรับผิดชอบได้เรียบร้อย มักตัดสินใจโดยตนเองว่าสิ่งใดควรให้ความเอาใจใส่ โดยไม่สนใจต่อสิ่งที่มารบกวน หรือคำทักท้วงใดๆ
  • ISTP มีลักษณะภายนอกดูเยือกเย็น เงียบ สำรวม ช่างสังเกต และวิเคราะห์ชีวิตด้วยความสนใจใคร่รู้ และมักจะมีมุขตลกขบขันของตัวเอง แสดงออกมาโดยไม่คาดคิด ปกติสนใจในเรื่องที่มีเหตุผล มักจะมีคำถามว่าทำไมจึงเป็นเช่นนั้น ในการพิจารณาความจริง จะยึดหลักตรรกของเหตุและผล
  • ISFJ มีลักษณะเงียบขรึม เป็นมิตร มีความรับผิดชอบ และมีคุณธรรม ทำงานอย่างอุทิศตนเพื่อให้งานบรรลุวัตถุประสงค์ มักให้ความช่วยเหลือต่อกลุ่มอย่างเสมอต้นเสมอปลาย เป็นคนละเอียดรอบคอบ ระมัดระวัง และแม่นยำ ไม่สนใจเรื่องเทคนิค สามารถจดจำรายละเอียดได้ดี มีความซื่อสัตย์ เกรงใจผู้อื่น มีความเข้าใจในชีวิต และให้ความสำคัญต่อความรู้สึกของผู้อื่น
  • ISFP มีลักษณะสงบเสงี่ยม ดูเป็นมิตร อารมณ์อ่อนไหว มีเมตตา ถ่อมตัวในเรื่องความสามารถ มักหลบหลีกการโต้แย้ง จะไม่บีบบังคับความคิดเห็นหรือค่านิยมของคนอื่น ไม่ชอบเป็นผู้นำ แต่จะเป็นผู้ตามที่ดี การทำงานให้สำเร็จจะทำตามสบาย เพราะจะสนุกอยู่กับภาวะปัจจุบัน และจะไม่ยอมเสียความรู้สึกไปกับความรีบร้อน หรือการบีบบังคับ
  • INFJ มีลักษณะเป็นผู้มีความพากเพียร ริเริ่ม และมุ่งมั่นที่จะกระทำในสิ่งที่ปรารถนาให้สำเร็จ จะทุ่มเทความสามารถทั้งหมดในการทำงาน เด็ดเดี่ยว ซื่อตรง ห่วงใยผู้อื่น เชื่อมั่นในหลักการของตนเอง จึงมักจะได้รับเกียรติและความเชื่อถือจากผู้อื่นในการตัดสินใจ
  • INFP มีลักษณะเต็มไปด้วยความกระตือรือร้นและจริงใจ ซื่อสัตย์ แต่จะถ่อมตัว ไม่ค่อยพูด มักสนใจเกี่ยวกับการเรียนรู้ ความคิด ภาษา และโครงการอิสระที่ตนเองริเริ่มขึ้น ดูเหมือนว่าจะทำงานมากเกินไป แต่ในที่สุดก็ทำทุกสิ่งจนสำเร็จ เป็นมิตรแต่ไม่ค่อยแสดงออก ไม่ค่อยยึดติดหรือให้ความสำคัญกับวัตถุและสิ่งแวดล้อมทางกายภาพ
  • INTP มีลักษณะเงียบ สำรวม และระมัดระวัง สนใจเฉพาะเรื่องราวเกี่ยวกับทฤษฎีหรือวิทยาศาสตร์ ชอบการแก้ปัญหาแบบตรรกะ และการวิเคราะห์ปัญหาโดยใช้ความคิดและเหตุผล ให้ความสนใจในงานสังคมหรือการพูดคุยเพียงเล็กน้อย มีแนวโน้มที่จะให้ความสนใจสิ่งต่าง ๆ อย่างถ่องแท้ มีความต้องการอาชีพที่สอดคล้องกับความสนใจเพื่อที่จะนำความสนใจนั้นมาใช้ให้เกิดประโ ยชน์
  • INTJ มีลักษณะเป็นตัวของตัวเองสูง มีพลังความคิด และจุดมุ่งหมายในสิ่งที่ตนสนใจ จะมีพลังในการจัดการเพื่อทำงานนั้นให้สำเร็จ เป็นคนช่างสงสัย ช่างพินิจพิเคราะห์ รักอิสระ มีความมุ่งมั่นจนกระทั่งบางครั้งดูเหมือนดันทุรัง รู้จักมองข้ามสิ่งเล็กน้อยเพื่อประสบความสำเร็จในสิ่งที่สำคัญกว่า
  • ESTP มีลักษณะเชี่ยวชาญในการแก้ปัญหาได้ตรงประเด็น ไม่ค่อยวิตกกังวล สนุกกับเรื่องต่าง ๆ ที่ผ่านเข้ามา มีแนวโน้มที่จะชอบเครื่องจักรกล และการกีฬาที่มีผู้อื่นร่วมกิจกรรมด้วย ปรับตัวง่าย อดทน ให้คุณค่าแนวอนุรักษ์นิยม ไม่ชอบการอธิบายสิ่งต่าง ๆ ยืดยาว มักเป็นเลิศในการควบคุมดูแลอุปกรณ์เครื่องจักร
  • ESFP มีลักษณะชอบสังคม เข้ากับคนง่าย มีมนุษย์สัมพันธ์ดี สนุกสนานได้กับทุกสิ่ง สามารถทำให้ผู้อื่นสนุกสนาน ชอบการกีฬา และการทำสิ่งต่าง ๆ ให้เป็นจริงขึ้นมา รับรู้สนใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และมักชอบเข้าไปมีส่วนร่วมอย่างกระตือรือร้น มักจดจำสิ่งต่าง ๆ ได้มากกว่าเข้าในทฤษฎี เป็นเลิศในการใช้สามัญสำนึก ปฏิบัติการเกี่ยวกับวัตถุและบุคคลได้ดี
  • ESTJ มีลักษณะเป็นคนพูดจริงทำจริง นิยมสิ่งที่จับต้องได้ มีหัวคิดด้านธุรกิจหรือด้านเครื่องจักรกล ไม่ค่อยสนใจวิชาการที่เห็นว่าไม่มีประโยชน์ แต่สามารถปรับตัวและทำงานนั้นได้เมื่อจำเป็น ชอบในการจัดการและดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ จึงอาจเป็นนักบริหารที่ดีได้ ถ้าคำนึงถึงความคิดเห็นและความรู้สึกของผู้อื่นบ้าง
  • ESFJ มีลักษณะจิตใจโอบอ้อมอารี ช่างพูด มีมนุษยสัมพันธ์ดี ซื่อตรงชอบที่จะช่วยเหลือผู้อื่น จึงเป็นสมาชิกกลุ่มที่มีความกระตือรือร้น ต้องการความปรองดอง และอาจสร้างบรรยากาศนั้นให้เกิดขึ้นได้ ชอบทำสิ่งที่ดีให้กับบุคคลอื่น จะทำงานได้ดีเมื่อได้รับคำชม หรือได้รับการสนับสนุน
  • ENFP มีลักษณะกระตือรือร้นสูง มองโลกในแง่ดี ช่างคิดช่างฝัน สามารถทำได้เกือบทุกสิ่งที่สนใจ มักแก้ปัญหาที่ยากได้อย่างรวดเร็ว และสามารถช่วยผู้อื่นในการแก้ปัญหา มักชอบทำงานที่ต้องใช้ความสามารถในการแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้ามากกว่าการวางแผน มีความสามารถในการหาเหตุผลโน้มน้าวจิตใจผู้อื่น เพื่อให้ได้สิ่งที่ตนต้องการ
  • ENTP มีลักษณะคล่องแคล่ว ช่างคิด มักเก่งในหลาย ๆ ด้าน มีอิทธิพลต่อกลุ่มสูง มีความตื่นตัว มักพูดจาขวานผ่าซาก อาจโต้เถียงข้าง ๆ คู ๆ เพื่อความสนุก มีสติปัญญาดีในการแก้ปัญหาใหม่ ๆ และท้าทาย ไม่ให้ความสำคัญต่องานที่ต้องทำเป็นแบบแผนซ้ำ ๆ อาจจะไปหาความสนใจใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่า มักเปลี่ยนความสนใจไปสู่สิ่งใหม่ ๆ เสมอ เป็นบุคคลที่เต็มไปด้วยทักษะในการคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผลต่อสิ่งที่ตนต้องการ
  • ENFJ มีลักษณะชอบโต้ตอบ มีความรับผิดชอบสูง ห่วงใยต่อความคิดและความต้องการของผู้อื่น จัดการสิ่งต่าง ๆ ด้วยความเต็มใจและเต็มที่ โดยคำนึงถึงความรู้สึกของผู้อื่น สามารถแสดงความคิดเห็น หรือนำการอภิปรายกลุ่มอย่างคล่องแคล่วและมีหลักการ เป็นคนชอบเข้าสังคม กว้างขวาง เห็นอกเห็นใจผู้อื่น มักมีความอ่อนไหวตามคำชม และคำวิพากษ์วิจารณ์
  • ENTJ มีลักษณะจริงใจ เปิดเผย ตัดสินใจเด็ดขาด มีลักษณะของผู้นำ มักมีความสามารถในการพูดอย่างมีเหตุผลและชาญฉลาด เช่น การพูดในที่ชุมชน สนใจข่าวสารรอบตัว และสนใจที่จะเพิ่มพูนความรู้ให้กับตนเองเสมอ บางครั้งอาจแสดงความมั่นใจและเชื่อมั่นในตนเองสูงกว่าประสบการณ์ที่ตนเองมีอยู่จริง

อาชีพที่เหมาะสมกับลักษณะบุคลิกภาพ

  • ISTJ เหมาะกับนักบัญชี นักธุรกิจ นักกฎหมาย นิติกร ผู้พิพากษา ทันตแพทย์ ทหาร โปรแกรมเมอร์ ผู้ปฏิบัติการทั่วไป นักเศรษฐศาสตร์
  • ISTP เหมาะกับช่างฝีมือ ช่างก่อสร้าง ช่างเครื่องยนต์ ผู้รักษาความปลอดภัย นักสถิติ
  • ISFJ เหมาะกับผู้นำทหาร ผู้จัดการ นักสืบ ตำรวจปฏิบัติการ ผู้บัญชาการตำรวจ ครู ผู้พิพากษา นักบัญชี นักเศรษฐศาสตร์ นักธุรกิจ พยาบาล บรรณาธิการ บรรณารักษ์ พระ หมอสอนศาสนา นักตกแต่งภายใน เลขานุการ
  • ISFP เหมาะกับนักดนตรี ครู ศิลปิน บรรณารักษ์ นักสังคมสงเคราะห์ ผู้แต่งเพลง นักเขียน
  • INFJ เหมาะกับเสมียน นักจิตวิทยา จิตแพทย์ นักดนตรี นักเขียน นักสังคมสงเคราะห์ ครู แพทย์ ศิลปิน
  • INFP เหมาะกับครู นักดนตรี นักแสดง นักหนังสือพิมพ์ นักแปล นักจิตบำบัด พระ นักวิจัยทางวิทยาศาสตร์
  • INTP เหมาะกับนักวิทยาศาสตร์ สถาปนิก อาจารย์มหาวิทยาลัย แพทย์ นักเคมี นักกฎหมาย ครู นักชีววิทยา นักคณิตศาสตร์ นักคอมพิวเตอร์ วิศวกรออกแบบและพัฒนา
  • INTJ เหมาะกับนักวิทยาศาสตร์ นักคณิตศาสตร์ อาจารย์มหาวิทยาลัย วิศวกร แพทย์ โปรแกรมเมอร์ นักเศรษฐศาสตร์ นักประดิษฐ์ ผู้นำทหาร ผู้พิพากษา นักกฎหมาย
  • ESTP เหมาะกับตำรวจ คนขับรถ นักสืบ โปรแกรมเมอร์ นักวิเคราะห์ นักสถิติ วิศวกร นักแสดง ช่างไม้ ช่างกล ผู้ประพันธ์เพลง นักบิน นักกีฬา ศิลปิน นักลงทุน
  • ESFP เหมาะกับครูอนุบาล ครูประถม ผู้ดูแลเด็ก นักสังคมสงเคราะห์ ผู้แต่งเพลง นักเขียน
  • ESTJ เหมาะกับนักลงทุน ตำรวจที่ทำงานศูนย์บัญชาการ ตำรวจสืบสวน นักกีฬา นักแสดง
  • ESFJ เหมาะกับพยาบาล ครูประถม นักบัญชี นักเศรษฐศาสตร์ เลขานุการ นักกายภาพบำบัด ผู้ทำงานด้านศาสนา เจ้าหน้าที่การบิน ผู้ทำงานด้านสุขภาพ ผู้ทำงานธนาคาร
  • ENFP เหมาะกับนักลงทุน นักจิตวิทยา นักเขียน นักหนังสือพิมพ์ นักการเมือง ครู นักวิทยาศาสตร์ วิศวกร
  • ENTP เหมาะกับนักวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ โปรแกรมเมอร์ นักกฎหมาย นักออกแบบซอฟต์แวร์ อาจารย์มหาวิทยาลัย นักประดิษฐ์ วิศวกร นักลงทุน ช่างภาพ นักแสดง ตัวแทนฝ่ายขาย
  • ENFJ เหมาะกับนักจิตวิทยา พระ ครู นักสังคมสงเคราะห์ นักการเมือง นักการทูต ผู้ให้คำปรึกษา นักเขียน

ENTJ เหมาะกับนักบริหารในองค์กร นักวิทยาศาสตร์ โปรแกรมเมอร์ นักกฎหมาย ผู้พิพากษา นักลงทุน อาจารย์มหาวิทยาลัย

 

 

Best regards

 

Warawan Suwan

HR Executive

Chemoscience (Thailand) Co.,Ltd

Tel .+662-717-5091-5 Ext 129

Fax.+662-713-7330

 

 

 

From: Karntapong Ampphanrat [mailto:karnt...@gmail.com]

Sent: Friday, January 29, 2010 1:10 PM
To: Warawan Suwan
Cc: sia...@googlegroups.com

image001.gif

Karntapong Ampphanrat

unread,
Jan 29, 2010, 1:54:25 AM1/29/10
to Warawan Suwan, sia...@googlegroups.com
คุณเป็น NFJ ใช่ไหมครับ?

อย่างที่ผมบอก ผมก็พูดกว้างๆ ครับ จริงๆ มันเรื่องเดียวกันหมด ลางเนื้อชอบลางยา คนเราชอบคนแบบเดียวกัน สนับสนุนคนประเภทเดียวกัน

อย่างเรื่อง คนดี เนี่ย คนที่ชอบพูด จะเป็นกลุ่ม F ครับ

คราวนี้คือ คำว่าดีเนี่ย แบบไหนถึงว่าดี ในหลวงทรงเคยตรัสถึงเรื่องนี้อยู่ครับ ว่า ดีเป็นคำสั้นๆ แต่ระบุยาก อธิบายยาก เข้าใจยาก

ผมถึงลงท้ายไปว่า ทุกบุคลิกภาพ มีข้อดีข้อเสีย มีสถานการณ์ที่เหมาะกับไม่เหมาะ

เพราะฉะนั้น ดีไม่ดี ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ด้วยครับ

แล้วก็เรื่อง MBTI แนะนำให้หาอ่านภาษาอังกฤษดีกว่าครับ
ส่วนใหญ่ของไทย จะเขียนกว้างๆ ให้ทุกแบบดูดีหมด คุณจะไม่รู้หรอกครับ ว่าแต่ละแบบเวลามัน Gone wild แล้วเป็นยังไง

อย่างที่ผมบอกครับ ความสามารถในการรับสารกลุ่ม NF จะต่ำ หากเป็นลักษณะการแลกเปลี่ยนข้อมูล
เมื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลแบบตรงไปตรงมา กลุ่ม NF มักจะที่คิดว่าตัวเองถูกวิจารณ์ ถูกตำหนิ ซึ่งเป็นเรื่องที่กลุ่ม NF มีความอ่อนไหว
และส่วนใหญ่จะส่งผลให้คนกลุ่มนี้ ออกมาตอบโต้ในลักษณะการโจมตีกลับแบบรุนแรง ถ้าเป็นการพูดจากันก็จะใช้การตะคอก ถ้าเป็นทางอินเตอร์เน็ตก็มักจะใช้ตัวหนังสือสีแดง สีแรงๆ ตัวหนังสือตัวใหญ่ เพื่อเน้นคำ ซึ่งในการติดต่อสื่อสารผ่านทางตัวหนังสือ การกระทำดังกล่าวเทียบกับการติดต่อผ่านทางการพูดจาก็เหมือนกับการตะคอกแหละครับ
image001.gif
Reply all
Reply to author
Forward
0 new messages