กรณีที่หัวหน้างานไม่อนุมัตินี้จะถือว่าเป็นการขาดงานนะคะ แต่ทั้งนี้คุณต้องกลับไปดูข้อบังคับการทำงานว่าหากพนักงานลาแล้วไม่ได้รับการอนุมัติข้อบังคับว่าไว้อย่างไร เท่าที่ประสบการณ์การลาป่วยตามที่ใบรับรองแพทย์ระบุไว้ 1 วันนั้นจะไม่ได้รับการอนุมัติเป็นป่วยด้วยนะคะ ถือเป็นการขาดงานทั้งหมดเลย ยังไงรบกวนกลับไปดูข้องบังคับการทำงานเพื่อความชัดเจน แน่นอนด้วยค่ะ
พนักงานเค้าให้เหตุผลว่าอย่างไรหรือคะที่หยุดต่ออีก 2 วันโดยแพทย์ไม่ได้สั่ง หากเขายังป่วยอีกจริงๆ เขาน่าจะกลับไปติดต่อแพทย์เพื่อขอหยุดเพิ่ม ได้มีการพูดคุยกับพนักงานหรือเปล่าคะ
From: sia...@googlegroups.com
[mailto:sia...@googlegroups.com] On Behalf Of tano...@hotmail.com
Sent: Tuesday, May 19, 2009 4:28 PM
To: ชาวบุคคล
Subject: [SIAMHRM.COM :13128] ถามเรื่องการลาป่วย
ขอรบกวนสักเล็กน้อยนะคะ อยากจะสอบถาบว่า
===================================== IMPORTANT. This e-mail is intended solely for the recipient(s) name above. If you are not the intended recipient, any type of your use is prohibited. Any information, comment or statement contained in this e-mail, including any attachments (if any) are those of the author and are not necessarily endorsed by Charoen Pokphand Foods PCL (CPF). CPF shall, therefore, not be liable or responsible for any of such contents, including damages resulting from any virus transmitted by his e-mail. |
ถูกต้องครับ
ถ้าลาตั้งแต่ 3 วัน ต้องมีใบรับรอง แพทย์ และในใบรับรองแพทย์ต้องระบุ ด้วยว่า
ให้ลา ตั้งแต่ วันที่เท่าไร
เช่น คุณลา 1-3 แต่ใบรับรองแพทย์ ให้ลา 1 คุณก็จะลาได้แค่ 1
ครับบ
Forgetmenot
From: sia...@googlegroups.com [mailto:sia...@googlegroups.com] On Behalf Of tano...@hotmail.com
Sent: Tuesday, May 19, 2009 4:28
PM
To: ชาวบุคคล
Subject: [SIAMHRM.COM :13128] ถามเรื่องการลาป่วย
ขอรบกวนสักเล็กน้อยนะคะ อยากจะสอบถาบว่า
| ตรวจสอบกฎหมายคุ้มครองแรงงานให้ดีครับ ลูกจ้างมีสิทธิลาป่วยได้เท่าที่ป่วยจริง แม้แพทย์ระบุในใบรับรองให้หยุดงาน 1 วัน แต่ลูกจ้างลาป่วย 3 วัน นายจ้างมีสิทธิเพียงแค่รับฟังการชี้แจงเหตุผลการลาป่วยจากลูกจ้างเท่านั้น กฎหมายไม่ได้พูดถึงใบรับรองแพทย์ครับ --- On Wed, 5/20/09, Nattawut <natt...@compass-thai.com> wrote: |
|
|
|
กฎหมายคุ้มครองแรงงาน 2551 มาตรา 32 ระบุไว้อย่างชัดเจนนะคะว่าการลาป่วยตั้งแต่ 3 วันทำงานขึ้นไปอาจให้แสดงใบรับรองแพทย์ด้วย ลองกลับไปดูฉบับที่ถืออยู่อีกทีนะคะ
>> Must Do it On May~~~Re-engineering My life !! <<
GarRy'll Good for Great in GPI
--------------------------------------------------------
There is nothing either good
or bad
But..... ThiNking makes it so
![]()
~~~ LOVE FoRwaRd ~~~ ![]()
![]()
สวัสดีครับ อดิศร ครับ
ข้อที่ 1. นายจ้างสามารถกำหนดได้ครับ
ข้อที่ 2. การที่หัวหน้าไม่อนุมัติให้ลาป่วย เป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมาย พรบ.คุ้มครองแรงงานมาตรา 32และมาตรา 57 ครับ
ซึ่งหลักฐานจะต้องมาจากพฤติการณ์ ไม่ใช่ใบรับรองแพทย์นะครับ
ในกรณีนี้เกี่ยวข้องกับข้อกฎหมายอยู่สองมาตรา นะครับ คือมาตรา 32 ซึ่งเป็นสิทธิของลูกจ้างในการลาป่วยต่อนายจ้างได้ และมาตรา 57 เป็นหน้าที่ที่นายจ้างจะต้องจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างตลอดระยะเวลาที่ลาป่วยแต่ปีหนึ่งไม่เกิน 30 วัน ขอให้มาดูเนื้อหาและเจตนารมณ์ของกฎหมายว่ากำหนดไว้อย่างไรบ้าง
ขออธิบายมาตรา 32 ดังนี้ครับ
“ มาตรา 32 ให้ลูกจ้างมีสิทธิลาป่วยได้เท่าที่ป่วยจริง การลาป่วยตั้งแต่สามวันขึ้นไป นายจ้างอาจให้ลูกจ้างแสดงใบรับรองแพทย์ของแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่งหรือของสถานพยาบาลของทางราชการ หากลูกจ้างไม่สามารถแสดงใบรับรองแพทย์ของแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่งหรือของสถานพยาบาลของทางราชการได้ ให้ลูกจ้างชี้แจงให้นายจ้างทราบ”
หลักการปฏิบัติของนายจ้างที่ถูกต้องตามกฎหมายและเจตนารมณ์นี้คือ นายจ้างจะต้องอนุญาตให้ลูกจ้างลาป่วยได้หากลูกจ้างป่วยจริง เพราะเป็นสิทธิของลูกจ้าง ในปีหนึ่งลูกจ้างจะลาป่วยกี่วันก็ได้ครับตราบเท่าที่ลูกจ้างได้ป่วยจริง ส่วนในเรื่องของใบรับรองแพทย์นั้น ในข้อกฎหมายไม่ได้กำหนดให้นายจ้างต้องเอาใบรับรองแพทย์มาเป็นหลักฐานในการพิจารณาว่าลูกจ้างป่วยจริงหรือไม่จริง หรือเป็นหลักฐานในการที่นายจ้างจะอนุญาตให้ลาหรือไม่ให้ลา หรือเป็นหลักฐานในการพิจารณาจ่ายค่าจ้างในวันลาป่วยให้แก่ลูกจ้างตามใบรับรองแพทย์แต่อย่างใดทั้งสิ้นครับ
จะเห็นว่าเค้ากำหนดให้ลูกจ้างที่ลาป่วยตั้งแต่สามวัน นายจ้างอาจให้ลูกจ้างแสดงใบรับรองแพทย์ ของแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่งหรือสถานพยาบาลของทางราชการ และหากลูกจ้างไม่สามารถแสดงได้ ก็ให้ลูกจ้างชี้แจงให้นายจ้างทราบถึงเหตุผลเท่านั้นครับ เหตุผลที่กำหนดไว้อย่างนี้โดยเจตนารมณ์ของกฎหมายก็เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการรักษาพยาบาล ที่ต้องเป็นแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่งหรือสถานพยาบาลของทางราชการก็เพราะว่าเชื่อถือได้ และการที่ป่วยเกินสามวันนายจ้างอาจให้ลูกจ้างแสดงใบรับรองแพทย์ด้วย เพราะลูกจ้างอาจจะมีปัญหาสุขภาพหรือเจ็บป่วยมากพอสมควร ซึ่งนายจ้างก็จะต้องเอาข้อมูลจากใบรับรองแพทย์นั้นมาพิจารณาปัญหาสุขภาพของลูกจ้าง ว่าจะมีปัญหาในการทำงานต่อไปหรือไม่ ลูกจ้างจะได้รับอันตรายหรือไม่ เป็นโรคติดต่อที่อาจจะแพร่ระบาดได้หรือไม่ เป็นเจตนารมณ์ที่กฎหมายต้องการให้นายจ้างได้เอาใจใส่เรื่องนี้เพื่อเป็นการป้องกันปัญหาในอนาคต และหากลูกจ้างไม่สามารถนำใบรับรองแพทย์มาแสดงได้ กฎหมายก็บอกไว้เพียงว่าให้ลูกจ้างชี้แจงให้นายจ้างทราบเท่านั้น ไม่ได้บอกว่าให้นายจ้างยึดถือจำนวนวันในใบรับรองแพทย์มากำหนดเป็นเงื่อนไขอื่นใดทั้งสิ้น เหตุผลที่ให้ลูกจ้างชี้แจงนั้น ก็เพื่อให้นายจ้างได้สอบถามอาการการเจ็บป่วย หรือเหตุผลที่ไม่ไปพบแพทย์ หรือลูกจ้างอาจจะลืมมาแสดง หรือลูกจ้างอาจจะมีปัญหาอื่น ๆ ไม่ว่าปัญหาครอบครัว ปัญหาหนี้สิน ปัญหายาเสพติด ปัญหาสภาพและบรรยากาศในสถานที่ทำงาน ซึ่งนายจ้างก็ต้องนำมาพิจารณาปัญหาและอาจจะต้องให้คำแนะนำแก่ลูกจ้างในการรักษาพยาบาลหรือวิธีการปฏิบัติที่ถูกต้อง และหากเป็นปัญหาของสภาพการทำงานแล้ว นายจ้างก็ต้องนำมาปรับปรุงแก้ไข เพราะลูกจ้างบางคนอาจจะไม่มีความรู้ความเข้าใจ หรืออาจจะมีความกลัวที่จะต้องไปพบแพทย์ ซึ่งนายจ้างก็ต้องให้คำแนะนำไปครับ ส่วนการตัดสินใจอะไรลงไปก็ขึ้นอยู่กับว่าสาเหตุปัญหานั้นคืออะไร
ส่วนในเรื่องของค่าจ้างในวันลาป่วยของลูกจ้างนั้น นายจ้างก็จะต้องปฏิบัติตามมาตรา 57 จ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างตลอดระยะเวลาที่ลา แต่ปีหนึ่งไม่เกินสามสิบวัน ซึ่งในทางปฏิบัติแล้วนายจ้างจะต้องจ่ายไม่น้อยกว่าสามสิบวันนะครับ กฎหมายเค้าก็ใช้คำผิดไป จริง ๆ ต้องใช้คำว่าไม่น้อยกว่าสามสิบวันจึงจะถูกต้อง และนายจ้างจะเอาจำนวนวันที่ระบุในใบรับรองแพทย์มาเป็นเกณฑ์พิจารณาไม่ได้นะครับ คนละเรื่องกัน
ในสภาพความเป็นจริง ( แม้กระทั่งตัวเราเอง ) เราอาจจะหยุดงาน น้อยกว่าหรือมากกว่าความเห็นของแพทย์ในใบรับรองแพทย์ก็ได้ หรือเราอาจจะไม่ไปพบแพทย์ เพียงแต่นอนพักรักษาตัวที่บ้านเอาเองก็ได้ แต่ในแง่ของกฎหมาย นายจ้างต้องให้สิทธิในการลาป่วยแก่ลูกจ้างตามมาตรา 32 และนายจ้างก็มีหน้าที่ที่จะต้องจ่ายค่าจ้างในวันลาป่วยตามมาตรา 57 ครับ
อดิศร
การแสกนนิ้วหรือ การลงเวลาการทำงานหรือการบันทึกการทำงาน ถามตามหลัก ความจริง ถ้าไม่ ทำแล้วจะจ่ายเงินอย่างไร แต่ถ้าถามว่าใครผิด ผิดทั้งคู่
บุคคล ไม่ตามงาน (วิธีแก้ไข หน้าจะมีการออกรายงาน การแสกนนิ้วหรือ การลงเวลาการทำงานหรือการบันทึกการทำงาน ประจำอาทิตย์ เพื่อให้พนักงาน ตรวจสอบ เอาไปติดที่ประกาศบริษัท ก็ได้หรือที่ที่ทุกคนรู้ว่าต้องมาดูเป็นประจำ) ให้ถือว่าเป็นหน้าที่ประจำ
พนักงาน ไม่ทำหน้าที่ตัวเอง(วีธีแก้ไข ทำใจ แล้ว เอาปัญหา มาเป็นบทเรียน หรือไมถ้ามีการออกรายงาน ให้ดูแล้วคุณไม่ดู ก็ถือว่าเป็นความผิดตัวคุณเอง)
ต้องดูว่าบริษัท คุณ ใช้บุคคล คนหนึ่ง ทำเงินเดือนให้พนักงานกี่คน เป็น 500 หรือ 1000 หรือ เปล่า เพราะเขาคงไม่ตั้งใจหักของคุณ แต่เขาคงทำงานไม่ทัน คุณเอง ก็ต้องช่วยตัวเองด้วย
Forgetmenot
From: sia...@googlegroups.com [mailto:sia...@googlegroups.com] On Behalf Of Zhang xiaoming
Sent: Wednesday, May 20, 2009 1:17
PM
To: sia...@googlegroups.com
</html
</html
|