สวัสดีครับ
ขออภัยที่วันก่อนส่ง mail แจ้ง
update หน้าเว็บไปหลายหน เพราะยังใช้ group ไม่ค่อยเป็นครับ
ท่านที่สงสัยเรื่อง group
ว่าต้องสมัครสมาชิกหรือเปล่า?
ตอบว่าท่านที่ได้รับ mail
นี้ตรงจาก group (ไม่ได้รับ fw จากใคร) แปลว่าผม add ให้เป็นสมาชิกแล้วครับ
ไม่ต้องไปทำอะไรอีก นอกจากจะเข้าไปยกเลิก หรือแก้ไขวิธีการรับ mail เป็นไม่รับ
(เข้าไปอ่านเองในหน้าเว็บ หรือให้รวบยอดส่ง เพียงวันละฉบับก็ได้)
แต่ไม่แน่ใจว่าคนที่ไม่ได้ใช้ gmail จะเข้าไปแก้ไขได้เองหรือเปล่า
อนุโมทนาบุญท่านที่ร่วมทำบุญปิดทองพระประธานวัดบ้านหินแห่กับหมอเก๋ครับ
1.คุณสุวิชาญ
โตวัฒน
2.คุณอุมาพร พรหมสาขา ณ สกลนคร
3.คุณชัญญมณฑ์ นิติพัฒนาภิรักษ์
4.คุณวไลรัตน์
ชินชนะโชคชัย
5.คุณนิรมล มังกรกาญจน์
6.คุณพีรพงษ์ มังกรกาญจน์
ยอดรวม 1,000.00
บาท
อนุโมทนาครับ
วันนี้นำนิทานเรื่อง
อาสา-ศรัทธา-สิริ-หิริ มาฝากครับ
oddy.
อาสา ศรัทธา สิริ และหิริ
อย่างไหนประเสริฐสุด?
ในอดีตกาลนานมาแล้ว
เมื่อพระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นท้าวสักกเทวราช
ในครั้งนั้น
ท้าวสักกเทวราชทรงมีพระธิดา ๔ นาง คือ นางอาสา นางศรัทธา นางสิริ และนางหิริ ท้าวสักกะทรงให้พรเทพธิดาทั้งสี่ให้สามารถท่องเที่ยวไปในไตรภพได้โดยปลอดภัย
ครั้งหนึ่ง
เทพธิดาทั้งสี่ไปเที่ยวป่าหิมพานต์ ลงเล่นน้ำในสระอโนดาต
แล้วไปนั่งพักบนพื้นมโนศิลาบนเขาคันธมาทน์ ขณะนั้น ดาบสผู้หนึ่งชื่อ นารทะ
ถือศีลบำเพ็ญฌานอยู่ในถ้ำกาญจนคูหาในป่าหิมพานต์
ท่านได้ใช้ฤทธิ์อภิญญาไปพักผ่อนในดาวดึงส์สวรรค์
ขากลับท่านได้เก็บดอกปาริฉัตตก์มาด้วยดอกหนึ่งเพื่อใช้บังร่มเงา
เทพธิดาทั้งสี่สรงน้ำมาใหม่ๆ
พอเห็นดอกปาริฉัตตก์ในมือดาบสจึงอยากได้มาประดับกาย เข้าไปหากล่าวว่า
ข้าแต่พระมหามุนีผู้ประเสริฐ
ถ้าดอกปาริฉัตตกะนี้พระผู้เป็นเจ้าไม่ได้ใช้ประโยชน์แล้ว
ก็จงให้แก่พวกดิฉันเถิด
นารทดาบสเห็นนางเทพธิดาทั้งสี่มาขอดอกไม้จึงตอบว่า
" ดูก่อนเทพธิดา
เราไม่ได้ใช้ประโยชน์ดอกไม้นี้แล้ว แต่ดอกไม้มีดอกเดียว
เราจะให้แก่เทพธิดาที่ประเสริฐสุด เจริญสุด ในหมู่พวกเธอ "
เทพนารีทั้งสี่จึงกล่าวว่า ข้าแต่ท่านดาบส ท่านนั่นแลจงดูพวกดิฉัน
และพิจารณาว่าจะให้ดอกไม้แก่ผู้ใด
นารทดาบสตอบว่า ดูก่อนแม่เทพธิดา
กิจในการตัดสินไม่พึงเกิดขึ้นเพราะนักบวช
เพราะหากเราตัดสินว่าใครเป็นผู้ประเสริฐในหมู่พวกเธอ นางที่เหลือก็จะกลายเป็นคนเลว
แล้วเกิดการทะเลาะวิวาทกัน
พวกเธอจงกลับไปทูลถามท้าวสักกะบิดาของเธอนั่นแหละจึงจะควร
เทพธิดาทั้งสี่ฟังท่านดาบสแล้วจึงกลับไปเฝ้าท้าวสักกเทวราช
ทูลขอให้พระบิดาทรงตัดสินว่าใครคือผู้ประเสริฐสุดในหมู่เทพธิดาทั้งสี่
แต่ท้าวสักกเทวราชดำริว่า นางทั้งสี่ล้วนเป็นธิดาของเรา
ถ้าเราตัดสินว่าใครประเสริฐกว่า นางที่เหลือก็จะโกรธและวิวาทกัน
เรื่องนี้เราจะไม่ตัดสินเอง ดำริแล้วท้าวสักกะจึงตรัสบอกเทพธิดาทั้งสี่ว่า
ดูก่อนเทพธิดาทั้งสี่
ในป่าใหญ่ริมแม่น้ำคงคาทางด้านทักษิณโน้นมีดาบสอีกรูปหนึ่งชื่อ โกสิยดาบส
ท่านบำเพ็ญเพียรเป็นมหามุนี เป็นผู้มีใจรักการให้ทาน วันใดหากท่านยังไม่ได้ให้ทาน
วันนั้นท่านดาบสก็จะไม่ฉัน พวกเธอจงไปให้ดาบสนั้นช่วยตัดสินเถิด
ท้าวสักกเทวราชตรัสแล้วให้เรียกมาตลีเทพบุตรมารับสั่งว่า
ท่านจงพาธิดาของเราไปหาโกสิยดาบส แต่โกสิยดาบสนั้นมีน้ำดื่มและโภชนะหาได้ยาก
ท่านจงนำสุธาโภชน์ไปถวายท่านด้วย
มาตลีเทพบุตรรับพระบัญชาแล้วจึงพาเทพธิดาทั้งสี่ขึ้นรถเทียมม้าพันตัวไปหาโกสิยดาบสพร้อมด้วยสุธาโภชน์ทิพย์
มาตลีเทพบุตรนำสุธาโภชน์เข้าไปถวายดาบสโดยวางถาดสุธาโภชน์ไว้บนฝ่ามือ
แต่ไม่ได้ปรากฏกายให้เห็น
โกสิยดาบสลืมตาเห็นมีถาดอาหารทิพย์อยู่ในมือ กล่าวว่า
สุธาโภชน์อันวิเศษนี้ขาวสะอาดประดุจสังข์ขาว น่าดูยิ่งกว่าปุยนุ่น
และมีกลิ่นหอมเช่นนี้เราไม่เคยเห็นมาก่อน
เทวดาองค์ไหนหนอมาวางไว้ในฝ่ามือของเรา
มาตลีเทพบุตรกล่าวตอบพระดาบสว่า ข้าแต่มหามุนี
ข้าพเจ้าคือมาตลีเทพบุตร ได้รับบัญชาจากท้าวสักกเทวราชให้นำสุธาโภชน์นี้มาถวายท่าน
เมื่อท่านบริโภคแล้วจะได้ประโยชน์ละธรรมลามกได้ ๑๒ ประการ คือ ความหิว ๑ ความกระหาย
๑ ความกระสัน ๑ ความกระวนกระวาย ๑ ความเหน็ดเหนื่อย ๑ ความโกรธ ๑ ความเข้าไปผูกโกรธ
๑ ความวิวาท ๑ ความส่อเสียด ๑ ความหนาว ๑ ความร้อน ๑ ความเกียจคร้าน ๑
โกสิยดาบสสดับคำมาตลีเทพบุตรแล้วกล่าวว่า
ดูก่อนมาตลีเทพสารถี เราถือวัตรว่าหากเรายังไม่ได้ให้ทานก่อน
เราจะไม่บริโภคแม้เพียงน้ำ เพราะความตระหนี่เป็นธรรมเลวทราม
พระอริยเจ้าทั้งหลายไม่สรรเสริญ เราจึงสมาทานวัตรนี้เพื่อทำลายความตระหนี่ลงให้ได้
แต่การให้ทานของเราจะให้เฉพาะแก่คนที่ผู้รู้สรรเสริญแล้ว
ผู้ที่มีศรัทธา ปราศจากความตระหนี่ และเป็นผู้มีความสัตย์เท่านั้น
มาตลีเทพบุตรสดับคำโกสิยดาบสแล้วจึงแสดงกายให้ปรากฏพร้อมกับเทพธิดาทั้งสี่
โกสิยดาบสรู้นามมาตลีเทพบุตรแล้ว แต่ยังไม่รู้จักเทพธิดาทั้งสี่
จึงถามว่าพวกเธอเป็นใครกัน
นางสิริตอบพระดาบสเป็นคนแรกว่า
ดิฉันคือ สิริเทวี เป็นผู้คุ้มครองมนุษย์ผู้มีสิริ
เป็นผู้ที่หมู่มนุษย์บูชาแล้วทุกเมื่อ เป็นผู้มีคุณสมบัติตามวัตรของท่านดาบส
ขอท่านจงแบ่งสุธาโภชน์นั้นให้ดิฉันเถิด
โกสิยดาบสกล่าวว่า ดูก่อนเทพธิดาสิริ แม้เธอได้ตามรักษาคนผู้มีสิริ
ให้สมบูรณ์ด้วยชาติ โภคทรัพย์ และความสุข แต่คนมีสิริบางคนก็ปราศจากซึ่งความเพียร
ความประพฤติดี ความรู้ดี การงานดี และปราศจากสัจจะ
เทพธิดาเช่นเธอย่อมไม่ชอบใจแก่เรา เธอจงไปเสียเถิด
นางอาสาตอบพระดาบสเป็นคนต่อไปว่า
ดิฉันคือ อาสาเทวี เป็นผู้คุ้มครองอินทรีย์ตนเองและคุ้มครองมนุษย์ผู้มีความหวัง
เป็นผู้มีคุณสมบัติตามวัตรของท่านดาบส
ขอท่านจงแบ่งสุธาโภชน์นั้นให้ดิฉันเถิด
โกสิยดาบสกล่าวว่า ดูก่อนเทพธิดาอาสา
ชนผู้มีความหวังย่อมมีความเพียรทำการงานของตน บางพวกก็อิ่มเอิบประสบความสำเร็จ
แต่บางพวกก็เสื่อมโทรมไม่สำเร็จ บางคนทำความหวังในทางที่ผิด ละทิ้งหมู่ญาติ
ทำความเพียรอันเศร้าหมอง เทพธิดาเช่นเธอย่อมไม่ชอบใจแก่เรา
เธอจงไปเสียเถิด
นางศรัทธาเข้าไปหาพระดาบสบ้าง
กล่าวว่า ดิฉันคือ ศรัทธาเทวี
เป็นผู้คุ้มครองอินทรีย์ตนเองและคุ้มครองมนุษย์ผู้มีผู้มีศรัทธาความเชื่อ
เป็นผู้ที่มนุษย์บูชาแล้วทุกเมื่อ
ขอท่านจงแบ่งสุธาโภชน์นั้นให้ดิฉันเถิด
โกสิยดาบสกล่าวว่า ดูก่อนเทพธิดาศรัทธา
ศรัทธาคือมีความเชื่อเมื่อมีแล้ว ย่อมทำให้ผู้มีศรัทธาเป็นผู้ให้บ้าง ฝึกฝนบ้าง
บริจาคบ้าง สำรวมบ้าง แต่ความศรัทธาบางเรื่องก็ไม่ดี เช่น ศรัทธาในการทำโจรกรรมบ้าง
พูดเท็จบ้าง ล่อลวงบ้าง พูดส่อเสียดบ้าง คบชู้บ้าง
เทพธิดาเช่นเธอย่อมไม่ชอบใจแก่เรา เธอจงไปเสียเถิด
ลำดับนั้นนางหิรีได้กล่าวกับพระดาบสบ้างว่า ดิฉันคือ หิรีเทวี
เป็นผู้คุ้มครองอินทรีย์ให้มีความละอายต่อความชั่ว
ดิฉันไม่อาจกล่าวขอสุธาโภชน์จากท่านดาบสได้ เพราะการขอของหญิง
ดูเหมือนจะเป็นของน่าละอาย
โกสิยดาบสกล่าวว่า ดูก่อนหิรีเทพธิดา
ความละอายนั้นเป็นเหมือนทำนบที่กั้นกระแสน้ำเชี่ยว
ผู้มีความละอายย่อมห้ามกันจิตไม่ให้คิดทำความชั่วได้ ผู้มีความละอายจึงประเสริฐสุด
เราขอเชื้อเชิญท่านผู้มิได้ขอเข้าไปในอาศรมของเรา เราจะบูชาท่านด้วยสุธาโภชน์
ครั้นบูชาท่านแล้วเราจึงจักบริโภค
หิรีเทพธิดารับคำเชิญของท่านดาบสแล้วจึงเข้าไปในอาศรม
นั่งบนอาสนะรับสุธาโภชน์จากท่านดาบสแล้วกลับไปเฝ้าท้าวสักกเทวราช
ท้าวสักกเทวราชและหมู่เทวดาเห็นเทพธิดาหิรีได้รับสุธาโภชน์จากโกสิยดาบสกลับมา
จึงพากันสรรเสริญว่านางเป็นเทพธิดาที่ประเสริฐสุด เชิญให้นั่งบนตั่งทองคำ
ประนมมือไหว้ และนำดอกปาริฉัตตก์มาบูชา
ในขณะนั้นเอง
โกสิยดาบสได้ถึงอายุขัยทำกาละ บังเกิดเป็นเทพบุตร
มาตลีเทพบุตรจึงได้รับโกสิยเทพบุตรไปสู่เทวโลกไปเฝ้าท้าวสักกเทวราช
ท้าวสักกะต้อนรับโกสิยเทพบุตรด้วยความยินดี
และยกเทพธิดาหิรีให้เป็นพระชายา
ชาดกนี้มีประชุมชาดกว่า
เทพธิดาหิรี มาเกิดเป็น พระอุบลวรรณาเถรี
โกสิยดาบส
มาเกิดเป็น ภิกษุรูปหนึ่งผู้ยินดีในการให้ทาน
มาตลีเทพบุตร
มาเกิดเป็น พระอานนท์
นารทดาบส มาเกิดเป็น
พระสารีบุตร
ท้าวสักกเทวราช เป็น
พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ที่มา
-
สุธาโภชนโภชชาดกและอรรถกถาสุธาโภชนโภชชาดก