คำสอนของหลวงปู่มั่น เรื่อง ศีล

224 views
Skip to first unread message

Tharakorn

unread,
Feb 9, 2012, 9:20:08 PM2/9/12
to Kantharatara

*** คำสอนของหลวงปู่มั่น เรื่อง ศีล ***

 
คำว่า ศีล ได้แก่สภาพเช่นไร ศีลอย่างแท้จริงเป็นไปด้วยความ มีสติ รู้สิ่งที่ควรหรือไม่ควร ระวังการระบายออกทางทวารทั้งสาม คอยบังคับกาย วาจา ใจ ให้เป็นไปตามขอบเขตของศีลที่เป็นสภาพ
ปกติ ศีลที่เกิดจากการรักษามีสภาพปกติไม่คะนองทางกาย วาจา ใจ ให้เป็นที่เกลียด นอกจากความปกติงดงามทางกาย วาจา ใจ ของผู้มีศีลว่าเป็นศีล เป็นธรรม เราควรรักษาศีล ๕
 
๑. สิ่งมีชีวิต เป็นสิ่งที่มีคุณค่า จึงไม่ควรไปเบียดเบียน ข่มเหงและทำลายคุณค่าแห่งความเป็นอยู่ของเขาให้ตกไป
๒. สิ่งของของใครๆก็รักและสงวน ไม่ควรทำลาย ฉกลัก ปล้นจี้ เป็นต้น อันเป็นการทำลายสมบัติและทำลายจิตใจกัน
๓. ลูก หลาน สามี ภรรยา ใครๆก็รักสงวนอย่างยิ่ง ไม่ปรารถนาให้ใครมาอาจเอื้อม ล่วงเกิน เป็นการทำลายจิตใจของผู้อื่นอย่างหนัก และเป็นบาปไม่มีประมาณ
๔. มุสา การโกหกพกลม เป็นสิ่งทำลายความเชื่อถือของผู้อื่นให้ขาดสะบั้นอย่างไม่มีดี แม้เดรัจฉานก็ไม่พอใจคำหลอกลวง จึงไม่ควรโกหกหลอกลวงให้ผู้อื่นเสียหาย
๕. สุรา ยาเสพติด เป็นของมึนเมาและให้โทษ ดื่มเข้าไปย่อมทำให้คนดีๆกลายเป็นคนบ้าได้ ลดคุณค่าลงโดยลำดับ ผู้ต้องการเป็นคนดีมีสติปกครองตัวอย่างมนุษย์ จึงไม่ควรดื่มสุราเครื่องทำลาย
สุขภาพทางร่างกายและใจอย่างยิ่ง เป็นการทำลายตัวเองและผู้อื่นไปด้วยในขณะเดียวกัน
 
อานิสงส์ของการรักษาศีล ๕
๑. ทำให้อายุยืน ปราศจากโรคภัยเบียดเบียน
๒.ทรัพย์สมบัติที่อยู่ในความปกครอง มีความปลอดภัยจากโจรผู้ร้ายมาราวีเบียดเบียนทำลาย
๓. ระหว่างลูก หลาน สามี ภรรยา อยู่ด้วยกันเป็นผาสุก ไม่มีผู้คอยล่วงล้ำกล้ำกรายต่างครองกันอยู่ด้วยความเป็นสุข
๔.พูดอะไรมีผู้เคารพนับถือ คำพูดมีเสน่ห์เป็นที่จับใจไพเราะด้วยสัตย์ด้วยศีล
๕. เป็นผู้มีสติปัญญาดีและเฉลียวฉลาด ไม่หลงหน้าหลงหลัง จับโน่นชนนี่เหมือนคนบ้าคนบอหาสติไม่ได้ ผู้มีศีล เป็นผู้ปลุกและส่งเสริมสุขในหัวใจคนและสัตว์ทั่วโลกให้มีแต่ความอบอุ่น ไม่เป็น
 
ระแวงสงสัย ผู้ไม่มีศีลเป็นผู้ทำลายหัวใจคนและสัตว์ ให้ได้รับความทุกข์เดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า
ศีล นั้นอยู่ที่ไหน มีตัวตนเป็นอย่างไร ใครเป็นผู้รักษา แล้วก็รู้ว่า ผู้นั้นเป็นตัวศีล ศีลก็อยู่ที่ตนนี้ เจตนาเป็นตัวศีล เจตนา คือ จิตใจ คนเราถ้าจิตไม่มีก็ไม่เรียกว่าตน มีแต่กายจะทำอะไรได้ ร่างกายกับ
จิตใจต้องอาศัยซึ่งกันและกัน เมื่อจิตไม่เป็นศีล กายก็ประพฤติไปต่างๆ ผู้มีศีลแล้วไม่มีโทษ จะเป็นปกติ แนบเนียนไม่หวั่นไหว ไม่มีเรื่องหลงหาหลงขอ คนที่หา คนที่ขอต้องเป็นทุกข์ ขอเท่าไรยิ่งไม่มี
ยิ่งอดอยาก ยากเข็ญยิ่งไม่มี
 
กายกับจิต เราได้มาแล้ว มีอยู่แล้ว ได้จากบิดามารดาพร้อมบริบูรณ์แล้ว จะทำให้เป็นศีลก็รีบทำ ศีลมีอยู่ที่เรานี้แล้ว รักษาได้ไม่มีกาล ได้ผลไม่มีกาล
ผู้มีศีล ย่อมเป็นผู้องอาจกล้าหาญ ผู้มีศีล ย่อมมีความสุข ผู้จักมั่งคั่งบริบูรณ์ สมบูรณ์ ไม่อด ไม่อยาก ไม่จน ก็เพราะรักษาศีลได้สมบูรณ์ จิตดวงเดียว เป็นศีล เป็นสมาธิ เป็นปัญญา
 
ผู้มีศีลแท้ เป็นผู้หมดเวรหมดภัย.
---------------------------------------------------------------------
*** พุทธศาสนสุภาษิตเรื่องศีล ***
อาทิ สีลํ ปติฏฺฐา จ       กลฺยาณานญฺจ มารตุกํ
ปมุขํ สพฺพธมฺมานํ       ตสฺมา สีลํ วิโสธเย
ศีลเป็นเบื้องต้น เป็นที่ตั้งอาศัย เป็นมารดาของกัลยาณธรรมทั้งหลาย
เป็นประมุขของธรรมทั่วไป ฉะนั้น ควรชำระศีลให้บริสุทธิ์
 
สีลํ อาภรณํ เสฏฺฐํ
ศีล เป็นอาภรณ์อันประเสริฐ
สีลํ กวจมพฺภุตํ
ศีล เป็นเกราะอย่างอัศจรรย์
สีลเมว อิธ อคฺคํ          ปญฺญวา ปน อุตตโม
มนุสฺเสสุ จ เทเวสุ        สีลปญฺญญาณโต ชยํ  
ศีลเท่านั้นเป็นเลิศในโลก ส่วนผู้มีปัญญาเป็นผู้สูงสุด
ความชนะในหมู่มนุษย์และเทวดาย่อมมีเพราะศีลและปัญญา
 
วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน โส เสฏฺโฐ เทวมานุเส
ผู้สมบูรณ์ด้วยความรู้(ปัญญา)และความประพฤติ(ศีล) เป็นผู้ประเสริฐในหมู่เทพและมนุษย์
 
ปัญญามีศีลเป็นเครื่องชำระให้บริสุทธิ์
และในทางกลับกัน ศีลก็มีปัญญาเป็นเครื่องชำระให้บริสุทธิ์ด้วย
ศีลมีในบุคคลใด ปัญญาก็มีในบุคคลนั้น ปัญญามีในบุคคลใด ศีลก็มีในบุคคลนั้น
ปัญญาเป็นของบุคคลผู้มีศีล ศีลเป็นของบุคคลผู้มีปัญญา
และนักปราชญ์ย่อมกล่าวศีลกับปัญญาว่าเป็นยอดในโลก
เหมือนบุคคลล้างมือด้วยมือ หรือล้างเท้าด้วยเท้าฉะนั้น
(โสณทัณฑสูตร)
-------------------------------------------------------------------------
ขอท่านทั้งหลายพึ่งรักษาศีล ทาน ภาวนานี้ อย่าได้พร่อง
อันจะเป็นเกาะเครื่องกันอันตรายและภัยทั้งปวงแก่ท่านทั้งหลาย
สวดมนต์ ภาวนาอย่าขาด อย่างน้อยให้อยู่กับคำภาวนาพุท โธให้ได้ทุกลมหายใจ
ลืมบ้างไม่เป็นไร นึกได้ก็ทำเอาเริ่มเอาใหม่ เป็นพุทธนุสสติ
จากภัยทางน้ำ ทางบก ทางอากาศ ที่ทยอยเข้ามาอย่างต่อเนื่องและรุนแรงมากขึ้นตามลำดับ
อย่าตากฝนกันโดยไม่จำเป็น อย่าอยู่ใกล้ต้นไม้ยามค่ำคืน รักษารางกายให้อบอุ่น
เชื้อโรคต่าง ๆ ที่หาสาเหตุไม่ได้ลงมาแล้ว ซึ่งจะหาสาเหตุของโรคนั้นไม่ได้
ในที่แออัดให้มีผ้าปิดจมูกป้องกัน ก่อนออกจากบ้านให้อธิฐานศีล ระลึกถึงพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง
ขอโมทนาในกุศลทั้งปวงแก่ทุกท่าน
 

 

อธิฐานศีลทุกวันก่อนเดินทางออกจากบ้าน

 

นะโม สัมมาสัมพุทธานัง ปะระมัตถะทัสสีนัง สีลาทิคุณะปาระมิปปัตตานัง

(๓ จบ)

พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ

ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ

สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ

ทุติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ

ทุติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ

ทุติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ

ตะติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ

ตะติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ

ตะติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ

 

ปาณาติปาตาเวระมะณีสิกขาปะทัง อะธิฏฐามิ
อะทินนาทานาเวระมะณีสิกขาปะทัง อะธิฏฐามิ
กาเมสุมิจฉาจาราเวระมะณีสิกขาปะทัง อะธิฏฐามิ
มุสาวาทาเวระมะณีสิกขาปะทัง อะธิฏฐามิ
สุราเมระยะมัชชะปะมาทัฏฐานาเวระมะณีสิกขาปะทัง อะธิฏฐามิ

อิมานิ ปัญจะสิกขาปะทานิ อะธิฏฐามิ
ทุติยัมปิ อิมานิ ปัญจะสิกขาปะทานิ อะธิฏฐามิ
ตะติยัมปิ อิมานิ ปัญจะสิกขาปะทานิ อะธิฏฐามิ

 

นัตถิ เม สะระณัง อัญญัง พุธโธ ธัมโม สังโฆ เม สะระณัง วะรัง  
เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ โหตุ เม ชะยะมังคะลัง 
ที่พึ่งอันอื่นของข้าพเจ้าไม่มี พระพุทธเจ้า

พระธรรม พระสงฆ์ เป็นที่พึ่งอันประเสริฐยิ่งยงของข้าพเจ้า ด้วยการกล่าวสัจจวาจาไปแล้วนั้น

ขอจงเป็นศิริชัยมงคลแก่ข้าพเจ้าตลอดกาลนานเทอญ

ยังกิญจิ ระตะนัง โลเก วิชชะติ วิวิธัง ปุถุ ระตะนัง พุทธะ ธัมมะ สังฆะ 
สะมัง นัตถิ ตัสมา โสตถี ภะวันตุ เม ฯ

รัตนะอันใดอันหนึ่งในโลกมีมากมายหลายอย่างต่าง ๆ กัน แม้รัตนะเหล่านั้นจะประเสริฐเลิศยิ่งเทียบเท่าเสมอด้วยรัตนตรัยนั้นไม่มี
เพราะเหตุนั้น ขอความสวัสดีภาพราบรื่นชื่นบาน
จงมีแก่ข้าพเจ้าทุกเมื่อเทอญ

ปริสุทโธ อะหัง ภันเต ปริสุทโธติมัง พุทโธ ธัมโม สงัโฆ ธาเรตุ
ข้าแต่พระรัตนตรัยเจ้าที่เจริญ บัดนี้ข้าพเจ้าขอบอกกล่าวแสดงความบริสุทธิ์ของข้าพเจ้าต่อพระรัตนตรัยทั้ง ๓ ประการ
ขอพระรัตนตรัยเจ้าขอทรงทราบไว้ว่าข้าพเจ้าเป็นผู้บริสุทธิ์ในกาลบัดนี้


******************************************************

กายกรรม วจีกรรม มโนกรรม กรรมใดที่ทุกท่านได้บำเพ็ญแล้ว ปฏิบัติแล้ว
ที่เป็นบุญเป็นกุศล ด้วยกาย วาจา ใจ ข้าพเจ้าขอโมทนาซึ่งส่วนกุศลเหล่านั้น
ขอให้ข้าพเจ้าเป็นผู้ไม่ประมาท เป็นผู้สว่างไสวในบวรพระพุทธศาสนา ตลอดสิ้นกาลนาน
ตราบถึงที่สุดแห่งบรมสุข คือถึงซึ่งพระนิพพาน ในชาติปัจจุบันนี้เทอญ

สาธุ สาธุ สาธุ สทฺธา ปริสุทธิธมฺมทานํ อนุโมทามิ
นายกันต์ธรธารา  ตรีเนตรสุวรรณ  (ชมรมพุทธศาสตร์)
บริษัทเซรามิคอุตสาหกรรมไทย จำกัด

***ศึกษาธรรมจบแล้วอย่าลืมอธิฐานจิต แผ่เมตตา เพียงเท่านี้ ในวันนี้ท่านก็ได้ทำบุญแล้ว***

 
บูชาพระ ขอขมาพระรัตนตรัย
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ ฯ
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ ฯ
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ ฯ
 
วันทามิ เจดิยัง สัพพัง สัพพัฎฐาเน สุปฏิษฐิตา สรีระธาตุง มหาโพธิง
พุทธรูปัง สักการัง สัทธา นาคะโลเก เทวโลเก ดาวติงเส พรหมโลเก ชมพูทีเป ลังกาทีเป
สรีระธาตุโย เกศาธาตุโย อรหันตาธาตุโย เจดิยัง คันธกุฎี
จตุราศี ติสสหัสสะ ธัมมักขันธา ปาทเจดิยัง นะระเทเวหิปูชิตา
อะหังวันทามิ ฑูระโต   อะหังวันทามิธาตุโย   อะหังวันทามิสัพพะโส
 
สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะ เม ภันเต อุกาสะ ทวารัตตะเยนะ กะตัง
สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะ เม ภันเต อุกาสะ ขะมามิ ภันเต
พุทโธ อะโหสิ ธัมโม อะโหสิ สังโฆ อะโหสิ สาธุ สาธุ สาธุ
*******************************************************

แผ่เมตตาให้ตนเอง
อะหัง สุขิโต โหมิ
, นิททุกโข โหมิ, อะเวโร โหมิ, อัพพะยาปัชโฌ โหมิ,
อะนีโฆ โหมิ
,
สุขี อัตตานัง ปริหะรามิ นิพพาน ปัจจโย โหตุ
ขอให้ดวงจิตของข้าพเจ้าทุกดวง จงมีแต่ความสุข ความเจริญทั้งทางโลก ทางธรรม
ขอให้ดวงจิตของข้าพเจ้าทุกดวง จงปราศจากความทุกข์ยาก ลำบากกาย ลำบากใจ
และอุปสรรคทั้งหลายทั้งปวง จงปราศเคราะห์กรรมเหล่าเวร และเป็นผู้ไม่เบียดเบียนพยาบาท
ไม่อาฆาตจองเวรข่มเหงคะเนงร้าย ต่อผู้อื่นผู้ใดอีกต่อไป
ขอให้ดวงจิตของข้าพเจ้าทุกดวง จงได้มีดวงตาเห็นธรรม ได้รับรู้หนทางหลุดพ้น
จากความทุกข์ทั้งปวง ให้เจริญไปด้วยสติปัญญาญาณบารมี และให้ได้บรรลุถึงซึ่งโลกกุตตรธรรมเก้า
ตราบถึงซึ่งพระนิพพานเป็นที่สุดในชาติปัจจุบันนี้เทอญ

 

แผ่เมตตาให้สัพพสัตว์
สัพเพ สัตตา สะทาโหตุ อะเวรา อัพญาปัชฌา สุขะ ชีวิโณ
ขอให้สัพพสัตว์น้อยใหญ่ทั้งหลาย ที่สละชีวิต ไม่ว่าด้วยถูกขืนใจ เข่นฆ่าหรือไม่ก็ดี
ที่ข้าพเจ้าได้นำมาปรุงเป็นอาหารเพื่อการดำรงชีวิตของข้าพเจ้า และเจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย
ขอให้ท่านทั้งหลายทั้งปวงหลุดพ้นจากความทุกข์
อย่าได้มีเวรซึ่งกันและกันเลย อย่าได้พยาบาทเบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย
ขอให้ท่านทั้งหลายจงดำรงค์ชีพอยู่เป็นสุขทุกเมื่อเถิด
กะตัง ปุญญัง พะลังมัยหัง สัพเพภาคี ภะวันตุเต
ขอให้สัพพสัตว์ทั้งหลาย เทพเทวาที่ปกปักรักษาข้าพเจ้าและเจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายของข้าพเจ้า
พึงมีส่วนได้เสวยผลบุญที่ข้าพเจ้า
ได้ตั้งใจกระทำด้วยกาย วาจา ใจ แล้วนั้น จงทุกท่านทุกดวงจิตทุกตนเทอญ
 
ขอบารมีพระ
สัพเพ พุทธา พะลัปปัตตา ปัจเจกานัญจะ ยัง พะลัง
อะระหันตานัญจะ เมเชนะ รักขัง พันธามิ สัพพะโส
พระพุทธเจ้าทั้งหลาย ล้วนทรงพระกำลังทั้งสิ้น พระปัจเจกพุทธเจ้า และพระอรหันต์ทั้งหลายก็มีกำลังเช่นเดียวกัน
ข้าพเจ้าขอผูกอำนาจแห่งกำลังเหล่านั้น ไว้เป็นเครื่องคุ้มครอง รักษาตัวข้าพเจ้า
เม อัตถะลัทธา สุขิตา วิรุฬหา พุทธะสาสะเน
อะโรคา สุขิตา โหถะ สะหะ สัพเพหิ ญาติภิ
ข้าพเจ้าพร้อมทั้งหมู่ญาติ ผู้ได้ประโยชน์มีสุขเจริญงอกงามในพระศาสนา
จงปราศจากโรคาพยาธิ มีความสุขทุกคนเทอญ...
สัพพะพุทธานุภาเวนะ สัพพะธัมมานุภาเวนะ สัพพะสังฆานุภาเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ เม
ด้วยอานุภาพแห่งพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ทั้งปวง ขอความสวัสดี จงมีแก่ข้าพเจ้าเมื่อเทอญ
 
พุทโธอัปปมาโณ ธัมโมอัปปมาโณ สังโฆอัปปมาโณ
สัมมาอะระหัง พุทโธ ภะคะวา มะหัปผะลา โหติ มะหานิสังสา นิพพานะ ปัจจะโย โหตุ โน
ขอผลแห่งการศึกษาธรรมนี้ จงยังความสำเร็จ มหาสำเร็จ ในสรรพสิ่งมงคล มหามงคลที่ข้าพเจ้าและท่านทั้งหลายปรารถนาไว้ดีแล้ว
ขอให้มีความคล่องตัวทุกอย่างทั้งทางโลก ทางธรรม ทางบุญ ทางกุศล ขอจงเป็นผลใหญ่ มีอานิสงส์ใหญ่ จงเป็นปัจจัยให้สิ้นอาสวะ

เป็นผลสำเร็จแก่ข้าพเจ้าและท่านทั้งหลายเพื่อ มรรค ผล ตราบถึงซึ่งพระนิพพานในชาติปัจจุบันนี้เทอญ
พระพุทธเจ้า ทรงพระคุณไม่มีประมาณ  พระธรรมเจ้า ทรงพระคุณไม่มีประมาณ พระสังฆเจ้า ทรงพระคุณไม่มีประมาณ
โปรดบันดาลให้คำอธิฐานทั้งปวงนี้ จงเป็นผลสำเร็จ จงเป็นผลสำเร็จ จงเป็นผลสำเร็จ เป็นอัศจรรย์ทุกประการเทอญ
3_1111982275.jpg
Copy (2) of DSCF2113.JPG
Reply all
Reply to author
Forward
0 new messages