ปล่อยสัตว์
ได้บุญหรือได้บาป
ชาวพุทธโดยเฉพาะที่เป็นคนไทยมีความเชื่อในเรื่องการปล่อยสัตว์สะเดาะเคราะห์
จะเห็นว่าตามวัดวาอารามที่อยู่ติดแม่น้ำลำคลองหลายวัดถึงกับมีแม่ค้านำสัตว์มาวางขาย
เพื่ออำนวยความสะดวกให้คนใจบุญซื้อไปปล่อยกันอย่างสะดวกสบายเลยทีเดียว
สัตว์ยอดนิยมที่ชาวพุทธชอบปล่อยกัน ๕
อันดับแรก ได้แก่
๑ . ปลาไหล
๒. หอยขม
๓. นก
๔. เต่า
๕.
ปลาหมอ
แต่การปล่อยสัตว์เหล่านี้ได้บุญจริงหรือ
?
ปลาไหล
เชื่อกันว่าปล่อยปลาไหลแล้วชีวิตหน้าที่การงานการเงินจะปราศจากอุปสรรค
ไหลลื่นเหมือนปลาไหล
ธรรมชาติของปลาไหลต้องอยู่ในน้ำแฉะ
มีดินโคลนให้มุดเพื่อหลบพัก
แต่การปล่อยปลาไหลในแม่น้ำที่มีน้ำไหลเชี่ยว
ดินด้านล่างมีแต่มลภาวะไม่เหมือนดินโคลนตามท้องไร่ท้องนา
ปลาไหลจะรอดชีวิตไหม
?
บางครั้งเมื่อปล่อยปลาไหลลงแม่น้ำ
ปลาไหลจะโผล่หัวมาทำปากพะงาบๆ ผงกหัวงึกๆ
ทำให้คนปล่อยดีใจว่าปลาไหลทำท่าขอบคุณ
แต่จริงๆ
เป็นเพราะปลาไหลหายใจไม่ออกหรือเปล่าที่ได้เจอน้ำที่ไม่เหมือนในสภาพแวดล้อมเดิมที่เคยอยู่
เหมือนคนบ้านนอกนั่งรถตู้เข้าเมืองหลวง
พอลงจากรถตู้เจอควันพิษเป็นครั้งแรกก็สำลักแทบตาย
ปลาไหลก็คงเป็นอย่างนั้น
และถ้าได้รู้ว่าปลาไหลที่มีขายกันนั้นมาจากไหนจะยังคิดว่าได้บุญกันอยู่หรือเปล่า
?
ทุกวันปลาไหลนับพันกิโลกรัมจะถูกบรรจุกระสอบปุ๋ย
เดินทางจากเขมรสู่ประเทศไทย ขนส่งให้ถึงมือผู้ใจบุญ
แต่กว่าจะถึงมือผู้ใจบุญได้ปลาไหลได้รับความทุกข์ทรมานมากแค่ไหน
บางตัวทนไม่ไหวตายเสียระหว่างทาง
หากไม่มีผู้ใจบุญชอบปล่อยปลาไหล
ปลาไหลเหล่านี้คงจะมีชีวิตสุขสบายอยู่ในหนองคลองบึงในประเทศเขมรจนกว่าจะหมดอายุขัย
ปล่อยปลาไหลได้บุญหรือได้บาป ใครเลยจะรู้ได้

หอยขม
หอยขมเป็นหอยน้ำจืดชนิดหนึ่ง
เพราะชื่อว่าหอยขมที่สื่อไปถึงความระทมขมขื่น
จึงเชื่อกันว่าการปล่อยหอยขมเท่ากับเป็นการปล่อยความทุกข์ระทมขมขื่นในชีวิตทิ้งไป
ชีวิตไม่ต้องกล้ำกลืนฝืนทนเรื่องอะไรอีก
หอยขมชอบน้ำนิ่งๆ เย็นๆ มีดินเลน
และมีรากไม้กิ่งไม้ให้เกาะบ้าง
อาหารของหอยขมคือตะไคร่น้ำ
และซากใบไม้ที่ตกอยู่ตามพื้น
แต่การปล่อยหอยขมลงแม่น้ำที่ไหลเชี่ยว
ตะไคร่น้ำก็ไม่มี ซากใบไม้ก็ถูกน้ำพัดพาไปหมด
หอยขมมีโอกาสน้อยมากที่จะรอดชีวิต
นก
นกเป็นสัตว์ปีก
มีชีวิตอิสรเสรีโบยบินอยู่บนฟ้า
เชื่อว่าการปล่อยนกไปสู่อิสรเสรีภาพ
จะทำให้ชีวิตหมดอุปสรรค มีความสุขความเจริญ
ได้พบกับสิ่งใหม่ๆ
โอกาสใหม่ๆ มีโชคดี ชีวิตสดใสกว่าเดิม
แต่สังเกตกันไหมว่าเวลาเราปล่อยนก
ทำไมนกจึงไม่ค่อยจะบิน
เหตุผลเป็นเพราะมันบินไม่ไหว
นกเหล่านี้ก็เหมือนสัตว์อื่น ถูกจับถูกขังขนส่งมาไกลๆ
ถูกจับแออัดยัดเยียดอยู่ในกรงเล็กๆ จนปวดร้าวร่างกายไปหมด
นักกีฬาเดินทางสบายๆ ระยะทางไกลๆ
ยังลงแข่งทันทีไม่ไหวเพราะเพลีย
นับประสาอะไรกับนกที่ถูกจับยัดกรงขนส่งมาไกลๆ
ย่อมต้องหมดแรงบินไม่ไหวเหมือนกัน
นกบางตัวถูกปล่อยไปแล้วคนขายก็ตามไปจับมาขายซ้ำแล้วซ้ำอีก
ข้าวปลาไม่เคยได้กิน
ในที่สุดมันก็ตาย
นอกจากนี้นกที่เราปล่อยกันนั้นก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น
นกอีกส่วนหนึ่งปีกหักขาหักระหว่างถูกจับ
อีกส่วนหนึ่งแออัดยัดเยียดในกรงระหว่างขนส่งตายไปแล้วไม่รู้เท่าไหร่
การปล่อยนกจะได้บุญจริงหรือ
?
เต่า
เต่เป็นสัตว์ที่มีอายุยืนยาวมาก
ว่ากันว่ามันเป็นสัตว์ที่มีอายุยืนที่สุด
จึงเชื่อกันว่าการปล่อยเต่าจะเป็นการช่วยสะเดาะเคราะห์ต่ออายุ
ทำให้มีชีวิตยืนยาวเหมือนเต่า
เต่าที่เขานำมาขายเพื่อนำไปปล่อยนั้นน่าสงสารมาก
เต่าตัวโตๆ แต่น้ำหนักเบาหวิว
เป็นเต่าลดน้ำหนักเพื่อประกวดนางงามเต่าหรือเปล่า
?
ความจริงคือบางตัวถูกจับมาขังไว้เป็นเดือนๆ
ปล่อยให้อดอาหารโดยเราไม่รู้เพราะร่างกายอยู่ในกระดอง
จะรู้ก็ต่อเมื่อยกดูนั่นแหละ
เต่าที่อดอาหารเหล่านี้จะมีชีวิตอยู่ได้อีกกี่วันกันเชียว
ที่เคยเดินช้าอยู่แล้วพออดอาหารเข้าก็ยิ่งไม่มีแรง เดินก็ไม่ค่อยไหว
ว่ายน้ำก็ไม่ค่อยไหว
ซ้ำร้ายไปกว่านั้น
คนส่วนใหญ่เข้าใจว่าเต่าเป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ อยู่บนบกก็ได้
อยู่ในน้ำก็ดี
จึงชอบปล่อยเต่าโดยการโยนเต่าลงไปกลางน้ำไกลๆ
หวังว่าคนขายจะจับมาขายไม่ได้อีก
เจ้าเต่าแสนดีก็ทะลึ่งพ้นน้ำขึ้นมาขอบคุณคนปล่อย
แต่จริงๆ
อาจไม่ใช่อย่างนั้น
เต่าตัวนั้นอาจเป็นเต่าบก มันอยู่ในน้ำไม่ได้
ก็เหมือนเราจับหมาโยนน้ำนั่นแหละ
มันจะทะลึ่งขึ้นสู่ผิวน้ำชะเง้อคอดูว่าฝั่งอยู่ไหน
แล้วพยายามว่ายเข้าหาฝั่ง
คนปล่อยใจดีก็ยังจับโยนไปกลางน้ำอีก
ในที่สุดเต่าก็ว่ายน้ำไม่ไหวจมน้ำหายไปโดยคนปล่อยไม่รู้เลยว่า
นั่นคือโศกนาฏกรรม!!
ปลาหมอ
ปลาหมอที่คนไทยชอบปล่อยกันนักคือปลาหมอไทย
ปลาชนิดนี้อาศัยอยู่ในหนองคลองบึง เป็นปลาที่มีน้ำอดน้ำทน
ตายยาก
ด้วยเหตุที่ชื่อว่า ปลาหมอ คนไทยจึงเชื่อกันว่าการปล่อยปลาหมอ จะทำให้หายจากโรคภัยต่างๆ
และมีสุขภาพแข็งแรง
เหมือนชีวิตมีหมออยู่ข้างกาย
ปลาหมอที่นำมาขายเพื่อปล่อยกันนั้นเป็นลูกปลาหมอตัวเล็กๆ
(เพราะถ้าเป็นตัวใหญ่เขาจะนำไปขายในตลาดสดจะได้ราคาดีกว่า)
ปลาหมอเหล่านี้ไม่รู้ว่าถูกจับถูกขังมาแล้วกี่วันกว่าที่จะมีคนใจบุญซื้อไปปล่อย
สังเกตดูได้จากหัวที่ค่อนข้างจะโตผิดส่วน
เพราะมันอดอาหารจนหิวโซ ยิ่งหัวโตมากก็แปลว่ามันอดอาหารมานานมาก
ปลาหมอก็เหมือนคนเวลาที่อดอาหารย่อมไม่มีแรง
ปลาหมอเหล่านี้เมื่อปล่อยลงสู่แม่น้ำลำคลองจึงมีโอกาสสูงมากที่มันจะกลายเป็นอาหารของปลาใหญ่
เพราะมันไม่มีแรง สู้ปลาใหญ่ไม่ไหว
ว่ายหนีก็ไม่ไหว
แทนที่จะเป็นการปล่อยปลากลับกลายเป็นการให้อาหารปลาไปแทน
รู้อย่างนี้แล้วยังเชื่อว่าการปล่อยสัตว์ทำให้ได้บุญกันอีกไหม
แต่จริงๆ
การมองมุมนี้มุมเดียวก็ใจคับแคบเกินไปหน่อย
เพราะการปล่อยสัตว์ให้ได้บุญจริงๆ
นั้นมีอยู่ แต่ต้องเปลี่ยนวิธี
อย่าไปปล่อยเป็นประเพณี
อย่าไปซื้อสัตว์ที่เขาเจาะจงนำมาขายเพื่อให้เราปล่อย
เพราะนั่นเป็นการส่งเสริมให้มีอาชีพล่าสัตว์มาขายเพื่อให้เราปล่อยโดยเฉพาะ
หากอยากปล่อยสัตว์สักตัว ก็ทำง่ายๆ
เพียงแค่เดินเข้าไปในตลาดสด
สารพัดกุ้งหอยปูปลาเป็นๆ ที่วางขายในตลาด
สัตว์เหล่านั้นกำลังเดินทางไปสู่ความตาย
กำลังจะต้องกลายเป็นอาหารอย่างแท้จริง
ถ้าเราไม่ปล่อยมันก็ต้องตายแน่ๆ ปล่อยสัตว์เหล่านี้จึงจะได้บุญอย่างแท้จริง
และยิ่งสัตว์เป็นๆ ตัวไหนที่เราตั้งใจซื้อมาทำอาหาร
แล้วตัดใจนำไปปล่อย นั่นยิ่งเป็นการปล่อยสัตว์แบบได้มหาบุญ
ได้บุญเพราะช่วยชีวิตสัตว์
และได้บุญเพราะตัดกิเลสตัวเองได้
Mr.Panpasin Suwanchawee
SIAM TAPCO COMPANY
LIMITED
94/59 Moo 9, Bangkruai-Sainoi Rd., Banglen, Bangyai, Nonthaburi,
11140 THAILAND
089-9920404, 086-6076298,
085-1001750