*เรื่องจริงของการออกกำลังกายที่คุณควรรู้*

13 views
Skip to first unread message

sammypitt

unread,
Jul 1, 2008, 10:10:12 PM7/1/08
to agmx, arabgirls_love6, cross-dresser, DarkNet, DinoX, guys_women2000, hot-indian-pictures, ilovedownload, istanbulsex, madoo, Oops_Images, pics-group, sexadventure, SFD, ThaiBittorrent, thaiboys, Yummypinays

 

 

alt="sammypitt free download" border=0 name=header>

คลิปเด็ด หนังดัง ภาพลับเฉพาะ คลิกที่นี่

 Sammypitt Advertising

 

Sammypitt Advertising

 

Sammypitt Advertising

 

Sammypitt Advertising

 

Sammypitt Advertising

 

Sammypitt Advertising

 

Sammypitt Advertising

 

Sammypitt Advertising

 

Sammypitt Advertising

 

Sammypitt Advertising

 

Sammypitt Advertising

 

Sammypitt Advertising

 

Sammypitt Advertising

 

Sammypitt Advertising

 

Sammypitt Advertising

 

Sammypitt Advertising

 

Sammypitt Advertising

 

Sammypitt Advertising

Sammypitt Free Download
Google Groups Mail

*เรื่องจริงของการออกกำลังกายที่คุณควรรู้*
โดย : สมพัฒน์ จำรัสโรมรัน

ในเรื่องของการออกกำลังกาย ยังมีคำถามมากมายที่เป็นข้อสงสัย
บางคำถามมีคำตอบที่ชัดเจน แต่บางคำถามอาจมีคำตอบไม่ชัดเจนแค่อาศัยคำพูดต่อๆ
กันมา บ้างก็ได้คำตอบเหมือนกัน ขณะที่บางคำถามได้คำตอบแตกต่างกันออกไป
แล้วคำตอบไหนที่เราสามารถเชื่อถือหรือนำไปปฏิบัติได้จริงกันเล่า?
เพราะถ้าเราได้คำตอบที่ถูกต้องจะทำให้การออกกำลังกายของเราได้ผลตามต้องการอย่างมีประสิทธิภาพ
ที่สำคัญปลอดภัยและสามารถลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บได้เป็นอย่างดี
ผมจึงเลือกข้อสงสัยที่มักได้ยินบ่อยๆ
มาไขข้อข้องใจให้หายสงสัยกันไปได้บ้างนะครับ

*Myth:*  การออกกำลังกายที่ดีที่สุดควรทำในตอนเช้า
*Fact:*  
จากการศึกษาพบว่าการออกกำลังกายสามารถทำในช่วงไหนของวันก็ได้
จะได้ผลที่ไม่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับว่าคุณสะดวกและมีช่วงว่างเวลาไหนที่สามารถออกกำลังกายได้
ขอให้มีการออกกำลังกายรวมแล้วอย่างน้อยประมาณ 30
นาทีในแต่ละวันก็สามารถช่วยให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง
ลดปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ลงได้

*Myth:* ควรออกกำลังกายแบบแอโรบิคเพื่อลดไขมันก่อน
ก่อนที่จะยกเวทเพื่อกระชับกล้ามเนื้อต่อไป
*Fact:*
ผลการวิจัยบ่งชี้ให้เห็นว่า
การออกกำลังกายที่เหมาะสมควรประกอบด้วยการยกน้ำหนักร่วมกับการออกกำลังกายแบบแอโรบิคไปพร้อมๆ
กัน โดยการยกน้ำหนัก หรือ weight training จะมีผลช่วยให้กล้ามเนื้อแข็งแรง
กระชับได้สัดส่วนที่สวยงาม นอกจากนี้ผลจากการยกน้ำหนักอีกอย่างหนึ่ง คือ
เมื่อร่างกายแข็งแรงและมีมวลกล้ามเนื้อเพิ่มมากขึ้นจะยิ่งทำให้มีการเผาผลาญแคลอรีมากขึ้นตามแม้ในขณะพัก
ซึ่งสังเกตได้จากคนที่ต้องการออกกำลังกายเพื่อลดไขมันหรือน้ำหนักตัวลงโดยการฝึกแบบแอโรบิคเพียงอย่างเดียว

เมื่อหยุดออกกำลังกายไปสักพักน้ำหนักตัวจะกลับขึ้นมาเหมือนเดิม
หรือบางคนอาจจะมากกว่าเดิมอย่างรวดเร็ว
เมื่อเริ่มออกกำลังกายใหม่น้ำหนักตัวก็จะลง แต่เมื่อหยุดมันก็จะกลับขึ้นมาอีก
น้ำหนักขึ้น-ลงสลับกันไปหรือที่เรียกว่า yo-yo effect
เมื่อเปรียบเทียบกับคนที่ออกกำลังกายแบบยกน้ำหนักร่วมกับแบบแอโรบิคแล้ว
น้ำหนักตัวจะไม่เปลี่ยนแปลงกลับขึ้นมาเหมือนเดิมอย่างรวดเร็ว
ซึ่งการออกกำลังกายแบบแอโรบิคจะช่วยในการเผาผลาญพลังงานหรือแคลอรีส่วนเกินออกไปขณะออกกำลังกายเป็นหลัก
นอกจากนี้ยังช่วยให้ระบบต่างๆ ในร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรค เช่น ความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหัวใจ
และมะเร็งบางชนิด เป็นต้น

*Myth:*  ผู้หญิงมักกลัวการออกกำลังกายแบบ weight training
เพราะทำให้กล้ามเนื้อมีขนาดใหญ่ขึ้นไม่สวยงาม
*Fact:*  
ฮอร์โมนเพศมีผลอย่างมากในข้อนี้ครับ
โดยผู้ชายมีปริมาณฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน (testosterone) มากกว่าผู้หญิง
ซึ่งมีหน้าที่สำคัญในการสังเคราะห์โปรตีน เมื่อผู้ชายออกกำลังกายแบบ weight
training
อย่างหนัก
ฮอร์โมนตัวนี้จะทำหน้าที่สังเคราะห์โปรตีนและสร้างกล้ามเนื้อให้มีขนาดใหญ่ขึ้นมา
แต่ในผู้หญิงจะมีปริมาณฮอร์โมนนี้ค่อนข้างน้อย โดยจะมีปริมาณฮอร์โมนเอสโตรเจน
(estrogen)
มากกว่า ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่แสดงถึงความเป็นผู้หญิง
ไม่ได้ทำหน้าที่สังเคราะห์โปรตีนสร้างกล้ามเนื้อแบบเดียวกับฮอร์โมนเพศชาย

จากการศึกษาพบว่าผู้หญิงที่มีระดับฮอร์โมนเพศปกติจะต้องออกกำลังกายแบบ weight
training
อย่างน้อย 4–6
ชั่วโมงต่อวันถึงจะมีขนาดกล้ามเนื้อที่ใหญ่ขึ้นมาเหมือนคนเล่นกล้าม
ซึ่งสำหรับคนทั่วไปก็ยากที่จะออกกำลังกายติดต่อกันได้นานถึงขนาดนั้น
แต่ข้อดีสำหรับผู้หญิงที่ออกกำลังกายแบบนี้จะช่วยกระชับสัดส่วนรูปร่างให้สวยงาม
นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญของร่างกาย
(metabolism)
ในการควบคุมน้ำหนัก
และเพิ่มความแข็งแรงของกระดูกป้องกันการเกิดภาวะกระดูกพรุนที่ผู้หญิงมีความเสี่ยงสูงครับ

*Myth:* การออกกำลังกายแบบแอโรบิคเพื่อเผาผลาญไขมันควรใช้เวลามากๆ
แต่ใช้ความหนักระดับต่ำๆ จึงจะดี
*Fact:*
การออกกำลังกายแบบแอโรบิคนั้นร่างกายจะใช้พลังงานทั้งจากคาร์โบไฮเดรต
(
ในรูปของกลูโคสและไกลโคเจนที่สะสมอยู่ในเลือด ตับ และกล้ามเนื้อตามส่วนต่างๆ
ของร่างกาย) และไขมันเป็นหลัก
โดยการออกกำลังกายแต่ละครั้งจะใช้พลังงานมากน้อยเพียงใดให้ดูได้จากจำนวนของแคลอรีที่เผาผลาญออกไป
ในคนที่ออกกำลังกายเบาๆ แต่นาน เช่น การเดิน 40–45 นาที
อาจจะเผาผลาญพลังงานได้ประมาณ 200–350 แคลอรี เมื่อเปรียบเทียบกับคนที่วิ่ง 30
นาที อาจเผาผลาญพลังงานที่ 250–300 แคลอรี ซึ่งต่างกันเพียงเล็กน้อย

ดังนั้นอาจไม่จำเป็นต้องออกกำลังกายเบาๆ แต่นานๆ
เพียงอย่างเดียวในการเผาผลาญพลังงานออกไป
เมื่อออกกำลังกายได้สักระยะหนึ่งก็จะมีความฟิตแข็งแรงมากขึ้น
ดังนั้นการเพิ่มความหนักหรือระยะเวลาในการออกกำลังกายจะทำให้ร่างกายเผาผลาญพลังงานมากขึ้นตาม
หรือถ้าคนที่ฟิตแข็งแรงดีอยู่แล้วสามารถออกกำลังกายในระดับความหนักที่สูงได้
ก็จะส่งผลให้ร่างกายเผาผลาญพลังงานหรือแคลอรีโดยรวมมากขึ้น
ไขมันที่สะสมอยู่ตามส่วนต่างๆ ของร่างกายก็จะถูกใช้ไปได้เช่นเดียวกัน

*Myth:* ในการออกกำลังกายแบบ weight training
ถ้าต้องการให้กล้ามเนื้อมีขนาดใหญ่ขึ้นให้ยกช้าๆ
แต่ถ้าไม่ต้องการให้กล้ามเนื้อมีขนาดใหญ่ควรยกเร็วๆ
*Fact:*
ความจริงแล้วการยกน้ำหนักเพื่อให้กล้ามเนื้อใหญ่ขึ้นหรือกระชับขึ้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับความเร็วในการยก
แต่จะขึ้นอยู่กับน้ำหนักที่เราออกแรงมากกว่า ตามคำแนะนำของ American College of
Sports Medicine (ACSM)
ซึ่งเป็นสถาบันที่แนะนำรูปแบบต่างๆ
ของการออกกำลังกายที่ทั่วโลกยอมรับ
ได้กำหนดไว้ว่าถ้าต้องการให้กล้ามเนื้อมีขนาดใหญ่ขึ้นควรใช้น้ำหนักที่สามารถออกแรงยกได้เพียง
1–6
ครั้งในแต่ละเซต หรือประมาณ 80-100%
ของน้ำหนักที่สามารถยกได้สูงสุดเพียงหนึ่งครั้ง (1 Repetition Maximum หรือ 1
RM)

แต่ถ้าต้องการให้กล้ามเนื้อกระชับแข็งแรงจะต้องใช้น้ำหนักที่สามารถออกแรงยกได้ประมาณ
12-15
ครั้งในแต่ละเซต หรือประมาณ 65–75%
ของน้ำหนักสูงสุดที่สามารถออกแรงยกได้ใน 1 ครั้ง
และความเร็วในการยกควรจะสอดคล้องกับจังหวะการหายใจเข้า-ออกมากกว่า
โดยให้หายใจออกทางปากช้าๆ ขณะออกแรงยก
และหายใจเข้าทางจมูกขณะผ่อนแรงหรือปล่อยน้ำหนักลง อย่ากลั้นหายใจขณะที่ออกแรง
เพราะจะทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้นและเป็นอันตรายได้

*ที่ผมหยิบยกมาให้อ่านกันนี้ส่วนใหญ่เป็นข้อสงสัยที่มักจะถามกันอยู่บ่อยๆ
เท่านั้น ครั้งหน้าเรายังมีเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับสุขภาพมาฝากกันอีกมากมายครับ*

*ที่มาข้อมูล :*นิตยสาร Health Today

คลิปเด็ด หนังดัง ภาพลับเฉพาะ คลิกที่นี่

 

ฟรี !

 

-----------------------------------------------------------------------

สมัครเข้ากรุ๊ปเมล์ Sammypitt Free Download เพื่อรับ คลิปเด็ด หนังดัง ภาพลับเฉพาะ

โหลดฟรี ดูฟรี ส่งตรงถึงเมล์คุณทุกวัน หรือ สมัครง่ายๆ เพียงกรอก อีเมล์ ของคุณด้านล่าง

 

**สมัครสมาชิกฟรี โหลดฟรี ดูฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น**

 

 

image001.jpg
image002.gif
image003.gif
image004.gif
image005.jpg
image006.gif
Reply all
Reply to author
Forward
0 new messages