แค่ป้ายก็ผิดแล้ว

133 views
Skip to first unread message

∫Щα-Шααβ℠

unread,
Sep 15, 2010, 5:11:28 AM9/15/10
to กลุ่มศาลาวัด

เน่าซ้ำซาก !

 

สวนสันติธรรมปิดป้ายหรา "สถานที่ส่วนบุคคล" จะเข้าต้องลงทะเบียน และต้องเป็นบุคคลผู้ประสงค์ดีเท่านั้น ห้ามถ่ายรูป ถ่ายวีดิโอ หรือกระทำการใดๆ ที่ไม่ชอบมาพากล หุหุ เอาเงินบริจาคของญาติโยมมาสร้าง "อาณาจักรส่วนอริยะบุคคล" ยิ่งกว่าเจ้าพ่อภาคตะวันออก แค่ป้ายนี้ถ้ายังมองไม่ออกว่าถูกหรือผิด ก็ไม่ต้องดูจิตแล้วล่ะคุณเอ๋ย !

 

 

 

 

กำแพงสูงลิ่ว

สถานปฏิบัติธรรมหรืออาณาจักรส่วนตัว

 

 

 

"สถานที่ส่วนบุคคล งดรับแขกนอกเวลา และในวันปิดศูนย์"

 

แค่ป้ายก็ผิด !

 

เอ้า ผอ.สำนักพุทธฯ กรุณาดูซะให้กระจ่าง จะได้ไม่งมโข่งอ้างข้างๆ คูๆ ไม่รู้ไม่ชี้อีกต่อไป

 

 

 

หมายเหตุ อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ

 

 

จาก..ส.ส.หมาหลง สู่..พระหมาหลง

 

ชาวบ้าน-ผู้ใหญ่บ้าน หมู่บ้านสวนสันติธรรมของพระปราโมชย์ ระบุ "ไม่รู้จักและไม่เคยเหยียบเข้าไปในอาณาจักรส่วนตัวแห่งนี้" เพราะมีแต่ผู้หลักมักดีขี่เก๋งแพงๆ มาจากกรุงเทพพระมหานคร แถมพระยังไม่เคยออกบิณฑบาตโปรดญาติโยมแถวนี้ จึงไม่มีใครรู้จักเลย

 

อืม ! นั่นนะสินะ ญาติโยมแถวนี้จะไปรู้อะไร หารู้ไม่ว่าพระอาจารย์ปราโมชย์นั้นเลอเลิศประเสริฐศรีขนาดไหน อ่านใจคนได้เหมือนมีตาทิพย์ สอนกรรมฐานผ่านซีดีจนมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั้งโลก แล้วเรื่องอะไรกะแค่บ้านรั้วติดวัดเหล่านี้ท่านจะมองไม่เห็น เพียงแต่..

 

เพียงแต่ว่าท่านไม่อยากเป็นพระของชาวบ้านนอกเท่านั้น เพราะท่านประกาศเป็นร้อยครั้งแล้วว่า "มุ่งสอนคนเมืองกรุงให้เป็นอริยบุคคลด้วยวิธีพิเศษคือดูจิต"เท่านั้น นอกนั้นท่านไม่ได้สนใจ ผิดฝาผิดตัวนิดหน่อยก็แค่ว่า เมื่อท่านประกาศตัวเป็น "พระของชาวกรุง" แต่ไม่ยอมอยู่ในกรุง กลับไปสร้างสำนักหลอกคนกรุงอยู่ที่บ้านนอก ก็เลยโดนหลอกทั้งบ้านนอกในกรุง

 

ส่วนเรื่องเงินทองของบาดใจอะไรนั้น อาจารย์ท่านไม่รู้เรื่องหรอก เพราะท่านไม่เคยดู ท่านดูแต่จิต ไม่เคยสนใจเงินทอง ดังนั้นจะหาเรื่องหาราวท่านได้อย่างไร ยกโทษให้ท่านเถิดโยม เพราะท่านนำคนเข้าวัดมากเป็นประวัติการณ์ หาพระอย่างท่านยาก ไม่เชื่อก็ถาม "ดังตฤณ-ดังตรึม" ดูสิ

 

 

 

 

 

ผอ.สำนักพุทธฯ สั่งตรวจสอบข้อเท็จจริง "พระปราโมทย์" เรื่องเงินร้อยล้าน ชี้โจทก์อื้อทยอยร้องเรียน ระบุผิดจริงโทษอาญา ส่วนทางธรรมต้องให้คณะสงฆ์พิจารณา ด้าน "ดีเอสไอ" ส่งเจ้าหน้าที่สอบ หากมีมูลชงเป็นคดีพิเศษ ขณะที่สวนสันติธรรมปิดเงียบ

 

จากกรณีที่ตัวแทนชาวพุทธ รวมตัวกันเข้าร้องเรียนต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อให้ตรวจสอบ "พระปราโมทย์ ปาโมชโช" เจ้าสำนักสวนสันติธรรม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ว่ามีพฤติการณ์ยักย้ายถ่ายเทเงินบริจาคซื้อที่ดินสำนักสงฆ์ 100 ล้านบาท เข้าบัญชีอดีตภรรยา ที่บวชชีอยู่สำนักสวนสันติธรรมนั้น

 

  เมื่อวันที่ 14 กันยายน นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เปิดเผยว่า ทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว ซึ่งต้องให้ความเป็นธรรมแก่ทั้งสองฝ่าย เบื้องต้นได้ส่งเจ้าหน้าที่ส่วนคุ้มครองพระพุทธศาสนาไปตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าว ว่ามีการฉ้อโกง หรือนำเงินบริจาคไปให้แก่คนใกล้ชิดจริงหรือไม่ พร้อมกับประสานไปยังเจ้าคณะผู้ปกครองพระปราโมทย์ และเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ ให้ช่วยตรวจสอบอีกทาง แต่ขณะนี้ยังไม่ทราบคำตอบเพราะข้อมูลมีอยู่เป็นจำนวนมาก กรณีดังกล่าวมีโจทก์จำนวนมากทยอยร้องว่าถูกหลอกเงินโดยต่างยืนยันว่าถูกพระปราโมทย์หลอก

 

 "หากท้ายที่สุดแล้วพระปราโมทย์กระทำผิดจริง ถือว่าทำผิดกฎหมายอาญา เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถดำเนินการตามกฎหมายทางโลกได้เลย ส่วนทางธรรมนั้น คณะสงฆ์ท่านจะดูว่าผิดทางไหน แต่ส่วนใหญ่แล้วถ้าผิดกฎหมายทางโลกก็จะให้ทางโลกจัดการ" ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติกล่าว  

 

 นายอำนาจ บัวศิริ ผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม สำนักงานพระพุทธศาสนาฯ กล่าวว่า กลุ่มที่ไปร้องที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นั้นเคยมายื่นเรื่องที่สำนักงานพระพุทธศาสนาฯ แล้ว ซึ่งขณะนั้นทางกลุ่มผู้ร้องแจ้งเพียงให้ทราบถึงพฤติการณ์ของพระปราโมทย์ แต่ยังไม่ได้แจ้งให้ต้องมีการดำเนินการใดๆ เพราะหลักฐานยังไม่ครบ ซึ่งเชื่อว่าขณะนี้มีหลักฐานครบแล้วจึงมีการเข้าแจ้งความต่อดีเอสไอ และหากยื่นเรื่องมาที่สำนักงานพระพุทธศาสนาฯ ก็พร้อมที่จะช่วยดำเนินการให้

 

 ทั้งนี้จากพฤติการณ์ของพระปราโมทย์ ที่มีการโอนทรัพย์สินให้เป็นชื่ออดีตภรรยาที่เป็นแม่ชีอยู่ที่สวนสันติธรรมด้วยกันนั้น ต้องดูว่าผิดวัตถุประสงค์ของผู้ที่บริจาคหรือไม่ เพราะถ้าผิดวัตถุประสงค์ก็ถือว่าพระปราโมทย์มีความผิด สามารถฟ้องศาลขอความเป็นธรรมได้ ส่วนเรื่องความผิดทางวินัยนั้นจะต้องให้เจ้าคณะผู้ปกครองเป็นผู้พิจารณาว่าจะต้องมีโทษสถานใด 

 

 ด้าน น.ส.ฐิตินาถ ณ พัทลุง นักเขียนชื่อดัง กล่าวกับ "คม ชัด ลึก" ถึงเหตุที่ออกมาฟ้องร้องพระปราโมทย์นั้น มาจากการที่ถูกให้ออกจากการเป็นคณะกรรมการของสวนสันติธรรมเมื่อ ปีก่อนหรือไม่ว่า ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของกฎหมาย พูดอะไรมากไม่ได้ แต่ก็ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า เหตุสำคัญที่ทำให้ต้องออกมาประกาศต่อสาธารณชน และฟ้องร้องตามกฎหมาย เพราะที่ผ่านมา พระปราโมทย์กล่าวความเท็จเกี่ยวกับตนมาตลอด แต่ก็วางเฉย แต่ว่าความเท็จนั้นยังกระทบไปถึงบุตรชายในโรงเรียนด้วย จึงต้องออกมาใช้สิทธิตามกฎหมายปกป้องตนเองและลูกตามที่ร้องเรียนมา

 

 ขณะที่นายเทิดศักดิ์ เตชะกิจขจร อาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะตัวแทนพุทธศาสนิกชนผู้เสียหายที่เข้าร้องเรียนต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ให้ตรวจสอบการรับเงินบริจาคของพระปราโมทย์ กล่าวว่า ต้องการให้ดีเอสไอเข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยเร็ว โดยเฉพาะบัญชีธนาคาร บัญชี ที่เปิดในชื่อของนางอรนุช สันตยากร รวมทั้งการนำเงินที่ได้จากการบริจาคไปซื้อที่ดินหลายแปลงแล้วโอนโฉนดเป็นชื่อของนางอรนุช ภรรยาที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายกับพระปราโมทย์ซึ่งในกรณีนี้หากนางอรนุช บวชแม่ชี ก็จะไม่สามารถทำธุรกรรมทางการเงินได้ และต้องขึ้นทะเบียนเป็นแม่ชีด้วย แต่เท่าที่สังเกตเห็นนางอรนุชโกนศีรษะ แต่งกายด้วยการใส่เสื้อสีขาว และสวมกางเกงสีดำ น่าจะเป็นอุบาสิกามากกว่า

 

 นายเทิดศักดิ์กล่าวว่า ที่ผ่านมาทางสวนสันติธรรมแจ้งให้ลูกศิษย์ทราบว่า ในแต่ละปีมีเงินหมุนเวียนในสวนสันติธรรมเพียง 3-4 ล้านบาท ทั้งที่ความจริงมีเงินบริจาคเข้ามาเดือนละหลายล้านบาท ทั้งหมดนี้จึงเป็นที่มาของการตรวจสอบ เพราะพุทธศาสนิกชนที่เป็นลูกศิษย์ของพระปราโมทย์ ส่วนใหญ่เป็นบุคคลชื่อดัง และมีชื่อเสียงในวงสังคม เป็นทั้งระดับปัญญาชน กลุ่มไฮโซ และนักการเมืองท้องถิ่น อย่างไรก็ตาม เนื่องจากคดีมีมูลค่าความเสียหายจำนวนมาก จึงอยากให้ดีเอสไอรับไว้เป็นคดีพิเศษ เพื่อจะได้เข้าไปตรวจสอบและยุติปัญหาที่เกิดขึ้น

 

 ด้านนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวว่า ได้มอบหมายให้ พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ รองอธิบดีดีเอสไอ ตรวจสอบข้อเท็จจริงตามหนังสือร้องเรียนดังกล่าว โดยเบื้องต้นต้องตรวจสอบก่อนว่าข้อร้องเรียนมีมูลหรือไม่ เนื่องจากแม้กรณีดังกล่าวจะมีมูลค่าความเสียหายสูงถึงหลักร้อยล้านบาท แต่เพื่อความเป็นธรรมกับผู้ถูกกล่าวหา จึงจำเป็นต้องพิจารณาข้อเท็จจริงให้รอบด้าน หากมีมูลความผิดจึงจะเสนอให้คณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) รับเป็นคดีพิเศษต่อไป

 

  พ.ต.อ.ณรัชต์กล่าวว่า หลังจากตรวจสอบรายละเอียดคำร้องที่นายเทิดศักดิ์ยื่นเรื่องมายังดีเอสไอแล้ว ก็จะส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบที่สำนักสวนสันติธรรม ว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร เพราะเรื่องดังกล่าวค่อนข้างละเอียดอ่อนจึงไม่ควรด่วนสรุป เพราะหากไม่มีมูลความจริงจะทำให้พระปราโมทย์เสียหาย และส่งผลต่อศรัทธาของพุทธศาสนิกชน

 

 จากนั้นผู้สื่อข่าวได้รับการประสานงานจากลูกศิษย์ผู้ใกล้ชิดพระปราโมทย์ ว่าพร้อมที่จะชี้แจงเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดในศาล  

 

 ส่วนความเคลื่อนไหวที่สำนักสวนสันติธรรมนั้น เมื่อเวลา 11.00 น. ผู้สื่อข่าวได้เดินทางเข้าไปที่สวนสันติธรรม แต่ปรากฏว่า สวนสันติธรรมปิดประตู และไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้า โดยมีป้ายหน้าประตูว่า "ปิด" เป็นอักษรตัวใหญ่สีน้ำเงิน และมีอักษรตัวเล็กๆ ด้านล่าง เขียนว่า "สถานที่ส่วนบุคคล งดรับแขกนอกเวลา และในวันปิดศูนย์" พร้อมกับมีป้ายใหญ่อยู่ใกล้เคียง มีข้อความว่า"สวนสันติธรรม ศูนย์ศึกษาปฏิบัติธรรม สาขาวัดบูรพาราม พระอารามหลวง จังหวัดสุรินทร์ 332/1 หมู่ บ้านโค้งดารา ต.หนองขาม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี 20110 เปิดเวลา 07.00-10.00 น. วันเปิดเดือนกันยายน วันที่ 3-5, 10-12, 16-18, 24-25, 03 สถานที่ส่วนบุคคล งดรับแขกนอกเวลาและในวันปิดศูนย์"

 

 จากการสังเกตพบว่า สวนสันติธรรมส่วนมากจะเปิดในวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ หรือพฤหัสบดี ศุกร์ และเสาร์ และจะไม่ตรงกับวันพระ นอกจากนี้ยังมีป้ายหน้าประตู มีข้อความว่า อนุญาตให้เข้ามาในสวนสันติธรรมได้เฉพาะผู้มาศึกษาปฏิบัติธรรมเท่านั้น และมีสัญลักษณ์ห้ามถ่ายรูป ห้ามถ่ายวิดีโอ และปิดมือถือ ตรงปากทางเข้าอีกด้วย ส่วนด้านข้างติดกัน พบว่ามีบ้านพักชั้นเดียว มีป้ายติดหน้าบ้านว่า บ้านอนาลโย 332/2 ซึ่งเป็นบ้านปูนสีขาว ชั้นเดียว ยกสูงเล็กน้อย และยังมีบ้านพัก ซึ่งน่าจะเป็นของคนงานต่างด้าวที่มีอยู่หลายคน 

 

 จากการสำรวจภายนอก พบว่าสวนสันติธรรมมีเนื้อที่ประมาณ 70 ไร่ มีกำแพงสูงทึบรอบพื้นที่ อาณาบริเวณส่วนรอบๆ จะเป็นป่ามันสำปะหลัง ภายในมีคนสวนคอยดูแลจำนวนหนึ่ง และมีบ้านพักภายในสวนสันติธรรม กระทั่งเมื่อคนงานเห็นมีบุคคลแปลกหน้ามาที่หน้าสวนสันติธรรม ก็เดินมาแอบถ่ายรูป ผู้สื่อข่าวจึงได้สอบถามและขออนุญาตเข้าไปพบพระปราโมทย์ แต่คนงานซึ่งเป็นแรงงานต่างด้าวไม่ยินยอม บอกว่า พระปราโมทย์ไม่อนุญาตให้ใครเข้าไปข้างในสวนสันติธรรม แต่สามารถเข้าไปได้ในวันเปิดทำการตามที่ได้แจ้งไว้ที่ป้ายด้านหน้า

 

 ผู้สื่อข่าวจึงถามต่อว่า พระปราโมทย์อยู่หรือไม่ ก็ได้รับคำตอบว่าอยู่ด้านในและไม่รับแขก ส่วนแม่ชีที่เป็นข่าวก็อยู่ด้านในสวนสันติธรรมด้วยเช่นกัน โดยภายในสวนสันติธรรมมีพระสงฆ์ รูป แม่ชี คน และแรงงานต่างด้าวที่ดูแลสวน และปัดกวาด คน ซึ่งเจ้าตัวก็บอกว่ามีหน้าที่ดูแลสวนเพียงอย่างเดียว และไม่เชื่อตามที่เป็นข่าว 

 

 หลังจากนั้นผู้สื่อข่าวจึงไปสอบถามนายใบ โคตะยา อายุ 65 ปี ชาวบ้านที่อยู่ละแวกใกล้เคียง นายใบกล่าวว่า ไม่ค่อยรู้เรื่องและไม่ค่อยจะทราบว่าชาวบ้านเขาศรัทธาพระปราโมทย์หรือไม่ เพราะไม่เคยเข้าไปในสวนสันติธรรมแห่งนั้น แต่เห็นว่ามีแต่คนมีฐานะดี มักขับรถเก๋งราคาแพงๆ และมีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่เข้ามาหาที่สวนนี้จำนวนมากในช่วงที่สวนสันติธรรมมีงาน แต่สวนแห่งนี้ก็จะเปิดเป็นบางวันเท่านั้น มีคนมาเยอะ มีแต่คนมีระดับทั้งนั้น คิดว่าถ้าไม่มีระดับ หรือไม่มีเงิน ทางสวนก็คงไม่ต้อนรับ

 

 ตอนแรกๆ ที่สวนแห่งนี้ก่อสร้างเสร็จใหม่ๆ เคยมีคณะกรรมการของวัดเอาแผ่นซีดีของพระปราโมทย์มาให้ เมื่อเปิดฟังแล้วก็เหมือนกับคนคุยกัน ถามมาตอบไป เหมือนจะเทศน์ก็ไม่ใช่ พอฟังแล้วไม่ชอบก็เลยทิ้งไป ความจริงแล้ววัดจะต้องมีโบสถ์ มีที่ทำสังฆกรรม อย่างทอดกฐิน ก็ต้องทำในโบสถ์ถึงจะถูกต้อง แต่ที่นี่ทำกันที่ศาลาปฏิบัติธรรม ท่านมีเงิน มีรถ มีคนมารับมาส่งเวลาเดินทางเข้าออก ส่วนเรื่องที่เป็นข่าว ไม่รู้ เพราะไม่เคยเข้าไปในสวนสันติธรรมนี้เลย

 

 น.ส.สุพิชญา เจริญนาน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ ต.หนองขาม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี กล่าวถึงกรณีกระแสข่าว พระปราโมทย์” เจ้าสำนักสวนสันติธรรม ถูกกล่าวหาว่าไม่โปร่งใสเกี่ยวกับเงินบริจาค 100 ล้านบาทจากประชาชนและผู้ที่เลื่อมใสศรัทธาว่า เรื่องนี้ชาวบ้านเพิ่งทราบข่าวจากทีวี และหนังสือพิมพ์เท่านั้น ที่ผ่านมาชาวบ้านในพื้นที่ใกล้เคียงก็ไม่เคยเข้าร่วมพิธีที่ทางสำนักสวนสันติธรรมจัดขึ้น เพราะส่วนใหญ่ผู้ที่ไปร่วมในพิธีหรือพบปะกับพระปราโมทย์ จะเป็นคนต่างจังหวัด ซึ่งแต่ละคนจะมีฐานะ และบริจาคเงินจำนวนมาก โดยคนในพื้นที่จะไปทำบุญที่วัดโค้งดารา ซึ่งเป็นวัดใกล้บ้าน และเป็นวัดเก่าแก่

 

 ส่วนสำนักสวนสันติธรรมเพิ่งก่อตั้งได้เพียง 4-5 ปีเท่านั้น และตามปกติทางสวนสันติธรรมไม่ได้เปิดให้ประชาชนหรือผู้ที่เลื่อมใสศรัทธาเข้าไปภายในสวนสันติธรรมได้ตลอดเวลา โดยจะมีระยะเวลาในการปิด-เปิด และผู้ที่จะเดินทางไปนั้นจะต้องตรวจสอบกำหนดการก่อน ซึ่งไม่เหมือนวัดทั่วไป นอกจากนั้นยังมีรั้วสูงล้อมรอบสวนสันติธรรมด้วย ยิ่งทำให้ประชาชนในพื้นที่แปลกใจที่วัดกระทำเช่นนี้ เพราะในความเป็นจริงแล้ว วัดหรือสำนักสงฆ์ ไม่ควรจะมีเวลาปิด-เปิด หรือมีรั้วล้อมรอบอย่างมิดชิด ตนเป็นผู้ใหญ่บ้านดูแลพื้นที่ดังกล่าว ยังไม่เคยเข้าไปที่สวนสันติธรรมแห่งนี้เลย

 

 

 

ข่าว : คมชัดลึก
15 กันยายน 2553
 


 

 

 

CLOSE AND CANCLE

 

ปิดสวนสันติ-งดรับกิจนิมนต์ พระปราโมชย์ซุ่มเงียบ แจ้งสื่อ"จะแถลงข่าวในวันที่ 16 กันยายน ศกนี้"

 

 

 

 

ปิด-ห้ามไม่ให้ผู้ไม่หวังดีเข้ามา

เปิด-เปิดเฉพาะสาวกผู้จงรักภักดีเท่านั้น

 

เพราะกลัวว่าคนภายในจะติดเชื้อไม่หวังดีไปด้วย

ประเดี๋ยวทองจะกลายเป็นตะกั่ว

 

 

แขวนป้ายปิดสวนสันติธรรม งดรับนิมนต์ ฮือฮา ! พระปราโมทย์จ้างทนาย นปช. สู้คดีฉาว

 

ภายหลังจาก ผศ.ดร.เทิดศักดิ์ เตชะกิจขจร ผู้ประสานงานกลุ่มชาวพุทธรักษ์ศาสนา ได้ยื่นหนังสือถึงอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ  (ดีเอสไอ) เมื่อวันที่ 13 กันยายนที่ผ่านมา ให้ตรวจสอบพฤติกรรมของพระปราโมทย์ ปาโมชโช(สันตยากร) และ นางอรนุช สันตยากร  แห่งสวนสันติธรรม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี  โดยอ้างว่าอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อพระพุทธศาสนาใน 3  กรณี คือ 

 

1.ยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินให้ นางอรนุช  อดีตภรรยา

2.การทำธุรกรรมการเงินของสวนสันติธรรม  

3. จงใจพูดจาโน้มน้าวประชาชนให้ได้มาซึ่งทรัพย์สิน กำลังกายกำลังใจ และศรัทธา โดยการพูดจา โน้มน้าว หรือสร้างหลักฐาน สถานการณ์ ให้ผู้อื่นเชื่อในมรรคผล และอิทธิฤทธิ์ของพระปราโมทย์ 
  
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 17.40 น.วันที่ 14 กันยายน ทนายความของพระปราโมทย์ได้ติดต่อมายัง 
"มติชนออนไลน์" ว่า พระปราโมทย์จะเปิดแถลงข่าวเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงทุกกรณีที่สวนสันติธรรม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ในวันพฤหัสบดีที่ 16 กันยายน นี้ เวลา 10.30 น.

 

ทนายความคนดังกล่าวได้เปิดเผยว่า เรื่องที่เกิดขึ้นกับพระปราโมทย์  ทางสวนสันติธรรมจะเน้นทำความเข้าใจและชี้แจงต่อสาธารณชนให้เข้าใจข้อเท็จจริงเป็นหลัก ในเบื้องต้นจะไม่ใช้สิทธิทางกฎหมายต่อผู้หนึ่งผู้ใด 
 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า 
สำนักงานที่ปรึกษากฎหมายที่สวนสันติธรรมจ้างเป็นที่ปรึกษาทางกฎหมายเพื่อต่อสู้ข้อกล่าวหาในครั้งนี้ เป็นแห่งเดียวกับสำนักงานที่ปรึกษากฎหมายของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)ที่จ้างแก้ต่างในคดีก่อการร้ายนั่นเอง

 

วันเดียวกันผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์  www.wimutti.net  ซึ่งเป็นเว็บไซต์ของพระปราโมทย์ได้ขึ้นข้อความ "งดกิจนิมนต์ของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ดังต่อไปนี้

 วันอาทิตย์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2553   ที่ ศาลากาญจนาภิเษก (ศาลาลุงชิน)

 วันอาทิตย์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2553  ที่โรงพยาบาลศิริราช   

 วันอังคารที่  9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553  ที่ ม.สุโขทัยธรรมาธิราช

 และที่อื่น ๆ"

 

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ไม่ว่าจะคลิกไปที่ช่องไหนของเว็บไซต์จะขึ้นข้อความดังกล่าวทุกครั้ง

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่อง "กระดานเสวนา"ของเว็บไซต์กล่าว นอกจากมีข้อความ งดรับกิจนิมนต์ของพระปราโมทย์แล้วยังแจ้งข้อความว่า


 "สวนสันติธรรมเปิดให้เข้าฟังธรรมตามวันที่แจ้งไว้ในปฏิทินที่นี่ ประตูเปิดประมาณ 06.30 น กรุณาตรวจสอบอีกครั้งก่อนวันเดินทาง

 เริ่มเทศน์ 07.30 -08.00 น (พักฉันเช้า) และเทศน์ต่อเวลา 08.40 - 10.00 น (จึงให้โยมออกจากสวนสันติธรรม)"

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเดินทางเข้าฟังธรรมจะต้องจองและแจ้งล่วงหน้ากับสวนสันติธรรมก่อนเป็นเวลานับเดือน
โดยในช่องกระดานเสวนา ผู้เขียนชื่อ "ธนา"ได้แจ้งให้สมาชิกทราบว่า


"ผู้ที่ได้หมายเลข 745-1116 ขอให้เตรียมตัวเข้าไปจองวันเข้าพักในสวนสันติธรรมปี 2554  ภายในเดือนพฤศจิกายน 2553 ด้วย"

 

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงค่ำวันที่ 14 กันยายน หน้าประตูสวนสันติธรรม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี  ได้มีป้ายเขียนคำว่า"ปิด"มาแขวนไว้หน้าประตู  และได้มีสื่อมวลชนเดินทางมาสังเกตการณ์

 

 

 

 

ภาพ : ไทยรัฐ ข่าว : มติชน
15 กันยายน 2553
 


 

 

 

เพิ่งตื่น !

 

สำนักพุทธฯออกโรงเรื่องพระปราโมชย์

บอก "รู้แล้วๆ" แต่เห็นว่าไม่ชัวร์ เลยไม่พูด

 

ทั้งๆ ที่เป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง

 

แบบนี้เขาเรียกว่า Play save

 

 

เรื่องเอาตัวรอดเป็นยอดดีนั้นไม่มีใครเก่งเท่าเจ้าหน้าที่ของเราหรอก จะบอกให้ ไม่เชื่อถาม ดร.อำนาจ เอ๊ย สุนทรภู่ ดูสิ ตะทีเรื่องพระเณรเชียงใหม่ไปดูคอนเสิร์ตนั้น ท่านจะฟันธงเปรี้ยงๆๆ ยิ่งกว่าฟ้าผ่า แต่เรื่องพระอริยะกลับกลัว ทั้งๆ ที่เป็นเรื่องมีผลกระทบต่อพุทธศาสนิกชนมากกว่าเสียอีก เฮ้อ.. นี่แหละหนาโบราณว่า อ่อนที่ไหนก็แทง แข็งที่ไหนก็เว้น

 

 

 

 

 

คุ้นๆ

 

ใครเป็นใครในสวนสันติธรรม หลายคนในนั้น อาจจะเป็นหนึ่งในกลุ่มที่กำลังฟ้องพระปราโมชย์อยู่ในเวลานี้ ขณะที่หลายคนก็ยังคงสับสน ไม่รู้จะอยู่ข้างไหนดี

 

 

 

 

สำนักพุทธฯ ชี้ กรณี "พระปราโมทย์" ที่มีการโอนทรัพย์สินให้เป็นชื่ออดีตภรรยาที่เป็นแม่ชีอยู่ที่สวนสันติธรรม จะมีความผิด หากไม่ทำตามวัตถุประสงค์ผู้บริจาค กลุ่มผู้ร้องสามารถฟ้องศาลขอความเป็นธรรมได้...


กรณีตัวแทนชาวพุทธร้องกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ให้ตรวจสอบพฤติกรรมของ พระปราโมทย์ ปาโมชโช เจ้าสำนักสวนสันติธรรม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี กรณีการโอนเงินบริจาคซื้อที่ดินสำนักสงฆ์ 50 ล้าน เข้าบัญชีอดีตภรรยาที่บวชชีอยู่ในสำนักสวนสันติธรรมนั้น

เมื่อวันที่ 14 ก.ย. นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ รองผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กล่าวว่า ทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว ซึ่งต้องให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย เบื้องต้นได้ส่งเจ้าหน้าที่ส่วนคุ้มครองพระพุทธศาสนาไปตรวจสอบข้อเท็จจริง เรื่องดังกล่าวว่า มีการฉ้อโกง หรือ นำเงินบริจาคไปให้กับคนใกล้ชิดจริงหรือไม่ พร้อมกับประสานไปยังเจ้าคณะผู้ปกครองพระปราโมทย์ และเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ให้ช่วยตรวจสอบอีกทาง

 

รอง ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กล่าวต่อว่า แต่ขณะนี้ยังไม่ทราบคำตอบเพราะข้อมูลมีอยู่เป็นจำนวนมาก กรณีดังกล่าวมีโจทก์จำนวนมากร้องว่าถูกหลอกเงิน ต่างยืนยันว่าถูกพระปราโมทย์หลอกอย่างไรก็ตาม หากท้ายที่สุดแล้วพระปราโมทย์กระทำผิดจริงถือว่าทำผิดกฎหมายอาญา เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถดำเนินการตามกฎหมายทางโลกได้เลย ส่วนทางธรรมนั้นเจ้าคณะผู้ปกครองจะดูว่าผิดทางไหน แต่ส่วนใหญ่แล้วถ้าผิดกฎหมายทางโลกก็จะให้ทางโลกจัดการ

 

ด้าน นายอำนาจ บัวศิริ ผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม สำนักงานพระพุทธศาสนาฯ กล่าวว่า กลุ่มที่ไปร้องที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นั้น เคยมายื่นเรื่องที่สำนักงานพระพุทธศาสนาฯแล้ว ซึ่งขณะนั้นทางกลุ่มผู้ร้องแจ้งเพียงให้ทราบถึงพฤติกรรมของพระปราโมทย์ แต่ยังไม่ได้แจ้งให้ต้องมีการดำเนินการใดๆ เพราะหลักฐานยังไม่ครบ ที่เชื่อว่าขณะนี้มีหลักฐานครบแล้วจึงมีการเข้าแจ้งความต่อดีเอสไอ และหากยื่นเรื่องมาที่สำนักงานพระพุทธศาสนาฯ ก็พร้อมที่จะช่วยดำเนินการให้

 

ผอ.สำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคมฯ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้จากพฤติกรรมของพระปราโมทย์ ที่มีการโอนทรัพย์สินให้เป็นชื่ออดีตภรรยาที่เป็นแม่ชีอยู่ที่สวนสันติธรรมด้วยกันนั้น ต้องดูว่าผิดวัตถุประสงค์ขอผู้ที่บริจาคหรือไม่ เพราะถ้าผิดวัตถุประสงค์ก็ถือว่าพระปราโมทย์มีความผิด สามารถฟ้องศาลขอความเป็นธรรมได้ ส่วนเรื่องความผิดทางวินัยนั้นจะต้องให้เจ้าคณะผู้ปกครองเป็นผู้พิจารณาว่าจะต้องมีโทษสถานใด

 

นายเทิดศักดิ์ เตชะกิจขจร อาจารย์ภาควิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะผู้ประสานงานกลุ่มชาวพุทธรักศาสนากล่าวว่า ขณะนี้กำลังรวบรวมรายชื่อของผู้เสียหายที่มีการบริจาคทรัพย์ให้กับพระ ปราโมทย์ ทั้งหมด เพื่อเก็บข้อมูลเพิ่มเติมในการดำเนินการร้องเรียนต่อทางสำนักงานพระพุทธศาสนาฯ ขณะเดียวกันทราบมาว่าทางมูลนิธิบ้านอารีย์ ที่เป็นมูลนิธิที่จะเป็นผู้ประสานพระนักเทศน์ที่มีชื่อเสียงมาเทศน์ให้กับพุทธศาสนิกชนในกรุงเทพฯฟัง ก็จะมีการเข้าร้องเรียนต่อทางสำนักงานพระพุทธศาสนาฯเช่นกัน

 

ผู้ประสานงานกลุ่มชาวพุทธรักศาสนา กล่าวด้วยว่า เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาทางมูลนิธิบ้านอารีย์ ได้เคยนิมนต์พระปราโมทย์มายังมูลนิธิ และพบว่า ในช่วงหลังพระปราโมทย์มีการเทศนาสั่งสอนการปฏิบัติธรรมต่อประชาชน ให้เกิดความเข้าใจผิดตามหลักพระพุทธศาสนา จนทำให้ทางมูลนิธิบ้านอารีย์ต้องออกประกาศยุติการเผยแพร่คำสอนของพระปราโมทย์ทั้งหมด

 

 

 

ข่าว : ไทยรัฐ
15 กันยายน 2553


--

I'm busy twenty four rounds a day.
ธรรมแท้ เกิดที่ใจ




∫Щα-Шααβ℠

unread,
Sep 15, 2010, 5:13:28 AM9/15/10
to กลุ่มศาลาวัด
เมื่อ 15 กันยายน 2553, 16:11, ∫Щα-Шααβ℠ <sivak...@gmail.com> เขียนว่า:
Reply all
Reply to author
Forward
0 new messages