บทความที่อ่าน แล้วไม่ได้ทำให้ระลึกถึงสีมานิมิต แต่ทำให้ค้นไปได้จากเครื่องมือ แห่ง ‘ชื่อ บัญญัติ และภาษา’ ฉะนั้น ค้น ไปได้นิมิตแห่งสภาการสารานุกรม“สนามของการมีส่วนร่วม หรือระนาบเดียวกัน ของการสมานกันในทางความรู้, โดยวิธีที่บริสุทธิ์ ควรที่จะต้องเกิดขึ้น, ถ้าจะแท็กตำราคัมภีร์ชนิดที่สำคัญนี้ไปเรื่อย ๆ, ก็พึงทำพากย์ หรือ ทำภาค ที่พึงเชื่อมโยงสัมพันธ์กัน ไปกับส่วนความรู้อื่น ๆ ด้วยกัน, เพราะพวกเรา นักปฏิบัติ ที่มีความหวัง ในเรื่องจิตวัตถุ หรือวัตถุจิต, มีความสมานกัน หรือมีความเปิดกว้าง ในการที่จะสมานกัน, เพราะสมาธิจิต หรือว่าสมาธิวัตถุนี้เป็นเรื่องใหม่, และองค์ความสำหรับแดนมนุษย์โลกเท่านั้น ที่ยังมีไม่สมบูรณ์, คือพึงกล่าวสภาวะ พิภพมนุษย์ ว่าเป็นหลัก หรือเป็นการงาน ที่พึงควรจะได้ความประสาน
ดังนี้แล้ว สำหรับ นักปฏิบัติ หรือนักภาวนา ที่ไม่ได้เป็นภาวนิก, หรือแม้นกระทั่งผู้ที่เป็นภาวนิกอยู่แล้ว โดยปกติก็ตาม, ก็น่าที่จะแสดง หรือเปิดเผย นิมิต หรือองค์นิมิต ทางการผสานกันในทางความรู้ ว่าพึงอย่างไร? อย่างหนึ่งได้, เพราะว่า นักปฏิบัติเรา หรือนักภาวนาเรา ก็ยังคงมีความกังวล และความต้องการที่สุจริต เกี่ยวกับสมาธิวัตถุด้วย, ซึ่งว่า เมื่อใด ได้มีเกณฑ์ปกติ ทางจิต เกิดขึ้นแล้ว, ไม่ว่า จะนักภาวนา หรือผู้ที่เป็นภาวนิกแล้ว ก็ดี ล้วนต่างต้องการ ที่จะพัฒนาวัตถุ หรือสมาธิวัตถุ
คือว่า พวกเรา หา หรือต้องการเครื่องมือ ที่ตรงกัน หรือตรงความต้องการกับจิตแบบเปิด นี่เอง, คือกล่าวกันในประเด็นที่เรียกว่า ไม่จำกัดสถานภาพ และการมีส่วนร่วม, ในเรื่องของการที่จะ ดำริ!คิด แล้ว ทำ!ลิขิต ในเรื่องของ วัตถุจิต! ประดาเหล่านี้ ไปด้วยกัน, คือ หมายความว่า ถ้าเราเปรียบ ด้วย เรื่อง ของ นิรุตติ ก็คือ ความที่เรา พึงจะแสวง หรือพึงตั้งความชอบ ที่จะพึงหา หรือทำความบริสุทธิ์ ในทางภาษา หรือพึง กระทำสาร หรือ ความติดต่อของสัญญา ที่บริสุทธิ์ ว่า มนุษย์ควรจะทำอย่างไร?
ดังนี้ เมื่อกล่าว กัน ในเรื่อง วัตถุจิต, ซึ่งมุ่งหมายกันถึง ‘ชื่อ บัญญัติ และภาษา’, แล้ว ก็ย่อมมักที่จะห่วงกังวล ปัญหาส่วนรวม ที่บอกว่า เราพึงจะกาชื่ออะไรดี หรือพึงกาชื่อเครื่องมืออะไรดี, หรือ ควรคำนึงความเกี่ยวกับสมาธิวัตถุ เช่นนี้ กับส่วนที่เรียกว่า โดเมนชั้นบนสุด ว่า เราพึง จัดลำดับชั้นข้อมูลอย่างไร? เพื่อความเปิดกว้าง และไม่จำกัดสถานภาพในทางจิตวิญญาณ เลยจริง ๆ, ซึ่งคำตอบนี้ ก็พึงแต่จะต้องบอกว่า พึงกาชื่อเครื่องมือพระไตรปิฎก
แต่ความคืบหน้า ที่ตรงกับความจริง หรือความต้องการ ที่ยังคงเป็นเรื่องหนักหนาสาหัส ในความที่ควรบอกว่า พึงจะได้ ปาฏิหาริย์ อัศจรรย์ หรือพึงได้ความวิตถาร และพิสดาร ได้ตามประสงค์, เพราะจังหวะ และโอกาสที่เปิดกว้างจริง ๆ ฉะนั้น ไม่ได้อยู่กับเครื่องมือคือพระไตรปิฎก, แต่ที่แท้ อาจจะอยู่แค่กับ วิกิพีเดีย เฟสบุ๊ค ติกตอก ทวิตเตอร์ ไลน์ หรือ บล็อกเกอร์มากกว่า, ที่ว่า ที่ความเคลื่อนไป หรือคืบหน้าไปของสิ่งเหล่านั้น ได้ดลบันดาล แก่ความ ที่อาจจะให้ ได้พบความคืบหน้า ในทางวัตถุจิต หรือในทางจิต, เพราะ เครื่องอาศัยของจิต หรือเครื่องดำเนินของจิต, ดังนั้นได้เป็นจริง และเป็นความคืบหน้าที่เกิดขึ้นจริง มากกว่า
ซึ่งแน่นอนว่า การประสานกัน หรือผสานกัน กับอุปจารสภาวะ หรืออัปนาสภาวะ ย่อมผสานกัน หรือประสานกันกับพระไตรปิฎกดีมากกว่า, แล้วด้วย นิรุตติภาวะ ทั้งสิ้นทั้งปวง ฉะนั้น ที่จริง ย่อมไม่ใช่เรื่องขั้นนั้น เพราะการผสานกันได้ แต่โดยดีของความมีนิรุตติธรรม และการไม่ทิ้งสิ่งความในมนุษยพิภพ นิรุตติภาวะ ผสานกัน กับ แต่ขณิกภาวนา เป็นต้น เป็นหลัก และเป็นพื้น เพราะอันจะบรรเทืองความ แห่ง ภพ หรือภาวะยิ่งอย่างอื่น ให้นั้น ไม่ใช่เรื่อง บัญญัติได้ หรือลิขิตได้ เพราะคนคนเดียว หรือความที่มิได้มีใดเป็นภาคี, ดังนั้น นิรุตติธรรม จึงกาชื่อพระไตรปิฎก ด้วย แต่คงกาแค่ส่วนที่เป็นขณิกภาวนา เท่านั้น, นิรุตติภาวนา หรือปฏิภาณในทางนิรุตติ ฉะนั้น ยังคงมิได้กาอัปปนาภาวนา หรืออุปจารภาวนา ว่านั่นใช่บัญญัติ ที่เป็นการผสานกัน หรือเป็นระนาบเดียวกัน ในการที่จะสมานกัน สำหรับที่จะทำความเจริญได้โดยเฉพาะ สำหรับแดนที่เรียกว่า แดนมนุษย์, หรือภาวะ ที่เรียกว่า ภาวนิรุตติ หรือนิรุตติภาวะ”

รุ่นหลาน อาจไม่รู้จัก หรือทราบว่าใครเป็นใคร, แต่ลอง ๆนับรุ่นเดียวกัน ดูก่อน หรือว่าแต่รุ่นลูกดู นับแค่ตามลำดับ ลูกลุง ป้า และอา สายตระกูลสุขขำ ย่อมมีดังนี้ สำหรับ พี่ชายน้องชาย และพี่หญิงน้องหญิง ในสายตระกูล ☺
๑. ดอน (ลูกลุงมงคล)
๒. ดอกรัก (ลูกลุงมงคล)
๓. เอื้อมพร (ลูกป้าวิจิตรา)
๔. ประพนธ์ (ลูกป้าวิจิตรา)
๕. มนตรี (ลูกป้าวิจิตรา)
๖. วีระ (ลูกป้าวิจิตรา)
๗. นรินทร์ (ลูกป้าวิจิตรา)
๘. กาญจนา (ลูกพ่อแหลม)
๙. นิรุต (ลูกพ่อแหลม)
๑๐. วิทยา (ลูกอาแสวง)
๑๑. ธีรเดช (ลูกอาแสวง)
*๑๒. .... (ลูกอาจ็อด)
*๑๓. ..... (ลูกอาจ็อด)
🌟 ......................
*ลูกอาจ็อด ถ้าจำไม่ผิด น่าจะเป็นลูกชาย
ดังนั้น ถ้าสมมติว่าจะแย่งบัลลังก์กัน ก็คงน่าจะแย่งกัน ระหว่าง ๑๑ องค์ชาย, เพราะธิดาแห่งตระกูล โดยมากออกเรือน ไม่ต้องการบัลลังก์

“คำว่าแบบดั้งเดิม น่าคิด!, คือ คิดในเรื่อง ของตรารูป ตราเสียง และอาณัติสัญญาที่ได้ นั้น, โดยที่ยังไม่ได้พูดถึงความติดต่อของสัญญา จึงคิดว่า
A B C D E G H I J K L M
N O P R S T U V Y
น่าจะเป็นจิต หรือวัตถุจิต ของฌาน ของสมาธิแบบเก่า คือแบบดั้งเดิม
ส่วน อาณัติ ดังนี้, หรือ ‘ชื่อ บัญญัติ และภาษา’ ดังนี้
F Q W X Zควรที่ น่าจะหมายความว่า เป็นสมาธิแบบ ใหม่! หรือเป็นพลความในอย่างสมัยใหม่, อธิบาย ว่า
พิจารณาว่า มีเรื่องที่ตั้งประเด็น หรือพิจารณากันอยู่เสมอว่า แบบเก่า หรือพลความแบบดั้งเดิม คือภาษาต้นกัป บริสุทธิ์, หรือว่า จะพึงว่า แบบใหม่ เช่นนั้น ที่เป็นความบริสุทธิ์ ของภาษา,
อธิบาย ว่า สมาธิแบบดั้งเดิม หรือแบบเก่าเลย มีข้อน่าฉุกคิดว่า พึงน่าที่จะหมายถึง สมาธิของพระพุทธปัจเจก, ไม่ใช่ ดั้งเดิม แบบ ที่พระปัจเจกฯสอนพราหมณ์แล้ว, แล้ว พราหมณ์นำมาดัดแปลงและเผยแพร่ ตามแบบที่ตนทำได้, เพราะความที่พราหมณ์ มีแค่ ความห่วงกังวลว่า ‘โลกจะขาดสูญ’ , คือ พราหมณ์มิได้กำหนดสมาธิอย่างที่ พระพุทธปัจเจกสอนนั่นเอง แต่ มาดัดแปลงเผยแพร่ ตามความต้องการ ที่จะ ไม่ให้สังสารวัฏมันจบสิ้น
ดังนั้น ขอเข้ามาบอก และ ขอเตือนว่า คำว่า ‘ดั้งเดิม!’ นั้น ไม่น่าใช้ เพื่อเป็นอรรถาธิบาย ดั่งนั้น เพราะล้วนแต่จะแปรไป หรือบอกให้เข้าใจผิดไปได้, เพราะไม่ได้บอกว่า ความดั้งเดิม หมายถึงเรื่อง ฤๅษีพุทธปัจเจก, ไม่ใช่ดั้งเดิม ของฤๅษีพราหมณ์,
ดังนี้ มหานิเทศ แห่งปัญหาดังกล่าวนั้น จึงคงควรแค่ สอบสวน แต่เรื่อง ‘ปัญญา ญาณ และนิรุตติ’ โดยอย่างเดียวก่อน, มิพึงควร สืบสวนไปถึง ประเด็น ‘ปัญญา ญาณ และวิมุตติ’ โดยแต่อย่างใดเลย,
เพราะความที่จะทำบรรยาย ไปให้แก่ส่วนความที่ไม่ได้เป็นภาคีกัน ฉะนั้น, อาณัติ ดังกล่าว ยังมิพึงเป็น สิ่งต้องประสงค์กัน กับเรื่อง แห่ง อธิจิต”

ในวันที่ วันจันทร์ที่ 8 ธันวาคม ค.ศ. 2025 เวลา 20 นาฬิกา 42 นาที 37 วินาที UTC+7 Wikipedia เขียนว่า: