FW: Somkiat Trinikorn updated his status: "‎วันเสาร์ที่ 12 เมษายน 2014 สัปดาห์ที่ 5 เทศกาลมหาพรต เราอ่...

6 views
Skip to first unread message

teera collaco

unread,
Apr 10, 2014, 12:00:04 AM4/10/14
to vilaiporn jerdjamnongwitayakul, suraphol senavinin, นารา กิตติเมธีกุล, jidapa srion, นาโฮ๊ะ, อาทิตยา ใจบุญ, vivat boonyavanich, suparat vasapark, jcha...@hotmail.com, เปรม นาโฮะ, ประสพจิต นิ่มอนงค์, เพิ่มศักดิ์ เดชะไกศยะ, santi saengnakorn, SSVP Thailand, Vanapa Kaewmanee




Date: Wed, 9 Apr 2014 20:23:17 -0700
To: tun...@hotmail.com
From: notificati...@facebookmail.com
Subject: Somkiat Trinikorn updated his status: "‎วันเสาร์ที่ 12 เมษายน 2014 สัปดาห์ที่ 5 เทศกาลมหาพรต เราอ่...

Somkiat Trinikorn Somkiat Trinikorn updated his status: "‎วันเสาร์ที่ 12 เมษายน 2014 สัปดาห์ที่ 5 เทศกาลมหาพรต เราอ่านพระคัมภีร์เอเสเคียลกันก่อนครับ บทอ่านเรื่อง “กระดูกแห่งกลับมามีเอ็น มีเนื้อ มีร่างกาย และที่สำคัญ มีลมหายใจ” กลับมีชีวิต กลับคืนชีพ มีชีวิตใหม่อีกครั้ง... ให้เราอ่านกันก่อนนะครับ อ่านมากกว่าในมิสซาเรื่องการประกาศแก่กระดูกแห้งก่อน และโดยเฉพาะอ่านดีๆนะครับ ส่วนที่เป็นส่วนของมิสซาวันนี้... พ่อได้แบ่งเป็นข้อๆใหม่ให้เห็น 12 ครั้ง ตามคำกริยาที่เน้น พระเจ้าตรัสว่า พระองค์จะกระทำ กริยาใช้คำว่า “I will…” ภาษาไทยใช้คำว่า “เรา...จะ”... นี่คือประเด็นและเราจะพบ 12 ครั้งจริงๆครับ อ่านและจะเห็นความพิเศษของพระคัมภีร์แบบที่พ่อคัดมาให้อ่านครับ.... และพ่อจะให้อรรถาธิบายไตร่ตรองต่อไป.. อ่านก่อนครับ อสค 37:21-28…. (พ่อให้อ่านยาวกว่าในมิสซา อ่านเรื่องกระดูกแห้งด้วย เพิ่ม ข้อ 1-20 ด้วย) 1พระหัตถ์ของพระยาห์เวห์อยู่เหนือข้าพเจ้า พระจิตของพระยาห์เวห์ทรงนำข้าพเจ้าออกมา และวางข้าพเจ้าไว้กลางหุบเขาที่มีกระดูกเต็มไปหมด 2พระองค์ทรงนำข้าพเจ้าเดินไปโดยรอบใกล้ๆกระดูกเหล่านั้น ข้าพเจ้าเห็นว่ามีกระดูกมากมายทีเดียวในหุบเขานั้น เป็นกระดูกแห้งสนิท 3พระองค์ตรัสถามข้าพเจ้าว่า “บุตรแห่งมนุษย์เอ๋ย กระดูกเหล่านี้จะกลับมีชีวิตได้ไหม” ข้าพเจ้าทูลตอบว่า “ข้าแต่พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้า พระองค์ก็ทรงทราบอยู่แล้ว” 4พระองค์ตรัสกับข้าพเจ้าอีกว่า “จงประกาศพระวาจาเหนือกระดูกเหล่านี้ จงกล่าวแก่กระดูกเหล่านี้ว่า ‘กระดูกแห้งเอ๋ย จงฟังพระวาจาของพระยาห์เวห์เถิด 5พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสแก่กระดูกเหล่านี้ว่า ดูซิ เราจะนำจิตเข้าไปในเจ้า และเจ้าจะมีชีวิตอีก 6เราจะวางเส้นเอ็นไว้บนเจ้า จะทำให้เนื้อขึ้นมา จะเอาหนังมาคลุมไว้ จะใส่จิตในเจ้า และเจ้าจะมีชีวิต แล้วเจ้าจะรู้ว่าเราเป็นพระยาห์เวห์’” 7ข้าพเจ้าจึงประกาศพระวาจาตามที่ข้าพเจ้าได้รับพระบัญชา ขณะที่ข้าพเจ้าประกาศพระวาจาอยู่นั้น ข้าพเจ้าก็ได้ยินเสียงกรุกกริก และเห็นกระดูกเหล่านั้นเข้ามาต่อติดกัน 8ข้าพเจ้ามองดูก็เห็นเส้นเอ็นอยู่เหนือกระดูก มีเนื้อขึ้นมา และหนังก็มาหุ้มไว้ แต่ยังไม่มีจิตในร่างเหล่านั้น 9แล้วพระองค์ตรัสกับข้าพเจ้าว่า “จงประกาศพระวาจาแก่จิตเถิด บุตรแห่งมนุษย์เอ๋ย จงประกาศพระวาจาและบอกจิตว่า ‘พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ จิตเอ๋ย จงมาจากทิศทั้งสี่และพ่นเข้าไปในผู้ที่ถูกฆ่าเหล่านี้ ให้เขามีชีวิตอีก’” 10ข้าพเจ้าประกาศพระวาจาตามพระบัญชา จิตก็เข้ามาในร่างเหล่านั้น เขาก็มีชีวิตและยืนขึ้น เป็นกองทัพใหญ่มหึมาจริงๆ 11แล้วพระองค์ตรัสกับข้าพเจ้าว่า “บุตรแห่งมนุษย์เอ๋ย กระดูกเหล่านี้คือพงศ์พันธุ์อิสราเอลทั้งหลาย ดูซิ เขาทั้งหลายพูดว่า ‘กระดูกของเราแห้ง ความหวังของเราสูญหายไป พวกเราถูกทำลายจนหมดสิ้นแล้ว’ 12เพราะฉะนั้น จงประกาศพระวาจาและบอกเขาว่า พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ ดูซิ ประชากรของเราเอ๋ย เรากำลังจะเปิดหลุมฝังศพของท่านและยกท่านขึ้นมาจากหลุมศพ นำท่านกลับมายังแผ่นดินอิสราเอล 13ประชากรของเราเอ๋ย ท่านจะรู้ว่าเราเป็นพระยาห์เวห์ เมื่อเราเปิดหลุมศพของท่าน และยกท่านขึ้นมาจากหลุมศพ 14เราจะให้จิตของเราเข้าไปในท่าน และท่านจะมีชีวิต เราจะให้ท่านตั้งหลักแหล่งในแผ่นดินของท่าน แล้วท่านจะรู้ว่าเราเป็นพระยาห์เวห์ เราได้พูดและได้ทำแล้ว – พระยาห์เวห์ตรัส” ------------------------------------------------ 15พระยาห์เวห์ตรัสกับข้าพเจ้าว่า 16“บัดนี้ บุตรแห่งมนุษย์เอ๋ย จงนำไม้ท่อนหนึ่งมาเขียนลงว่า ‘ยูดาห์และชาวอิสราเอลพันธมิตรของเขา’ จงนำไม้อีกท่อนหนึ่งมาเขียนลงว่า ‘โยเซฟ (ไม้ของเอฟราอิม) และพงศ์พันธุ์อิสราเอลพันธมิตรของเขา’ 17แล้วจงนำไม้ทั้งสองท่อนมารวมกัน ทำให้เป็นไม้ท่อนเดียว เป็นไม้ท่อนเดียวในมือของท่าน 18เมื่อเพื่อนร่วมชาติถามท่านว่า ‘จงบอกเราเถิดว่าการกระทำเหล่านี้หมายความว่าอย่างไร’ 19ท่านจงตอบเขาว่า ‘พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ ดูซิ เรากำลังจะนำไม้ของโยเซฟ (ซึ่งอยู่ในมือของเอฟราอิม) และเผ่าอิสราเอลพันธมิตรของเขา มารวมกับไม้ของยูดาห์ทำให้เป็นไม้ท่อนเดียวกัน เขาจะเป็นสิ่งเดียวกันในมือของเรา’” 20“เมื่อไม้ทั้งสองท่อนที่ท่านได้เขียนชื่อไว้นั้นอยู่ในมือของท่านต่อหน้าเขา ------------------------ บทในมิสซาเริ่มจากที่นี้ไป----------- 21จงบอกเขาว่า ‘พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ ดูซิ 1. เราจะนำพงศ์พันธุ์อิสราเอลมาจากนานาชาติซึ่งเขาไปอาศัยอยู่ด้วย 2. เราจะรวบรวมเขามาจากทุกแห่ง และ 3. (เรา)จะนำเขามายังแผ่นดินของเขา (ตรงนี้พ่อใส่วงเล็ก “เรา” เพราะต้นฉบับภาษาฮีบรูมีคำกริยาชัดเจนว่า ควรจะต้องมีคำว่า “เรา หรือ ฉัน “I” อีกครั้งหนึ่งครับ โดยศัพท์ใช้คำว่า וְקִבַּצְתִּ֤י อ่านว่า “weqabasti” ราก “คาบาสตี” แปลว่า And I will gather… และ “เราจะรวบรวม” 4. เราจะทำให้เขาเป็นชนชาติเดียวในแผ่นดิน บนภูเขาทั้งหลายแห่งอิสราเอล จะมีกษัตริย์พระองค์เดียวปกครองเขาทั้งหลาย เขาจะไม่เป็นชนสองชาติ และจะไม่แยกเป็นสองอาณาจักรอีกต่อไป เขาทั้งหลายจะไม่ทำตนให้เป็นมลทินกับรูปเคารพ โดยการกระทำที่น่าสะอิดสะเอียน และการล่วงละเมิดทั้งหลายของเขาอีกต่อไป 5. เราจะช่วยเขาให้พ้นจากการทรยศที่เขาได้ทำบาป 6. เราจะชำระเขา แล้วเขาจะเป็นประชากรของเรา และ 7. เราจะเป็นพระเจ้าของเขา ดาวิดผู้รับใช้ของเราจะเป็นกษัตริย์ปกครองเขา จะเป็นผู้เลี้ยงเพียงผู้เดียวของเขาทุกคน เขาจะปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของเรา จะรักษาข้อกำหนดของเราและปฏิบัติตาม 25เขาทั้งหลายจะอาศัยอยู่ในแผ่นดินที่เราให้แก่ยาโคบผู้รับใช้ของเรา เป็นแผ่นดินที่บรรพบุรุษของเขาเคยอาศัยอยู่ เขาจะอาศัยอยู่ที่นั่นตลอดไป ทั้งตัวเขา ลูก และหลานของเขา ดาวิดผู้รับใช้ของเราจะเป็นเจ้านายปกครองเขาตลอดไป 8. เราจะทำพันธสัญญาสันติภาพซึ่งจะเป็นพันธสัญญานิรันดรกับเขา 9. เราจะให้เขาตั้งหลักแหล่งและทวีจำนวนขึ้น 10. เราจะตั้งสักการสถานของเราไว้ในหมู่เขาตลอดไป ที่พำนักของเราจะอยู่ในหมู่เขา 11. เราจะเป็นพระเจ้าของเขา และเขาจะเป็นประชากรของเรา 28แล้วนานาชาติจะรู้ว่าเราเป็นพระยาห์เวห์ 12. เราทำให้อิสราเอลศักดิ์สิทธิ์เมื่อสักการสถานของเราจะอยู่ในหมู่เขาตลอดไป’” ------------------------------------ อรรถาธิบายและไตร่ตรอง • ทำไมมีคำว่า “เรา” ที่เป็นประธานของประคำกริยาในประโยค 12 ครั้งหนอ... นี่คือสิ่งที่พ่อเน้นให้ดูในวันนี้ครับ... ต้องพิจารณากันจากประวัติศาสตร์และจากยุคที่เอเสเคียลเขียนขึ้นครับ... พ่อขอยืนยันนี่คือสิ่งที่พ่อสังเกตเองและค้นพบความสุดยอดของพระคัมภีร์ตอนนี้ครับ • ชื่อเอเสเคียล “ชื่อประกาศก” อีกครั้งครับ “เอเสเคียล” ภาษาฮีบรู יְחֶזְקֵאל, Y'ḥez'qel, อ่านออกเสียงว่า : [jəħezˈqel]), แปลว่า “ของพระเจ้าโปรดเสริมกำลังแก่เขา” 'May God strengthen him' ภาษาอาราบิก Zul-Kifl, ذوالكفل, และ :حزقيال Hazqiyal, .ในภาษาอาราบิกแปลว่า “พระเจ้าจะเสริมกำลัง” (คำนี้มาจากรากศัพท์ חזק, ḥazaq, แปลตรงๆ ว่า การ “รัดหรือคาดให้แน่น คือ พร้อม ทำให้แข็งแรงทะมัดทะแมง นั่นคือ “พระเจ้ายิ่งใหญ่และทรงพลังจะทรงทำให้เข้มแข็งแน่นอน) • ช่วงเวลาของเอเสเคียล เราทราบจากพระคัมภีร์เอเสเคียลดังนี้ o “วันที่ห้าเดือนสี่ปีที่สามสิบ ขณะที่ข้าพเจ้าอยู่ในหมู่ผู้ถูกกวาดต้อนเป็นเชลยที่ริมแม่น้ำเคบาร์ ท้องฟ้าเปิดออก และข้าพเจ้าได้เห็นนิมิตจากพระเจ้า วันที่ห้าของเดือน - คือในปีที่ห้าที่กษัตริย์เยโฮยาคีนทรงถูกกวาดต้อนเป็นเชลย – o พระยาห์เวห์ตรัสกับสมณะเอเสเคียล บุตรของบุซีในแผ่นดินของชาวเคลเดีย ริมแม่น้ำเคบาร์ พระหัตถ์ของพระยาห์เวห์มาอยู่เหนือเขาที่นั่น” (อสค 1:1-3) • หนังสือประกาศกเอเสเคียล ยืนยันระยะเวลาสมัยของท่านชัดเจน คือ สมัยกษัรตริย์เยโอยาคินแห่งยูดาห์ นั่นคือช่วงเวลาของการ “เนรเทศอยู่ที่บาบิโลน” ในการปกครองของเนบูคัสเนสซาร์ที่สอง ในเวลานั้น เนบูคัสเนสซาร์ได้จัดการเนเทศกองทัพยูดาห์ไปสามพันคนจากอาณาจักรยูดาห์ ในปี 597 ก่อนคริสตกาล (BC=Before Chirst หรือ BCE=Before Christian Era) • ช่วงเวลาแห่งการเนรเทศ เราพบว่า... อิสราเอลทั้งหมดขมขืน เจ็บปวด เหมือนกระดูกแห้งแห่งทั้งสองอาณาจักร ยูดาห์และอิสราเอลหรือสมาเรียหรือเอฟราอิม เราได้ยินถ้อยคำเหล่านี้จากบทอ่านส่วนแรกที่พ่อคัดมาให้อ่านข้างบน.... • กล่าวได้ว่า ทั้งสองอาณาจักรล่มสลายหมดเพราะบาปและความผิด เรียกว่า 12 เผ่าแห่งความรักของอิสราเอล ลูกๆของยาโคบหรืออิสราเอล ทั้ง 12 เผ่า 12 ตระกูล ทั้งหมดเลย ซึ่งโยเซฟได้ช่วยให้รอดในประเทศอียิปต์เมื่อครั้งที่โยเซฟถูกขายไปอียิปต์แล้ว... ไม่น่าเชื่อ แต่ความสิ้นหวัง เจ็บปวด ความตาย กลับกลายเป็นพระพรสุดของอิสราเอลประชากรของพระองค์ • อิสราเอลทั้ง 12 เผ่าล่มสลายจริงๆ เพราะความไม่ซื่อสัตย์ และการเนรเทศไปบาบิโลนนี้ทำให้พระเจ้าเรียกให้ประกาศกเอเสเคียลในภาพนิมิตให้ปลุกความตาย หรือประชากรของพระองค์ซึ่งเหมือนกองกระดูกแห่งให้กลับคืนชีพ เรียกให้เปิดหลุมศพขึ้นมา (อ่านสรุปอีกทีนะครับ) o ““บุตรแห่งมนุษย์เอ๋ย กระดูกเหล่านี้คือพงศ์พันธุ์อิสราเอลทั้งหลาย ดูซิ เขาทั้งหลายพูดว่า ‘กระดูกของเราแห้ง ความหวังของเราสูญหายไป พวกเราถูกทำลายจนหมดสิ้นแล้ว’ o จงประกาศพระวาจา....และบอกเขาว่า พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ ดูซิ ประชากรของเราเอ๋ย เรากำลังจะเปิดหลุมฝังศพของท่านและยกท่านขึ้นมาจากหลุมศพ นำท่านกลับมายังแผ่นดินอิสราเอล” • บัดนี้เป็นการประกาศทางประกาศกเอเสเคียล... ว่าพระองค์จะรวมสองอาณาจักรที่เคยแตกแยกเข้ากลับมาด้วยกัน โดยใช้ภาพลักษณ์ของไม้สองท่อนที่หักเป็นสอง ต้องกลับมามัดต่อเข้าด้วยกันอีกครั้ง o “บัดนี้ บุตรแห่งมนุษย์เอ๋ย จงนำไม้ท่อนหนึ่งมาเขียนลงว่า ‘ยูดาห์และชาวอิสราเอลพันธมิตรของเขา’ o จงนำไม้อีกท่อนหนึ่งมาเขียนลงว่า ‘โยเซฟ (ไม้ของเอฟราอิม) และพงศ์พันธุ์อิสราเอลพันธมิตรของเขา’ แล้วจงนำไม้ทั้งสองท่อนมารวมกัน ทำให้เป็นไม้ท่อนเดียว เป็นไม้ท่อนเดียวในมือของท่าน • การแตกแยก การแตกเป็นสองอาณาจักร บัดนี้จะได้รับการรวมกันเข้ามาอีกครั้งหนึ่ง จะไม่มีความแตกแยกอีกต่อไป... พระเจ้าจะปลุกกองกระดูกขึ้นมาให้มีชีวิตเป็นหนึ่งเดียวกัน เป็นประชากรของพระองค์ แม้พวกเขาแตกแยกกันออกไปก็ตาม • พระคัมภีร์เอเสเคียลวันนี้สวยงามมากๆ ครับ อ่านแล้วมีความสุข เพราะ o ความแตกแยกจะจบสิ้น o การสิ้นหวังและหักร้างจะได้รับการกอบกู้ o ความตายและหลุมศพที่ปิด จะถูกเปิด o กองกระดูแห้งที่สิ้นหวังจะกลับมีชีวิต... สุดยอดจริงๆครับ พ่อสรุปภาพบทอ่านที่ได้อ่านนี้ว่า.... • “ถึงเวลาฟื้นฟู กระดูกแห้งกลับมีชีวิต ไม้สองท่อนพี่น้องที่แยกกันอยู่กลับมามัดรวมกันเสียที” • หนังสือประกาศกเอเสเคียล เป็นหนังสือประกาศกในช่วงที่อาณาจักรยูดาห์ต้องเนรเทศอยู่ในบาบิโลน เวลาแห่งความเสียหายของชาติอิสราเอลทั้งหมด อาณาจักรเหนือคืออาณาจักรอิสราเอลมีเมืองหลวงอยู่ที่สะมาเรีย และอาณจักรใต้คืออาณาจักรยูดาห์ มีเมืองหลวงอยู่ที่เยรูซาเล็ม • พ่อขอทบทวนประวัติศาสตร์อีกนิดหนึ่งครับ o จากข้อมูลของพระคัมภีร์เราทราบว่าราชอาณาจักรทั้งสองนี้ตกเป็นเมืองขึ้นในที่สุด o อาณาจักรอิสราเอลโดยอัสซีเรียในปี 721 ก่อนคริสตกาล o อาณาจักรยูดาห์โดยบาบิโลนในปี 587 ก่อนคริสตกาล ประชากรอิสราเอลถูกกวาดต้อนไปเป็นเชลย และยุคนี้เป็นยุคที่เราเรียกว่า “ยุคเนรเทศ” (The Period of the exile) • ความแตกแยกเจ้าเอ๋ย... เจ้าความแตกแยก เริ่มแตกแยกจากภายในสู่ภายนอก • แตกแยกกันเองจากภายในพี่น้อง 12 เผ่า เริ่มเกี่ยงงอน เริ่มอยากมี อยากได้ อยากดัง อยากรวย และก็อยากสารพัดอยาก.... และในที่สุด • ก็แตกสลายไป อาณาจักรที่เคยเป็นหนึ่งเดียว แต่ที่สุด... ที่สุดก็แยกกันเองแตกแยกเป็นสองอาณาจักร และสุดท้ายก็แตกสลายทั้งสองอาณาจักรนั่นเอง นี่คืออิสราเอลและยูดาห์ที่พระเจ้าแสนรักและทนุถนอม เหมือนไม้ท่อนเดียวที่ต้องถูกหักเป็นสองท่อนลอยน้ำไหลแยกทางกันไป จนพระเจ้าต้องให้เอเสเคียลได้เก็บไม้สองท่อนกลับเข้ามา...รวมเป็นไม้ท่อนเดียว ไม้ของโยเซฟหรือเอฟราอิม หรือไม้ของยูดาห์ ภาพลักษณ์ชัดเจนดีนะครับ • ประชากรของพระเจ้าทั้ง 12 เผ่า หรือ 12 ตระกูลที่พระเจ้ารักในนามของลูกๆของยาโคบหรืออิสราเอล... • พวกเขาเป็นดังลูกไก่ที่อยู่ใต้ปีกแม่หรือเป็นดังแม่นกอินทรีที่สอนลูกให้บิน... นี่คือความรักของพระเจ้า • แต่ความแตกแยกจากพระเจ้า การละเมิดพระบัญญัติของพระเจ้า ก็ทำลายเสียทุกอย่าง o ล้มแท่นบูชาของพระเจ้า o ตั้งแท่นพระเท็จเทียม o ทิ้งความเที่ยงแท้ ไปบูชาความเท็จเทียมไม่รู้สิ้น... o จนที่สุดชาติทั้งชาติก็แตกสลายเพราะหัวใจที่ไม่เป็นหนึ่งของประชากรนั่นเอง... นี่คือสิ่งที่เกิดจากภายในและกระทบประวัติศาสตร์ • แต่พระเจ้าพระยาห์เวห์อย่างไรอย่างไรพระองค์ก็คือพระเจ้า • พระองค์เป็นพระเจ้าองค์ความรักและความเมตตา พระองค์ไม่มีวันทอดทิ้ง • พี่น้องที่รักครับ วันนี้พ่ออยากให้อ่านพระคัมภีร์หนังสือประกาศกเอเสเคียล คำประกาศและภาพนิมิตที่งดงาม o เมื่อพระเจ้าทรงต้องการสร้างขึ้นมาใหม่จากความตาย o จากความแตกแยก o จากความล่มสลายตายซากเหลือแต่เพียงกระดูกแห่ง • แต่ชีวิตพระเจ้าก็สามารถเรียกกลับมาสู่การฟื้นฟู ลมปราณของพระเจ้าเรียกกลับมาสู่ชีวิต • พ่อดีใจและอยากให้อ่านดีครับ พ่ออยากให้เราเห็นการฟื้นฟู เราจะพบคำว่า “เรา” ตามที่พ่อแยกแยะไว้ให้ มี คำว่า “เรา” 12 ครั้ง ประหนึ่งว่า o พระเจ้าทรงรักและเมตตาทั้ง 12 เผ่าจริงๆ ไม่เคยละทิ้งเลย o พระองค์ต้องการรวมกลับมาทั้ง 12 เผ่าของยาโคบ o เลข 12 ชวนให้คิดว่า พระเจ้าไม่ทรงลืมจริง 12 เผ่าที่เกิดขึ้นอย่างเรียบง่าย ธรรมชาติ ยากไร้ แต่เชื่อในพระองค์ เตือนเราให้อยากกลับสู่รากเหง้าของเราจริงๆ o พระเจ้าตรัส “เรา เรา เรา..จะ” 12 ครั้ง พ่อมั่นใจว่า พระเจ้าทรงเป็นความรักมั่นคง พระองค์ทรง รักลูกๆของยาโคบ แม้พวกเขาได้ละทิ้งพระองค์ไปจริงๆ ปฏิเสธพระองค์ แต่พระองค์ไม่เคยทอดทิ้งพวกเขาเลย พระองค์อยากกอบกู้เข้าเสมอ อยากพาพวกเขากลับมาหาพระองค์เป็นที่สุดจริงๆ “รักมาก” พระเจ้ารักเรามากจริงๆ มิใช่หรือครับ ที่สุด พี่น้องที่รักครับ พ่ออยากเห็น ความก้าว(9)หน้าของชีวิตคริสตชนของเราจริงในเทศกาลมหาพรตที่กำลังจะจบลงครับนี้ครับ คือ... 1. อยากให้เราทุกคนได้เห็นกระดูกแห้งกองตายซากในภาพนิมิตของเอเสเคียล แต่เมื่อได้ยินการประกาศพระวาจาของพระเจ้า ทุกอย่างก็กลับเริ่มมีชีวิตกระดุกกระดิกและกลับมาสู่การฟื้นฟูเพราะความรักของพระเจ้า 2. อยากให้เราได้อ่านพระคัมภีร์ยาวหน่อยนะครับ สองตอนด้วยกันแต่มาจากบทที่ 17 ทั้งสองครับ อ่านดีๆนะครับ 3. ยากให้เราได้กลิ่นอายของความรัก และพลังของพระวาจาของพระเจ้าที่จะฟื้นฟูขึ้นใหม่ 4. ยากให้มหาพรตที่เราได้เดินผ่านมาจนถึงวันนี้ วันเสาร์ของสัปดาห์ที่ห้า ซึ่งพรุ่งนี้เริ่มอาทิตย์ใบลาน เริ่มสัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์ อยากให้เราทุกคนได้รับ “การฟื้นฟู” ได้รับการฟื้นฟูขึ้นใหม่ มีชีวิต มีพลังของพระเจ้าจริงๆครับ 5. อยากเห็นสังคมของเรา ครอบครัวทุกครอบครัว วัดทุกชุมชนวัด ได้รับการประกาศพระวาจาและได้รับพลังของการฟื้นฟูขึ้นใหม่ มีชีวิตชีวาจริงๆ เลยครับ.... 6. อยากให้พระวาจาตอนให้กำลังใจแก่ชาติของเรา ประเทศของเราให้ได้มีความรักความเป็นหนึ่งเดียว ฟื้นฟูความเป็นชาติ ความเป็นสังคมแห่งรอยยิ้มและเป็นสังคมแห่งความรักและความเมตตาเต็มเปี่ยม 7. ยากให้กระดูที่แห้ง หรือรอยแตกร้าวภายในสังคมไทยของเรา การแบ่งพวกเลือกข้าง การวิสาสะการบูชาพระเท็จเทียมคือบูชาตัวเอง ความเห็นแก่ตัวและการเอาแต่ได้ ความยากรวย อยากได้ อยากมี อยากโกง ทั้งหลายที่สร้างรอยร้าวให้ประเทศไทยของเรามานานแล้วได้มาถึงจุดสิ้นสุด มาถึงการฟื้นฟูเสียทีจะได้ไหม 8. ยากวิงวอน และเชิญชวนให้พวกเราคริสตชนได้เป็นคนแรกที่เริ่มเยียวยาบาดแผลแห่งความแตกแยกแตกร้าวนี้ ด้วยความเชื่อในพระเจ้า เชื่อในความรักและรักในความจริง เริ่มจากตัวเรา ครอบครัวของเรา สรรสร้างความสุข ความเป็นหนึ่งเดียวในครอบครัว ในชุมชนวัด และในสังฆมณฑล และกล้าประกาศความดีของพระเจ้า ความถูกต้อง ด้วยชีวิต ประสานรอยร้าวและฟื้นฟูชีวิตจิตวิญญาณ 9. อยากให้เราเลิกเป็นกระดูแห้งไร้ชีวิต... แต่ขอให้มีชีวิตพระเจ้าเต็มเปี่ยม ขอเราอย่าได้เป็นไม้ซีกที่แตกแยกจากกัน แต่รวมกันเป็นมัดที่แข็งแรงเพื่องัดกับไม้ซุงของกระแสโลกได้อย่างแท้จริง... พี่น้องที่รักครับ... อ่านพระคัมภีร์วันนี้เอเสเคียลดีๆนะครับ พ่ออยากวิงวอนของพระเจ้าขอพระเจ้าอวยพรทุกท่านครับ....‎" Like · Comment · Share You are receiving this email because you've listed Somkiat Trinikorn as a close friend. Change Close Friend Notifications.
facebook
Somkiat Trinikorn
Somkiat Trinikorn updated his status: "‎วันเสาร์ที่ 12 เมษายน 2014 สัปดาห์ที่ 5 เทศกาลมหาพรต

เราอ่านพระคัมภีร์เอเสเคียลกันก่อนครับ บทอ่านเรื่อง “กระดูกแห่งกลับมามีเอ็น มีเนื้อ มีร่างกาย และที่สำคัญ มีลมหายใจ” กลับมีชีวิต กลับคืนชีพ มีชีวิตใหม่อีกครั้ง... ให้เราอ่านกันก่อนนะครับ อ่านมากกว่าในมิสซาเรื่องการประกาศแก่กระดูกแห้งก่อน และโดยเฉพาะอ่านดีๆนะครับ ส่วนที่เป็นส่วนของมิสซาวันนี้... พ่อได้แบ่งเป็นข้อๆใหม่ให้เห็น 12 ครั้ง ตามคำกริยาที่เน้น พระเจ้าตรัสว่า พระองค์จะกระทำ กริยาใช้คำว่า “I will…” ภาษาไทยใช้คำว่า “เรา...จะ”... นี่คือประเด็นและเราจะพบ 12 ครั้งจริงๆครับ อ่านและจะเห็นความพิเศษของพระคัมภีร์แบบที่พ่อคัดมาให้อ่านครับ.... และพ่อจะให้อรรถาธิบายไตร่ตรองต่อไป.. อ่านก่อนครับ

อสค 37:21-28…. (พ่อให้อ่านยาวกว่าในมิสซา อ่านเรื่องกระดูกแห้งด้วย เพิ่ม ข้อ 1-20 ด้วย)
1พระหัตถ์ของพระยาห์เวห์อยู่เหนือข้าพเจ้า พระจิตของพระยาห์เวห์ทรงนำข้าพเจ้าออกมา และวางข้าพเจ้าไว้กลางหุบเขาที่มีกระดูกเต็มไปหมด 2พระองค์ทรงนำข้าพเจ้าเดินไปโดยรอบใกล้ๆกระดูกเหล่านั้น ข้าพเจ้าเห็นว่ามีกระดูกมากมายทีเดียวในหุบเขานั้น เป็นกระดูกแห้งสนิท 3พระองค์ตรัสถามข้าพเจ้าว่า “บุตรแห่งมนุษย์เอ๋ย กระดูกเหล่านี้จะกลับมีชีวิตได้ไหม” ข้าพเจ้าทูลตอบว่า “ข้าแต่พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้า พระองค์ก็ทรงทราบอยู่แล้ว” 4พระองค์ตรัสกับข้าพเจ้าอีกว่า “จงประกาศพระวาจาเหนือกระดูกเหล่านี้ จงกล่าวแก่กระดูกเหล่านี้ว่า ‘กระดูกแห้งเอ๋ย จงฟังพระวาจาของพระยาห์เวห์เถิด 5พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสแก่กระดูกเหล่านี้ว่า ดูซิ เราจะนำจิตเข้าไปในเจ้า และเจ้าจะมีชีวิตอีก 6เราจะวางเส้นเอ็นไว้บนเจ้า จะทำให้เนื้อขึ้นมา จะเอาหนังมาคลุมไว้ จะใส่จิตในเจ้า และเจ้าจะมีชีวิต แล้วเจ้าจะรู้ว่าเราเป็นพระยาห์เวห์’” 7ข้าพเจ้าจึงประกาศพระวาจาตามที่ข้าพเจ้าได้รับพระบัญชา ขณะที่ข้าพเจ้าประกาศพระวาจาอยู่นั้น ข้าพเจ้าก็ได้ยินเสียงกรุกกริก และเห็นกระดูกเหล่านั้นเข้ามาต่อติดกัน 8ข้าพเจ้ามองดูก็เห็นเส้นเอ็นอยู่เหนือกระดูก มีเนื้อขึ้นมา และหนังก็มาหุ้มไว้ แต่ยังไม่มีจิตในร่างเหล่านั้น 9แล้วพระองค์ตรัสกับข้าพเจ้าว่า “จงประกาศพระวาจาแก่จิตเถิด บุตรแห่งมนุษย์เอ๋ย จงประกาศพระวาจาและบอกจิตว่า ‘พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ จิตเอ๋ย จงมาจากทิศทั้งสี่และพ่นเข้าไปในผู้ที่ถูกฆ่าเหล่านี้ ให้เขามีชีวิตอีก’” 10ข้าพเจ้าประกาศพระวาจาตามพระบัญชา จิตก็เข้ามาในร่างเหล่านั้น เขาก็มีชีวิตและยืนขึ้น เป็นกองทัพใหญ่มหึมาจริงๆ
11แล้วพระองค์ตรัสกับข้าพเจ้าว่า “บุตรแห่งมนุษย์เอ๋ย กระดูกเหล่านี้คือพงศ์พันธุ์อิสราเอลทั้งหลาย ดูซิ เขาทั้งหลายพูดว่า ‘กระดูกของเราแห้ง ความหวังของเราสูญหายไป พวกเราถูกทำลายจนหมดสิ้นแล้ว’ 12เพราะฉะนั้น จงประกาศพระวาจาและบอกเขาว่า พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ ดูซิ ประชากรของเราเอ๋ย เรากำลังจะเปิดหลุมฝังศพของท่านและยกท่านขึ้นมาจากหลุมศพ นำท่านกลับมายังแผ่นดินอิสราเอล 13ประชากรของเราเอ๋ย ท่านจะรู้ว่าเราเป็นพระยาห์เวห์ เมื่อเราเปิดหลุมศพของท่าน และยกท่านขึ้นมาจากหลุมศพ 14เราจะให้จิตของเราเข้าไปในท่าน และท่านจะมีชีวิต เราจะให้ท่านตั้งหลักแหล่งในแผ่นดินของท่าน แล้วท่านจะรู้ว่าเราเป็นพระยาห์เวห์ เราได้พูดและได้ทำแล้ว – พระยาห์เวห์ตรัส”
------------------------------------------------
15พระยาห์เวห์ตรัสกับข้าพเจ้าว่า 16“บัดนี้ บุตรแห่งมนุษย์เอ๋ย จงนำไม้ท่อนหนึ่งมาเขียนลงว่า ‘ยูดาห์และชาวอิสราเอลพันธมิตรของเขา’ จงนำไม้อีกท่อนหนึ่งมาเขียนลงว่า ‘โยเซฟ (ไม้ของเอฟราอิม) และพงศ์พันธุ์อิสราเอลพันธมิตรของเขา’ 17แล้วจงนำไม้ทั้งสองท่อนมารวมกัน ทำให้เป็นไม้ท่อนเดียว เป็นไม้ท่อนเดียวในมือของท่าน 18เมื่อเพื่อนร่วมชาติถามท่านว่า ‘จงบอกเราเถิดว่าการกระทำเหล่านี้หมายความว่าอย่างไร’ 19ท่านจงตอบเขาว่า ‘พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ ดูซิ เรากำลังจะนำไม้ของโยเซฟ (ซึ่งอยู่ในมือของเอฟราอิม) และเผ่าอิสราเอลพันธมิตรของเขา มารวมกับไม้ของยูดาห์ทำให้เป็นไม้ท่อนเดียวกัน เขาจะเป็นสิ่งเดียวกันในมือของเรา’” 20“เมื่อไม้ทั้งสองท่อนที่ท่านได้เขียนชื่อไว้นั้นอยู่ในมือของท่านต่อหน้าเขา

------------------------ บทในมิสซาเริ่มจากที่นี้ไป-----------

21จงบอกเขาว่า ‘พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ ดูซิ
1. เราจะนำพงศ์พันธุ์อิสราเอลมาจากนานาชาติซึ่งเขาไปอาศัยอยู่ด้วย
2. เราจะรวบรวมเขามาจากทุกแห่ง และ
3. (เรา)จะนำเขามายังแผ่นดินของเขา (ตรงนี้พ่อใส่วงเล็ก “เรา” เพราะต้นฉบับภาษาฮีบรูมีคำกริยาชัดเจนว่า ควรจะต้องมีคำว่า “เรา หรือ ฉัน “I” อีกครั้งหนึ่งครับ โดยศัพท์ใช้คำว่า וְקִבַּצְתִּ֤י อ่านว่า “weqabasti” ราก “คาบาสตี” แปลว่า And I will gather… และ “เราจะรวบรวม”
4. เราจะทำให้เขาเป็นชนชาติเดียวในแผ่นดิน บนภูเขาทั้งหลายแห่งอิสราเอล จะมีกษัตริย์พระองค์เดียวปกครองเขาทั้งหลาย เขาจะไม่เป็นชนสองชาติ และจะไม่แยกเป็นสองอาณาจักรอีกต่อไป เขาทั้งหลายจะไม่ทำตนให้เป็นมลทินกับรูปเคารพ โดยการกระทำที่น่าสะอิดสะเอียน และการล่วงละเมิดทั้งหลายของเขาอีกต่อไป
5. เราจะช่วยเขาให้พ้นจากการทรยศที่เขาได้ทำบาป
6. เราจะชำระเขา แล้วเขาจะเป็นประชากรของเรา และ
7. เราจะเป็นพระเจ้าของเขา ดาวิดผู้รับใช้ของเราจะเป็นกษัตริย์ปกครองเขา จะเป็นผู้เลี้ยงเพียงผู้เดียวของเขาทุกคน เขาจะปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของเรา จะรักษาข้อกำหนดของเราและปฏิบัติตาม 25เขาทั้งหลายจะอาศัยอยู่ในแผ่นดินที่เราให้แก่ยาโคบผู้รับใช้ของเรา เป็นแผ่นดินที่บรรพบุรุษของเขาเคยอาศัยอยู่ เขาจะอาศัยอยู่ที่นั่นตลอดไป ทั้งตัวเขา ลูก และหลานของเขา ดาวิดผู้รับใช้ของเราจะเป็นเจ้านายปกครองเขาตลอดไป
8. เราจะทำพันธสัญญาสันติภาพซึ่งจะเป็นพันธสัญญานิรันดรกับเขา
9. เราจะให้เขาตั้งหลักแหล่งและทวีจำนวนขึ้น
10. เราจะตั้งสักการสถานของเราไว้ในหมู่เขาตลอดไป ที่พำนักของเราจะอยู่ในหมู่เขา
11. เราจะเป็นพระเจ้าของเขา และเขาจะเป็นประชากรของเรา 28แล้วนานาชาติจะรู้ว่าเราเป็นพระยาห์เวห์
12. เราทำให้อิสราเอลศักดิ์สิทธิ์เมื่อสักการสถานของเราจะอยู่ในหมู่เขาตลอดไป’”

------------------------------------

อรรถาธิบายและไตร่ตรอง
• ทำไมมีคำว่า “เรา” ที่เป็นประธานของประคำกริยาในประโยค 12 ครั้งหนอ... นี่คือสิ่งที่พ่อเน้นให้ดูในวันนี้ครับ... ต้องพิจารณากันจากประวัติศาสตร์และจากยุคที่เอเสเคียลเขียนขึ้นครับ... พ่อขอยืนยันนี่คือสิ่งที่พ่อสังเกตเองและค้นพบความสุดยอดของพระคัมภีร์ตอนนี้ครับ
• ชื่อเอเสเคียล “ชื่อประกาศก” อีกครั้งครับ “เอเสเคียล” ภาษาฮีบรู יְחֶזְקֵאל, Y'ḥez'qel, อ่านออกเสียงว่า : [jəħezˈqel]), แปลว่า “ของพระเจ้าโปรดเสริมกำลังแก่เขา” 'May God strengthen him' ภาษาอาราบิก Zul-Kifl, ذوالكفل, และ :حزقيال Hazqiyal, .ในภาษาอาราบิกแปลว่า “พระเจ้าจะเสริมกำลัง” (คำนี้มาจากรากศัพท์ חזק, ḥazaq, แปลตรงๆ ว่า การ “รัดหรือคาดให้แน่น คือ พร้อม ทำให้แข็งแรงทะมัดทะแมง นั่นคือ “พระเจ้ายิ่งใหญ่และทรงพลังจะทรงทำให้เข้มแข็งแน่นอน)
• ช่วงเวลาของเอเสเคียล เราทราบจากพระคัมภีร์เอเสเคียลดังนี้
o “วันที่ห้าเดือนสี่ปีที่สามสิบ ขณะที่ข้าพเจ้าอยู่ในหมู่ผู้ถูกกวาดต้อนเป็นเชลยที่ริมแม่น้ำเคบาร์ ท้องฟ้าเปิดออก และข้าพเจ้าได้เห็นนิมิตจากพระเจ้า วันที่ห้าของเดือน - คือในปีที่ห้าที่กษัตริย์เยโฮยาคีนทรงถูกกวาดต้อนเป็นเชลย –
o พระยาห์เวห์ตรัสกับสมณะเอเสเคียล บุตรของบุซีในแผ่นดินของชาวเคลเดีย ริมแม่น้ำเคบาร์ พระหัตถ์ของพระยาห์เวห์มาอยู่เหนือเขาที่นั่น” (อสค 1:1-3)

• หนังสือประกาศกเอเสเคียล ยืนยันระยะเวลาสมัยของท่านชัดเจน คือ สมัยกษัรตริย์เยโอยาคินแห่งยูดาห์ นั่นคือช่วงเวลาของการ “เนรเทศอยู่ที่บาบิโลน” ในการปกครองของเนบูคัสเนสซาร์ที่สอง ในเวลานั้น เนบูคัสเนสซาร์ได้จัดการเนเทศกองทัพยูดาห์ไปสามพันคนจากอาณาจักรยูดาห์ ในปี 597 ก่อนคริสตกาล (BC=Before Chirst หรือ BCE=Before Christian Era)
• ช่วงเวลาแห่งการเนรเทศ เราพบว่า... อิสราเอลทั้งหมดขมขืน เจ็บปวด เหมือนกระดูกแห้งแห่งทั้งสองอาณาจักร ยูดาห์และอิสราเอลหรือสมาเรียหรือเอฟราอิม เราได้ยินถ้อยคำเหล่านี้จากบทอ่านส่วนแรกที่พ่อคัดมาให้อ่านข้างบน....
• กล่าวได้ว่า ทั้งสองอาณาจักรล่มสลายหมดเพราะบาปและความผิด เรียกว่า 12 เผ่าแห่งความรักของอิสราเอล ลูกๆของยาโคบหรืออิสราเอล ทั้ง 12 เผ่า 12 ตระกูล ทั้งหมดเลย ซึ่งโยเซฟได้ช่วยให้รอดในประเทศอียิปต์เมื่อครั้งที่โยเซฟถูกขายไปอียิปต์แล้ว... ไม่น่าเชื่อ แต่ความสิ้นหวัง เจ็บปวด ความตาย กลับกลายเป็นพระพรสุดของอิสราเอลประชากรของพระองค์
• อิสราเอลทั้ง 12 เผ่าล่มสลายจริงๆ เพราะความไม่ซื่อสัตย์ และการเนรเทศไปบาบิโลนนี้ทำให้พระเจ้าเรียกให้ประกาศกเอเสเคียลในภาพนิมิตให้ปลุกความตาย หรือประชากรของพระองค์ซึ่งเหมือนกองกระดูกแห่งให้กลับคืนชีพ เรียกให้เปิดหลุมศพขึ้นมา (อ่านสรุปอีกทีนะครับ)
o ““บุตรแห่งมนุษย์เอ๋ย กระดูกเหล่านี้คือพงศ์พันธุ์อิสราเอลทั้งหลาย ดูซิ เขาทั้งหลายพูดว่า ‘กระดูกของเราแห้ง ความหวังของเราสูญหายไป พวกเราถูกทำลายจนหมดสิ้นแล้ว’
o จงประกาศพระวาจา....และบอกเขาว่า พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ ดูซิ ประชากรของเราเอ๋ย เรากำลังจะเปิดหลุมฝังศพของท่านและยกท่านขึ้นมาจากหลุมศพ นำท่านกลับมายังแผ่นดินอิสราเอล”

• บัดนี้เป็นการประกาศทางประกาศกเอเสเคียล... ว่าพระองค์จะรวมสองอาณาจักรที่เคยแตกแยกเข้ากลับมาด้วยกัน โดยใช้ภาพลักษณ์ของไม้สองท่อนที่หักเป็นสอง ต้องกลับมามัดต่อเข้าด้วยกันอีกครั้ง
o “บัดนี้ บุตรแห่งมนุษย์เอ๋ย จงนำไม้ท่อนหนึ่งมาเขียนลงว่า ‘ยูดาห์และชาวอิสราเอลพันธมิตรของเขา’
o จงนำไม้อีกท่อนหนึ่งมาเขียนลงว่า ‘โยเซฟ (ไม้ของเอฟราอิม) และพงศ์พันธุ์อิสราเอลพันธมิตรของเขา’ แล้วจงนำไม้ทั้งสองท่อนมารวมกัน ทำให้เป็นไม้ท่อนเดียว เป็นไม้ท่อนเดียวในมือของท่าน

• การแตกแยก การแตกเป็นสองอาณาจักร บัดนี้จะได้รับการรวมกันเข้ามาอีกครั้งหนึ่ง จะไม่มีความแตกแยกอีกต่อไป... พระเจ้าจะปลุกกองกระดูกขึ้นมาให้มีชีวิตเป็นหนึ่งเดียวกัน เป็นประชากรของพระองค์ แม้พวกเขาแตกแยกกันออกไปก็ตาม
• พระคัมภีร์เอเสเคียลวันนี้สวยงามมากๆ ครับ อ่านแล้วมีความสุข เพราะ
o ความแตกแยกจะจบสิ้น
o การสิ้นหวังและหักร้างจะได้รับการกอบกู้
o ความตายและหลุมศพที่ปิด จะถูกเปิด
o กองกระดูแห้งที่สิ้นหวังจะกลับมีชีวิต... สุดยอดจริงๆครับ

พ่อสรุปภาพบทอ่านที่ได้อ่านนี้ว่า....
• “ถึงเวลาฟื้นฟู กระดูกแห้งกลับมีชีวิต ไม้สองท่อนพี่น้องที่แยกกันอยู่กลับมามัดรวมกันเสียที”
• หนังสือประกาศกเอเสเคียล เป็นหนังสือประกาศกในช่วงที่อาณาจักรยูดาห์ต้องเนรเทศอยู่ในบาบิโลน เวลาแห่งความเสียหายของชาติอิสราเอลทั้งหมด อาณาจักรเหนือคืออาณาจักรอิสราเอลมีเมืองหลวงอยู่ที่สะมาเรีย และอาณจักรใต้คืออาณาจักรยูดาห์ มีเมืองหลวงอยู่ที่เยรูซาเล็ม
• พ่อขอทบทวนประวัติศาสตร์อีกนิดหนึ่งครับ
o จากข้อมูลของพระคัมภีร์เราทราบว่าราชอาณาจักรทั้งสองนี้ตกเป็นเมืองขึ้นในที่สุด
o อาณาจักรอิสราเอลโดยอัสซีเรียในปี 721 ก่อนคริสตกาล
o อาณาจักรยูดาห์โดยบาบิโลนในปี 587 ก่อนคริสตกาล ประชากรอิสราเอลถูกกวาดต้อนไปเป็นเชลย และยุคนี้เป็นยุคที่เราเรียกว่า “ยุคเนรเทศ” (The Period of the exile)

• ความแตกแยกเจ้าเอ๋ย... เจ้าความแตกแยก เริ่มแตกแยกจากภายในสู่ภายนอก
• แตกแยกกันเองจากภายในพี่น้อง 12 เผ่า เริ่มเกี่ยงงอน เริ่มอยากมี อยากได้ อยากดัง อยากรวย และก็อยากสารพัดอยาก.... และในที่สุด
• ก็แตกสลายไป อาณาจักรที่เคยเป็นหนึ่งเดียว แต่ที่สุด... ที่สุดก็แยกกันเองแตกแยกเป็นสองอาณาจักร และสุดท้ายก็แตกสลายทั้งสองอาณาจักรนั่นเอง นี่คืออิสราเอลและยูดาห์ที่พระเจ้าแสนรักและทนุถนอม เหมือนไม้ท่อนเดียวที่ต้องถูกหักเป็นสองท่อนลอยน้ำไหลแยกทางกันไป จนพระเจ้าต้องให้เอเสเคียลได้เก็บไม้สองท่อนกลับเข้ามา...รวมเป็นไม้ท่อนเดียว ไม้ของโยเซฟหรือเอฟราอิม หรือไม้ของยูดาห์ ภาพลักษณ์ชัดเจนดีนะครับ
• ประชากรของพระเจ้าทั้ง 12 เผ่า หรือ 12 ตระกูลที่พระเจ้ารักในนามของลูกๆของยาโคบหรืออิสราเอล...
• พวกเขาเป็นดังลูกไก่ที่อยู่ใต้ปีกแม่หรือเป็นดังแม่นกอินทรีที่สอนลูกให้บิน... นี่คือความรักของพระเจ้า
• แต่ความแตกแยกจากพระเจ้า การละเมิดพระบัญญัติของพระเจ้า ก็ทำลายเสียทุกอย่าง
o ล้มแท่นบูชาของพระเจ้า
o ตั้งแท่นพระเท็จเทียม
o ทิ้งความเที่ยงแท้ ไปบูชาความเท็จเทียมไม่รู้สิ้น...
o จนที่สุดชาติทั้งชาติก็แตกสลายเพราะหัวใจที่ไม่เป็นหนึ่งของประชากรนั่นเอง... นี่คือสิ่งที่เกิดจากภายในและกระทบประวัติศาสตร์

• แต่พระเจ้าพระยาห์เวห์อย่างไรอย่างไรพระองค์ก็คือพระเจ้า
• พระองค์เป็นพระเจ้าองค์ความรักและความเมตตา พระองค์ไม่มีวันทอดทิ้ง
• พี่น้องที่รักครับ วันนี้พ่ออยากให้อ่านพระคัมภีร์หนังสือประกาศกเอเสเคียล คำประกาศและภาพนิมิตที่งดงาม
o เมื่อพระเจ้าทรงต้องการสร้างขึ้นมาใหม่จากความตาย
o จากความแตกแยก
o จากความล่มสลายตายซากเหลือแต่เพียงกระดูกแห่ง

• แต่ชีวิตพระเจ้าก็สามารถเรียกกลับมาสู่การฟื้นฟู ลมปราณของพระเจ้าเรียกกลับมาสู่ชีวิต
• พ่อดีใจและอยากให้อ่านดีครับ พ่ออยากให้เราเห็นการฟื้นฟู เราจะพบคำว่า “เรา” ตามที่พ่อแยกแยะไว้ให้ มี คำว่า “เรา” 12 ครั้ง ประหนึ่งว่า
o พระเจ้าทรงรักและเมตตาทั้ง 12 เผ่าจริงๆ ไม่เคยละทิ้งเลย
o พระองค์ต้องการรวมกลับมาทั้ง 12 เผ่าของยาโคบ
o เลข 12 ชวนให้คิดว่า พระเจ้าไม่ทรงลืมจริง 12 เผ่าที่เกิดขึ้นอย่างเรียบง่าย ธรรมชาติ ยากไร้ แต่เชื่อในพระองค์ เตือนเราให้อยากกลับสู่รากเหง้าของเราจริงๆ
o พระเจ้าตรัส “เรา เรา เรา..จะ” 12 ครั้ง พ่อมั่นใจว่า พระเจ้าทรงเป็นความรักมั่นคง พระองค์ทรง รักลูกๆของยาโคบ แม้พวกเขาได้ละทิ้งพระองค์ไปจริงๆ ปฏิเสธพระองค์ แต่พระองค์ไม่เคยทอดทิ้งพวกเขาเลย พระองค์อยากกอบกู้เข้าเสมอ อยากพาพวกเขากลับมาหาพระองค์เป็นที่สุดจริงๆ “รักมาก” พระเจ้ารักเรามากจริงๆ มิใช่หรือครับ

ที่สุด พี่น้องที่รักครับ พ่ออยากเห็น ความก้าว(9)หน้าของชีวิตคริสตชนของเราจริงในเทศกาลมหาพรตที่กำลังจะจบลงครับนี้ครับ คือ...
1. อยากให้เราทุกคนได้เห็นกระดูกแห้งกองตายซากในภาพนิมิตของเอเสเคียล แต่เมื่อได้ยินการประกาศพระวาจาของพระเจ้า ทุกอย่างก็กลับเริ่มมีชีวิตกระดุกกระดิกและกลับมาสู่การฟื้นฟูเพราะความรักของพระเจ้า
2. อยากให้เราได้อ่านพระคัมภีร์ยาวหน่อยนะครับ สองตอนด้วยกันแต่มาจากบทที่ 17 ทั้งสองครับ อ่านดีๆนะครับ
3. ยากให้เราได้กลิ่นอายของความรัก และพลังของพระวาจาของพระเจ้าที่จะฟื้นฟูขึ้นใหม่
4. ยากให้มหาพรตที่เราได้เดินผ่านมาจนถึงวันนี้ วันเสาร์ของสัปดาห์ที่ห้า ซึ่งพรุ่งนี้เริ่มอาทิตย์ใบลาน เริ่มสัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์ อยากให้เราทุกคนได้รับ “การฟื้นฟู” ได้รับการฟื้นฟูขึ้นใหม่ มีชีวิต มีพลังของพระเจ้าจริงๆครับ
5. อยากเห็นสังคมของเรา ครอบครัวทุกครอบครัว วัดทุกชุมชนวัด ได้รับการประกาศพระวาจาและได้รับพลังของการฟื้นฟูขึ้นใหม่ มีชีวิตชีวาจริงๆ เลยครับ....
6. อยากให้พระวาจาตอนให้กำลังใจแก่ชาติของเรา ประเทศของเราให้ได้มีความรักความเป็นหนึ่งเดียว ฟื้นฟูความเป็นชาติ ความเป็นสังคมแห่งรอยยิ้มและเป็นสังคมแห่งความรักและความเมตตาเต็มเปี่ยม
7. ยากให้กระดูที่แห้ง หรือรอยแตกร้าวภายในสังคมไทยของเรา การแบ่งพวกเลือกข้าง การวิสาสะการบูชาพระเท็จเทียมคือบูชาตัวเอง ความเห็นแก่ตัวและการเอาแต่ได้ ความยากรวย อยากได้ อยากมี อยากโกง ทั้งหลายที่สร้างรอยร้าวให้ประเทศไทยของเรามานานแล้วได้มาถึงจุดสิ้นสุด มาถึงการฟื้นฟูเสียทีจะได้ไหม
8. ยากวิงวอน และเชิญชวนให้พวกเราคริสตชนได้เป็นคนแรกที่เริ่มเยียวยาบาดแผลแห่งความแตกแยกแตกร้าวนี้ ด้วยความเชื่อในพระเจ้า เชื่อในความรักและรักในความจริง เริ่มจากตัวเรา ครอบครัวของเรา สรรสร้างความสุข ความเป็นหนึ่งเดียวในครอบครัว ในชุมชนวัด และในสังฆมณฑล และกล้าประกาศความดีของพระเจ้า ความถูกต้อง ด้วยชีวิต ประสานรอยร้าวและฟื้นฟูชีวิตจิตวิญญาณ
9. อยากให้เราเลิกเป็นกระดูแห้งไร้ชีวิต... แต่ขอให้มีชีวิตพระเจ้าเต็มเปี่ยม ขอเราอย่าได้เป็นไม้ซีกที่แตกแยกจากกัน แต่รวมกันเป็นมัดที่แข็งแรงเพื่องัดกับไม้ซุงของกระแสโลกได้อย่างแท้จริง...

พี่น้องที่รักครับ... อ่านพระคัมภีร์วันนี้เอเสเคียลดีๆนะครับ พ่ออยากวิงวอนของพระเจ้าขอพระเจ้าอวยพรทุกท่านครับ....‎"
Like · Comment · Share
You are receiving this email because you've listed Somkiat Trinikorn as a close friend. Change Close Friend Notifications.
View Post
This message was sent to tun...@hotmail.com. If you don't want to receive these emails from Facebook in the future, please unsubscribe.
Facebook, Inc., Attention: Department 415, PO Box 10005, Palo Alto, CA 94303
Reply all
Reply to author
Forward
0 new messages