เรียนท่านอาจารย์ยศพล ศุภวิจิตรกุล
สำเนาเพื่อน ๆ นิติศาสตร์ภาคบัณฑิต รุ่น 7
ขออนุญาตตอบคำถามท่านอาจารย์ดังนี้ครับ ( ถูกหรือผิดรบกวนอาจารย์ช่วยชี้แนะด้วยน่ะครับ )
1.คำถาม : ในกรณีที่ผู้เริ่มก่อการบริษัท กระทำหรือก่อให้เกิดความเสียหายก่อนการจดทะเบียนบริษัท ต้องรับผิดหรือไม่และมากน้อยเพียงใด ?
คำตอบ ป.พ.พ. มาตรา 1113 วางหลักไว้ว่า ผู้เริ่มก่อการบริษัทต้องรับผิดร่วมกันและโดยไม่จำกัดในบรรดาหนี้สินและ
การจ่ายเงินซึ่งที่ประชุมตั้งบริษัทมิได้อนุมัติ และแม้จะได้มีอนุมัติก็ยังคงต้องรับผิดอยู่เช่นนั้นไป จนกว่าจะได้จดทะเบียนบริษัท
อธิบาย มาตรา 1113 หมายความว่าบรรดาหนี้และการจ่ายเงินต่าง ๆ ที่ผู้เริ่มก่อการได้ทำไปในการจัดตั้งบริษัทจำกัดนั้น โดยปกติผู้เริ่มก่อการ
ทุกคนต้องรับผิดร่วมกันและโดยไม่จำกัดจำนวน แต่ผู้เริ่มก่อการอาจจะหลุดพ้นจากความรับผิดในบรรดาหนี้สินและการจ่ายเงินนั้นได้
ถ้าในที่ประชุมตั้งบริษัทได้มีการลงมติอนุมัติการกระทำดังกล่าวของผู้เริ่มก่อการแล้ว ( คือที่ประชุมได้ให้สัตยาบันแก่สัญญาที่ผู้เริ่มก่อการ
ได้ทำไว้ ) และบริษัทนั้นได้จดทะเบียนตามกฎหมายแล้วด้วย เพราะถ้าตราบใดที่บริษัทยังไม่ได้จดทะเบียน บรรดาหนี้สินและการจ่ายเงิน
ที่ผู้เริ่มก่อการได้กระทำไปนั้น ผู้เริ่มก่อการยังคงรับผิดตลอดไปไม่ว่าที่ประชุมตั้งบริษัทจะได้ให้สัตยาบันหรือไม่ก็ตาม
สรุป บรรดาผู้เริ่มก่อการจะหลุดพ้นจากความรับผิดในบรรดาหนี้สินและการจ่ายเงินซึ่งได้กระทำไปในระหว่างการดำเนินการจัดตั้งบริษัทนั้นประกอบด้วย
1.ที่ประชุมตั้งบริษัทได้อนุมัติหรือให้สัตยาบันแก่บรรดาสัญญาซึ่งผู้เริ่มก่อการได้ทำไว้แล้ว และ
2.บริษัทได้จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายแล้ว
ข้อสังเกต เหตุที่กฎหมายได้บัญญัติให้ผู้เริ่มก่อการยังคงต้องรับผิดร่วมกันในบรรดาหนี้สินและการจ่ายเงินอยู่ต่อไปแม้ว่าที่ประชุมตั้งบริษัทจะได้อนุมัติแล้วก็ตาม
ทั้งนี้เป็นเพราะว่าถ้าตราบใดที่บริษัทยังไม่ได้จดทะเบียน บริษัทจึงยังไม่มีสภาพเป็นนิติบุคคล เจ้าหนี้จึงไม่อาจฟ้องบริษัท เป็นจำเลยได้ ดังนั้น
กฎหมายจึงให้เจ้าหนี้มีสิทธิฟ้องผู้เริ่มก่อการได้
คำพิพากษาฎีกาที่ 55/2523 วินิจฉัยว่า การที่รถยนต์ซึ่งเดินในนามของบริษัทไปทำให้บุคคลอื่นเสียหายและบริษัทจะต้องรับผิดชอบใช้ค่าเสียหายนั้น เมื่อบริษัท
ดังกล่าวยังมิได้จดทะเบียนจึงยังไม่มีสภาพบุคคล ผู้เริ่มก่อการบริษัทต้องรับผิดร่วมกันตาม ป.พ.พ.มาตรา 1113
2.คำถาม : กรรมการบริษัท สามารถที่จะประกอบการค้าประเภทเดียวกัน แข่งกับบริษัทที่ตนเองเป็นกรรมการได้หรือไม่เพียงใด
คำตอบ ป.พ.พ. มาตรา 1168 วรรค 3 วางหลักไว้ว่า อนึ่งท่านห้ามมิให้ผู้เป็นกรรมการประกอบการค้าขายใด ๆ อันมี
สภาพเป็นอย่างเดียวกัน และเป็นการแข่งขันกับการค้าขายของบริษัทนั้น ไม่ว่าเพื่อประโยชน์ตนหรือเพื่อประโยชน์ผู้อื่นหรือไปเข้าหุ้นส่วน
ไม่จำกัดความรับผิดในห้างค้าขายอื่นซึ่งประกอบกิจการมีสภาพเป็นอย่างเดียวกันและแข่งขันกับกิจการของบริษัทโดยมิได้รับความยินยอม
ของที่ประชุมใหญ่ของผู้ถือหุ้น
ป.พ.พ. มาตรา 1168 วรรคท้าย วางหลักไว้ว่า บทบัญญัติที่กล่าวมาข้างบนนี้ให้บังคับตลอดถึงบุคคลซึ่งเป็นผู้แทน
ของกรรมการด้วย
ข้อสังเกต การห้ามประกอบกิจการค้าขายแข่งขันกับบริษัทตามข้างต้นนั้น กฎหมายห้ามเฉพาะกรรมการเท่านั้น มิได้ห้ามผู้ถือหุ้น ดังนั้นถ้าเป็นผู้ถือหุ้นแล้ว
จะประกอบกิจการค้าขายแข่งขันกับบริษัทแล้ว สามารถทำได้ไม่ถือว่าเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 1168 วรรค3 และวรรคท้าย
ป.พ.พ. มาตรา 1169 วางหลักไว้ว่า ถ้ากรรมการทำให้เกิดเสียหายแก่บริษัทๆจะฟ้องร้องเรียกเอาสินไหมทดแทน
แก่กรรมการก็ได้ หรือในกรณีที่บริษัทไม่ยอมฟ้องร้อง ผู้ถือหุ้นคนหนึ่งคนใดจะเอาคดีนั้นขึ้นว่าก็ได้
อนึ่งการเรียกร้องเช่นนี้ เจ้าหนี้ของบริษัทจะเป็นผู้เรียกบังคับก็ได้เท่าที่เจ้าหนี้ยังคงมีสิทธิเรียกร้องแก่บริษัทอยู่
ข้อสังเกต ในกรณีที่กรรมการทำให้เกิดความเสียหายแก่บริษัทนั้น บุคคลที่สามที่สามารถฟ้องร้องกรรมการเพื่อเรียกเอาค่าสินไหมทดแทนได้แก่
1. บริษัท
2. ผู้ถือหุ้นคนใดคนหนึ่ง แต่การที่ผู้ถือหุ้นจะฟ้องร้องกรรมการได้นั้นจะต้องปรากฏข้อเท็จจริงว่าบริษัทไม่ยอดฟ้องร้องเสียก่อน เพราะถ้าบริษัท
ได้ฟ้องร้องแล้ว ดังนี้ผู้ถือหุ้นจะฟ้องร้องกรรมการอีกไม่ได้ และอีกประการหนึ่ง การที่ผู้ถือหุ้นจะฟ้องร้องนั้นจะต้องฟ้องร้องเพื่อเรียกเอาสินไหม
ทดแทนให้แก่บริษัท จะฟ้องร้องเพื่อตนเองไม่ได้ และ
3. เจ้าหนี้ของบริษัท แต่การที่เจ้าหนี้ของบริษัทจะฟ้องร้องได้นั้น จะต้องฟ้องร้องกรรมการผู้ทำความเสียหายคนนั้นได้เพียงเท่าจำนวนที่บริษัทเป็นหนี้
อยู่กับตนเองเท่านั้น จะฟ้องร้องเกินกว่าจำนวนที่ตนเป็นเจ้าหนี้บริษัทไม่ได้
ป.พ.พ. มาตรา 1170 วางหลักไว้ว่า เมื่อการซึ่งกรรมการคนใดได้ทำไปได้รับอนุมัติของที่ประชุมใหญ่แล้ว ท่านว่า
กรรมการคนนั้นไม่ต้องรับผิดในการนั้นต่อผู้ถือหุ้นซึ่งได้ให้อนุมัติหรือต่อบริษัทอีกต่อไป
ท่านห้ามมิให้ผู้ถือหุ้นซึ่งมิได้ให้อนุมัติด้วยนั้นฟ้องคดีเมื่อพ้นเวลาหกเดือนนับแต่วันที่ประชุมใหญ่ให้อนุมัติแก่การเช่นว่านั้น
ขอบคุณครับ
สมหมาย เจ่งถาวร
นิติศาสตร์ ภาคบัณฑิต รุ่น 7
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
มือถือ 081-9638592
อีเมล์ : chengthaw...@gmail.com
http://www.facebook.com/sommai.chengthaworn