คิดเองทำเอง : "ลอบดักปู"ฝีมือชาวบ้าน ทุนต่ำ-สัตว์เข้าง่ายออกยาก

99 views
Skip to first unread message

cameu vidan

unread,
Apr 27, 2011, 3:46:51 AM4/27/11
to zido...@googlegroups.com, Rainbo...@googlegroups.com, shar...@googlegroups.com, iloved...@googlegroups.com, cool...@googlegroups.com, gan...@googlegroups.com, doo...@googlegroups.com, thint...@googlegroups.com, sagie...@googlegroups.com, thai_g...@googlegroups.com, pri-...@googlegroups.com, flash...@googlegroups.com, pooki...@googlegroups.com, hellop...@googlegroups.com, somc...@googlegroups.com, konn...@googlegroups.com, highw...@googlegroups.com
ชาวสวนนักพัฒนา วัชรชัย นวนมี อยู่บ้านเลขที่ 94/3 หมู่ 1 ต.ฉลอง อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช คิดอยู่เสมอว่าการใช้ชีวิตอย่าง "พอเพียง" คือวิถีชีวิตที่แท้จริงของรากหญ้า จึงหารายได้เสริมจุนเจือครอบครัวโดยการจับสัตว์น้ำขาย พร้อมพยายามคิดประดิษฐ์เครื่องมือจับสัตว์น้ำที่มีประสิทธิภาพอย่าง "ลอบดักปู" ซึ่งถือเป็นอาวุธทำมาหากินสำคัญ

ว่าไปแล้ว หากมองอย่างผิวเผิน "ลอบดักปู" ฝีมือของคนปักษ์ใต้รายนี้ ลักษณะไม่ต่างไปจาก "ลอบ" ที่เห็นได้ทั่วไป ซึ่งทำจากตาข่ายไนลอน ทว่าความพิเศษของลอบจากมันสมองวัชรชัยนั้น อยู่ที่การออกแบบ "หน้างา" หรือ "ทางเข้า" ที่มีขนาดและตำแหน่งอันเหมาะสม ทำให้ปูเดินเข้าสะดวก แต่ไม่สามารถกลับออกมาได้ นอกจากนี้ผลงานดังกล่าว ผ่านการรับรองคุณภาพ มาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน หรือ มผช.353/2547 จากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.)

วัชรชัย บอกว่า ลอบดักปูมีชื่อเรียกภาษาชาวบ้านว่า "ไซ" เกิดจากแนวคิดของคนสมัยก่อน ที่นำไม้ไผ่มาผ่าเป็นซี่ๆ ใช้หวายถักเป็นแท่งวงกลม แล้วใส่ "หน้างา" ทั้งด้านหัวและด้านท้าย ก่อนใส่เหยื่อไว้ด้านในเปิดทางเข้าพอประมาณ ปูจะมากินเหยื่อแล้วออกไม่ได้ ต่อมาคนรุ่นหลังได้ดัดแปลงรูปแบบใหม่ใช้โครงสร้างเหล็กแทนไม้ ห่อหุ้มด้วยอวน หรือตาข่ายไนลอน

"ผมทดลองทำลอบดักปูมาตั้งแต่ปี 2542 ตอนนี้เจ้าหน้าที่กรมประมงมาสอนชาวบ้านทำ แต่มันยังใช้ไม่ดีนัก ปูเข้าไปกินเหยื่อน้อย เพราะหน้างาไม่ได้มาตรฐาน ผมจึงนำแบบมาประยุกต์ และหมั่นสังเกตพฤติกรรมของปูเวลาเข้าไปกินเหยื่อในลอบ จนพบว่าการติดตั้งหน้างาถือเป็นหัวใจสำคัญ และตำแหน่งที่เหมาะสมต้องยกสูงราวครึ่งนิ้ว" วัชรชัย กล่าว

ลอบดัก ปูฝีมือวัชรชัยนั้น ลักษณะรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า กว้าง 35 ซม. ยาว 53 ซม. และสูง 15 ซม. สามารถปิดเปิดได้สะดวก รวมถึงพับเก็บง่ายไม่เปลืองเนื้อที่ สำหรับวิธีการใช้งาน วัชรชัย อธิบายว่า ใช้เชือกผูกหน้างาด้านใดด้านหนึ่งให้เป็นรูปครึ่งวงกลม ใส่เหยื่อล่อปูไว้ตรงกลางลอบ จากนั้นใช้เชือกผูกลอบแล้วหย่อยลงน้ำรอเวลาให้ปูมากินเหยื่อ ทั้งนี้ลอบ 1 ลูก สามารถดักปูได้ประมาณ 10 ตัว

"ลอบดักปูของผมเหมาะสำหรับดักปู ม้า และปูดำ ซึ่งปู 1 กิโลกรัมมีประมาณ 3 ตัว วันหนึ่งๆ จับได้นับสิบตัว นำไปส่งแม่ค้าที่ตลาดราคากว่า 100 บาทต่อกิโลกรัม สร้างรายได้เข้ากระเป๋าสบายไม่ต้องเหนื่อยมากนัก ลอบ 1 ลูกสามารถใช้งานได้นานกว่า 6 เดือน ถือว่าคุ้มค่าเพราะต้นทุนถูก" วัชรชัย ให้เหตุผล

การทำลอบดักปูตามแบบฉบับของวัชรชัยนั้น ขั้นแรกเตรียมเหล็กโดยดึงเหล็กและรีดให้ตรง ตัดให้ได้ขนาดตามแบบ ขั้นต่อมาตัดลวดให้ได้ตามแบบเพื่อทำเป็นโครงสร้าง จากนั้นนำเหล็กมาประกอบแล้วยึดให้แน่นหนาไม่ให้โยกคลอน จากนั้นตัดอวน หรือตาข่ายไนลอนให้ได้ขนาดตามแบบที่กำหนด ก่อนนำมาห่อทุกด้าน ก็สามารถนำไปใช้งานได้แล้ว ข้อควรระวังการติดตั้ง "หน้างา" ต้องใช้ความพิถีพิถัน ป้องกันไม่ให้บิดเบี้ยว หรือสูงต่ำเกินไปนั่นเอง

หลัง จากลอบดักปูได้รับ มผช.353/2547 ก็มีผู้สนใจติดต่อขอซื้อ วัชรชัยจึงต้องผลิตขายในรูปแบบกิจการในครัวเรือน กระทั่งยอดสั่งจองเพิ่มมากขึ้น เขาจึงจ้างแรงงานในท้องถิ่นมาช่วย สำหรับราคาตั้งไว้ 3 ระดับ คือ 1.ลอบที่ไม่ใส่ที่เสียบเหยื่อ ลูกละ 37 บาท 2.ลอบใส่ที่เสียบเหยื่อ ลูกละ 40 บาท และ 3.ลอบใส่ที่เสียบเหยื่อและเชือกผูกหน้าลอบ ลูกละ 45 บาท

นอกจากนี้ ผลงานประดิษฐ์ "ลอบดักปู" ของ "วัชรชัย นวนมี" ยังได้รับคัดเลือกให้เป็นสินค้าโอท็อป จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งนับว่าเอื้อประโยชน์ต่อชุมชนหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นมีอาหารเลี้ยงปากท้อง สร้างรายได้เสริมจากการจับขายปู หรือการรับจ้างผลิตลอบ

บายไลน์ - เกรียงศักดิ์ เผ่าอินทร์

เครดิต : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

************************************************************

อ่านเรื่องราวของปลาสวยงาม หรือ สัตว์เลี้ยงต่างๆ รวมถึงเรื่องราวที่น่าสนใจอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่จ้า

http://myaqualove.blogspot.com

Reply all
Reply to author
Forward
0 new messages