So good
----- Forwarded Message -----*
From:* panu chungsup <panu...@hotmail.com>
*โรคอัลไซเมอร์กับการใช้น้ำมันมะพร้าว*
เป็นอาการสมองเสื่อมเกิดจากการตายของเซลล์สมองและเป็นโรคที่รักษาไม่หาย
หลังมีอาการและไม่ได้รับการรักษาความจำเสื่อมจะรุนแรงและเสียชีวิตลงภายใน 8 ปี
หากได้รับการรักษาอาจอยู่ได้ถึง 20 ปี
อาการระยะแรกๆ จะขี้หลงขี้ลืมเล็กๆน้อยๆ มีพฤติกรรมและบุคลิกเปลี่ยนไป
เช่นลืมของที่ใช้เป็นประจำ นึกคำพูดไม่ออก สับสนเรื่องเวลา สถานที่
จำคนในบ้านไม่ได้ อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย ก้าวร้าว
มีผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน จนไม่สามารถปฏิบัติกิจวัตรตามปกติได้
*
ปัจจัยเสี่ยง *
1. อายุ 80ปี มีโอกาสเป็นมากกว่าอายุ 65-69 ปีถึง 10
เท่าแต่ปัจจุบันเริ่มมีอาการตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไปเป็นได้ทั้งชาย/หญิง
2. กรรมพันธุ์
3. สุขภาพไม่ดี หรือสาเหตุของโรคจากการอักเสบ เช่น
- โรคอ้วน
- โรคเบาหวาน (ดื้ออินซูลิน) มีโอกาสเสี่ยงถึง 65%
- กรดยูริคสูง
- ต่อมไทรอยด์พิการ
- ระบบภูมิคุ้มกันของเซลล์บกพร่อง
& nbsp; - โรคหัวใจ
4. การขาดสารอาหาร
- ขาดโอเมก้า 3 (น้ำมันปลา มี DHA และ EPA สูง)
- มีระดับโฮโมซีสเตอินสูง เพราะขาดวิตามิน B6,B12 และโฟเลต
- ขาดวิตามินเค
5. ได้รับสารพิษจากสภาพแวดล้อม
- มีธาตุอลูมิเนียม (หม้อหุงต้ม) ในระดับเป็นพิษ
6. ระดับของสารอะเซติลโคลีนลดลง โคลีนเป็นสารสื่อประสาทช่วยให้มีความทรงจำ
(มีมากในไข่ไก่)
7. ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลง สตรีที่หมดประจำเดือน
8. ไขมันทรานส์ (รายละเอียดในหนังสือ)
9. สมองขาดอาหาร นักวิจัยเพิ่งเข้าใจกลไกว่า
สมองสามารถสร้างอินซูลินได้ด้วยตัวของมันเอง
โดยเปลี่ยนน้ำตาลในกระแสเลือดให้เป็นอาหารสมอง เพื่อการดำรงชีวิตของเซลล์สมอง
ในปัจจุบันวงการแพทย์ ยังเชื่อว่าโรคอัลไซเมอร์เป็นโรคที่รักษาไม่หายขาด
ยิ่งไปกว่านั้นอาการจะกำเริบขึ้นตามอายุ และเสียชีวิต
(เหมือนกับประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา โรนัลด์ เรแกน)
แต่มีงานวิจัยหลายงานที่ใช้สารอาหารและน้ำมันมะพร้าว
ซึ่งมีกรดไขมันสายกลางสูงถึง 63% ในการรักษาช่วยทำให้ดีขึ้น
และยังมีบทวิจัยที่ได้ศึกษาทั่วโลกว่าประเทศอินเดีย
มีประชากรเป็นโรคอัลไซเมอร์น้อยที่สุดในโลก เพราะอาหารที่ชาวอินเดียทาน คือ
แกงกระหรี่ ในแกงกระหรี่ประกอบด้วย ขมิ้นชันกับกะทิ ได้มีการศึกษาถึงขมิ้นชัน
สามารถ ซึมผ่านหลอดเลือดฝอย
ในสมองและช่วยต้านทานอนุมูลอิสระซึ่งทำให้เซลล์สมองไม่ถูกทำลาย
ขมิ้นชันมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระมากกว่าสารสกัดจากเม็ดองุ่นถึง 50-60 เท่า
*
งานวิจัยที่สนับสนุน*
การค้นพบของ Dr.Mary Newport เป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลของ Neonatal
Intensive Care Unit, Spring Hill Regional Hospital , Florida
ได้รักษาสามีอายุ 59 ปี เป็นโรคอัลไซเมอร์ ที่เริ่มมีก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว
โดยเข้าร่วมการทดลองทางการแพทย์ โดยใช้ตัวยาใหม่สำหรับโรคสมองเสื่อม
(Dementia) แต่พบปัญหาคือผู้เข้าร่วมโครงการ
ผู้ป่วยต้องมีส่วนของสมองที่ทำหน้าที่ได้อยู่บ้าง ในกรณีของผู้ป่วยรายนี้
ความพิการของสมองได้เลยจุดนั้นแล้ว
ทาง Dr.Mary จึงได้หาทางรักษาใหม่โดยใช้น้ำมันมะพร้าวในการรักษา
การรักษาได้ให้น้ำมันมะพร้าว 7 ช้อนชา ลงไปในอาหารทุกมื้อ
มีสิ่งที่น่าตื่นเต้นเกิดขึ้น ในระยะเวลา 2 เดือน
ผู้ป่วยเริ่มมีอาการดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด พูดมากขึ้น มีอารมณ์ดีขึ้น
ความตั้งใจอยู่กับง านดีขึ้น จำชื่อญาติๆได้ ทั้งที่ก่อนนี้ 1 ปี
จำใครไม่ได้เลย
หลังจากใช้น้ำมันมะพร้าวผ่านไป 1 ปีครึ่ง อาการที่ก้าวเดินไม่ได้เมื่อก่อน
ดีขึ้นจนสามารถ วิ่งได้ อ่านหนังสือเข้าใจ ความทรงจำระยะสั้นดีขึ้น
แทบจะรู้สึกว่ากลับคืนสู่ปกติแล้ว
Dr.Mary
ให้เหตุผลของการฟื้นจากอัลไซเมอร์ว่าเป็นผลของน้ำมันมะพร้าวที่มีกรดไขมัน
สายกลางสูงต่างจากกรดไขมันสายยาวที่มีอยู่ทั่วไปในน้ำมันพืชทุกชนิด
เพราะมันมีขนาดโมเลกุลที่สั้นกว่า
จึงถูกดูดซึมและถูกใช้เปลี่ยนให้เป็นพลังงานในตับและแทนที่จะเก็บไว้ในรูป
ไขมัน กลับเปลี่ยนเป็นคีโตน(Ketone)ที่เป็นแหล่งของพลังงานทดแทนของร่างกาย
คีโตน
เป็นสารที่ร่างกายสร้างขึ้นเพื่อเปลี่ยนไขมันให้เป็นพลังงานและแหล่งของคี
โตนก็คือ
กรดไขมันสายกลาง(MCT)ที่มีอยู่ในน้ำมันมะพร้าวคีโตนช่วยฟื้นเซลล์สมองกลับ
คืนมา ป้องกันการตายของเซลล์สมอง และ ยังใช้รักษาโรค เช่น
- โรคพาร์คินสัน (Parkinson's Disease)
- โรค Multiple Sclerosis (ALS)
- โรค Lou Gehrig's Disease
- โรคลมชักที่ดื้อยา
- โรคเบาหวานชนิดที่1 และชนิดที่2 (ดื้ออินซูลิน)
- ช่วยฟื้นฟูอาการโรคหัวใจหลังจากอาการหัวใจวายอย่างรุนแรง
- ข่วย ฟื้นฟูสมองจากการขาดออกซิเจน
- ทำให้เนื้องอกที่เป็นมะเร็งหดตัว
- โรคในกลุ่มอาการดาวน์ (Down's Syndrome) ออติสติก
ในกรณีของผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์
เซลล์ประสาทในสมองบางส่วนไม่สามารถนำน้ำตาลเข้าไปได้
เพราะเกิดการดื้ออินซูลินและเซลล์ค่อยๆตายไป
เป็นขบวนการที่เกิดขึ้นใช้เวลานับเป็นสิบๆปี
ความทุกข์ทรมานของผู้ต้องดูแล คนในครอบครัวต้องเป็นภาระหนักอย่างยิ่ง
ก่อนที่อาการจะปรากฏ ถ้าเราดูแลโดยเข้าใจทำให้เซลล์สมองมีคีโตน
สมองจะยังมีชีวิตอยู่ได้และคงทำหน้าที่ได้ตามปกติ
*
วิธีการดูแลและป้องกัน
อาหารที่ควรทาน/เพิ่ม*
1. ใส่น้ำมันมะพร้าว 7 ช้อนชาลงในอาหารทุกมื้อ อาจมีอาการระบายท้อง
ควรเริ่มทานจากน้อยๆแล้วค่อยๆเพิ่ม
2. น้ำมันปลา (โอเมก้า-3) มี DHA EPA บำรุงสมอง
3. ขมิ้นชัน
4. ทานไข่แดง วันละ 1-2 ฟอง (เป็นยางมะตูม)
5. ทานวิตามิน B6 , B12 และโฟเลต
6. ผัก/ผลไม้ปลอดสารพิษ
*ข้อแนะนำ น้ำมันมะพร้าวมีฤทธิ์ร้อน ควรทานอาหารที่มีฤทธิ์เย็น ช่วยลดร้อน
เช่นพืชตระกูลแตง เก็กฮวย จับเลี้ยง น้ำใบบัวบก ย่านาง ถั่วเขียวต้ม ฯลฯ
*
อาหารที่ควรลด/เลิก*
- แป้งขาว/น้ำตาลทรายขาว/น้ำตาลเทียม (แอสปาร์เทมทำลายเซลล์สมอง)
- ไขมันผ่านกรรมวิธีและไขมันทรานส์
- แอลกอฮอล์และคาเฟอีน
- ภาชนะที่เป็นอลูมิเนียม
- ยาต่อต้านอะเซติลโคลีน เช่น ยาลดปวด ยาแก้แพ้ ยานอนหลับ
ยาระงับความเครียด
*Disclaimer:*
*************************************************************Important*
Confidentiality: This Information is intended for the above-named
person and may contain confidential and/or legally privileged
material. Any opinions expressed in this information are not
necessarily those of the company. If it has come to you in error you
must take no action based on it, nor must you copy or show it to
anyone; please delete/destroy and inform the sender
immediately.*Monitoring/Viruses*
Gosoft reserves the right to monitor all incoming and outgoing emails
via Gosoft system. Although we have security program to monitor and
eliminate virus, we also advise that in keeping with good computing
practice the recipient should ensure they are actually virus free.
************************************************************