Subject: จดหมายเปิดผนึกถึง "สรยุทธ สุทัศนะจินดา" จดหมายเปิดผนึกถึง "สรยุทธ สุทัศนะจินดา" “สมจิตต์ นวเครือสุนทร” นักข่าวสาว สายข่าวการเมือง ของช่อง 7 สี เป็นเพื่อนนักข่าวที่ผมมีความศรัทธาในตัวเธอเป็นอย่างมาก จากการ “ทำหน้าที่” ของเธอ มิใช่จากความเป็นเพื่อนของเรา ผมชอบเวลาที่เธอตั้งคำถามกับแหล่งข่าวในยามสัมภาษณ์ เหมือนเธอถอดหัวใจของประชาชนไปถาม นี่คือนักข่าวที่เราปรารถนา ไม่ใช่แค่เจ้าหน้าที่ธุรการถือไมค์ไปจ่อปากแหล่งข่าว แล้วเอากลับมาให้บรรณาธิการประกอบข่าวที่ตั้งประเด็นไว้ตั้งแต่เช้า แล้วนำเสนอออกไปอย่างสั่วๆ แม้แต่กับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่คนชอบจับสมจิตต์มาเป็นจำเลย ว่าสมจิตต์นั้นมีความนิยมชมชอบนายอภิสิทธิ์ เธอก็ยังตั้งคำถามกับนายอภิสิทธิ์ชนิดไม่ออมถ้อยออมคำตามปกติเหมือนที่เธอ ปฏิบัติกับคนอื่นๆ ผมยิ่งชอบเธอในจุดนี้ ล่าสุด เธอเขียนจดหมายเปิดผนึก ถึง “นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา” ด้วยถ้อยคำและเนื้อความที่ชัดเจน ตรงไปตรงมา ยิ่งกว่าแถลงการของสภาการหนังสือพิมพ์หรือสมาคมนักข่าวฯ ที่ออกมาก่อนหน้านี้เสียอีก เธอเขียนอย่างนี้ครับ... “เราต่างรักในวิชาชีพสื่อสารมวลชนใช่ไหม?” ...ดิฉัน สมจิตต์ นวเครือสุนทร ผู้สื่อข่าวการเมือง (เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับสังกัด) ในฐานะสื่อมวลชน แม้จะไม่เคยรู้จักคุณสรยุทธ เป็นการส่วนตัว แต่สิ่งที่ได้เห็นคุณสรยุทธ แสดงออกเสมอมาคือความรักในวิชาชีพสื่อสารมวลชน ไม่ว่าวันนี้จะยังเป็นกรรมกรข่าวหรือเศรษฐีค้าข่าว แต่จิตวิญญาณแห่งวิชาชีพน่าจะยังคงอยู่ นอกจากว่าที่ผ่านมาสิ่งที่ทำทั้งหมดเป็นเพียงแค่การเสแสร้งสร้างภาพ ซึ่งดิฉันคิดว่าคุณสรยุทธ ย่อมมีความซื่อสัตย์ต่อประชาชนที่ศรัทธาและโอบอุ้มคุณสรยุทธ โดยไม่ควรแม้แต่จะคิดทรยศต่อความไว้วางใจของประชาชน การที่คุณสรยุทธ ตอบโต้แถลงการณ์ของสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ด้วยการลาออกจากการเป็นสมาชิก หลังจากถูกทวงถามด้านจริยธรรมกรณีถูก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดว่ายักยอกเงินค่าโฆษณาอสมท. 138 ล้านบาท ด้วยการให้พิจารณาตัวเองจากการทำหน้าที่พิธีกรเล่าข่าวนั้น ถือเป็นการทำร้ายวิชาชีพสื่อสารมวลชนอย่างเลือดเย็นยิ่ง เพราะเท่ากับว่า คุณสรยุทธ ซึ่งมีอิทธิพลต่อสังคมไทยอย่างมากกำลังทำให้คนเข้าใจว่า คนวงการสื่อไม่ยอมรับการตรวจสอบ ไร้ซึ่งจริยธรรมที่จะแสดงตนเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับสังคมไทย ถามคุณสรยุทธง่าย ๆ ว่า นักเล่าข่าวที่ถูก ป.ป.ช.ชี้มูลว่าทุจริต จะตรวจสอบนักการเมืองที่ทุจริตได้อย่างไร นักเล่าข่าวที่ถูก ป.ป.ช.ชี้มูลว่าทุจริต จะกล้าเรียกร้องให้นักการเมืองที่ถูก ป.ป.ช. ชี้มูลว่าทุจริตแสดงสปิริตด้วยการหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าคดีจะถึงที่สุด หรือไม่ นักเล่าข่าวที่ถูก ป.ป.ช. ชี้มูลว่าทุจริต แต่ยังคงมีสถานะทางสังคมโดยไม่ต้องแสดงความรับผิดชอบ ใด ๆ จะสร้างค่านิยมแบบไหนให้กับประเทศชาติของเรา? ค่านิยมที่สังคมยอมรับการโกงว่าเป็นเรื่องปกติที่ใครๆ ก็ทำ และยังได้ดิบได้ดีไม่ถูกลงโทษจากสังคมจึงไม่จำเป็นต้องมีความละอายต่อบาป เพราะทำดีได้ดีมีที่ไหน ทำชั่วได้ดีมีถมไปอย่างนั้นหรือ? หน้าที่ของสื่อมวลชนส่วนหนึ่ง คือ การชี้นำสังคมให้เดินไปในทิศทางที่ถูกต้อง ถ้าวันนี้คุณสรยุทธ ซึ่งเป็นสื่อมวลชนที่คนไทยให้การยอมรับอย่างมาก ไม่เป็นตัวอย่างที่ดีให้กับประชาชน ก็เท่ากับกำลังบ่มเพาะความไม่ละอายต่อบาปให้เพิ่มพูนมากขึ้นเรื่อยๆ ในสังคมนี้ จนเห็นการทำความผิดเป็นเรื่องปกติไม่ใช่เรื่องที่ต้องประนาม แม้คดีนี้จะยังไม่มีบทสรุปในชั้นศาล แต่องค์กรอิสระอย่าง ป.ป.ช.ได้ชี้มูลแล้ว การแสดงออกให้เห็นว่า “จริยธรรมอยู่เหนือกฎหมาย” จะทำให้คุณสรยุทธ “เป็นเรื่องเล่าระดับตำนานให้คนในแวดวงสื่อสารมวลชนได้กล่าวขานถึงว่า เป็นสื่อมวลชนที่มีความรับผิดชอบต่อวิชาชีพของตัวเองและไม่ทรยศต่อความไว้ วางใจของประชาชน” จดหมายเปิดผนึกจากนักข่าวตัวเล็กๆ อาจไม่มีความหมายอะไรเลยต่อการตัดสินใจของคุณสรยุทธ แต่ดิฉันเขียนจดหมายฉบับนี้ด้วยหวังว่าจะจุดประกายเล็กๆ ให้เพื่อนพ้องน้องพี่ในแวดวงสื่อสารมวลชนได้ช่วยกันไตร่ตรองดูว่า เราจะไม่ทำอะไรเพื่อรักษาวิชาชีพที่เรารักเลยหรือ? เราต่างรักในวิชาชีพสื่อสารมวลชนใช่ไหม? และอย่าจำนนกับความคิดที่ว่า “เราทำไม่ได้ ถ้าเรายังไม่ได้ทำ” ลงชื่อ สมจิตต์ นวเครือสุนทร ผู้สื่อข่าวสายการเมือง สมจิตต์เป็น “ไม้ขีดไฟก้านเล็กๆ” ที่จุดตัวเองขึ้น เพื่อให้เกิดแสงสว่างแก่วงการที่เธอรัก ความกล้าหาญนี้ย่อมกัดกินตัวเธอ ในสังคม “อีแอบ” ผมเชื่อว่าหลายคนคงมองเธออย่างแปลกๆ ว่าทำไมช่างกล้า บางคนอาจคิดอยู่ในใจว่า ทำไปทำไม (วะ) ก็ขนาดองค์กรวิชาชีพสื่อทุกสมาคม ยังได้แต่พูด “อ้อมๆ แอ้มๆ” มิได้ “ฟันธง” ลงไป ว่านายสรยุทธกับ “ช่อง 3” ควรทำอย่างไร เพื่อแสดงความเคาพรต่อวิชาชีพ และเคารพต่อประชาชนที่ “โอบอุ้ม” ทั้งสรยุทธและช่อง 3 คุณรู้ไหมครับ ต้นลำไยไม่อาจเติบโตในป่าโกงกางฉันใด หากประชาชนคนไทยไม่ต้องการ “คนคดโกง” ในสังคม ก็ต้องแสดงปฏิกิริยาออกมาให้ชัดเจน ไม่ใช่เลยตามเลย เชื้อชั่ว...โตได้และงอกงามดีในแผ่นดินชั่วๆ ครับ หากว่าเวลานี้ แผ่นดินไทยยังมิใช่แผ่นดินชั่วๆ เราก็อย่าปล่อยให้เชื้อชั่วงอกงามหรือดำรงอยู่ได้อย่างหน้าด้านๆ สิครับ ทำไมคนไทยถึง “จำทน” กับสิ่งต่อไปนี้ได้ 1.) พล.ต.ท. คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง เป็นผู้บัญชาการตำรวจนครบาล บินไปให้ทักษิณ ชินวัตร---คนที่กฤษฎีกาบอกว่า “ถอดยศ” พ.ต.ท. ของเขาทิ้งได้แล้ว มีหมายจับหลายคดี มีหมายขังของศาล แต่หลบหนีการจับกุมคุมขังไปอยู่ต่างประเทศ---ประดับยศบนบ่าให้ โดย ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ในการแจ้งแหล่งพำนักพักอาศัยให้แก่ทางการทราบ เพื่อประสานงานในการจับกุมตัวมาลงโทษตามกฎหมาย จงใจไปพบกับคนที่ทางการต้องการตัว กลับมาก็ไม่แจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยว ข้อง รวมทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ตนเองสังกัดทราบ ถามว่า โดยกฎหมายก็ผิดใช่ไหม โดยระเบียบก็ผิดใช่ไหม และโดยจริยธรรมก็ผิดใช่ไหม แต่คำรณวิทย์ก็ยังอยู่ได้ ยังเป็นตำรวจ ยังรับราชการ ยังกินเงินเดือนจากภาษีของ ประชาชน ยังมีคนเคารพนบนอบ ยังมีลูกน้องยกขโยงไปให้ดอกไม้ ไปร้องเพลง “เกียรติตำรวจ” แก่ตำรวจที่ไม่จับผู้ร้าย แล้วตำรวจคนนี้ ยังมี “เกียรติตำรวจ” อยู่จริงกระนั้นหรือ 2.) พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต บอกว่า โครงการรับจำนำข้าวนี้ ถ้าได้ผล 80% โกงไปสัก 20%ก็ถือว่ารับได้ แหงล่ะสิครับ มันไม่ใช่เงินของนายสุกำพลนี่ครับ มันเป็นเงินคนอื่น และคนที่โกงได้ ใครล่ะครับ 3.) นางธิดา ถาวรเศรษฐ์ แกนนำ นปช. บอกว่า ขอแสดงความเสียใจต่อนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ ที่ลาออกจากตำแหน่งทางการเมืองทั้งหมด รวมถึงตำแหน่งของพรรคเพื่อไทยด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้เห็นว่า เป็นกับดักของอำมาตย์ที่วางกลไกการตรวจสอบไว้หมด เนื่องจากไม่ต้องการให้อำนาจกับนักการเมือง อยากถามเหลือเกินว่า วิธีคิดอย่างนางธิดานี่ ดีหรือบ้า! ประเทศที่ดีย่อมต้องมีกลไกการตรวจสอบที่ดี เพื่อป้องกันคนชั่วเข้ามาแสวงหาอำนาจและผลประโยชน์ นางกลับเพ้อเจ้อถึงอำมาตย์ แทนที่จะออกอาการรังเกียจนักการเมืองชั่วๆ ที่ใช้อำนาจในทางมิชอบ แทนที่จะเห็นใจคนแก่ใจบุญอย่างนางเนื่อม ชำนาญชาติศักดา ว่าท่านช่างมีศรัทธาแก่กล้าในพระพุทธศาสนา เป็นห่วงวัดจนๆ ที่ต่างจังหวัด สู้อุตส่าห์ยกที่ดินให้เกือบ 1,000 ไร่ เพื่อให้วัดได้อาศัยดอกผลจากที่ดินนี้ เป็นเครื่องบำรุงพระ บำรุงวัด บำรุงการปฏิบัติธรรม และสืบอายุพระพุทธศาสนาให้ยืนยาว วันหนึ่ง นายยงยุทธได้ใช้อำนาจในทางมิชอบ ทำให้ที่ “ธรณีสงฆ์” ถูกเปลี่ยนมือมาเป็นที่เอกชนคนรู้จักกันทั้งนั้น กับนายยงยุทธ แทนที่ “อีไพร่แก่ๆ” จะเห็นดีเห็นงามกับความถูกต้องและการตรวจสอบ กลับรังเกียจการตรวจสอบ และทำให้การตรวจสอบกลายเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจ เป็นประดิษฐกรรมของหมู่อำมาตย์ไปเสียนี่ 4.) ชาวนาออกมาถือป้าย ชุมนุมกดดันหน้าสถาบันบันฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ไม่ให้ล้มโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ถาม ว่า เข้าใจเหตุผลที่เขาขอให้ล้มไหม ประเทศชาติเสียหายเป็นแสนๆ ล้านบาท แล้วชาวนาได้คนละกี่บาท มันเป็นโครงการที่ทำขึ้นเพื่อช่วยชาวนาหรือว่าช่วยให้คนโกงมันรวย เขาไม่ได้ห้ามว่า รัฐบาล อย่าไปช่วยชาวนานะ เปล่าเลย แต่เขาขอว่า วิธีนี้ มันไม่คุ้ม มันทำลายกลไกตลาดเสรีของการค้าข้าว มันทำลายคุณภาพการผลิตข้าว มันทำลายการส่งออกข้าว และมันใช้เงินสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ หยุดวิธีนี้ แล้วไปหาวิธีอื่นที่ดีกว่านี้เพื่อช่วยเหลือชาวนา เลยต้องถามซ้ำอีกสักครั้งว่า ชาวนาจะประท้วงกันทำไม? ทั้งหมดที่กล่าวถึงนี้ เป็นเรื่องเดียวกันครับ เป็นเรื่องของสังคมที่ไม่รังเกียจ “ความคดโกง-คนคดโกง” ดังนั้น ก.) กรณีนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ช่อง 3 ซึ่งเป็น “องค์กร” ขนาดใหญ่ในวงการสื่อสารมวลชนไทย ต้องแสดง “มาตรฐานทางจริยธรรม” ออกมาก่อนนายสรยุทธ ที่บัดนี้แสดงออกอย่างชัดเจนแล้วว่า ฉันไม่หยุดทำรายการทางช่อง 3 หรอก แม้ว่าหยุดทำ ฉันก็ไม่อดตาย หากองค์กรวิชาชีพไม่มีสำนึก เราก็อย่าหวังว่าปัจเจกบุคคลจะสำนึกได้ ข.) น้องไบรท์, น้องไก่ ภาษิต, คุณพี่สู่ขวัญ, คุณพี่เอกราช ฯลฯ คุณเคยเห็นสิ่งที่คุณกนก รัตน์วงษ์สกุล ทำไหมครับ เขาพร้อมจะเดินออกจากรายการ เขาปลีกตัวออกมา เขาเขียนบทความว่า “ผมทำงานกับคนโกงไม่ได้” พวกคุณล่ะครับ จะทำตามอย่างกนก หรือจะไม่รู้สึกรู้สาอะไร เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับฉัน ฉันไม่ได้โกง หรือคุณจะอุทิศตัวเป็นไม้ขีดไฟก้านหนึ่ง ที่จุดตัวเองเหมือนสมจิตต์ นวเครือสุนทร เพื่อสอนสั่งคนบางคนให้มี “สามัญสำนึก” เพื่อจรรโลงไว้ซึ่งเกียรติแห่งวงวิชาชีพสื่อสารมวลชน ค.) ในวงการแพทย์ แพทย์สามารถปฏิเสธแพทยสภาได้ไหมครับ ในวงการสื่อ ซึ่งต่อสู้เรื่องสิทธิเสรีภาพมาอย่างยาวนาน จนกระทั่งได้สิทธิเสรีภาพนั้นมาอย่างสมบูรณ์แล้ว แม้แต่รัฐธรรมนูญยังให้ความคุ้มครอง มิให้ใครมาเซ็นเซอร์หรือแทรกแซงแล้ว สมาคมหรือองค์กรวิชาชีพสื่อทั้งหลาย ท่านจะมัวแต่เซ็นเซอร์ตัวเอง ลูบหน้าปะจมูก พูดจาอ้อมๆ แอ้มๆ ออกแถลงการณ์ด้วยเสียงแผ่วๆ ให้ประชาชนเขาสิ้นศรัทธาต่อวงวิชาชีพนี้อย่างนี้หรือครับ ง.) ประชาชนล่ะครับ ท่านจะตื่นเช้ามา เปิดดู “ครอบครัวข่าว 3” ดูการโอบอุ้มสรยุทธต่อไปทุกเช้าหรือจะปิด จะบอกว่าช่อง 3 ไม่ควรทำอย่างนี้กับประชาชน จะบอกผู้สนับสนุนทั้งหลายว่าฉันจะไม่ซื้อสินค้าและบริการ ของเธอ ถ้าเธอยังสนับสนุนคนคนนี้อยู่ หรือจะบอกว่า ไม่ใช่เรื่องของเรา เขาคืนเงินช่อง 9 ไปแล้วนี่นา หรือบอกว่า คดียังไม่ถึงที่สุด จะให้เขาเลิกทำรายการได้ยังไง ข้าราชการทำผิด เขายังให้ออกจากราชการไว้ก่อน สื่อ ซึ่งมีอิทธิพลกับสังคมมาก ทำผิด จะให้ลอยหน้าลอยตาอยู่หน้าจอ หากินต่อไปโดยไม่เกรงใจกันเลยอย่างนั้นหรือ ผมถึงบอก ถ้าสังคมไทยอ่อนแอในเรื่องจริยธรรม คนอย่างสรยุทธ หน่วยงานอย่างช่อง 3 เขาก็ไม่มีวันเกรงใจและเคารพท่านหรอก ตามมาด้วยคนอย่างสุกำพล คำรณวิทย์ ธิดา ฯลฯ คนชั่วย่อมอยู่ได้ในสังคมชั่วๆ ในสังคมดีๆ ต้องไม่มีที่ยืนให้คนชั่ว จะใช้มาตรการทางสังคมขจัดความชั่วหรือโอบอุ้มความชั่ว อยู่ที่คนไทยทุกคนแล้วครับ! เส้นใต้บรรทัด จิตกร บุษบา แนวหน้า 7 -10-55 FREE Emoticons for your email - by IncrediMail Click Here!