จดหมายลา...(เฉพาะกิจ)

37 views
Skip to first unread message

Nong... Chatphet

unread,
Feb 16, 2009, 12:35:20 PM2/16/09
to parent...@googlegroups.com
ขออภัยหากท่านได้รับอีเมล์ฉบับนี้ซ้ำ

 
เรียน สมาชิกโรงเรียนพ่อแม่ทุกท่าน
 
เนื่องด้วยดิฉัน แม่น้อง ฉัตรเพชร เนาวพรพรรณ
มีความจำเป็นที่จะต้องใช้เวลาวันหยุด เสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่ 7 กุมภา - 26 เมษา
ไปเรียนคอร์สผู้ประกอบการ SMEs ที่ ม.บูรพา (บางแสน)
โดยมีเหตุผลดังนี้
1. เพื่อเตรียมรับมือกับสภาวะเศรษฐกิจที่กำลังผันผวนอยู่ ณ ปัจจุบัน
2. เพื่อเตรียมรับกิจการต่อจากคุณยายของลูก (ที่เฝ้าบอกอยู่เนือง ๆ ว่า "แม่อยากพักซักกะทีแล้ว...ลูกเอ้ย !)
3. เพื่อเป็นเตรียมเสบียง(ให้กระเป๋าตุง ๆ )ไว้รองรับการเข้าโรงเรียนของ ด.ญ.ธรรมมาตา
 
เมื่อนับข้อจำเป็นได้  3 ข้อ ดิฉันจึงต้องขออนุญาติสมาชิกทุกท่าน
ลากิจ จากการเยี่ยมเยียนเสถียรธรรมฯ วันเสาร์-อาทิตย์ เป็นเวลาประมาณ 3 เดือน
 
ขอได้โปรดหักห้ามความคิดถึง(จะมีใครคิดถึงไหมน้า...)
และขอได้โปรดอภัยที่ดิฉันไม่สามารถพาธรรมมาตาไปร่วมกิจกรรมกับเพื่อน ๆ
รวมถึงการทัศนศึกษานอกสถานที่ต่าง ๆ ได้ ด้วยเหตุผลดังกล่าวมาแล้ว
 
อย่างไรก็ตาม ดิฉันจะขอส่งอีเมล์มารบกวนทุกท่านเป็นระยะ ๆ
(แม้ว่าท่านมิได้ร้องขอ แต่ดิฉันก็จัดให้... แก้คิดถึง...)
 
จึงเรียนมาเพื่อทราบ และโปรดส่งเมล์มาคุยกันบ้าง
ขอแสดงความนับถือ
แม่น้อง : ฉัตรเพชร เนาวพรพรรณ
& ต้นน้ำ ธรรมมาตา
 
-------------------------------------
 
โฮะ ๆ ๆ ๆ
 
ไม่มีอะไรมากหรอกค่า...
แม่น้องแค่อยากบอกว่าจะไม่ได้ไปเสถียรธรรมฯ วันเสาร์-อาทิตย์ ซัก 2-3  เดือนนะคะ
หนีไปเรียนคอร์สผู้ประกอบการซักหน่อย
เดี๋ยวจะมีหลายคนสงสัยว่า ทำไมไม่เจอน้องหลายอาทิตย์แล้ว
อ้อ..ที่ต้องไปเรียนซะไกล เป็นเพราะว่าแม่ปุ๊ก เพื่อนสนิท ชาวศรีราชา ชวนไปเรียนด้วยกันค่ะ
 
แต่อย่างไรก็จะส่งข่าวมาเป็นระยะ ๆ นะจ๊ะ
 
แม่น้อง
 
-------------------------------------
 
ขอทิ้งท้ายด้วยบทความดี ๆ จาก 2 ครอบครัวด้วยกันค่ะ
 
--------------------------------------
 

"จริง ๆ แล้วเป็นคนชอบเข้าวัดอยู่แล้ว เนื่องจากเป็นคนต่างจังหวัดมาก่อน
บ้านอยู่ใกล้วัด ไปวัดตั้งแต่เด็ก ๆ จน แต่พอมาอยู่กรุงเทพฯ แล้วทำให้ห่างวัดไปค่ะ

แต่ก็หาโอกาสไปทำบุญเหมือนคนกรุงเทพทั่วไปค่ะ คือเอาสังฆทานไปถวายที่วัด เสร็จแล้วก็กลับบ้าน
เลยอธิบายให้ลูก ๆ ฟังไม่ค่อยถูกค่ะว่าการทำบุญอย่างนี้แล้วได้บุญอย่างงัยบ้าง
 
จนมาเจอที่เสถียรธรรมสถาน คุณยายจ๋าได้มีการสอนธรรมะ
ที่เด็ก ๆ ฟังแล้วเข้าใจเห็นภาพได้ง่าย และให้เด็ก ๆ มีส่วนร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ ด้วย

ยิ่งตอนท้องน้องหยกได้มีโอกาสเข้าร่วมโครงการจิตประภัสสร จนกระทั่งคลอด
ยิ่งทำให้เข้าความหมายของคำว่า "รู้ตื่นรู้เบิกบาน" ที่คุณยายจ๋าพยายามบอกให้ทุกคนเข้าใจว่าเป็นอย่างงัย
ถ้าเป็นเมื่อก่อนพอจะรู้เรื่องบ้าง แต่พอเราได้ใกล้คุณยายจ๋าทำให้เราไม่ได้แค่รู้อย่างเดียว ต้องลงมือปฏิบัติด้วย
เพื่อเป็นทุนชีวิตให้กับลูกในท้อง แล้วพอทำได้ ก็เป็นการทำจนเกิดความเคยชิน
ไม่ได้ยากอย่างที่ใคร ๆ เข้าใจกันเลย ทุกอย่างอยู่ที่ตัวเรา ในใจของเรา ความสุขก็เป็นของเรา

ขอบคุณคุณยายจ๋าและพ่อแม่อาสาทุกคนนะคะ ที่ทำให้ดอกไม้บานในใจเราทุกคน"

จากครอบครัวพิรพัฒน์ทิพนาถ

คุณณัฏฐ์คเณศ  พิรพัฒน์ทิพนาถ (พ่อง้วน)

คุณณัฏฐ์ณภพร  พิรพัฒน์ทิพนาถ (แม่ต้อย)

ด.ญ.ณัฏฐ์สาธิกา  พิรพัฒน์ทิพนาถ (น้องมุก)

ด.ญ.ณัฏฐ์วรดี  พิรพัฒน์ทิพนาถ (น้องหยก)

 

-------------------------------------------

 

      แนะนำตัวก่อนนะคะ : "ชื่อคุณแม่น้องน้อยค่ะ เข้าร่วมกิจกรรมจิตต์ประภัสสรฯ ตั้งแต่มีน้องคนที่ 2 อายุครรภ์ 4 เดือน
ไปร่วมกิจกรรมจนกระทั่งอายุครรภ์ 7 เดือน  รวม 4 ครั้ง
หลังจากคลอดแล้ว ไม่มีโอกาสไปอีกเลยค่ะ เนื่องจากสามีติดเรียนทุกวันอาทิคย์
และคุณแม่น้องน้อยขับรถไม่เป็นอยู่ต่างจังหวัด แต่ว่าติดตามข่าวสารตลอดนะคะ"

        "ช่วงที่เข้าร่วมกิจกรรมจิตประภัสสรฯ สิ่งที่คุณแม่น้องน้อยได้ข้อคิดสำหรับตัวเองคือ
แง่คิดดี ๆ ที่แม่ชีจ๋า แนะนำให้ การเข้าใจในธรรมชาติของตัวเด็ก เช่น การไม่อยู่นิ่ง การซน
ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้บางครั้งทำให้คุณแม่ท้อใจ และเหนื่อยในการเลี้ยงลูก

แต่เมื่อเข้าไปอยู่ในสังคมจิต์ประภัสสรฯ ทุกคนไม่รำคาญ มีความเข้าใจ โอบอ้อมอารี และเอ็นดู ให้โอกาสในเด็ก
ทำให้นำมาปรับใช้และได้ผลดีอย่างมากในการเลี้ยงดู อบรมลูก

เหนือสิ่งอื่นใดที่พบเจอในสังคมจิตประภัสสรฯ คือ ภาพของความเป็นครอบครัวมี พ่อ แม่ ลูก ที่มีความตั้งใจใฝ่ไปในทางธรรม
คิดดี ทำดี เพื่อลูกเป็นคนดี คุณแม่น้องน้อยมีความสุขมากค่ะที่ได้เห็นบรรยากาศดี ๆ แบบนี้

สิ่งที่เป็นรูปธรรมจากผลการเข้าร่วมจิตประภัสสรฯ คือ จากกิจกรรมที่ให้เขียนไปรษณียบัตรตั้งจิตอธิฐานว่าจะทำอะไรเพื่อพ่อหลวง
คุณแม่น้องน้อยตั้งจิตไว้ว่า จะสวดมนต์ทุกวันค่ะ (บทพาหุงฯ) คุณแม่น้องน้อยกลับมาจากเสถียรธรรมสถานปุ๊บ
ตั้งแต่คืนนั้น ลูกคนเล็กยังอยู่ในท้องได้ 4 เดือน และตอนนั้นลูกชายคนโตอายุได้ 3 ขวบ สวดก่อนนอนทุกวัน
จนลูกชายคนโตสามารถสวดมนต์ร่วมกันได้ค่ะ
และปัจจุบันสามารถสวดด้วยตนเองได้ เป็นอานิสงค์ค่ะ
คุณแม่น้องน้อยคิดว่า ความตั้งใจที่แน่วแน่ และเราปฏิบัติต่อเนื่องอย่างสมำเสมอ จะนำพาผลดีมาสู่ตัวเราค่ะ
( แต่ว่าบางครั้งต้องต่อสู้กับมารเหมือนกันนะคะ บางครั้งมารก็ตัวใหญ่ บางครั้งมารก็ตัวเล็กค่ะ
ยิ่งเดี๋ยวนี้รู้สึกมารจะเข้าสิงลิงน้อยทั้ง 2 บ่อยเหลือเกิน ต้อง สู้ สู้ ค่ะ)"

คุณแม่น้องน้อย  คุณธมกร มหิทธิกร
 คุณพ่อบอล       คุณสุรภาณุ มหิทธิกร
 ลูกชายคนโต    น้องซัน เด็กชาย ปวริศ มหิทธิกร  ปัจจุบัน อายุ 6 ปี 6 เดือน
 ลูกชายคนเล็ก   น้องแซม เด็กชาย สรวิชญ์ มหิทธิกร ปัจจุบัน อายุ 3 ขวยค่ะ
 
----------------------------------------
 
แล้วพบกันใหม่ฉบับหน้าค่ะ...
 
 

แม่ต้อย.jpg
แม่น้องน้อย.jpg
Reply all
Reply to author
Forward
0 new messages